📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 90

บทที่ 90
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ในบรรดาดาราหน้ากล้องหากไม่นับกยองฮา ผู้ที่เคยลิ้มลองอาหารเลเวล 5 มีเพียงคิมโฮดงคนเดียว

และเพราะอย่างนี้เขาจึงคาดเดาออกมาแบบเมื่อครู่

ปฏิกิริยาของคณะกรรมการดูใกล้จะถึงจุดพีคขึ้นทุกที

“อ้าว หายไปไหนหมดล่ะเนี่ย ‘โทษนะครับ ได้ทานส่วนของผมไปหรือเปล่าครับ”

“ฉันกำลังจะถามแบบเดียวกันเลยค่ะ”

บทสนทนาเป็นไปอย่างเคร่งเครียดไม่แพ้หน้าตาคนพูด หลังๆ ชักจะอาการหนักกันเกินไปหน่อย ความสงสัยของโจซองจูจึงพองขยายเป็นลูกบอลลูกโต

“พูดว่าอะไรกันน่ะครับ รบกวนล่ามช่วยแปลให้หน่อยจะดีมากเลยครับ”

ล่ามฉีกยิ้มจัดการแปลให้ตามที่ขอ

“ต่างฝ่ายต่างโวยวายว่าอาหารของตัวเองหายไปครับ”

อันจองฮุนระเบิดหัวเราะพลางปรบมือรัว สีหน้าบอกว่าไม่อยากเชื่อ

“ฮ่าๆๆๆ… อร่อยอะไรขนาดไหนกันถึงพูดแบบนั้นเนี่ย”

“นั่นสิครับ ผมอยากรู้มากๆ ว่ารสชาติมันเป็นยังไง ทำให้คนเราเป็นงั้นไปได้” โจซองจูสงสัย

“ฉันก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน” คิมโฮดงสารภาพเสียงต่ำ

“อะไรนะครับ เฮียชิมแล้วเหรอครับ”

“ไม่ๆ คือฉันไปร้านคุณกยองฮามา ตอนนั้นสั่งแกงเต้าเจี้ยว พอกินหมดปุ๊บเหมือนทุกอย่างกลายเป็นเรื่องโกหก โหวงเหวงจนถึงขั้นปวดใจเลยล่ะ”

แอบคุยส่วนตัวกันต่อไปเรื่อยๆ คงไม่ได้ โจซองจูรีบดำเนินรายการต่อตามหน้าที่

“ตั้งแต่รายการท็อปเชฟออกอากาศมาเราไม่เคยเจอฟีดแบ็คอะไรแบบนี้เลยครับ กรรมการแต่ละท่านถกเถียงกันเรื่องอาหารของตนหายไปครับ นับเป็นสภาพการณ์ในห้องตัดสินที่ไม่เคยมีมาก่อน”

“ส่วนผมมองว่า ระบบการใช้วิจารณญาณของกรรมการทุกท่านคล้ายจะหายไปครึ่งหนึ่งเลยนะครับ”

ทีมเชฟจีนและทีมเชฟเกาหลีได้แต่มองสถานการณ์เหมือนคนไปไม่เป็นทำอะไรไม่ถูก

“ตั้งใจทำเรียกเสียงฮาก็คงไม่ใช่ บรรยากาศคนละเรื่องนะ…” อียองบกเปรย

เป็นอย่างที่เขาพูด หากไล่มองใบหน้ากรรมการทุกคนก็จะเห็นได้ชัดว่ากำลังเครียดมาก ครู่ใหญ่ให้หลังจึงได้มีการเข้าไปไกล่เกลี่ย นั่นแหละ คณะกรรมการจึงสามารถหันกลับมาชิมอาหารใหม่อีกครั้ง

เมนูเรียกน้ำย่อยที่ทีมเชฟจีนส่งลงแข่งคือ คานาเป้แซลมอนมะม่วง ซึ่งการชิมใช้เวลาครู่เดียวก็จบลง มองสีหน้ากรรมการบางส่วนเพียงเผินๆ ก็พอจับได้ทันทีว่ารู้สึกไม่ค่อยปลื้มนัก

“ขอพูดถึงคานาเป้แซลมอนมะม่วงก่อนแล้วกันครับ ก็นุ่มนวลหอมสดชื่นดี รสชาติก็น่าจะใช้ได้นะครับ”

เอ๊ะ พูดจาประหลาด ทั้งที่เขาเป็นคนชิมเองแท้ๆ ยังจะบอกว่ารสชาติน่าจะใช้ได้อย่างนั้นหรือ

ครั้นคนฟังทั้งหมดงงงวยจนถึงที่สุด เขาก็ปล่อยประโยคที่ยังพูดไม่จบออกมา

“นั่นคือคำวิจารณ์ที่ผมอาจจะพูดออกมา ถ้าได้กินคานาเป้ก่อนปลานึ่ง ยังไงก็ขออภัยเชฟที่ปรุงคานาเป้าด้วยครับ รสชาติเทียบกันไม่ได้เลย”

เชฟชาวจีนผู้มั่นอกมั่นใจในเมนูคานาเป้แซลมอนมะม่วงของตัวเองหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม

คำว่าเทียบกันไม่ได้นี้มันช่าง… คานาเป้แซลมอนมะม่วงถือเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมและได้คะแนนสูงสุดเมนูหนึ่งประจำภัตตาคารเชียวนะ

‘สรุปแล้วรสชาติจริงๆ เป็นยังไงกันแน่?’ เชฟแทบจะซ่อนความอับอายไว้ไม่มิด

ขณะเดียวกัน การวิจารณ์อาหารก็ยังคงดำเนินต่อไป

“ผมเองคงต้องวิจารณ์ตรงๆ แบบคุณเหลียงเฟยครับ ไม่ทราบมีใครแอบเห็นผมลังเลตอนก่อนจะหยิบคานาเป้มาชิมหรือเปล่าครับ ตอบง่ายๆ คือผมรู้สึกว่า ‘ถ้าชิมอันนี้แล้ว ปลานึ่งที่เพิ่งกินไปก่อนหน้านี้ล่ะจะทำยังไง’ คิดขนาดนี้จริงๆ เพราะอยากจำรสชาติปลานึ่งให้ได้นานๆ ครับ นี่ก็ยังไม่สบายใจเพราะกลัวลืม ตอนนี้เริ่มเสียใจที่หยิบคานาเป้เข้าปากแล้วล่ะครับ”

“ผมเองก็รู้สึกพลาดอย่างใหญ่หลวงที่เอาคานาเป้มาชิมทีหลังครับ อยากเก็บรสชาติปลานึ่งไว้ในใจนานๆ แต่แซลมอนกับมะม่วงดันมาขัดจังหวะ ต่อให้มีคานาเป้หรือไม่มีผมก็ยังเสียดายที่ปลานึ่งหมดเร็วเกินไปอยู่ดี”

“คานาเป้แซลมอนมะม่วงไม่ใช่เมนูพื้นๆ ที่มีให้ได้ลิ้มลองทั่วไปก็จริงค่ะ แต่ปลานึ่งมาเหนือกว่า เรียกว่ามีหนึ่งเดียวเท่านั้นก็ได้ ไม่ทราบว่าตอนทานปลานึ่งใครสัมผัสความละมุนได้บ้างคะ ชิ้นที่ฉันกินน่ะละมุนสุดๆ เลย ตั้งแต่เห็นเนื้อปลาแตกออกตามลายธรรมชาติก็รู้ว่าต้อง ‘ไม่ธรรมดา’ แน่ ยิ่งพอเอาเข้าปากเจอความนุ่มจนละลาย ภาพในจินตนาการก็ชัดเจน อาจจะฟังแล้วทำใจเชื่อยากนิดหนึ่งนะคะ คือ…ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเชฟใช้เกลือปรับรสหรือเปล่า เลยทำให้คำแรกของฉันเห็นภาพท้องทะเลวาบขึ้นมาต่อหน้าต่อตา”

ดาราหน้ากล้องเห็นด้วยเป็นเสียงเดียวกันว่าคำวิจารณ์ของเธอเกินจริงไปมาก เสียงพึมพำดังขึ้นทันควัน

“กรรมการท่านนั้นเห็นภาพในจินตนาการเลยทีเดียวครับ”

“ฮ่าๆ วิจารณ์เว่อร์ไปหน่อยนะครับนั่น”

ได้ยินโจซองจูคุยกับอันของฮุนเช่นนั้น คิมโฮดงก็ส่ายหน้าไปมาคิดในใจว่า สองคนนี้ช่างน่าสงสารเหลือเกิน

‘ถ้าเคยกินจะต้องไม่พูดแบบนี้’

เชฟจีนเองก็เอะอะมะเทิ่งไม่ยอมอ่อนข้อ

“ผมว่าเธอพูดเกินไปครับ”

“ฉันก็คิดเหมือนกัน”

ยังไม่จบ กรรมการคนสุดท้ายยังจะวิจารณ์ไปในทางเดียวกันกับคนอื่นๆ อีก

“ตั้งแต่ผมเดินทางมาทั่วโลกยังไม่เคยเจอปลานึ่งที่ไหนเหมือนอย่างนี้เลยครับ มันเกินกว่าการรับรู้ของผมไปอีก ราวกับมันสามารถให้รสชาติบางอย่างที่เหนือกว่าปลานึ่งใดๆ จะให้ได้ครับ หวานหอมกลมกล่อม นุ่มนวลนุ่มลิ้น ไม่แตกร่วน… ผมหาคำตอบไม่ได้จริงๆ ว่าการจะสร้างสรรค์ปลานึ่งแบบนี้ออกมาได้ต้องใช้กรรมวิธียังไง”

ผลลัพธ์นั้นไม่ต้องตรวจดูก็รู้ได้

รายการท็อปเชฟไม่เคยเจอคำวิจารณ์ทางบวกขนาดนี้มาก่อนนับตั้งแต่แรกถ่ายทำจนถึงปัจจุบัน ช่วยไม่ได้ที่พิธีกร เชฟที่เหลือ และทีมถ่ายทำจะอยากรู้รสชาติไปด้วย โจซองจูเป็นตัวแทนคนทั้งหมดเอ่ยความในใจออกมา

“คุณกยองฮาครับ ปิดกล้องแล้วได้โปรดทำให้ทานอีกรอบได้ไหมครับ”

***

ฟักทองนึ่งสุกของคังเทโฮไม่มีโอกาสได้ออกโรง

ยกแรกนั้นชัยชนะเป็นของกยองฮา ส่วนยกหลังทีมเชฟเกาหลี ได้แก่ เชฟชเวฮยองซอกและเชฟแดนคิมใช้เมนูหมูเส้นผัดเต้าเจี้ยวหวาน (จิ้งเจียงโร่วซือ) เอาชนะเมนูเต้าหู้สไตล์ปักกิ่งของทีมเชฟจีนมาได้

ช่วงพักกล้องเพียงครู่สั้นๆ โจซองจูยังสู้อุตส่าห์ยืนยันเจตนารมณ์เดิม

“คราวหน้ามาที่ร้านสิครับผมจะทำให้ทาน แต่ต้องบอกผมล่วงหน้าหนึ่งวันนะครับ”

“ล่วงหน้า? นี่ต้องจองกันข้ามวันเลยทีเดียวเหรอครับ”

“ครับ ต่อไปถ้าจะทำปลาสเกตนึ่ง ผมต้องไปหาซื้อมาไว้ก่อนน่ะครับ”

เลเวลของปลาสเกตนึ่งขึ้นไปถึงจุดที่กยองฮาตั้งเป้าหมายไว้เรียบร้อยแล้ว และยังเป็นเมนูที่ทำให้แม่อยู่แล้วด้วย ดังนั้นไม่จำเป็นต้องฝึกฝนเพื่อเลื่อนระดับอีกต่อไป

“งั้นถ้าผมซื้อปลาสเกตไปให้เองล่ะครับ”

“แบบนั้นก็ได้ครับถ้าสะดวก”

แววตาโจซองจูระยิบระยับ แววตาอันจองฮุนเองก็วิบวับไม่ต่างกัน

“พี่ อย่าบอกนะว่าจะแอบดอดไปคนเดียวอะ”

***

[ภาพ: ท็อปเชฟปะทะ ‘คลื่นฝูงชน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง’]

พนักงานฮันอุลสาขารองอ้าปากค้างไปตามๆ กัน

“สุดยอดจริงๆ ทั้งหมดนั้นคือคนล้วนๆ เหรอครับ” มินซูถาม

ซองช่อลกับซุนกุกเพียงพยักหน้าตอบรับ ส่วนฮเยจีกับมยองฮุนจ้องภาพบนจอมือถือตาแทบแตก แม่ของด็อกโฮที่เพิ่งกลับจากธุระส่วนตัวข้างนอกเห็นเข้า

“ดูอะไรกันอยู่น่ะทำหน้าแบบนั้น” เธอชักสนใจ

“ฟีดแบ็คท็อปเชฟของฝั่งจีนครับ คนแห่กันมาสนามบินแทบแตกแน่ะครับ” ซุนกุกอธิบาย

แม่ของด็อกโฮยื่นหน้าเข้ามาบ้าง

“ไหนขอดูบ้างสิ …โอ้โห ตายๆ ทำไมคนเยอะขนาดนั้น”

“ส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับเถ้าแก่ครับ” คราวนี้ซองช่อลอธิบาย

“รายการท็อปเชฟกำลังเป็นที่นิยมในจีนครับ เห็นว่าผู้ชายที่ทำอาหารเก่งจะดูมีเสน่ห์ เถ้าแก่เราระยะหลังก็หล่อเหลาขึ้นมาก บวกกับรูปลักษณ์ภายนอกเลยกลายเป็นยิ่งเพิ่มคะแนนเข้าไปอีกครับ”

มินซูรีบเสริมอย่างตื่นเต้นด้วยข้อมูลที่เพิ่งอ่านมาจากอินเทอร์เน็ต

“คิงออฟแมสก์เชฟก็มีส่วนช่วยดึงความนิยมนะครับ มีคอมเมนท์ถึงหน้ากากเมนูว่า ‘แปลกดี’ ไม่ก็ ‘น่าสนใจดี’ ด้วย ส่วนพวกคอมเมนท์ประมาณว่า ท่าทางทำอาหารดูเซ็กซี่จังนี่ค่อนข้างเยอะเลยล่ะครับ”

“ถ้าเถ้าแก่เลิกกิจการจะทำยังไงดีคะ” จู่ๆ ฮเยจีก็กังวล

“ทำไมเถ้าแก่ต้องเลิกกิจการด้วยล่ะ” แม่ของด็อกโฮไม่เข้าใจ

ฮเยจีจึงอธิบายตามตรรกะและเหตุผล nᴏᴠᴇʟɢu.cᴏm

“ก็ความนิยมแรงขนาดนี้ เถ้าแก่อาจจะมีงานถ่ายทำรายการเข้ามาอีกเยอะแยะก็ได้นะคะ แค่งานในวงการอย่างเดียวก็คงรับไม่ไหวแล้ว”

พนักงานแต่ละคนหน้าคล้ำลงทันที

“ที่ฮเยจีพูดก็มีเหตุผลนะครับ งานในวงการรายได้ดีกว่าทำร้านมากด้วย…”

“ใช่ แค่ชื่อเสียงตอนนี้ ถ่ายโฆษณาอย่างเดียวเถ้าแก่ก็คงรับเหนาะๆ ก้อนโต”

“เถ้าแก่อาจจะไปบุกเบิกตลาดใหม่ที่จีนเลยก็ได้นะ”

ความมั่นใจของแต่ละคนเริ่มสั่นคลอน ชักหวั่นใจมากขึ้นทุกทีๆ แล้วสิ

***

ขาเดินทางกลับประเทศก็เป็นเช่นเดียวกัน

ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่งเนืองแน่นไปด้วยแฟนคลับที่มาเพื่อร่ำลา ในใจเปี่ยมด้วยความเสียดาย

“แปลกจริงๆ มารวมตัวกันขนาดนี้ รู้ตารางเวลาพวกเราได้ไง” หน้าอันจองฮุนมีเครื่องหมายคำถาม

“หลุดมาจากเบื้องหลัง ไม่ก็เอเจนซี่นั่นแหละที่แอบประกาศ” โจซองจูกระซิบตอบ

ยูเทกวานปิดปากเงียบสนิท

ดาราหน้ากล้องรายการท็อปเชฟทิ้งความสงสัยไว้เบื้องหลัง ก้าวผ่านเกทขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าสู่เกาหลี ครั้นนั่งลงบนเบาะ โจซองจูก็หันไปจ้องกยองฮา ตัดสินใจแน่วแน่

“คุณกยองฮาครับ พรุ่งนี้ผมจะไปที่ร้านนะ ถือว่าจองแล้วนะครับ!”

ได้ยินเช่นนั้นอันจองฮุนก็ออกปากตำหนิ

“พี่นี่ไม่รู้จักเกรงใจเอาซะเลย ต้องระบุเวลาด้วยสิ ไม่รู้เหรอว่าคุณกยองฮางานยุ่งจะตาย จะปล่อยให้รอพี่ทั้งวัน แบบไม่รู้จะมาเมื่อไหร่เนี่ยนะ”

“เออ จริงด้วย งั้นผมขอเช็คตารางงานพรุ่งนี้ก่อนแล้วจะแจ้งคุณกยองฮาทางเมสเสจภายในวันนี้นะครับ ได้ไหมครับ”

“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมแนะนำว่าให้มาตอนพักเบรกหรือตอนปิดร้าน ดีที่สุดครับ” กยองฮาอมยิ้ม

อันจองฮุนยกมือขึ้นสูง

“ผมไปด้วยครับ จะเทงานทิ้งทั้งหมดแล้วไปที่ร้านให้ได้ครับ”

“ฉันก็จะไปเหมือนกัน”

คิมโฮดงกล่าวเช่นนั้น ทำเอาอันจองฮุนตกใจ

“จะไปอีกเหรอครับ ก่อนหน้านี้ก็ไปมาแล้วนี่ครับ”

“คราวนี้ตั้งใจไปกินปลาสเกตนึ่งไงเล่า”

ทั้งสามคนมีเป้าหมายเดียวกันคือ ปลาสเกตนึ่ง

***

“ไม่ต้องห่วงเด็กๆ นะคะ วางใจได้ เดินทางดีๆ ค่า” แม่ของฮียอนประจำร้านเครื่องเคียงกล่าวส่ง

ชเวบกซุนจำเป็นต้องให้เจมินกับยุนซึลอยู่รอที่ร้านเครื่องเคียง ส่วนตนนั้นเดินทางไปโรงพยาบาลด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ

‘โอย ไม่ชอบโรงพยาบาลเลยจริงๆ…’

เธอผัดวันประกันพรุ่งกับการตรวจโรคเรื่อยมา ผลตรวจวินิจฉัยรอบที่ไปโรงพยาบาลก่อนหน้านี้ออกมาไม่ค่อยดีนัก ด้วยเหตุดังกล่าว ความกลัวจึงสะสมเพิ่มขึ้นทุกวัน

ชเวบกซุนยื่นบัตรเสร็จก็รับคิวมานั่งรอ รอไปรอมาก็คิดเรื่อยเปื่อยไปร้อยแปดพันเรื่อง

‘เราต้องอายุยืนให้ได้เสียด้วยสิ อย่างน้อยก็รักษาชีวิตอยู่ให้ถึงตอนที่เจมินขึ้นม.ปลายก็ยังดี ไม่ไหวๆ ไม่จะอยากคิดเลย แต่ถ้าอยู่ๆ ร่างกายเสื่อมจนทนไม่ได้และตายไปก่อน เด็กๆ จะทำยังไง…’

คิดเรื่อยเปื่อยเพิ่มอีกร้อยเรื่องเสร็จ ดวงตาก็เริ่มรื้นน้ำ ทว่า ยังไม่ทันได้เศร้าให้สาแก่ใจพยาบาลก็เรียกชื่อเสียก่อน

“คุณชเวบกซุน!”

“ค่ะ”

“เชิญด้านในเลยค่ะ”

ชเวบกซุนรีบปาดน้ำตาทิ้ง ก่อนเดินเข้าห้องตรวจ คุณหมอเจ้าของไข้ที่พบกันเป็นประจำทุกครั้งนั่งอยู่ในห้อง

“สวัสดีครับ”

“ค่ะ…”

คุณหมอตรวจอาการของชเวบกซุนตามขั้นตอนที่เคยทำประจำ แต่จู่ๆ ก็สะดุดกับอะไรบางอย่าง

“เดี๋ยวนะครับคุณยาย ผิวพรรณดูดีขึ้นมากๆ ผิดหูผิดตาทีเดียว ช่วงนี้ทานยาอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ พวกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรืออะไรเทือกนั้น…”

“ไม่มีนะคะ”

ยาต่างๆ สำหรับเธอนั้นราคาแพงเกินไป แค่ยาในใบสั่งยาโรงพยาบาลเธอยังพยายามขอให้น้อยชนิดที่สุด อย่างนี้จะมีปัญญาไปหายาที่ไหนมากินเพิ่มกันล่ะ

คุณหมอยังคงดันทุรังอยากเฟ้นหาคำตอบให้ได้

“รบกวนเดินไปสุดผนังด้านโน้นแล้วเดินกลับมาหาผมหน่อยได้ไหมครับ”

ชเวบกซุนทำตามทุกประการ คุณหมอตกใจยกใหญ่

“ท่าทางการเดินก็ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะอาการช่วงข้อต่อต่างๆ ถือว่าน่าพอใจมากเลยครับ หัวเข่าตอนนี้แทบไม่งอแล้วนะครับ”

“มะ หมอพูดแบบนี้เลยเพิ่งรู้สึกเหมือนกันค่ะ น่าจะงอน้อยลงบ้างแล้ว”

“ไม่นิดแล้วครับ นี่จัดว่าดีขึ้นมากๆ คุณยายไม่ได้ไปเข้ากายภาพบำบัดที่ไหนมาใช่ไหมครับ”

“ค่ะ ทำแต่งาน อย่างอื่นไม่ได้ทำเลย…”

“ทำงานอะไร ทำที่ไหนครับ”

“ที่ร้านขายเครื่องเคียงค่ะ”

คุณหมอเจ้าของไข้จมลงสู่ความคิดตัวเอง

‘ก่อนหน้านี้เคยเล่าว่าเก็บกระดาษขายไม่ใช่รึ ได้งานใหม่แล้วมั้ง ถือว่าเป็นเรื่องดีนะ แต่การได้ทำงานในร้านเครื่องเคียงมันจะช่วยรักษาข้อต่อได้ยังไง ไม่น่าเป็นไปได้’

ร่างกายคนเรานั้น ยิ่งข้อต่อถูกใช้งานมากยิ่งต้องสึกหรอมากเป็นธรรมดา และข้อต่อที่สึกหรอไปแล้วย่อมไม่สร้างตัวเองขึ้นมาใหม่แน่นอน นี่คือกลไกธรรมชาติ

“ไม่มีเรื่องอื่นที่ผมต้องรู้อีกหรือครับ”

“ระยะหลังกินดีอยู่ดีขึ้นด้วยค่ะ เถ้าแก่ทำกับข้าวอร่อยๆ ให้กินทุกวัน…”

“นอกจากนี้ล่ะครับ”

“ไม่มีแล้วค่ะ”

“ปกติทานอะไรครับ”

ชเวบกซุนยิ้ม หน้าเปื้อนความสุขโดยไม่รู้ตัว

“ส่วนมากก็อาหารเกาหลีค่ะ ล่าสุดที่กินบ่อยหน่อยจะเป็นอาหารพวกเป็ดกับปลาสเกตนึ่งค่ะ”

คุณหมอหรี่ตา

‘ปลาสเกตมีส่วนช่วยเรื่องบำรุงข้อต่อก็จริงอยู่ แต่ลำพังแค่อาหารอย่างเดียวจะฟื้นฟูได้ขนาดนี้เลยเหรอ’

ยังไม่เห็นผลวิจัยที่ไหนออกมายืนยันเลย

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset