คอร์สอบรมนักเขียนเว็บจงเตี่ยนจงเหวิน
เหล่านักเขียนกำลังเตรียมตัวกลับไปพักผ่อนหลังจากลงตอนใหม่ประจำวัน
ชุยเกิ่งยืดเส้นยืดสายขณะมองเจ็ดพันกว่าคำที่เขียนได้วันนี้ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ตอนนี้เกมผีเสื้อมีความยาว 1.6 ล้านคำและเป็นนิยายขายดีของเว็บจงเตี่ยนจงเหวิน
เพราะบอสเผยปรับสัดส่วนการแบ่งรายได้ของเว็บโดยเพิ่มส่วนแบ่งให้นักเขียนเป็น 70% ค่าตอบแทนที่ชุยเกิ่งได้จึงเพิ่มขึ้นมากทำให้แรงจูงใจในการทำงานดูจะลดทอนลง
เดิมทีชุยเกิ่งเป็นจอมอู้ที่จะหมดไฟในการทำงานทันทีถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
แต่จิตวิญญาณของเถิงต๋าก็ช่วยชี้ทางให้ เขาลดจำนวนคำในการลงงานจากหนึ่งหมื่นคำเหลือสี่พันคำต่อวันตอนที่มีแรงบันดาลใจสุดๆ ทำให้รักษาระดับการลงงานไปได้เรื่อยๆ โดยไม่หยุดพัก
ซึ่งก็ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักอ่านที่ชินชากับชุยเกิ่งที่ชอบอู้
แถมชุยเกิ่งยังรู้สึกชัดเจนว่างานเขียนของเขาติดอยู่ในสภาวะคอขวด
สำหรับนักเขียนแบบเขาที่เขียนนิยายไม่ค่อยจะถึงล้านคำ แต่นิยายเรื่องนี้พุ่งทะลุ 1.6 ล้านคำไปแล้วซึ่งเกินความควบคุมและประสบการณ์ไปประมาณหนึ่ง ถือว่าอันตรายมากทีเดียว
เพราะงั้นหลังจากไตร่ตรองดู ชุยเกิ่งก็ตัดสินใจสู้กับธรรมชาติความขี้เกียจของตัวเอง
ทางเดียวที่จะสู้กับมันได้ก็คือมาเข้าคอร์สอบรมการเขียนเว็บโนเวล!
นิสัยการเขียนของชุยเกิ่งผ่านการเปลี่ยนแปลงหลากหลายรูปแบบ
ช่วงแรกหลังเข้าคอร์ส เขาพบว่าตัวเองเขียนงานเยอะๆ ได้ ที่เขียนได้ช้า บางครั้งก็เป็นเพราะเขียนช้าจริงๆ แต่ส่วนใหญ่เป็นแค่ข้ออ้างให้ทำตัวขี้เกียจ
ต่อมาหลังจากได้ศึกษาจิตวิญญาณของเถิงต๋า เขาก็พบหลักการคิดที่สำคัญที่สุด และใช้มันเขียนเกมผีเสื้อขึ้นมาซึ่งก็พาอาชีพนักเขียนของเขาก้าวขึ้นสูงไปอีกขั้น
เขาพบปัญหาเพิ่มมากกว่าเดิมเมื่อเขียนงานได้จำนวนคำเยอะขึ้น ซึ่งบางครั้งก็ไม่สามารถจัดการได้ด้วยจิตวิญญาณของเถิงต๋า
ด้วยเหตุนี้เขาเลยมาขอเข้าร่วมคอร์สอบรบกับหัวหน้าบรรณาธิการจูอีกรอบแล้วขังตัวเองอยู่ในโซนคุกเพื่อตามหาความรู้สึกหลุดพ้นจากการรบกวนจากโลกภายนอกและตั้งสมาธิได้อย่างเต็มที่
ต้องบอกเลยว่าเห็นผลลัพธ์ชัดเจนจริงๆ
หลังเปลี่ยนสภาพแวดล้อม ประสิทธิภาพการเขียนงานของเขาก็เพิ่มขึ้นมาก เขากลับไปเขียนงานได้เจ็ดพันคำต่อวันซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ
หลังจากเสร็จงานวันนี้ชุยเกิ่งก็กลับพร้อมนักเขียนคนอื่นๆ บางคนตั้งใจจะไปเล่นเกมผ่อนคลายสมองที่ร้านอินเทอร์เน็ต อีกส่วนตั้งใจจะกลับไปพักผ่อนและปรับปรุงโครงเรื่องของตัวเอง
ชุยเกิ่งสัมผัสถึงความแตกต่างระหว่างคอร์สอบรบตอนนี้กับตอนเริ่มแรกได้อย่างชัดเจน
หลังจากรับผู้เข้าอบรมหลายรุ่น คอร์สอบรมนี้ก็กลายเป็นมาตรฐานของเว็บจงเตี่ยนจงเหวิน นักเขียนได้สื่อสาร ได้เรียนรู้ และพัฒนาตัวเองไปพร้อมๆ กัน หลายคนพบว่าคอร์สนี้เป็นคอร์สที่ดีจริงๆ เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเขียนได้สุดๆ
พอเวลาผ่านไปนานเข้าก็กลายเป็นวงจรประเสริฐ
ชุยเกิ่งกลายเป็นต้นแบบของเหล่านักเขียนและเป็นตัวอย่างความสำเร็จของคอร์สนี้
เขาอดถอนหายใจไม่ได้ เฮ้อ อายุแค่นี้ก็กลายเป็นไอดอลของใครหลายคนแล้ว ลำบากจริงๆ
พอเดินลงบันไดและเตรียมมุ่งหน้ากลับ เขาก็เห็นคนคุ้นหน้า
“อู๋ปิน?”
อู๋ปินสร้างความประทับใจครั้งใหญ่ให้ชุยเกิ่ง ตอนเรียนรู้จิตวิญญาณเถิงต๋าก็ได้อู๋ปินช่วยตีความให้ถึงได้เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง
อู๋ปินยิ้ม “ว่างรึเปล่า ไปหาอะไรดื่มด้วยกันมั้ยครับ”
ชุยเกิ่งพยักหน้าแล้วตอบตกลงทันที “ได้สิครับ”
ทั้งสองไปที่ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูสาขาใกล้ๆ แล้วเข้าไปนั่งในโซนบาร์
ตอนนี้เริ่มค่ำแล้ว จำนวนคนในบาร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มนักดนตรีกำลังปรับเครื่องดนตรีอยู่บนเวที เพื่อเตรียมตัวแสดงในไม่ช้า
ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูอยู่ในช่วงทดลองโมเดล 3.0 ร้านใหม่กำลังจะเปิดเร็วๆ นี้
แต่ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู 1.0 ดั้งเดิมก็มีลูกค้าเข้าเรื่อยๆ ชื่อเสียงของเฉินเหล่ยทำให้นักร้องประจำในจิงโจวแห่มาที่ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู เหล่าแฟนคลับจึงตามมาให้ทิปด้วย
รายได้จากการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และทิปเป็นแหล่งรายได้สำคัญของร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู
เฉินเหล่ยงานยุ่งมาก หลังจากปล่อยเพลงของตัวเองออกมาสองสามเพลง เขาก็เดินสายไปทั่วประเทศเพื่อร่วมงานเทศกาลดนตรีอยู่บ่อยๆ และตอนนี้ก็กำลังเตรียมคอนเสิร์ตแรกของตัวเองด้วย
ถึงเฉินเหล่ยจะไม่ค่อยได้อยู่ที่จิงโจว แต่เขาก็ให้สัมภาษณ์อยู่ตลอดว่าไม่มีวันลืมจิงโจวเมืองเกิด ถ้ามีเวลาก็จะแวะกลับไปแน่นอน
อู๋ปินกับชุยเกิ่งสั่งไวน์มาคนละแก้วแล้วเริ่มดื่มไปคุยไป
อู๋ปินอธิบายความตั้งใจของเขาคร่าวๆ
พอได้ฟัง ชุยเกิ่งก็ตบหน้าขาตัวเอง “เรื่องนี้ให้ผมจัดการได้เลยครับ!”
ทั้งสองเข้าขากันทันที
ชุยเกิ่งไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินอยู่แล้ว แถมพอเกมผีเสื้อดังขึ้นมาก็ยิ่งสบายขึ้นไปอีก
ที่เขาสนใจที่สุดตอนนี้คือหาหนทางหลุดจากสภาวะคอขวด
พอเขียนเกมผีเสื้อได้ทะลุหนึ่งล้านคำ แรงบันดาลใจของเขาก็เริ่มหดหาย เห็นได้ชัดจากการเขียนงานที่ช้าลง
ตอนแรกเขาเปี่ยมไปด้วยพลังและแรงบันดาลใจ วัตถุดิบสำหรับการเขียนงานก็มีพร้อมสรรพทำให้เขียนวันละหมื่นคำได้ง่ายๆ แต่วัตถุดิบที่ว่าก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ ตามจำนวนคำที่เพิ่มขึ้น จะมั่นใจได้ยังไงว่าจะไม่ออกทะเล ปัญหานี้กวนใจชุยเกิ่งอยู่
ชุยเกิ่งที่เคยเป็นผู้สังเกตการณ์พิเศษของเถิงต๋ากรุ๊ปสามารถเข้าไปตามกิจการต่างๆ เพื่อรวบรวมไอเดียได้ตามใจชอบ หลายๆ พล็อตในเกมผีเสื้อก็ได้ไอเดียมาจากกิจการของเถิงต๋า
แต่พอเริ่มเขียนงานอย่างจริงจัง เขาก็แทบไม่ค่อยแวะไปกิจการต่างๆ ของเถิงต๋าเลย
ถึงตอนนี้ชุยเกิ่งจะยังสามารถเข้าไปเก็บข้อมูลจากกิจการของเถิงต๋าได้อยู่ แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะหลุดจากสภาวะนี้ได้
แถมตอนนี้เถิงต๋าก็มีกิจการมากมาย ชุยเกิ่งรู้สึกกดดันมากที่จะต้องตามอัปเดตทุกวัน ถ้าไม่มีแนวทางเขาก็จะเก็บข้อมูลได้ช้า สิ่งที่ได้มาย่อมไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป
ในเวลาแบบนี้ เขาต้องการเพื่อนคู่ใจแบบอู๋ปิน!
อู๋ปินมีความเข้าใจเกี่ยวกับจิตวิญญาณเถิงต๋าที่ลึกซึ้ง แถมยังอยู่ฝ่าย HR จึงรู้เรื่องโครงสร้างและบุคลากรของแต่ละกิจการเป็นอย่างดี เขาต้องหาจุดที่ดีที่สุดในการเก็บข้อมูลและคนที่เหมาะที่สุดให้ได้แน่นอน
ชุยเกิ่งแค่ต้องตามอีกฝ่ายไปเก็บข้อมูลและกลั่นกรองออกมาเป็นเนื้อหาดีๆ นอกจากได้ช่วยอู๋ปินตี
ความจิตวิญญาณเถิงต๋าแล้ว ยังถือเป็นโอกาสในการหาทางหลุดจากสภาวะคอขวดด้วย
ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยนะเนี่ย
ชุยเกิ่งเองก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาโuเวลกูดoทคอม
“แล้วจะเริ่มจากที่ไหนดีครับ ฝ่ายเกมเถิงต๋าเหรอ” ชุยเกิ่งถาม
อู๋ปินส่ายหน้า “ไม่ใช่ครับ ผมถามหัวหน้าแต่ละกิจการเกี่ยวกับเรื่องภายในของเถิงต๋าได้โดยตรง ข้อมูลตรงนี้รวบรวมง่ายมาก
“ก็เหมือนสำนวนที่ว่า คนดูมองได้รอบกว่าคนเล่น
“ความเข้าใจเรื่องจิตวิญญาณเถิงต๋าของผมถูกจำกัดไว้ด้วยกิจการต่างๆ คราวนี้ผมเลยตัดสินใจว่าจะเริ่มจากด้านนอก โดยไปศึกษาบริษัทต่างๆ ที่บอสเผยร่วมงานด้วย และดูว่าพวกเขาคิดกับบอสเผยยังไง
“ไม่แน่เราอาจจะเข้าใจความคิดของบอสที่เหมือนหมู่ดาวพร่างพราวมากขึ้น”
ชุยเกิ่งพยักหน้าเห็นด้วย “แล้วจะเริ่มจากตรงไหนดีครับ”
อู๋ปินคิดอยู่สักพักก่อนจะตอบออกไป “เท่าที่ผมรู้มา บอสหลี่จากบริษัทลงทุนฟู่หุยเป็นคู่ค้าทางธุรกิจกับบอสเผยมาตลอด ตอนนี้ก็ร่วมมือกับบอสเผยทำโปรเจ็กต์โฮสเทลเขย่าขวัญอยู่
“เราหาเวลาว่างมาเริ่มจากบอสหลี่แล้วกันครับ”
…
…
วันพุธที่ 18 พฤษภาคม
โฮสเทลเขย่าขวัญในโซนอุตสาหกรรมเก่าของเมืองจิงโจวกำลังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง
ตามแผนงานก่อสร้าง โฮสเทลเขย่าขวัญจะเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการเดือนกรกฎาคม ทีมวิศวกรเลยต้องทำงานล่วงเวลา
โชคดีที่มีอาคารโรงงานพร้อมใช้งานอยู่แล้ว
ส่วนที่ยุ่งยากที่สุดในการก่อสร้างคือโฮสเทลเขย่าขวัญที่ต้องปรับอาคารโรงงานครั้งใหญ่ ซึ่งเริ่มงานกันมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีก่อนจนถึงปัจจุบัน
กิจการอื่นๆ อย่างเช่น ร้านอาหาร โรงแรม และอื่นๆ ที่พวกบอสหลี่จะเปิดนั้นแค่ปรับอาคารเดิมของโรงงานในโซนอุตสาหกรรมเก่าเท่านั้น ว่ากันตามตรงเป็นแค่การรีโนเวตและตกแต่งภายใน ไม่ได้ก่อสร้างอะไรใหม่
การก่อสร้างน่าจะแล้วเสร็จตามกำหนดด้วยทุนที่เพียงพอและทีมก่อสร้างที่ต้องทำงานล่วงเวลา
นอกจากนั้นสภาพรกร้างของโซนอุตสาหกรรมเก่าก็เข้ากันได้ดีกับสไตล์ของโฮสเทลเขย่าขวัญพอดี
หลังจากเดินเข้าอาคารโรงงานเก่าไปแล้วจะเหมือนหลุดไปอยู่คนละโลก พื้นที่กินอาหาร พักผ่อน และช้อปปิ้งจะทำให้ผู้มาเยือนเพลิดเพลินจนลืมความหลอนและความเมื่อยล้าจากบ้านผีสิงไปหมด
หลี่สือหยุดอยู่หน้าออฟฟิศชั่วคราวที่เฉินคังทั่วประจำอยู่ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะ
“บอสหลี่เหรอครับ เชิญครับ” เฉินคังทั่วต้อนรับหลี่สือพลางยกชามาเสิร์ฟ
ตลอดการก่อสร้าง เฉินคังทั่วต้องช่วยบอสหลี่จัดการหลายต่อหลายเรื่องจนสนิทกัน
ในเมื่อลงทุนในโปรเจ็กต์เดียวกันก็ถือว่าลงเรือลำเดียวกันแล้ว ทุกอย่างเลยคุยกันง่าย
หลี่สือนั่งลงแล้วยกชาขึ้นจิบ
“น้องเฉิน ตรงๆ เลยนะ วันนี้พี่มาเสนอแผนให้เถิงต๋าแทนนักลงทุนทุกคน”
“หืม แผนอะไรเหรอครับ” เฉินคังทั่วแปลกใจเล็กน้อย
หลี่สือหยิบผังโฮสเทลเขย่าขวัญกับอาคารโดยรอบออกมา “ทำเลทองตรงนี้ พี่กับนักลงทุนคนอื่นๆ เว้นอาคารหนึ่งไว้รีโนเวตเป็นห้างขายของที่ระลึกกับสินค้าเกี่ยวกับโฮสเทลเขย่าขวัญ
“ห้างนี้ พี่กับนักลงทุนคนอื่นๆ จะรวมทุนกัน ส่วนเถิงต๋าจะเป็นคนคิดแผนออกแบบ รายได้สุทธิจะแบ่งกัน 50:50 ระหว่างเถิงต๋ากับนักลงทุนคนอื่นๆ
“น้องคิดว่าไง”
เฉินคังทั่วอึ้งไป “จะดีเหรอครับบอสหลี่ แบบนี้ก็เท่ากับให้เถิงต๋าได้ผลประโยชน์ด้วยฟรีๆ เลยสิครับ”
บอสหลี่ยิ้มบาง “ถือเป็นสิ่งตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ จากพวกเราทุกคนให้บอสเผย”