📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 94

บทที่ 94
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

กยองฮาถ่ายทำรายการท็อปเชฟอีกหนึ่งตอนที่ประเทศไทย ก่อนจะกลับมาสวัสดีวันหยุดที่นานทีจะมีหน

ชายงเทเองก็เช่นกัน…

“ของพวกนี้อะไรน่ะ”

หีบห่อหลากหลายลวดลายแปลกตาเรียงกันสลอน ดูประดิดประดอยอย่างมาก ไม่ใช่แค่สีสันและรูปทรงเท่านั้นที่ต่างกัน ขนาดของแต่ละชิ้นก็ไม่เหมือนกันเลยด้วย มีตั้งแต่ขนาดราวๆ ฝ่ามือจนถึงขนาดเท่าตัวคน

“ของขวัญครับ แฟนคลับเฮียส่งมาให้ทั้งนั้นเลย ดูจากการห่อก็คงเดาได้นะครับ นานาชาติเสียขนาดนี้ ว่าแต่…”

“ว่าแต่อะไร” กยองฮามองของขวัญ ปากก็ถามเจ้าคนที่กำลังหันมองรอบบ้าน

“บ้านแคบกว่าที่คิดนะครับ ไม่มีแผนจะย้ายเหรอครับ”

“ย้ายมาอยู่นี่ยังไม่ครบปีเลย เพราะอยู่คนเดียวด้วยแหละมั้งก็เลยไม่รู้สึกแคบ”

“แต่จากนี้เฮียต้องคิดถึงชื่อเสียงด้วยนะครับ ยังไม่มีแฟนคลับแอบตามมาถึงบ้านใช่ไหมครับ”

ผู้จัดการส่วนตัวจำเป็นต้องรู้ความเป็นไปของดาราที่ตนดูแลอย่างละเอียด เพราะต้องคอยรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจส่งผลให้เกิดเรื่องอื้อฉาวด้วย

“มีพวกผู้หญิงที่ไม่รู้จักมาด้อมๆ มองๆ หน้าบ้านอยู่สองสามครั้ง นอกนั้นก็ไม่มีแล้ว”

“สองสามครั้งจัดว่าน้อยนะเนี่ย ด้วยระดับชื่อเสียงและความดังของเฮีย”

ชายงเทพิจารณาหาสาเหตุ

‘บางทีคงเพราะเฮียทำงานอยู่ที่ร้านอาหารเป็นหลักล่ะมั้ง’

ในหนึ่งสัปดาห์ ฮันอุลสาขารองปิดร้านแค่ครั้งเดียว

ต่อให้มีธุระส่วนตัวหรือออกจากร้านไปสักหนสองหนก็ตาม เทียบกับดาราที่ทำตัวง่ายๆ แล้วกยองฮาถือว่าเปิดเผยตัวตนสู่สาธารณะมากเป็นพิเศษ

“แต่เฮียเล่าแบบนี้ผมก็เริ่มเป็นห่วงแล้วล่ะ …อืม งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ชายงเทโค้งตัวลา

แต่ไม่วายแอบเหลือบชำเลืองสายตาขึ้นเงียบๆ สังเกตท่าทีกยองฮา

‘จะไม่ทำกับข้าวให้กินหน่อยเหรอ’

ความปรารถนาอื่นนั้นไม่มี มีแค่อย่างเดียวคือ อาหารที่เฮียทำ

กยองฮาเห็นชายงเทขับรถเทียวไปเทียวมาหอบของขวัญเหล่านี้มาให้ตนถึงที่ จะปล่อยกลับไปเฉยๆ ก็ทำไมลง

“ถ้ายังไม่ได้กินอะไรมาก็กินข้าวก่อน ค่อยไป”

“อ๊ะ! จะดีเหรอครับ”

ชายงเทหน้าตาสดใสขึ้นทันที

กยองฮาหันหลังเดินเข้าครัว

“เมนูอะไรก็ได้ใช่ไหม”

“ได้หมดครับ อาหารฝีมือเฮียจะเมนูไหนผมไม่เลือกกินอยู่แล้ว กินอร่อยทุกอย่างแหละครับเฮียก็รู้”

ระหว่างที่กยองฮาเตรียมต๊อกบกกีกับซุปโอเด้ง ชายงเทก็สนุกสนานกับการนั่งชมบ้าน

“อ่า เครื่องครัวเยอะกว่าที่คิดนะครับ ซึ้งนึ่งกับเตาอบก็ซื้อมาไว้ด้วยเหรอครับ”

“อื้อ”

นอกจากที่กล่าวมา มีอุปกรณ์อีกหลายชนิดที่ชายงเทไม่รู้จักและเรียกไม่ถูก

‘เพราะเบบนี้ล่ะมั้งบ้านเลยดูแคบ…’

ที่วางมีไม่พอ อุปการณ์บางอย่างต้องระเห็จตัวเองไปอยู่ในห้องนั่งเล่น

ไหนๆ ก็ไหนๆ ชายงเทชักอยากรู้อยากเห็นเกินกว่าจะอดใจไหว

“เฮียครับ ถ้าไม่เป็นการเสียมารยาท ผมเดินชมบ้านรอได้ไหมครับ”

ปล่อยให้เข้ามาถึงในบ้านขนาดนี้ จะห้ามดูโน่นนี่ก็คงไม่ใช่เรื่อง

“ตามสบายเลย”

“ขอบคุณครับ”

ครั้นได้รับอนุญาต ชายงเทซึ่งรากงอกเป็นเจ้าที่ก็ลุกขึ้นยืน เดินไปดูห้องน้ำกับห้องหับอื่นๆ เท่าที่เห็นก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากบ้านทั่วๆ ไป ยกเว้นระเบียง

“โอ้ว พวกนั้นคืออะไรครับ”

เขาหมายถึงเหล่าภาชนะเล็กๆ น่ารักที่ด้านในบรรจุของเหลวสีแดงบ้าง สีเหลืองอ่อนบ้าง เรียงรายกันเป็นระเบียบ

กยองฮาตอบโดยไม่ต้องหันมามอง

“อ้อ พวกนั้นเหรอ ไวน์น่ะ”

“วะ ไวน์เหรอครับ ไวน์อะไรบ้าง”

“ไวน์ข้าวกล้องกับไวน์ราสเบอรี่”

ก้มดูชัดๆ ก็เห็นว่าแต่ละขวดมีตัวเลขแปะกำกับไว้ มีกระทั่งวันที่ด้วย

“ทำไมถึงหมักไวน์ล่ะครับ”

“อ๋อ พอดีก่อนหน้านี้ได้ชิมไวน์ราสเบอรี่ อร่อยใช้ได้เลยลองหมักดู ส่วนไวน์ข้าวกล้องนั่น ตั้งแต่เริ่มไปฟิตเนสแล้วทำข้าวกล้องห่อสาหร่ายกินกัน ข้าวมันเหลือก็เลยเอามาหมัก ทำไมเหรอ อยากแบ่งไปหน่อยไหมล่ะ”

ไวน์ราสเบอรี่หมักมาได้สามเดือนแล้ว

แน่นอนว่าไวน์ที่เพิ่งหมักใหม่ระยะแรกคงยังไม่อาจยืนยันได้ว่ารสชาติจะออกมาแบบไหน

ทว่า ชายงเทงับเหยื่อที่กยองฮาหย่อนไว้เข้าเต็มๆ

“ถ้าให้ผมจริงๆ ก็มีแต่ต้องขอบคุณแล้วเอากลับไปด้วยเท่านั้นล่ะครับ แต่เฮียทำไมถึงหมักทีละนิดละหน่อยแบบนี้ล่ะ หมักทีละเยอะๆ ครั้งหนึ่งน่าจะสบายกว่าไม่ใช่เหรอครับ”

“ต้องค่อยๆ หมัก หลายๆ หนสิ ถึงจะรู้วิธีแล้วก็หมักได้เก่งขึ้น”

ฟังคำตอบแล้วชายงเทก็พยักหน้าตาม

“เอ๊ะ ไวน์ราสเบอรี่กับไวน์ข้าวกล้องด้านนี้กำลังฟังเพลงเหรอครับ งั้นผมขอเอาน้องๆ พวกนี้ไปได้ไหม”

เคยได้ยินผ่านๆ มาว่า พวกพืชนั้นหากได้ฟังเพลงก็จะอารมณ์ดีขึ้น ชายงเทจึงคิดว่า อย่างไรแล้วน้องไวน์ที่ถูกบ่มไปพลางฟังเพลงไปพลางต้องมีอะไรแตกต่างแน่ๆ

“พวกนั้นไม่ได้ น่าจะยังไม่ได้ที่นะ”

“หมายถึงยังบ่มน้อยไปเหรอครับ”

“อื้ม”

โต๊ะอาหารจัดเสร็จแล้ว เมนูคือต๊อกบกกีและซุปโอเด้ง ชายงเทรู้สึกแปลกตา

“สตรีทฟู้ด… นี่ครับ”

“ทำไม ไม่โอเคเหรอ”

“เปล่าครับ ได้หมดไม่มีปัญหา” แต่จริงๆ น้ำลายกลับไม่สออย่างเคย

ช่วงไหนที่เขาไม่มีเวลาก็มักหาอะไรเหล่านี้กินบ่อยๆ แต่ไม่เคยสักครั้งที่กินแล้วอร่อยถูกใจ

‘ให้พูดตรงๆ พวกนี้ก็อาหารตามสั่งนั่นแหละ ประเภทสตรีทฟู้ดที่ขายข้างทาง’

เมนูไหนแล้วอย่างไรล่ะ แค่กยองฮาตั้งใจทำมาให้เขากินแบบส่วนตัวขนาดนี้ก็ควรต้องขอบคุณแล้ว

ตอนที่คีบต๊อกหนึ่งชิ้นเข้าปากนั้นเอง

ก้อนแป้งลื่นๆ ไถลเข้าปากไปรวมกับรสชาติจากซอสปรุงรส ค่อยๆ เผยความอร่อยออกมาจนชายงเทต้องอุทานเสียงดัง

“ต๊อกบกกีนี่พอเฮียเป็นคนทำก็กลายเป็นอาหารเทพซะงั้น …แจ๊บแจ๊บ ปกติผมเป็นคนไม่ค่อยชอบต๊อกเท่าไหร่… แต่พอกินอันนี้แล้วขอเปลี่ยนความคิดครับ ผมขอจัดให้ต๊อกเป็นอาหารที่อร่อยมาก”

พูดไม่พูดเปล่า ยังคีบต๊อกเข้าปากติดๆ กันทีละหลายๆ ชิ้นราวต้องมนต์ ไข่ต้มเองก็ใช่ย่อย มันแตกออกในปากรวมตัวกับซอสปรุงรสต๊อกบกกี สร้างรสชาติใหม่อันแสนกลมกลืนจนบรรยายไม่ถูก ความหวานปนเผ็ดของซอสทำให้มัวเมาเสียแล้ว บนหน้าผากถึงกับมีเม็ดเหงื่อเกาะพราว รสร้อนแรงกำลังเผาปลายลิ้น

โอเด้งทั้งหลายนอนพาดครึ่งตัวอยู่ในน้ำซุปเหมือนกำลังแช่บ่อน้ำร้อนอย่างสบายอกสบายใจเป็นที่สุด

ชายงเทหยิบโอเด้งที่เสียบอยู่บนไม้ขึ้นมากัด จากนั้นก็พูดอะไรไม่ออก

เนื้อโอเด้งที่กำลังเคี้ยวอยู่นั้น สมบูรณ์แบบจนไม่อาจสรรหาคำใดมาบรรยายได้

‘ทำยังไงมันถึงเด้งดึ๋งได้ขนาดนี้’

อย่างกับเล่นมายากลเสกมนตราลงไปในโอเด้งก็ไม่ปาน รสชาติเรียกได้ว่าอร่อยไร้ที่ติ ความเผ็ดที่กำลังพอเหมาะดึงความสดชื่นมาสู่ร่างกาย ใครที่ชอบจิ้มซอสถั่วเหลือง จิ้มแล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะอร่อยไม่แพ้กัน

เห็นชายงเทม้วนต้วนแทบจะเป็นปลาหมึก กยองฮาก็ยิ้มบางๆ

ชายงเทซดน้ำซุปเปรี้ยวแกมเผ็ดของต๊อกบกกี ต่อด้วยน้ำซุปของซุปโอเด้ง ในปากเคี้ยวเจอหัวไชเท้าติดมาด้วยชิ้นหนึ่ง

‘นิ่มจังเลย นี่มันหัวไชเท้าหรือเต้าหู้เนี่ย’

กินจนหมดแล้วท้องกลับไม่อิ่มแม้แต่น้อย

ชายองเทฉาบหน้าตัวเองด้วยกระเบื้องจนหนา ก่อนถามกยองฮาโต้งๆ ว่า

“มีอีกไหมครับ”

***

ชายงเทยกนิ้วโป้งชื่นชมอยู่ถึงสามรอบกว่าจะออกเดินทางไปบริษัท พร้อมทั้งพาไวน์ราสเบอรี่ซึ่งหมักได้ไม่นานและมีความเสี่ยงด้านรสชาติสี่ขวดกับไวน์ข้าวกล้องอีกสามขวดไปด้วย

กยองฮามองตามรถที่ค่อยๆ แล่นไกลออกไปอยู่ข้างหน้าต่าง พึมพำเบาๆ

“เจ้าบ้านี่ อย่ามาบ่นทีหลังแล้วกันว่าไม่อร่อย”

ความคิดหยุดแค่ตรงนั้น

“ไหนดูซิ ยงเทล้างจานให้หมดแล้วครัวเลยไม่มีอะไรต้องเก็บอีก… งั้นของขวัญพวกนี้เอาไงดี”

ระหว่างกินข้าว ชายงเทแกะห่อของขวัญออกจนหมด

มีทั้งนาฬิกาแขวนผนัง ตุ๊กตา เสื้อเชิ้ตขาว เข็มขัด เข็มกลัดเนคไท กระทั่งกางเกงชั้นในก็มา ของหลากหลายอะไรอย่างนี้

กยองฮาหยิบจดหมายจากแฟนๆ ขึ้นเปิดอ่านทีละแผ่นด้วยความซึ้งใจ

จังหวะนี้เองก็มีข้อความเข้ามาในมือถือ

เรื่อง: เตรียมจัดส่งพัสดุ

[ข้อความจาก web]

.

.

.

ในที่สุดก็นึกออกว่าลืมอะไร

“เออ ใช่ เหลือรอรับพัสดุ”

ของที่เขาสั่งไว้มีน้อยเสียที่ไหน หากรวมกับของขวัญน้อยใหญ่ที่จับจองพื้นที่อยู่ตอนนี้แล้วนับว่าแทบหาที่ตั้งของใหม่ไม่ได้เลยทีเดียว พอซื้อโน่นซื้อนี่มากเข้า พื้นที่ในการวางของก็น้อยลงเรื่อยๆ

กยองฮาเริ่มคิดถึงคำพูดของชายงเทซึ่งเปรยไว้ว่า บ้านเขาดูแคบไปหน่อย ท่าจะจริงแฮะ

เตาอบ เตาทาโกะยากิ ซึ้งนึ่ง เตาไฟ… ไหนจะเครื่องครัวอีกมากมายที่กำลังครองเนื้อที่ว่างในบ้าน การซื้อของตามใจตัวเองเป็นต้นเหตุให้งานเข้าเสียแล้ว

“เอาน่ะ ของที่ต้องทิ้งก็ทิ้ง คัดของ เก็บของเดี๋ยวคงดีขึ้นแหละ”

กยองฮาจัดการแยกขยะพวกรีไซเคิลและของที่จะทิ้งออกเป็นสัดส่วน ทำให้ต้องขึ้นๆ ลงๆ บันไดไปๆ กลับๆ

ขณะเปิดประตูทิ้งไว้ เสียงเรียกเข้าในมือถือก็ดังขึ้น เขากำลังยกพัดลมอยู่พอดีจึงต้องคุยโทรศัพท์ด้วยการหนีบมือถือไว้ระหว่างหูและไหล่

“ครับ” nᴏveʟɢu.ᴄᴏᴍ

[พัสดุมาส่งครับ คุณโกกยองฮาใช่ไหมครับ]

“ใช่ครับ!”

[ไม่อยู่บ้านเหรอครับ งั้นผมขอเอาของวางไว้หน้าบ้านได้ไหม]

“อะไรนะครับ ตอนนี้ผมอยู่บ้านนะ ประตูก็เปิดทิ้งไว้ด้วย”

[ผมเคาะประตูแต่ไม่มีใครตอบเลยนะครับ]

“เป็นไปได้ไงครับ ผมอยู่บ้านนะครับ”

[ไม่อยู่จริงๆ นะครับ ประตูปิดสนิทเลยด้วย]

“เปิดอยู่ครับ ตอนนี้ผมมองทางเดิน…”

เจ้าหน้าที่ขนส่งคงเหนื่อยแกมรำคาญ เสียงบ่นลอยมาตามสาย

[ไม่มีคนอยู่ก็บอกว่าอยู่อยู่ได้ ขอเอาไว้ข้างประตูนี่แหละนะครับ ผมไปล่ะ]

กยองฮาวางพัดลมลงที่พื้น เดินออกมาจากบ้าน

ทันเห็นเจ้าหน้าที่ขนส่งกำลังปิดประตูรถบรรทุกอยู่ตรงตึกด้านหน้าพอดี ยังไม่มีโอกาสแม้จะอ้าปากเรียกมาต่อว่า ฝ่ายนั้นก็สตาร์ทรถแล่นออกไป กยองฮาเช็คอีกทีก่อนขึ้นไปบนตึกนั้น

เหมือนอย่างที่คิดไว้ บนพัสดุมีหมายเลขห้องของเขาและชื่อของเขาติดหราอยู่ ท่าทางเจ้าหน้าที่จะดูเลขตึกผิด

‘โทรฯ ไปร้องเรียนดีไหมเนี่ย’

กล่องก็ใหญ่ หนักก็หนัก ยกขึ้นมาคงไม่ใช่เรื่องง่าย กยองฮาฮึดสู้ ยกพัสดุกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัยจนได้

มันคือตู้หมักแป้ง (proofer box) แบบใช้ไฟฟ้า สำหรับหมักแป้งให้ขึ้นตัวได้ไว ตู้ก่อนหน้าเขาซื้อแบบมือสองมาและพังไปเป็นที่เรียบร้อยจึงสั่งซื้อใหม่ ตอนนี้ทั้งของขวัญทั้งตู้หมักแป้งทำเอาบ้านแคบจนไม่รู้จะแคบอย่างไรได้อีก

“สงสัยต้องย้ายบ้านอย่างที่ยงเทบอกแล้วล่ะมั้ง…”

***

ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีกำลังวุ่นวาย เตรียมการต้อนรับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

ยามที่มุนอินโฮไปเยือนสหรัฐฯ นั้น ประธานาธิบดีให้การต้อนรับเขาและคณะอย่างดีเยี่ยม มีมารยาทและนอบน้อม ทางหนึ่งก็อบอุ่นเป็นมิตร

ในเมื่อได้รับมาก็ย่อมต้องตอบแทนกลับไปจึงจะถูกต้อง

มุนอินโฮพยายามวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อไม่ให้เกิดการข้อผิดพลาดแม้เพียงจุดเดียว

“ติดต่อโกกยองฮาดูหรือยัง”

เขาถามหัวหน้าเลขานุการนามว่าอิมจงด็อกด้วยตัวเอง

“คิดว่าจะติดต่อไปพรุ่งนี้ครับท่าน”

***

วันหยุดอันหวานชื่นผ่านพ้นไป วันใหม่กำลังเริ่มต้น

ไม่รู้ทำไม ก้อนเมฆวันนี้ที่เหมือนปุยขนมสายไหมดูใกล้ราวเอื้อมขึ้นไปก็แตะถึง

หลังจากทำเครื่องเคียงช่วงเช้าเสร็จและกำลังเดินทางไปร้าน

“จากนี้เราทำคนเดียวก็ได้แล้วมั้ง มยองฮุน” กยองฮาเอ่ย

มยองฮุนยกมือโบกไปมา

“พูดอะไรอย่างนั้นครับ ผมยังทำเครื่องเคียงได้ไม่อร่อยเท่าครึ่งหนึ่งของเฮียเลยนะครับ”

“ถ่อมตัวเกินไปแล้ว”

“ไม่ถ่อมตัวหรอกครับ เรื่องจริง” ตอบเช่นนั้นแต่เรื่องที่ฝีมือเขารุดหน้าขึ้นชนิดก้าวกระโดดนั้นเป็นความจริง

“เมื่อไหร่จะเริ่มเปิดแฟรนไชส์” กยองฮาถาม

มยองฮุนสะดุ้ง

“อ่า เรื่องนั้น ผมยังไม่ได้ดูช่วงเหมาะๆ ไว้เลย…”

ปัจจุบันมยองฮุนได้ตราสัญลักษณ์รับรองมาครองแล้วห้าดวง สามารถเปิดแฟรนไชส์ได้สบายๆ แต่ใจเขาเองนั่นแหละที่ไม่อยากทำ เขายังชอบบรรยากาศกลมเกลียวระหว่างพนักงานด้วยกันอย่างตอนนี้ แถมยังมีทักษะอีกเยอะที่เขาต้องเรียนรู้และฝึกฝน ถ้าเปิดแฟรนไชส์เมื่อไหร่ฝีมือทำอาหารของเขาคงหยุดนิ่งอยู่กับที่

กยองฮาเองก็ยังไม่อยากให้มยองฮุนแยกออกไป

‘ตอนนี้เพราะมีมยองฮุนอยู่เราถึงวางใจได้หลายเรื่อง แต่จะไม่ถามก็คงไม่ได้’

ทันทีที่รถจอดนิ่ง

“เดี๋ยวกลับมานะครับ” มยองฮุนทำลายความเงียบ

“เดี๋ยวอะไรล่ะ ขนของคนเดียวหนักเกินไปมั้ง”

จำนวนเครื่องเคียงที่ต้องลำเลียงเข้าร้านขายเครื่องเคียงมีมากขึ้นทุกวัน ให้ยกคนเดียวดูจะเป็นการใช้งานหนักเกินกำลังไปหน่อย ว่ากันว่า สองหัวดีกว่าหัวเดียวไม่ใช่หรืออย่างไร ช่วยกันสองคนงานก็ย่อมเสร็จเร็วขึ้น

ครั้นส่งเครื่องเคียงให้จนครบถึงสาขาหลักแล้วกลับมาที่สาขารอง ก็เป็นเวลาเข้างานของพนักงานพอดี

“รับกาแฟร้อนๆ ยามเช้าไปดื่มคนละแก้วสิคะ”

ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่แน่ใจ แม่ของด็อกโฮจะเป็นคนชงกาแฟมาแจกทุกเช้าโดยวางถ้วยกาแฟหลากสีลงบนถาดให้ฮเยจีเป็นคนยกออกมาเสิร์ฟ

“ขอบคุณครับ”

“จะดื่มให้อร่อยเลย”

พนักงานทุกคนซาบซึ้งในน้ำใจแม่ของด็อกโฮ รวมถึงฮเยจีด้วย ซุนกุกมองถ้วยกาแฟที่ดูหรูหราอย่างสนใจ

“ถ้วยนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน เอามาจากไหนเหรอครับ”

“หนูเป็นคนเอามาเองค่ะ” ฮเยจีตอบ

มินซูกับซองช่อลกระซิบกระซาบ

“ขะ ของแพงหรือเปล่าเนี่ย”

“ต้องแพงอยู่แล้วสิ ถ้าฮเยจีเป็นคนเอามา…”

ก่อนร้านเปิดไม่กี่นาที บรรยากาศสงบสุขก็ถูกขัดด้วยเสียงโทรศัพท์

“สวัสดีครับ ร้านฮันอุลสาขารองครับ”

[สวัสดีครับ คุณโกกยองฮา ผมอิมจงด็อกหัวหน้าเลขาฯ ทำเนียบประธานาธิบดีนะครับ ขออภัยด้วย พอดีมีเรื่องสำคัญต้องเรียนให้ทราบครับ]

ถ้าเป็นสายจากทำเนียบฯ อย่างนั้นคงเรียกให้ไปทำอาหารนอกสถานที่แน่นอน พนันได้เก้าในสิบส่วน

ก่อนอื่น ฟังดูว่าเป็นเรื่องอะไร หากปฏิเสธได้ก็ค่อยว่ากัน

“ครับ เชิญพูดเลยครับ”

[ผมโทรฯ มาขออนุญาตเรียนเชิญคุณกยองฮาไปทำอาหารเหมือนเคยครับ ครั้งนี้ท่านประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะมาเยือนเกาหลีเรา ซึ่งก็กำหนดวันที่มาแล้วเรียบร้อยและเป็นเรื่องสำคัญมากระดับชาติ ท่านประธานาธิบดีจึงวานให้ผมมาเชิญเป็นกรณีพิเศษครับ]

ท่านเลขาฯ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องใหญ่น้อยในประเทศอย่างเคร่งครัดรับสาสน์มาถ่ายทอดให้เขาเองเช่นนี้ กยองฮาจึงไม่มีความคิดที่จะเสียมารยาทแม้แต่นิดเดียว

“ขอทราบวันที่ได้ไหมครับ”

***

คืนนั้น

“ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาเยือน?”

อันอิลเทเบิกตากว้างแทบฉีก ก็เรื่องที่กยองฮาเล่าสู่กันฟังนั้นน่าตกใจน้อยเสียที่ไหน

“ครับ”

นี่เป็นเรื่องซีเรียสจริงจังระดับชาติเชียวนะ เพียงแค่ยืนอยู่ในที่นั่นก็นับเป็นเกียรติเป็นศรีอย่างมากแล้ว

“ครั้งนี้จะพาใครไปด้วยล่ะ”

อันอิลเทถามเสียงสูงด้วยความตื่นเต้น กยองฮาตอบอย่างสงบเสงี่ยม

“ผมอยากมาปรึกษาเรื่องนี้แหละครับ ถ้าเถ้าแก่ว่าง…”

ยังไม่ทันจบประโยค อันอิลเทก็คว้ามือกยองฮามาจับไว้มั่นทั้งสองข้าง

“ว่างสิ”

“ผมยังไม่ทันบอกเลยว่าวันไหน…”

“เธอก็รู้ดีอยู่แล้วนี่ว่าถ้าเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ ฉันเคลียร์ตารางตัวเองได้ตลอดนั่นล่ะ”

อันอิลเทปรารถนาอยากออกไปร่วมทำอาหารนอกสถานที่ เพราะมันเป็นหนึ่งในไม่กี่หนทางที่จะได้ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับกยองฮา เป็นการช่วยเติมเต็มในส่วนที่เขาเคยเสียดาย

“งั้นตกลงว่าไปด้วยกันนะครับ หัวหน้าล่ะครับ” กยองฮายินดี

“ฉันเองก็อยากไปค่ะ!”

ชินยองฮีหน้าชื่นตาบาน เพราะนึกถึงคราวก่อนที่เธอคุยกับสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแล้วถูกคอ

บางคนพบกันเกินสิบครั้งก็ยังเหมือนคนแปลกหน้าฉันใด ย่อมมีคนที่พบกันเพียงครั้งเดียวแต่เหมือนรู้จักกันมานานฉันนั้น

สำหรับชินยองฮี ท่านผู้หญิงนับอยู่ในคนจำพวกหลัง

“งั้นก็ลงตัว กังวลอยู่เลยว่าถ้าปฏิเสธขึ้นมาผมจะทำยังไง…”

ตามที่ท่านหัวหน้าเลขาฯ กล่าว เห็นว่าครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันของแขกกิตติมศักดิ์จากหลากหลายประเทศทีเดียว และเนื่องจากเป็นงานใหญ่ กยองฮาจึงต้องให้ความสำคัญตามลำดับอาวุโส รีบมาถามความสมัครใจคนทั้งคู่ก่อนน้องๆ พนักงานรุ่นเยาว์

คราวนี้อันอิลเทตั้งใจจะจัดแต่งทรงผมอย่างดี ชุดที่ใส่ก็ต้องเนี้ยบยิ่งกว่าเดิม

“งานจัดวันที่เท่าไหร่หรือ”

“เสาร์หน้าครับ”

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset