นิโคมองเหล่าเชฟเกาหลีที่หนีบกยองฮาเอาไว้ตรงกลางพลางส่งเสียงโหวกเหวกดังลั่นก็รู้สึกเอ็นดู ช่างน่ารักอะไรเช่นนี้ แต่ใจหนึ่งก็คิดอีกอย่าง
‘เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ ชนะสองในสาม?’
ในการแข่งขันสามรอบ หากทีมใดได้รับการตัดสินให้ชนะสองรอบติดก็คือจบ นับว่าไม่มีอะไรต้องแข่งต่อแล้ว บังเอิญว่าสิ่งที่นิโคกำลังกังวลอยู่นั้น ทีมเกาหลีเองก็กังวลเหมือนกัน
“บอกแล้วไงว่าไม่แน่ อาจเกิดเหตุการณ์ทำให้คุณกยองฮาไม่มีโอกาสได้ออกโรงก็ได้ นอกจากนิโค เชฟที่เหลือก็ไม่ใช่จะต่อกรง่ายนะครับ”
“แต่เจ้าตัวเสนอมาแล้วว่าอยากทำของหวานนี่ แปลว่าเขามั่นใจในเมนูนั้น จะให้ทำไงล่ะครับ”
แข่งรอบนี้เห็นเชฟทุ่มเถียงกันเช่นนั้น พวกพิธีกรก็ชักเครียดหนัก
“จะรอดไหมแบบนี้”
“ต้องภาวนาให้รอดแหละครับ”
“ใจผม ถ้าคุณกยองฮาลงรอบแรกๆ ก็คงดี ตอนนี้ไม่รู้เลยว่าจะผ่านไปถึงรอบต่อเวลาได้รึเปล่านะครับ แอบหวั่นๆ ละเนี่ย”
โปรดิวเซอร์ยูเทกวานเองก็กำลังกล้ำกลืนความหวาดหวั่น
‘ดันจะทำของหวาน…’
เมื่อพิจารณาเรื่องเรตติ้ง ดูจากที่ผ่านมาหลายครั้งก็ฟันธงได้ชัดเจนว่า ตอนภาพกยองฮาออกอากาศคือช่วงที่ความนิยมผู้ชมโลดขึ้นสูงสุด นี่หากทีมเกาหลีหรือทีมอิตาลีคว้าชัยติดกันสองรอบเสียก่อนคงไม่ถึงคราวให้กยองฮาได้เข้าฉากแน่ และไม่ใช่ว่าไม่มีแววแพ้นะ เกิดแพ้ให้ทีมอิตาลีเข้าจริงๆ ล่ะ? ไม่อยากคิดต่อเลยให้ตาย
ยิ่งรอบที่แล้วทำงามหน้า แข่งแพ้ทีมฝรั่งเศสอย่างหมดจด เก็บแต้ม 0:2 กลับมาด้วยอีก ความอยากต่อสู้ของเชฟหดหายจนน่าห่วงนั่นก็เรื่องหนึ่ง การต้องถ่ายทอดความพ่ายแพ้ติดต่อกันหกสัปดาห์ต่อหน้าสาธารณชนนี่สิที่เป็นปัญหาใหญ่กว่า มีหวังผู้ชมได้กระหน่ำตัดพ้อรายการจนเละแน่เสียยิ่งกว่าแน่
‘ใจอยากจะจัดฉากเองให้รู้แล้วรู้รอด’
พูดถึงเชฟมิชลินสามดาว ยังต้องให้อธิบายอีกหรือว่าความมั่นใจในฝีมือทำอาหารของตัวเองจะสูงระดับไหน ฉะนั้น ไม่มีทางเลยที่จะได้รับการอนุญาตให้ตัดต่อจัดฉากเอาเอง
กยองฮาผู้อยู่ท่ามกลางสงครามโต้วาทีอันดุเดือด ในที่สุดก็ได้ตำแหน่งทำของหวานรอบต่อเวลาดังหวัง ทั้งนี้ เขามีเหตุผลส่วนตัวที่ไม่ได้บอกใคร
‘ไม่มีเมนูเหมาะๆ จะเอาลงรอบเมนูเรียกน้ำย่อยเลย อืม… แต่จะทำอาหารหลักก็ไม่ไหว’
เขาตรวจสอบวัตถุดิบในสนามแข่งแล้วเรียบร้อย ด้วยข้อจำกัด เขาไม่สามารถปรุงเมนูเรียกน้ำย่อยให้ถึงเลเวล 5 ได้ ส่วนอาหารหลักหรือเมนเมนูเลเวล 5 ก็ปรุงให้กรรมการได้แค่คนเดียวเท่านั้น กรรมการที่เหลือจะได้ของเลเวล 4 ไป นั่นทำให้กยองฮาการันตีชัยชนะไม่ได้! แถมสิ่งที่อันโตนิโอเคยบอกก็จะปล่อยผ่านไม่ได้ มีเพียงปรุงอาหารอิตาเลียนให้ได้ระดับเดียวกับอาหารเกาหลีเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ลุ้น หมายความว่าอย่างน้อยๆ เอาอาหารเลเวล 4 เข้าสู้ก็ยังไม่รู้ว่าจะรับมือไหวไหม กยองฮาจะไม่สนใจจุดนี้ก็ไม่ได้ ดาวมิชลินสามดวงของที่นี่ไม่ใช่ว่าได้มาฟรีๆ เสียหน่อย
การแข่งขันกำลังจะเริ่มต้นในไม่ช้า แววตาเชฟแต่ละคนฉายความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว
‘อย่างน้อยที่สุดก็ต้องพยายามทำแต้มเสมอให้ได้’
อียองบกเป็นผู้รับผิดชอบเมนูเรียกน้ำย่อย
ฝั่งเชฟอิตาเลียนใช้ปลาค็อดแห้งปรุงเป็นซุปบาคาร่า ส่วนอียองบกนั้นทำเมนูปลาหมึก ปรุงให้สุกในหม้อต้ม เสิร์ฟพร้อมผักและซอสส้ม ซึ่งผลประเมินฝีมือเชฟสองฝ่ายออกมาดีทั้งคู่
“อืม อร่อยมากครับ”
“ปลาหมึกเนื้อเด้งนุ่ม เข้ากันได้ดีกับซอสส้มเลยค่ะ”
ครั้นคณะกรรมการเอ่ยชม บรรยากาศท่ามกลางสมาชิกทีมเกาหลีก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“รอบเมนูเรียกน้ำย่อยไม่รู้ง่ายเกินไปรึเปล่านะครับ”
ทว่า เมื่อผลประกาศออกมา ทีมเกาหลีกลับช็อคค้างกันเป็นแถบเพราะธงใต้ฝาครอบเป็นของฝ่ายอิตาลี
“ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ”
“นั่นสิ จำอาหารสลับกันรึเปล่า”
คณะกรรมการที่ยกมือให้คะแนนซุปบาคาร่าชี้แจงเหตุผล
“อร่อยทั้งสองจาน แต่ซุปบาคาร่าปรุงได้เข้ากับรสปากผมมากกว่าหน่อยครับ”
“ซุปบาคาร่าทำออกมาได้รสชาติพอดีๆ ส่วนปลาหมึกออกจะจืดไปนิดน่ะค่ะ”
“เปิดด้วยซุปบาคาร่าเป็นจานแรกให้ความรู้สึกสบายปากกว่าครับ”
ความยินดีถูกทำลายลงด้วยประการฉะนี้ เชฟอียองบกหน้าบู้บี้ท้อแท้
การแข่งขันดำเนินต่อไป
เชฟชเวฮยองซอกกับเชฟจองโอยองฟอร์มทีมกันรับหน้าที่ทำอาหารหลัก
ทีมอิตาลีปรุงเมนูลิ้นลูกวัว ส่วนทีมเกาหลีปรุงสเต็กตับแกะราดเพสโตกุยช่าย
เพสโตกุยช่ายเป็นซอสสัญชาติอิตาเลียนที่ทำง่ายมาก เพียงใส่ใบกุยช่าย กระเทียม น้ำมันมะกอก วอลนัท เพิ่มรสชาติด้วยเกลือ จับทั้งหมดปั่นในเครื่องปั่นก็เป็นอันเรียบร้อย
พิธีกรรวมถึงเชฟทุกคนชมฉากกรรมการชิมอาหารตาไม่กะพริบพร้อมกลั้นหายใจ
“เรากะทำลิ้นลูกวัวเหมือนกัน ชวดซะได้”
“นั่นสิ เสียดาย ทีหลังต้องขยับให้เร็วกว่านี้อีก”
เป็นไปตามที่เชฟชเวฮยองซอกและเชฟจองโอยองกังวล คณะกรรมการวิจารณ์ลิ้นลูกวัวในเชิงบวกจริงๆ
“คิดแล้วว่าต้องนุ่มมากๆ”
“ให้พูดเว่อร์ๆ หน่อยคงต้องบอกว่า เคี้ยวไม่กี่ครั้งก็ละลายในปากแล้วค่ะ”
ตอนเชฟอิตาเลียนดีอกดีใจกันอยู่นั้น เชฟนิโคก็ปั้นสีหน้าเฉยเมย
‘แบบนี้คงไม่ถึงรอบเราแล้วสินะ…’ สถานการณ์ชวนให้คิดว่า อาจไม่ถึงคราวให้เขาได้เปิดตัวอีเวนท์หลักก็เป็นได้
ขณะกำลังจะสงสารทีมที่มาถ่ายทำรายการ กรรมการก็กล่าววิจารณ์อาหารของเชฟเกาหลี
“เพสโตกุยช่ายกับสเต็กตับแกะเข้ากันได้ไม่เลวเลยค่ะ ปรุงรสได้ดี”
“ผมก็แฮปปี้มากครับ รสแบบนี้เสิร์ฟเป็นอาหารหลักน่ะถูกต้องเลย ตินิดหนึ่งที่แห้งไปหน่อยครับ”
สองทีมได้รับการประเมินว่ารสชาติดีทั้งคู่ ฝั่งเกาหลีรอคอยผลลัพธ์อย่างกระวนกระวาย
และแล้วทีมเกาหลีก็ได้แต้ม
หนึ่งในคณะกรรมการเป็นผู้อธิบายเหตุผล
“ตัดสินยากมากเลยครับ แต่สุดท้ายก็เลือกให้คะแนนจานที่ปรุงได้มีเอกลักษณ์กว่าครับ”
ทีมเกาหลีเฮละโลยินดีปรีดา โดยเฉพาะเชฟชเวฮยองซอกกับเชฟจองโอยองที่คว้าชัยมาได้นั้นถึงกับประกบมือเข้าด้วยกันอย่างร่าเริง
“สำเร็จ! เราทำได้แล้ว”
พิธีกรเองก็มีสีหน้าชื่นบานไม่แพ้กัน
“โอ้ว เชฟชเวฮยองซอกและเชฟจองโอยองทำแต้มตีเสมอได้ครับ”
“ต้องไปลุยกันที่รอบต่อเวลาแล้วมั้งครับ”
โจซองจูกับอันจองฮุนพูดต่อกัน คิมโฮดงก็มาร่วมวงด้วย
“แน่นอนสิ ได้คะแนนเสมอกันแบบนี้รอบสามต้องมาครับ ที่น่าสนใจกว่านั้นคืออะไรรู้ไหมครับ ทั้งสองทีมเหลือแต่ตัวเต็งที่ยังไม่ได้ลงแข่งครับผม”
นิโคเองก็เห็นด้วยว่าผลออกมาแบบนี้เหมาะเหม็งลงตัวมาก เพราะจนถึงตอนนี้ เขายังไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากยืนดูเฉยๆ
นิโคเตรียมตัวสำหรับรอบต่อเวลา ทว่า ยังทันได้หันไปพิจารณากยองฮารอบหนึ่ง
‘ไม่ตื่นเต้นเลยหรือไง’
เชฟทั้งสามจากทีมเกาหลีที่ลงสนามไปแล้วนั้น ช่วงก่อนเริ่มแข่งแต่ละคนดูมีสีหน้าตื่นเต้น แสดงความว้าวุ่นในจิตใจออกมาจนหมด แต่เจ้าหนุ่มนั่นต่างจากคนอื่นโดยสิ้นเชิง นี่กำลังจะต้องดวลฝีมือกับเขาผู้เป็นเจ้าของเรอาเลแห่งนี้เชียวนะ ท่าทีสงบนิ่งของกยองฮาทำให้นิโคยิ่งนึกสงสัยมากขึ้นไปอีก
‘ไหนขอดูหน่อย ฝีมือจะสักเท่าไหร่กัน’
หลังย่างเท้าเข้าครัว นิโคเลือกทำบานาน่าครัมเบิล ส่วนกยองฮาทำพุดดิ้งช็อกโกแลต
สิบห้านาทีให้หลัง ของหวานก็เดินทางสู่ห้องกรรมการ
บานาน่าครัมเบิลเรียกเสียงฮือฮาทันที
“อืม~ เป็นครัมเบิลที่กรุบกรอบและกลมกล่อมมาก หอมจนอารมณ์ดีเลยนะครับเนี่ย ไม่นึกว่าของหวานจะออกมาดีงามขนาดนี้ มีอีกไหมครับ ถ้าไม่ได้กินผมต้องโมโหแน่”
“ฮ่าๆ แหม โดนตัดหน้าพูดแทนฉันหมดเลย งั้นขอเลี่ยงไปวิจารณ์ในเชิงนามธรรมก็แล้วกันนะคะ ครัมเบิลจานนี้เหมือนความรักที่ผ่านเข้ามาแบบพรหมลิขิต รักแรกพบหน้ายามเดินสวนกัน เป็นความรู้สึกที่พอเจอครั้งเดียวก็ลืมไม่ลงอีกเลยน่ะค่ะ”
“บานาน่าครัมเบิลปกติ ทานแล้วจะรู้สึกขาดๆ อะไรไป แต่จานนี้คือหอมมากๆ รสชาติก็ไม่ธรรมดาทีเดียว กล้วยเนื้อแยมด้านในไม่ใช่แค่หอมทั่วปากนะ หอมออกมาถึงลมหายใจเลยครับ เพราะมันอร่อยมากล่ะมั้ง ยิ่งกินยิ่งรู้สึกดี”
ไม่เคยมีรอบไหนที่กรรมการวิจารณ์เชิงบวกหนักขนาดนี้มาก่อน
โจซองจูผู้รู้เห็นและผ่านเหตุการณ์ออกอากาศมาโดยตลอดแสดงความกังวลอย่างโจ่งแจ้งโนเวลกูดอทคอม
“คุมใจให้ไม่ตื่นเต้นไม่ได้จริงๆ กรรมการชมเปาะขนาดนั้น เหมือนรอบก่อนๆ เวลาประเมินอาหารคุณกยองฮาเป๊ะเลยครับ”
พวกเชฟก็คาดเดาไปต่างๆ นานา
“ปกติกรรมการทุกท่านพูดเยอะแบบนั้นเหรอ วิจารณ์ยืดเยื้อไปแล้ว!”
“ยังจะมีคำวิจารณ์ไหนดีกว่านี้ได้อีกล่ะเนี่ย ต่อให้เป็นคุณกยองฮาก็เถอะ ท่าจะยาก…”
จู่ๆ คิมโฮดงก็นึกถึงบางอย่าง
‘ปลาสเกตนึ่ง’
อันจองฮุนเป็นคนระลึกได้ก่อน แต่ทั้งคู่ไม่อาจแย้งอะไรได้ เนื่องจากยังไม่ทันได้อ้าปากพูด คณะกรรมการก็เริ่มชิมพุดดิ้งช็อกโกแลตไปแล้ว
ระหว่างที่ทั้งสองทีมจ้องจอ VTR จนแทบทะลุ ลืมกระทั่งต้องหายใจ หน้าคณะกรรมการก็แข็งค้างไปตามๆ กัน การชิมอาหารดำเนินต่อไปอย่างเชื่องช้า
“ไม่ถูกปากหรือเปล่าน่ะ แค่ชิมของหวานอย่างเดียวต้องใช้เวลานานขนาดนั้นเลยเหรอ”
เชฟเรอาเลคนหนึ่งบ่น
‘อุตส่าห์เดาว่าฝีมือน่าจะอยู่ระดับใกล้เคียงกัน คิดผิดไปแล้วมั้งเรา’ สีหน้านิโคบ่งบอกถึงความผิดหวัง
เขานึกเชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์เมื่อวาน
‘แปลกมาก อันโตนิโอไม่ใช่คนเปิดกว้างขนาดนั้นซะหน่อย ออกจะเลือกคบคนด้วยซ้ำ…’
อันโตนิโอ หัวหน้าเชฟแห่งเรสเตอรองที่ดีที่สุดในโลกอันดับสองเป็นคนค่อนข้างพิลึก
เขาเป็นนักชิมตัวยงที่ไม่ถูกผูกมัดด้วยตารางงานใดๆ หลงใหลการเดินทางท่องเที่ยว แวะไปทีละประเทศรอบโลกเพื่อสรรหาของอร่อย และไม่ข้องเกี่ยวสุงสิงกับเชฟทั่วไป ต้องเป็นคนที่เขายอมรับด้วยใจเท่านั้นจึงจะคบหาสนิทสนมด้วย
คนธรรมดาก็ว่าไปอย่าง แต่นี่กยองฮาก็เป็นเชฟเหมือนกันไม่ใช่หรือ
ด้วยเหตุนี้นิโคถึงมองกยองฮาแบบมีคำคุณศัพท์ขยายความต่อท้ายว่าเป็นเชฟที่ ‘อันโตนิโอยอมรับ’
สถานการณ์อันเป็นปริศนาในที่สุดก็ถึงเวลาคลี่คลาย คำตอบค่อยๆ เผยตัวทีละน้อย
“อยากถามเหลือเกินว่าเชฟเสกอะไรลงไปในของหวาน ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อครับ เมื่อกี้สติผมหลุดไปเลย หลังจากคำแรกความรู้สึกก็ยังไม่หายไป ผมอยากรู้สึกถึงมันเรื่อยๆ ก็เลยค่อยๆ เล็ม ค่อยๆ ลิ้มรสทีละหน่อย แต่สุดท้ายก็หายไปหมดอยู่ดี”
“ฉันเองก็ช็อคมากค่ะ ถ้าให้อดอาหารตลอดอาทิตย์แลกกับของหวานอันนี้ก็ยอม เป็นพุดดิ้งช็อกโกแลตที่อร่อยยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดที่เคยกินมาในชีวิตนี้เลย”
“เพิ่งค้นพบเป็นครั้งแรกค่ะว่าพุดดิ้งช็อกโกแลตสามารถอร่อยได้ถึงขนาดนี้ พูดจริงๆ จากใจนะคะ ฉันอยากลักพาตัวเชฟที่ทำพุดดิ้งนี้มาก ถ้าเป็นไปได้จะจับขังไว้ในห้องใต้ดินให้ทำแต่พุดดิ้งช็อกโกแลต”
คำวิจารณ์สุดโต่งของกรรมการคนสุดท้ายนั้นออกมาจากปากของสาวงามชาวอิตาเลียน ฟู้ดสไตลิสต์ชื่อดังนามว่า โอลิเวีย
‘อะไรนะ อยากลักพาตัว?’ ความสับสนพุ่งตรงเข้าใส่นิโค
ซานโตริโอ ศิษย์รักของนิโคที่นั่งอยู่ด้านข้างรู้สึกเหมือนถูกเหยียดหยาม จนถึงวันนี้ เชฟเช่นเขาทำเมนูอย่างพุดดิ้งช็อกโกแลตมาแล้วมากมายนับครั้งไม่ถ้วน ลูกค้าที่ได้ชิมต่างชมอย่างพอใจว่าอร่อย ทว่า ก็ทำแค่พยักหน้าเฉยๆ เป็นทีว่าให้คะแนนเต็มเท่านั้น
‘มันอร่อยขนาดนั้นจริงเหรอ ดูแล้ววัตถุดิบก็น่าจะใช้ของแบบเดียวกันนี่…’ พุดดิ้งช็อกโกแลตก็แค่เมนูของหวานหนึ่งที่มีดาษดื่นไม่ใช่หรือ
ไม่รู้ว่ายังวิจารณ์ได้ไม่สาแก่ใจหรืออย่างไร กรรมการยังคงบรรยายต่อ
“ยกระดับเมนูพื้นๆ ให้กลายเป็นศิลปะไปเลยทีเดียวครับ ไม่ใช่ศิลปะที่เสพทางสายตา แต่เสพผ่านรสชาติครับ แปลงให้รสดั้งเดิมของอาหารเปลี่ยนเป็นชิ้นงานศิลปะ…”
“พุดดิ้งช็อกโกแลตนี้ใครเป็นคนทำคะ เฉลยล่วงหน้าไม่ได้เหรอ”
เหล่าพิธีกรเกาหลีนำรอยยิ้มที่หล่นหายไปกลับคืนสู่ใบหน้าได้แล้ว
“กรรมการสาวท่านนั้นจะลักพาตัวกันจริงๆ รึเปล่าน่ะครับ”
“ถูกสาวสวยขนาดนั้นลักพาตัว ไม่แน่อาจจะมีความสุขสุดๆ ไปเลยก็ได้นะครับ”
โจซองจูคุยกับอันจองฮุนออกสื่อ คิมโฮดงรีบแย้ง
“เอ่อ ‘ทานโทษนะครับคุณพิธีกรอันจองฮุน แต่งงานแล้วก็ควรระวังคำพูดกันหน่อยเนอะ”
ไม่นานนัก ผลการแข่งขันก็ประกาศออกมา
ฝ่ายเกาหลีได้ชัยชนะ
ครั้นป้ายสเลทถูกตีเป็นการสั่งคัท นิโคก็เดินปรี่เข้าไปทางทีมเกาหลี เขามีธุระกับกยองฮา
“ผมมีเรื่องสงสัย หากไม่เป็นการเสียมารยาท ขอถามสักข้อหนึ่งได้หรือเปล่าครับ”
ล่ามถ่ายทอดคำแปลอย่างชำนาญให้กยองฮารับรู้
“เชิญครับ”
“ความสามารถระดับนี้ทำไมไม่มีดาวมิชลินล่ะครับ”
“เหมือนจะยังไม่มีใครจากมิชลินมาที่ร้านเราเลยน่ะสิครับ”
***
แม้จะชนะการแข่งขัน งานจบ แต่คนกลับไม่จบ
สมาชิกทีมเกาหลีทั้งหมดฝืนร่างกายต่อด้วยการไปเที่ยวสำรวจละแวกใกล้เคียง ก่อนกลับมาที่โรงแรม
นิโคชี้ไปทางวัตถุดิบสดๆ ที่เพิ่งเข้ามาส่ง เชื้อเชิญทีมเกาหลีให้อยู่รับประทานอาหารด้วยกัน
ได้น้ำใจไมตรีจากมิชลินสามดาวเช่นนี้ ทีมเกาหลีมีหรือจะปฏิเสธ เหลืออีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเที่ยวบินนี่นา
ดังนั้น เชฟอิตาเลียนพร้อมทั้งเชฟเกาหลีจึงร่วมแรงร่วมใจกันปรุงอาหาร ถือโอกาสแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและรสชาติกันเสียเลย กยองฮาผู้รวบรวมสมาธิขั้นสูงได้อีกครั้งจ้องนิ่งไปที่หมูสามชั้นย่าง
“ใครจะทานหมูสามชั้นย่างบ้างครับ”