📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน – ตอนที่ 714

บทที่ 714 - ปัญหาของคู่บำเพ็ญ
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

หลังจากเฉินซีและคนอื่น ๆ นั่งลงบนโต๊ะอาหารแล้ว ผู้ดูแลสาวสวยคนหนึ่งก็เดินจ้ำอ้าวเข้ามาและนำรายการอาหารมาให้

รายการอาหารนี้นับว่าหรูหรานัก และเป็นเครื่องมือวิเศษขนาดเล็กที่ทำจากเปลือกไม้ลวงตา มันเหมือนกับม่านโปร่งแสงที่มีรายชื่ออาหารและสุรามากมาย ซึ่งลอยอยู่บนนั้นราวกับน้ำไหล

ส่วนที่มหัศจรรย์ที่สุดของมันก็คือ บริเวณด้านหน้าของทุกชื่อ คือรูปภาพเสมือนจริงของอาหารจานนั้น นอกจากรสชาติที่ไม่อาจสัมผัสได้จริง ภาพพวกนี้กลับยังดูคล้ายของจริงยิ่ง!

เพียงใช้นิ้วปัดก็จะสามารถเลือกอาหารหรือสุราใดก็ได้ในรายการ และในบรรดาร้านอาหารทั้งหมดที่เฉินซีเคยไป อาจกล่าวได้ว่า ร้านนี้ช่างมีความคิดสร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

ชายหนุ่มชื่นชมมันอย่างเงียบ ๆ ‘…การที่สามารถใช้เต๋าแห่งการหลอมประดิษฐ์กับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ได้ แสดงให้เห็นว่าเจ้าของโรงเตี๊ยมเซียนระเริงเป็นคนช่างคิด’

เขาชำเลืองดูชื่อในรายการอาหารคร่าว ๆ ก่อนจะสั่งอาหารหลายสิบชนิดให้กับเด็ก ๆ โดยเลือกอาหารที่มีทั้งกลิ่นหอม ทั้งร้อน ทั้งหวาน ทั้งเปรี้ยว และอื่น ๆ อีกมากมาย

เนื่องจากพวกเขามากันเป็นกลุ่มใหญ่ จึงแยกย้ายกันนั่งถึงสิบโต๊ะ ดังนั้นอาหารทั้งหมดจึงถูกสั่งมาสิบชุด นอกจากนี้ทุกโต๊ะยังต้องการลิ้มรสสุราขึ้นชื่อของทางร้าน นั่นคือสุราน้ำพุวิสุทธิ์!

“หืม?” เมื่อตาของชายหนุ่มเลื่อนไปที่อาหารรายการสุดท้าย เฉินซีก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง

จานนี้มีชื่อว่า ‘ปาฏิหาริย์เฉิดฉาย’ มันปรุงจากวัตถุวิญญาณหายากหลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น ไก่กระดูกดำสีฟ้า ปลาปะการัง ผลไม้หยกทองเก้าแฉก โป๊ยกั๊กม่วงลายดาว และอื่น ๆ อีกมากมาย เห็นได้ชัดว่าวัตถุดิบได้รับการเลือกสรรอย่างระมัดระวัง อีกทั้งยังสอดคล้องกับธาตุทั้งห้า และหยินกับหยางที่อยู่ภายในนั้น โดยการปรุงอาหารจานนี้ พ่อครัววิญญาณจะต้องใช้สมาธิในการแกะสลักดอกไม้จากวัตถุวิญญาณแต่ละชนิด อีกทั้งยังต้องจารึกลวดลายอย่างประณีต และเมื่อดำเนินมาถึงจุดนี้ ขั้นตอนแรกจึงจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์

หลังจากนั้นก็ต้องแช่ ต้องหล่อเลี้ยง ต้องขจัด ต้องต้มและอื่น ๆ ซึ่งมีกระบวนการซับซ้อนมากกว่าสามสิบกระบวนการ ก่อนที่ขั้นตอนที่สองจะเสร็จสมบูรณ์

ในตอนท้าย อาหารจะต้องถูกอบด้วยเปลวเพลิงวิญญาณดาราชาด และจะทำให้เกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์สามสิบหกอย่าง เช่น ปรากฏการณ์รุ้งสีทองพุ่งผ่านดวงอาทิตย์ ร่างของสัตว์มงคลอย่างมังกรและวิหคอมตะ ดอกบัวสีทองที่โผล่ออกมาจากทะเลทุกข์ นกกระเรียนขาวกระพือปีกเหนือภูเขาเซียน และอื่น ๆ อีกมากมาย

นี่คือที่มาของชื่อ ‘ปาฏิหาริย์เฉิดฉาย’

ตามคำแนะนำของอาหารจานนี้ อาหารจานนี้เพียงจานเดียวก็มีราคาแพงมหาศาล ซึ่งเทียบได้กับศิลาอมตะ!

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ มีเพียงพ่อครัววิญญาณเจ็ดใบของโรงเตี๊ยมเซียนระเริงเท่านั้นที่สามารถทำอาหารจานนี้ได้ ยิ่งกว่านั้น อีกฝ่ายยังจำกัดไว้ที่หกจานต่อวัน กล่าวอีกนัยหนึ่ง ต่อให้มีเงินมากพอ แต่หากมาช้าไป ก็มิอาจเพลิดเพลินไปกับมันได้

“อาหารจานนี้ยังพอมีอยู่หรือไม่?” เฉินซีเงยหน้าขึ้นและถามผู้ดูแลหญิง

“ขออภัยด้วยเจ้าค่ะนายน้อย ปาฏิหาริย์เฉิดฉายจะต้องสั่งจองไว้ล่วงหน้าเท่านั้น และปาฏิหาริย์เฉิดฉายหกที่สำหรับวันนี้ได้ถูกสั่งจองล่วงหน้ามาตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนแล้ว” ผู้ดูแลหญิงกล่าวด้วยท่าทีที่ไม่ถ่อมตนหรือหยิ่งยโส

เฉินซีจึงส่ายศีรษะและกำลังจะส่งรายการอาหารคืนให้ผู้ดูแล แต่เสี่ยวเฉินซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ กลับพึมพำขึ้นเบา ๆ “แต่ข้าจำได้ว่าคนเหล่านั้นก็เพิ่งมาถึงเช่นกัน ยิ่งกว่านั้นพวกนางยังสั่งช้ากว่าเราด้วยซ้ำ คงไม่ใช่ว่าพวกนางได้สั่งล่วงหน้าไว้ก่อนแล้วกระมัง?”

เฉินซีชำเลืองมอง และเห็นว่าเด็กหญิงกำลังกล่าวถึงซูชิงเยียนและคนอื่น ๆ

ที่โต๊ะนั้นมีหญิงสาวทั้งหมดหกคน รวมถึงซูชิงเยียน พวกนางทุกคนล้วนงดงาม สง่างามและโดดเด่นเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังดึงดูดสายตาของลูกค้าจำนวนมาก

โดยในขณะนี้ มีผู้ดูแลคนหนึ่งกำลังวางจานบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง อาหารถูกวางบนจานหยกสีขาวใส และด้านล่างมีเปลวเพลิงวิญญาณที่กำลังอบจากด้านล่าง ในไม่ช้า ปรากฏการณ์มากมายก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเหนือจาน…

ในเวลาเดียวกัน กลิ่นหอมเย้ายวนใจก็โชยออกมา กลิ่นหอมนั้นไม่หนาแน่นและดูเย็นเยียบเหมือนน้ำในน้ำพุ ทว่าเพียงได้กลิ่นกลับกระตุ้นความอยากอาหารโดยไม่รู้ตัว ยิ่งไปกว่านั้น มันยังแฝงด้วยความรู้สึกวิเศษที่ทำให้หัวใจสดชื่นและเบิกบาน

จานนี้คือ ‘ปาฏิหาริย์เฉิดฉาย’

เฉินซีพลันขมวดคิ้วเช่นกันเมื่อเห็นสิ่งนี้ เป็นเพราะเขารู้ดีว่าซูชิงเยียนและคนอื่น ๆ เข้ามาในเมืองพร้อมกันกับพวกตน ดังนั้นพวกนางจะสั่งจองอาหารจานนี้ล่วงหน้าตั้งแต่ครึ่งเดือนได้อย่างไร?

“คุณหนู เกรงว่าท่านจะมิทราบ แต่พวกนางเป็นศิษย์ของตำหนักสำนึกสวรรค์ และพวกนางได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษในโรงเตี๊ยมเซียนระเริงของเราเจ้าค่ะ” ผู้ดูแลอธิบาย

“การดูแลเป็นพิเศษหรือ? เหตุใดเราถึงไม่ได้รับการปฏิบัติเช่นนั้นบ้าง?” เสี่ยวเฉินรู้สึกผิดหวังขณะที่จ้องไปที่ผู้ดูแล

ถึงอย่างไร นางก็เป็นเพียงเด็กน้อยอายุยังไม่ถึงสิบขวบ ฉะนั้นนางจะรู้ได้อย่างไรว่า โลกนี้มีลำดับชั้นที่เข้มงวดตามความแตกต่างของความแข็งแกร่ง ภูมิหลังและสถานะที่บางคนสามารถเพลิดเพลินไปกับสิทธิพิเศษ ในขณะที่สิ่งที่เรียกว่าข้อกำจัดและกฎมักจะมุ่งเป้าไปที่คนธรรมดา

ผู้ดูแลคนนั้นดูราวกับได้ยินเรื่องตลกครั้งใหญ่ และอดที่จะหัวเราะมิได้ จากนั้นจึงรู้ตัวว่าไม่เหมาะสม พลันรีบปิดปากของตน ทว่านางก็ไม่ได้คิดจะอธิบายเพิ่มเติม

เฉินซีขมวดคิ้วอีกครั้งเมื่อเขาได้ยินเสียงหัวเราะของนาง จากนั้นชายหนุ่มก็จึงโบกมือไล่อีกฝ่าย

“ฮิ ฮิ! นางต้องการได้รับการดูแลเป็นพิเศษตั้งแต่อายุยังน้อย ช่างน่าหัวร่อเสียจริง”

ในขณะนี้ หญิงสาวจากโต๊ะของซูชิงเยียนหัวเราะเบา ๆ แต่ร่องรอยความเย่อหยิ่งที่หว่างคิ้วของอีกฝ่าย กลับทำให้นางดูหยิ่งยโส

“ศิษย์พี่เหวิน อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลย นางยังเป็นแค่เด็กน้อย ศิษย์พี่ของนางต่างหากที่ควรถูกตำหนิว่าไร้ความสามารถ ในเมื่อพวกเขาไม่สามารถเพลิดเพลินกับการดูแลเช่นนั้นได้ แล้วเหตุใดต้องแบกหน้ามาที่นี่ด้วย?” หญิงสาวอีกคนดูเหมือนจะให้คำแนะนำ แต่แท้จริงแล้ว นางกลับถากถางเยาะเย้ยอย่างรุนแรง และไม่เป็นที่น่าพอใจยิ่งกว่า ‘ศิษย์พี่เหวิน’ เสียอีก!

“จริงของเจ้า แล้วมันไปเถอะ พวกเขาก็แค่กลุ่มคนไร้ชื่อเสียงเรียงนาม พวกเรามากินข้าวกันเถอะ” ศิษย์พี่เหวินเงยหน้าขึ้น และชำเลืองมองอย่างเย่อหยิ่งไปทางชายหนุ่ม ก่อนจะเบือนสายตาออก

เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ สายตาของเฉินซีพลันกลายเป็นเย็นชาทันที เพราะเสี่ยวเฉินยังเด็ก และเด็ก ๆ มักจะกล่าวทุกสิ่งที่อยู่ในใจออกมา แต่นางกลับอดกลั้นต่อการถากถางดังกล่าว ดังนั้นจึงทำให้เกิดความโกรธขึ้นในใจของเขาแทน

“พี่เฉิน พวกนางไม่มีค่าพอที่จะโกรธหรอก” เสี่ยวเฉินยิ้มขณะที่นางกล่าว …กลับเป็นตัวนางที่ปลอบโยนเขาแทน

ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงยิ้มบาง ๆ และลูบหัวของเด็กหญิงตัวเล็กในขณะที่พยักหน้า “เสี่ยวเฉิน เจ้ากล่าวได้ถูกต้องแล้ว เรามากินข้าว ไม่ได้มาเพื่อขุ่นเคือง”

“ฮึ่ม! อย่าได้หลอกตัวเองเลย” หญิงสาวคนที่ชื่อว่าศิษย์พี่เหวินโพล่งขึ้นมาอีกครั้ง อีกทั้งยังเผยความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน!

ในขณะนี้ แม้แต่เหล่าเด็ก ๆ ก็ยังแยกแยะได้ว่า หญิงงามที่โต๊ะนั้นดูจะจงใจยั่วยุและเป็นศัตรูกับพวกเขา ทำให้ทุกคนเงียบและมองไปที่เฉินซีอย่างพร้อมเพรียง

“เราควร…” เหมิงเหวยเงยหน้าขึ้นและเอ่ยถาม novelgu.com

“ช่างมันเถอะ” เฉินซีมองไปที่ซูชิงเยียน และส่ายศีรษะในที่สุด

“เพราะหญิงสาวคนนั้นหรือ?” ในฐานะสตรี สัญชาตญาณของโม่ย่าจึงรุนแรงยิ่ง และนางก็อ่านความคิดของเฉินซีออกด้วยการชำเลืองมองเพียงแวบเดียว “การปรานีสตรีเป็นสิ่งดี แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้คิดอันใดกับท่าน และนางก็ไม่แม้แต่จะสังเกตเห็นว่าท่านอยู่ที่นี่”

เฉินซีรู้สึกงุนงง เขาเป็นเพียงสหายธรรมดากับซูชิงเยียน แต่คำกล่าวของโม่ย่ากลับทำให้ตัวเขากลายเป็นคนน่าสงสารที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากความรักที่ไม่สมหวัง

ในเวลาเดียวกัน ชายหนุ่มยังสังเกตเห็นเช่นกันว่า ซูชิงเยียนดูจะมีบางอย่างถ่วงอยู่ในใจ และหญิงสาวก็เอาแต่จ้องมองอย่างว่างเปล่าด้วยความงุนงงตั้งแต่นางมาถึงแล้ว

ในขณะนี้ คลื่นเสียงโห่ร้องพลันดังขึ้นในห้องโถง

“คุณชายเยี่ยน!”

“คุณชายเยี่ยนก็มาเช่นกันหรือ? คาดไม่ถึงเลย! เหตุใดคนอย่างเขาถึงมาที่เมืองหลีหั่วของเราได้”

“คุณชายเยี่ยนคนใดกัน? หรือว่ามาจากนิกายวิถีกระแสสวรรค์?

“ชู่! กล่าวเบา ๆ หน่อย นี่เจ้าอยากตายหรือไร!?”

เฉินซีตกตะลึงเมื่อได้ยินเสียงโห่ร้อง จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองและเห็นชายหนุ่มร่างสูงเดินเข้ามาจากทางเข้า หลังของอีกฝ่ายตรงดั่งทวน มีไหล่กว้าง รูปลักษณ์ที่หล่อเหลา และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ทุกการเคลื่อนไหวของคนผู้นี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความหยิ่งผยองและเย่อหยิ่ง ซึ่งดึงดูดความสนใจของทุกคน

แท้จริงแล้วก็คือคนคลั่งผู้มีชื่อเสียงของนิกายวิถีกระแสสวรรค์ เยี่ยนสือซานนั่นเอง!

“ศิษย์น้องซู คุณชายเยี่ยนมาถึงแล้ว ท่านควรรู้ไว้ว่า เราได้ใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้พวกท่านทั้งสองได้พบกัน อีกทั้งยังไหว้วานองค์หญิงเหลิ่งฉานเอ๋อร์เป็นการส่วนตัว เพื่อเชิญนายน้อยเยี่ยนมา”

“ใช่แล้วศิษย์น้องซู คุณชายเยี่ยนเป็นผู้สูงศักดิ์ มีสง่าราศีและไม่ธรรมดา ซึ่งในหมู่ผู้เยี่ยมยุทธ์รุ่นเดียวกัน ไม่ค่อยมีใครสามารถเทียบเคียงกับเขาได้ ยิ่งกว่านั้น ยังมีหญิงสาวมากมายนับไม่ถ้วนในโลกที่ปรารถนาจะเป็นคู่บำเพ็ญกับเขา ดังนั้นเจ้าต้องรักษาโอกาสที่ได้มายากนี้เอาไว้นะ”

“ศิษย์น้องซู ผู้อาวุโสของนิกายเราจะต้องยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นสิ่งนี้ และยังไม่ต้องกล่าวถึงว่า เมื่อเจ้ามีคู่บำเพ็ญที่น่าเกรงขามเช่นเยี่ยนสือซาน สถานะของเจ้าในตำหนักสำนึกสวรรค์ของเราจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน”

หลังจากหญิงสาวที่สวมเสื้อคลุมสีม่วงที่โต๊ะของซูชิงเยียนเห็นเยี่ยนสือซาน ดวงตาของพวกนางก็สว่างขึ้น เผยสีหน้ามีความสุข จากนั้นนางก็กล่าวเป่าหูอีกฝ่ายไม่หยุด

ทว่าซูชิงเยียนกลับยังคงนิ่งเงียบ ในขณะที่คิ้วงดงามของนางก็ขมวดเข้าหากันแน่น หญิงสาวดูเหมือนจะต้องการปฏิเสธ แต่ก็กังวลว่าจะขัดต่อความปรารถนาดีของศิษย์พี่ และนางกำลังดิ้นรนอย่างรุนแรงในใจ

แม้ว่าพวกนางจะใช้การกล่าวผ่านกระแสปราณ แต่จิตสัมผัสเทพของเฉินซีนั้นกว้างใหญ่และเทียบได้กับผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตเซียนปฐพี ดังนั้นเขาจึงได้ยินทุกอย่างชัดเจนในทันที

และเป็นตอนนี้เองที่เขาได้เข้าใจทุกอย่าง ปรากฏว่าซูชิงเยียนและคนอื่น ๆ มาที่นี่เพื่อรอเยี่ยนสือซาน และเมื่อดูจากสถานการณ์แล้ว จุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกนางคือการเป็นแม่สื่อแม่ชักให้เยี่ยนสือซานกับซูชิงเยียนได้เป็นคู่บำเพ็ญ!

เมื่อทราบถึงเรื่องนี้ เฉินซีพลันขมวดคิ้วและรู้สึกว่าสถานการณ์ขณะนี้ลำบากอย่างยิ่ง

ตอนที่เขาอยู่ในเหวเงาทมิฬ เยี่ยนสือซานเคยใช้ชีวิตของอันเวยกับหลงเจิ้นเป่ยเพื่อคุกคามเขาครั้งหนึ่ง และสิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มเกลียดเยี่ยนสือซานเข้ากระดูกดำ ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายหนีไปพร้อมกับยันต์เซียนจักรวาล ชายหนุ่มคงฆ่าเยี่ยนสือซานไปตั้งนานแล้ว!

ในขณะเดียวกันซูชิงเยียนก็เป็นสหายของเขา ดังนั้นหากสหายของเขากลายเป็นคู่บำเพ็ญของศัตรู เช่นนั้นมันจะไม่น่าลำบากใจหรอกหรือ?

ในเวลานี้เยี่ยนสือซานได้นั่งลงที่โต๊ะของซูชิงเยียนแล้ว

เนื่องจากห้องโถงใหญ่เกินไป จึงมีลูกค้ามากมายอยู่โดยรอบ และโต๊ะของซูชิงเยียนที่เต็มไปด้วยหญิงสาวผู้ละเอียดอ่อน งดงามและน่ารักดึงดูดสายตา เยี่ยนสือซานจึงไม่ได้สังเกตเห็นการมีอยู่ของเฉินซีหลังจากที่เข้ามาภายในห้องโถง

การมาถึงของชายหนุ่มทำให้โต๊ะของซูชิงเยียนกลายเป็นศูนย์กลางความสนใจ และดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมาย

ศิษย์พี่เหวินและคนอื่น ๆ ดูจะเพลิดเพลินไปกับความรู้สึกที่กลายป็นจุดสนใจอย่างมาก พวกนางทุกคนล้วนยิ้มอย่างอ่อนหวานและเปล่งประกายความสุขออกมา ในขณะที่พากันดื่มอวยพรให้เยี่ยนสือซานอย่างต่อเนื่อง

เยี่ยนสือซานย่อมยินดีต้อนรับคนทั้งหมด และยิ้มขณะดื่มด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ หากดูแค่จากรูปลักษณ์ภายนอกก็แยกแยะได้ยากว่าเขาคือบุรุษผู้โด่งดังในแดนภวังค์ทมิฬที่หมกมุ่นอยู่กับการต่อสู้

แต่สายตาของอีกฝ่ายกลับจับจ้องไปที่ซูชิงเยียนเป็นส่วนใหญ่ และเจ้าตัวมักยิ้มที่มุมปากขณะที่พูดคุยกับนาง เห็นได้ชัดว่า เยี่ยนสือซานพึงพอใจอย่างมากกับรูปร่างหน้าตาที่งดงามปานล่มเมืองของหญิงสาว

คิ้วของเฉินซีกลับขมวดเข้าหากันแน่นในทันที และเขารู้สึกลังเลในใจว่าตนควรจะเคลื่อนไหวหรือไม่?

ตึก! ตึก! ตึก!

ในขณะนี้ มีเสียงฝีเท้าดังเข้ามาจากนอกห้องโถงพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ชัดเจน “พี่เฉิน โอ้ พี่เฉิน! ข้าเกือบจะพลิกหาทั่วเมืองหลีหั่วแล้ว แต่ข้านึกไม่ถึงเลยว่าท่านจะมาเพลิดเพลินอย่างอิสระอยู่ที่นี่”

Facebook Twitter Telegram Pinterest
บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน

Talisman Emperor, จักรพรรดิแห่งยันต์, Phù Hoàng, 符皇
Score 8.6
สถานะนิยาย: Ongoing ประเภท: , ผู้แต่ง: , ต้นฉบับ: 2001 Chapters (จบแล้ว)
เฉินซี เด็กหนุ่มผู้ได้รับฉายา ‘ตัวซวยสุดขีด’ ประจำเมืองสนหมอก เขาคือผู้ที่ไม่ว่าเดินไปทางใดก็มีแต่ชาวบ้านหลีกทางให้เนื่องจากกลัวติดความโชคร้าย ยามเมื่อกำเนิดลืมตาดูโลกตระกูลเฉินของเขาที่เคยยิ่งใหญ่อันดับหนึ่งของเมืองสนหมอกถูกสังหารหมู่ตายไปนับพันจนเหลือคนแค่เพียงหยิบมือ.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset