📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี เซียนหมากข้ามมิติ – ตอนที่ 18

บทที่ 18 - จี้หยวนผู้เหนื่อยใจ
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ผ่านเขาหิน ข้ามลำธาร หลังจากก้าวผ่านเนินหินแตกจนเจอทางภูเขาที่คนเดินป่าสัญจรก็เร่งความเร็ว

เหนือศีรษะมีกิ่งไม้ติดใบแฉลบโดนตลอด บนทางภูเขาลมเย็นพัดเป็นระลอก ด้วยมีเงาต้นไม้บดบังมาก สภาพแวดล้อมจึงดูมืดมิด

เจอเรื่องลำบากยามวิกาลกอปรกับถูกทำให้ตกใจไม่น้อย ความจริงทั้งห้าคนเสียพลังกายไปมากแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ายังแบกคนอีก แต่ด้วยความตึงเครียดและหวาดกลัวที่ยังไม่เสื่อมถอยทำให้พวกเขากลั้นใจไม่กล้าชะลอจังหวะการเดิน

ลู่เฉิงเฟิงรู้สึกว่าท่านจี้ซึ่งตนแบกตัวเบามาก เหมือนแบกผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ท่านจี้กลับทำให้ในใจเขากดดันหนักยิ่งกว่าแบกหินผา

หลังจากผ่านยอดเขารอบนอกสุด มาถึงริมธารซึ่งรายล้อมด้วยหินใหญ่มากมายสายหนึ่ง ในที่สุดทุกคนก็เป่าปากโล่งอก เมื่อทอดมองจากเนินเขาตรงนี้จะเห็นตำบลสุ่ยเซียนได้รางๆ

“ท่านจี้ พวกเราพักตรงนี้สักครู่เป็นอย่างไร อาการบาดเจ็บของพวกศิษย์น้องลั่วทนต่อการเร่งเดินทางติดต่อกันเช่นนี้ไม่ไหว”

ลู่เฉิงเฟิงถามคนบนหลังอย่างระวัง

เขาวิ่งจนเหนื่อย จี้หยวนที่เกาะอยู่บนหลังก็ไม่สบาย ปวดตัวจนทนไม่ไหว อยากพักสักครู่อย่างยิ่ง

“ก็ดี พวกเราพักที่นี่สักหน่อย”

ได้ยินคำตอบของจี้หยวน ทุกคนต่างเป่าปากโล่งอก ท่านจี้บอกว่าไม่เป็นไรก็ปลอบใจพวกเขาอยู่บ้าง

“ทุกคนพักผ่อนสักครู่ ยามวางคนลงต้องระวังหน่อย!”

“ได้!”

พวกเขาวางคนเจ็บลงอย่างเบามือเบาเท้า

ความจริงผู้บาดเจ็บแทบทนไม่ไหวนานแล้ว ทุกครั้งที่กระโดดล้วนกระเทือนจนพวกเขารู้สึกเจ็บทบทวี เพียงแต่ข่มกลั้นอยู่เท่านั้น

จี้หยวนนอนลงบนหินยักษ์ลาดเอียงเพื่อหรี่ตาพักผ่อน ความจริงกำลังสังเกตคนเจ็บโดยรอบอย่างระวัง

เขาพลันพบว่าเทียบกับกลางวันแล้ว ตอนนี้การมองเห็นน่าอนาถเกินทนของเขากลับไม่มีผลกระทบนัก กลางวันมองไม่ชัดมากกว่า แต่ตอนกลางคืนกลับเห็นไม่ชัดน้อยกว่า น่าแปลกนัก เห็นชัดว่าก่อนหน้านี้ดูเหมือนยังไม่ใช่แบบนี้

“แค่กๆๆ… อ่อก…”

จ้าวหลงตัวสั่นยันหินริมลำธาร ก่อนกระอักเลือดคั่งออกมา

“จ้าวหลง เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม ข้าไปตักน้ำให้เจ้า!”

“ไม่ ไม่เป็นไร…”

ลั่วหนิงซวงลมหายใจปั่นป่วน นิ้วสัมผัสไหล่ซ้ายของตนอย่างสั่นไหวเล็กน้อย ตรงนั้นมีรอยกรงเล็บเสือสองสายราวกับดาบตัด

รอยกรงเล็บบนตัวเยี่ยนเฟยลึกและสาหัสกว่าลั่วหนิงซวง ต้องกดจุดพันแผลกว่าจะพอฝืนห้ามเลือดได้ แต่กลับไม่กล้าขยับเขยื้อน สีหน้าซีดเผือดไปหมด

ผู้สาหัสที่สุดคือมือดาบนามว่าตู้เหิงคนนั้น แขนขวาบิดเบี้ยวแทบหลุด ตอนนี้เขาซึ่งข่มความเจ็บปวดเสื้อผ้าชุ่มเหงื่อไปครึ่งตัวแล้ว

จี้หยวนไม่อาจทนมองมือดาบหนุ่มคนนี้โดยตรงอยู่บ้าง บาดแผลเช่นนี้อาจไม่ถึงชีวิต แต่คาดว่าสำหรับผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่ง ย่อมยากจะรับยิ่งกว่าฆ่าเขาให้ตาย ถึงอย่างไรเจ้าหมอนี่ก็ไม่ใช่หยางกั้ว[1] ชีวิตนี้อาจใช้ดาบไม่ได้แล้ว

ในความรางเลือนเห็นเขากุมแขนเงียบไม่พูดจา คาดว่าหน้าหม่นแสงแล้วกระมัง

“ดื่มน้ำหน่อยเถอะตู้เหิง”

ลู่เฉิงเฟิงส่งถุงน้ำให้เขา มือดาบฝืนยิ้ม รับถุงน้ำมากระหน่ำซดเหมือนดื่มเหล้า

“เฮ้อ…”

จี้หยวนถอนใจเบาๆ คนพวกนี้กำลังใจดีเหลือเกิน

“ท่านจี้ พวกเราล้วนไม่มีปัญหาอะไร แต่… ท่านมีวิธีช่วยตู้เหิงหรือไม่”

เยี่ยนเฟยนอนบนก้อนหิน กำหมัดถามจี้หยวนเสียงเบา ด้วยกระเทือนบาดแผลจนเลือดทะลักออกมา

ทุกคนล้วนมองมาทางจี้หยวนทันที นัยน์ตาตู้เหิงยิ่งมีความหวังขึ้นมา พวกเขาตระหนักรู้กะทันหัน ขอทานตรงหน้าเป็นถึงผู้สูงส่งที่แม้แต่ภูตเสือร้ายยังยำเกรง

‘ให้ตาย ข้ามีวิธีบ้าอะไร ข้าไม่ใช่หมอ!’

เวลาแบบนี้จี้หยวนคิดไปมามากมาย ซาบซึ้งข้าวหนึ่งถุงเคียดแค้นข้าวกระสอบ[2] ตนช่วยพวกเขาแต่ไม่นำโอสถวิเศษอะไรออกมา กลับกลายเป็นว่าถูกผูกพยาบาทแทนหรือไม่

“หึๆ ก่อนหน้านี้ในอารามข้าคนแซ่จี้เคยพูดแล้ว ในป่าคือเสือร้ายที่เป็นภูต พวกเจ้ายังดูหมิ่นถิ่นแคลน!”

จี้หยวนพูดถึงตรงนี้แล้วเว้นช่วงไป เห็นพวกเขาอักอ่วนแทบแทรกแผ่นดินหนีอยู่บ้างจึงกล่าวต่อ

“เฮ้อ น่าเสียดายข้าคนแซ่จี้ไม่ถนัดทางแพทย์ ดวงตาตนยังหวังหาหมอรักษา ยังจะสนคนอื่นได้อย่างไร แต่บนโลกไม่ขาดยอดบุคคลสายแพทย์ บางทีอาจมีหนทางช่วยให้พ้นอันตราย”

ตู้เหิงใช้มือซ้ายกุมแขนขวา กัดฟันทนเจ็บ เหงื่อไหลลงมาตามคางทีละหยด

“ท่านจี้ ตู้เหิงไม่ใช่คนไม่รู้ดีชั่ว ก่อนหน้านี้ท่านโน้มน้าวครั้งหนึ่งช่วยครั้งหนึ่ง สำหรับพวกเราถือเป็นบุญคุณมอบชีวิตใหม่ ผลอันน่าขมขื่นพวกนี้… คือสิ่งที่พวกเราสมควรโดน!”

คนอื่นได้ยินดังนี้แล้วเงียบไป จี้หยวนมองมือดาบคนนี้อย่างผิดคาดนัก

เป็นไปได้ว่ากลัวเขาสิ้นหวัง หลังจากทุกคนเงียบสักพัก จี้หยวนพลันกล่าวเสริมประโยคหนึ่งอย่างลุ่มลึก

“หากข้ามเคราะห์นี้ไปได้ หนทางข้างหน้าของจอมยุทธ์น้อยตู้ย่อมไม่อาจประมาณ!”

ตู้เหิงกับทุกคนมองจี้หยวนอีกครั้ง แต่กลับพบว่าเขาหลับตาบำรุงจิต ไม่กล่าวอะไรอีกแล้ว

ความรู้สึกของจี้หยวนตอนนี้ก็คือเสแสร้งจบก็แกล้งหลับ น่าตื่นเต้นจริง!

ลู่เฉิงเฟิงลังเลครู่หนึ่ง มองจี้หยวนพลางเอ่ยถาม

“ท่านจี้ พวกเราต้องบอกความจริงกับคนล่างภูเขาไหม… สุดท้ายหนังเสือขาวนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราได้มาจากการล่าเสือ…”

แม้ว่าเสือร้ายนั่นมอบหนังเสือขาวหายากที่ดูเหมือนเพิ่งถลกมาผืนหนึ่ง ทั้งบอกพวกเขาว่าสามารถพูดตามตรงว่าล่าเสือสำเร็จแล้ว แต่ดูท่าทางอนาถของพวกเขาสิ คำพูดเช่นนี้กล่าวไม่ออกอยู่บ้าง

ประโยคนี้ทำให้จี้หยวนตกใจสะดุ้งโหยง

‘หากพวกเจ้าบอกความจริง ถ้ามีคนใจกล้าไปล่าอสูรเล่า ถ้าสำเร็จยังพูดง่าย ถ้าไม่สำเร็จเจ้าภูเขาลู่ไม่มาตามคิดบัญชีทุกคนหรือ’

จี้หยวนลุกขึ้นนั่งบนหินอย่างจริงจัง เปิดดวงตาสีเทาครึ่งหนึ่ง

“ในป่ามีอสูรเสือ นามว่าเจ้าภูเขาลู่ อาศัยอยู่บนเขาโคเทพ ทุกคืนเฝ้ากินคน หยั่งรู้ในอรุณรุ่งเดียว จากนั้นจึงกลับใจ…”

“จอมยุทธ์น้อยทุกท่าน เจ้าภูเขาลู่เคยกล่าว หลังจากลงเขาให้พวกเจ้าบอกคนล่างภูเขาว่าเสือร้ายกินคนในป่าถูกฆ่าแล้ว ไม่ถือเป็นการพูดปด ทั้งเรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเจ้า ดังนั้นการบอกคนอื่นว่าพวกเจ้ากำจัดเสือร้ายกินคนจึงไม่ต้องละอาย”

“แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพราะท่านจี้…”

ประโยคนี้ของลู่เฉิงเฟิงยังกล่าวไม่จบก็ถูกจี้หยวนยื่นมือห้าม

“เรื่องของข้าก็อย่าพูดถึงเมื่ออยู่ต่อหน้าคนนอก ทั้งขอพูดตามตรง ใต้หล้านี้มีคนกล้าบ้าเลือดรับภารกิจเข้าป่าเหมือนจอมยุทธ์น้อยทุกท่านเท่าไหร่!”

นี่ถือเป็นคำพูดจากใจจี้หยวนครึ่งหนึ่ง แต่กลับทำให้พวกจอมยุทธ์น้อยซึ่งเปี่ยมความท้อแท้อบอุ่นในใจ

เมื่อเห็นว่าลู่เฉิงเฟิงยังอยากพูดอะไรต่อ จี้หยวนทิ้งตัวนอนหลับตาแกล้งพักผ่อน ไม่คิดจะสนใจแล้ว

‘เจ้าหมอนี่เรื่องมากจริง!’

จี้หยวนรู้สึกว่าตนแทบจะตวาดใส่พวกเขาว่าทำตัวเป็นวีรบุรุษล่าเสืออย่างสบายใจเถอะ!

ต่อจากนั้นไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้อีก ถึงอย่างไรพวกเขาก็หวังได้การยอมรับ จ่ายค่าตอบแทนหนักขนาดนี้ ถ้าถึงตอนท้ายยังถูกคนหัวเราะเยาะก็พังทลายอยู่บ้างแล้ว

จี้หยวนเป่าปากโล่งอกเล็กน้อย รู้สึกว่าตนเป็นแบบที่เหยียนซีซาน[3]เคยกล่าวว่าต้องคอยพูดเอาตัวรอด แม่งเหนื่อยใจจริงๆ ยังดีที่เขาคนแซ่จี้พอมีฝีปากจึงผ่านมาได้ ไม่อย่างนั้นคงตายนานแล้ว

หากว่ามีโอกาสกลับไป เมื่อเห็นนิยายเล่มไหนหรือนิทานเรื่องใดบอกว่าคนข้ามมิติอยู่อย่างสบายอีก เขาจะค้นอินเทอร์เน็ตหาผู้แต่งแล้วเคาะหัวให้หนัก!

…………………..

[1] หยางกั้ว หมายถึง เอี้ยก้วยจอมยุทธ์อินทรีผู้มีแขนเดียว

[2] ซาบซึ้งข้าวหนึ่งถุงเคียดแค้นข้าวกระสอบ หมายถึง การให้มากเกินไป กระทั่งเกิดความเคยชินจนส่งผลทางลบ

[3] เหยียนซีซาน คือ บุคคลสำคัญทางการเมืองของไต้หวันสมัยเจียงไคเชก

Facebook Twitter Telegram Pinterest
เซียนหมากข้ามมิติ

เซียนหมากข้ามมิติ

ChronoGo, Lan Ke Qi Yuan, Lạn Kha Kỳ Duyên, Special Destiny Of Rotten Ke, The Board of Lanke, Kismet of the Lanke Piece, Lanke Chess Edge, The Board Of Lanke, 烂柯棋缘, 난가기연
Score 9.1
สถานะนิยาย: Ongoing ประเภท: , ผู้แต่ง: ต้นฉบับ: 1021 Chapters (จบแล้ว)
จี้หยวน พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งไปร่วมกิจกรรมค่ายพักกลางแจ้ง ระหว่างเดินชมต้นไม้ไปเรื่อยๆ เขาพบกระดานหมากบนตอไม้กลางป่า พอจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปกลับปลดล็อกหน้าจอไม่ได้ คิดว่าแบตหมดแล้วจึงรีบกลับไปหาแบตสำรองที่ค่าย แต่พอกลับไปถึงที่ตั้งค่าย กลับไม่มีคนในบริษัทอยู่สักคน แม้แต่เต็นท์ก็หายไปหมด.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset