📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 9

บทที่ 9
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ความอร่อยได้รับการบอกกันปากต่อปากทีละน้อยจนกระจายไปทั่ว บางครั้งถึงกับมีลูกค้ามาต่อแถวรอหน้าร้าน

งานช่วงกลางวันนั้นค่อนข้างหนัก ต้องต้อนรับลูกค้ารวมถึงทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด ปุบปับไม่ทันตั้งตัวเวลาก็ล่วงเลยไปถึง 6 โมงเย็น ร้านคลาคล่ำไปด้วยลูกค้าเสียงจ้อกแจ้กจอแจ ระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนครึ่งเท่านั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่เมื่อก่อนแทบจินตนาการไม่ออกเช่นนี้ได้

ณ ปัจจุบัน เถ้าแก่ที่เสิร์ฟอาหารอยู่ในห้องอาหารคนเดียวกลายเป็นงานล้นมือ ขณะที่กำลังยุ่งเสียจนรู้สึกว่ามีมือกี่ข้างก็ไม่พอ จีฮยอนก็มาถึงร้านพอดี เธอเปิดประตูร้านแล้วส่งเสียงดังสดใสไปถึงแก้วหู

“เถ้าแก่ สวัสดีค่ะ”

ปกติเวลาเข้างานของจีฮยอนคือ 5 หรือ 6 โมงเย็น วันนี้เธอเข้างาน 6 โมงเย็น

จีฮยอนนั้นรับงานพาร์ทไทม์ช่วงสั้นๆ เวลาอื่นที่นอกเหนือจากงานตรงนี้เธอก็คงทำอย่างอื่นด้วย เพียงแค่เธอยังไม่ค่อยเล่าเรื่องส่วนตัวสักเท่าไหร่

เถ้าแก่แม้จะกำลังเสิร์ฟอาหารจนหัวหมุน ก็ยังทักทายกลับด้วยเสียงดังอย่างยินดี

“โอ้ มาแล้วรึ”

ภาษิตว่า ‘สุนัขในสำนักอักษรสามปีก็สามารถแต่งกลอนได้[1] จีฮยอนไม่ใช่สุนัขในสำนักอักษร แล้วก็ไม่ได้ทำงานในร้านนี้นานขนาดนั้น แต่เธอมีสิ่งที่เรียกว่า ไหวพริบ

‘ต้องรีบช่วยด่วนจี๋เลย’

จีฮยอนจึงตรงเข้าไปช่วยเถ้าแก่ทันที ทั้งคู่เสิร์ฟอาหารที่หลั่งไหลออกมาจากครัวอย่างต่อเนื่อง จัดการเก็บกวาดโต๊ะจนสะอาด วิ่งวุ่นกันไปมา ส่วนทางฝั่งครัวเองก็ยุ่งไม่แพ้กัน

โดยธรรมชาติ พวกรุ่นพี่หรือพวกที่ตำแหน่งงานสูงกว่ามักจะชอบแสดงอำนาจ แต่ชินยองฮีนั้นยังเป็นเหมือนเดิม เธอไม่เคยตั้งกฎหรือขีดเส้นแบ่งใดๆ และตอนนี้เกือบจะเหมือนสลับตำแหน่งกันด้วยซ้ำ ชินยองฮีเสียอีกที่กำลังเป็นฝ่ายเรียนรู้จากกยองฮา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้น หรือจะเป็นเรื่องการจัดการงานต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ กยองฮาทำให้เธอถึงกับพูดอะไรไม่ออก

และต้องขอบคุณกยองฮาที่ทำให้การจัดการงานต่างๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว จะต้ม หรือผัด หรือส่งอาหารจากครัวออกไป ทั้งคู่ก็ทำงานเข้าขาได้ราวกับหายใจเป็นจังหวะเดียวกัน งานลื่นไหลไร้ปัญหา เสร็จสิ้นไปทีละอย่างสองอย่าง ดูแล้วเหมือนสองคนรับผิดชอบงานสำหรับสามคนอยู่ก็ไม่ปาน

ระหว่างนั้น ชินยองฮีหันมองกยองฮาที่ทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจเงียบๆ

‘คงตัดสินใจแล้วสินะ’ ที่คิดเช่นนี้เพราะเห็นท่าทางวางเฉยทำงานอย่างสบายใจของเขา

เธอเองก็รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว เนื่องจากได้ยินเถ้าแก่กับจีฮยอนคุยกันอย่างเคร่งเครียดว่ากยองฮาได้รับข้อเสนอบางอย่างจากแมวมอง

อาศัยจังหวะที่มีเวลาว่างเพียงน้อยนิด กยองฮามองไปทางชินยองฮี ก่อนจะพูดขึ้น

“หัวหน้าครับ… ที่จริงเรื่องก็ผ่านมาสักพักแล้วล่ะแต่ผมก็ยังคิดว่าควรต้องแจ้งให้ทราบครับ คือพักหลังนี้ ผมลังเลมาตลอดว่าจะลาออกจากที่นี่ดีไหม แต่ตอนนี้ผมตัดสินใจแล้วครับว่าจะทำต่อ จากนี้ไปผมจะตั้งใจทำให้มากขึ้นกว่าเดิมครับ”

เขาคิดจะลองไปต่อให้สุดๆ สักครั้งบนเส้นทางการทำอาหาร ใจที่เคยละล้าละลังจึงได้สงบลง

คำพูดของกยองฮาเรียกรอยยิ้มบางเบาให้ปรากฏบนใบหน้าของชินยองฮี

“ที่จริงฉันก็ได้ยินมาบ้างนิดหน่อยแล้วล่ะ แต่จะยังไงก็เถอะ คุณคิดถูกที่สุดแล้วค่ะ เพราะต่อให้ลาออก ย้ายไปที่ไหนๆ มันก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละนะ”

ประสบการณ์งานครัวที่ผ่านมาของเธอไม่ใช่น้อยๆ กยองฮารู้อยู่แล้วจึงไม่อาจแค่ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาได้

“ครับ”

ได้ยินคำตอบชัดเจนจากกยองฮาเช่นนี้ ชินยองฮีจึงรู้สึกว่าปมที่ตนกังวลลึกๆ ในใจได้รับการคลี่คลาย

เพราะเกิดมีผู้ช่วยครัวคนอื่นเข้ามาแทนที่ ก็ไม่มีใครการันตีได้ว่าจะสามารถช่วยงานร้อยแปดพันอย่างได้ดีระดับนี้ และคงมีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะพบคนที่เข้ากันได้ชนิดไร้เรื่องปะทะขัดแย้ง

กยองฮาเองก็โล่งใจขึ้นเยอะ เขาหันมาเริ่มจับงานอีกครั้ง

จังหวะที่ทางห้องอาหารเริ่มจัดการอะไรๆ ได้ลงตัวมากขึ้น เถ้าแก่ก็แอบแวบมาแถวครัว เดินวนไปวนมาอย่างเงียบเชียบ พึมพำคนเดียวอยู่ในใจ

‘เดี๋ยวคงต้องคุยกันสักหน่อย’

จริงๆ การคุยกันตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมเท่าใดนัก กยองฮาเพิ่งเข้ามาเป็นผู้ช่วยครัวได้เดือนเดียว เพิ่งรับเงินเดือนงวดแรกไป วันถัดมาจะเรียกเขามาบอกว่าจะขึ้นเงินเดือนให้เลยคงไม่ได้

ระหว่างที่เขาวนเวียนอยู่ในความคิดของตัวเอง จีฮยอนก็เดินตรงเข้ามาทางครัว ยิ้มอย่างน่าเอ็นดู แล้วพูดขึ้น

“เถ้าแก่คะ มีคนมาขอสัมภาษณ์เป็นพนักงานพาร์ทไทม์ค่ะ อยู่ในห้องอาหารโน่น”

เมื่อร้านอาหารมีคนเข้ามากขึ้นจนยุ่งวุ่นวายขนาดหนัก เถ้าแก่จึงตัดสินใจลงประกาศรับสมัครพนักงานพาร์ทไทม์เพิ่มอีกหนึ่งคน

“อ้อ งั้นรึ”

เนื่องจากกำลังรออยู่แล้ว เถ้าแก่จึงส่งเสียงตอบพร้อมกับเดินอย่างเร็วรี่ไปทางแคชเชียร์เพื่อจัดการเรื่องสัมภาษณ์พนักงานใหม่

ส่วนกยองฮาซึ่งได้ยินสิ่งที่จีฮยอนพูดแว่วๆ ผ่านหู ก็เกิดสงสัยว่าทั้งคู่คุยเรื่องอะไรกัน

เขาเรียกจีฮยอนที่กำลังจะเดินจากประตูครัวไปทางห้องอาหารไว้

“นี่ จีฮยอน มานี่หน่อยสิ”

“ค่า พี่”

พอจีฮยอนเข้ามาใกล้ เขาก็ถามสิ่งที่สงสัยออกไปทันที

“อย่าบอกนะว่าจะลาออก”

หากไม่นับงานร้านที่ยุ่งจนไม่ได้หายใจหายคอ กยองฮานั้นมัวแต่เครียดเรื่องที่ตนได้รับแจ้งจากบริษัทว่าสอบผ่านรอบสัมภาษณ์กับเรื่องที่แมวมองมายื่นข้อเสนอให้ไปทำงานด้วย สถานการณ์ต่างๆ ภายในร้านอาหารเขาแทบไม่ทันได้ใส่ใจ เรื่องของจีฮยอนผู้น่ารักก็เช่นกันโuเวลกูดoทคoม

“เปล่าค่ะ เถ้าแก่บอกว่า งานในห้องอาหารยุ่งมากก็เลยลงประกาศรับสมัครงานทางเน็ต เห็นว่าจะรับพนักงานเสิร์ฟเพิ่มอีกคนน่ะค่ะ”

“อ้าวเหรอ พี่ก็นึกว่าเราจะลาออกซะแล้ว”

“โอ๊ย ไม่หรอกคะ หรือพี่แอบหวังให้หนูลาออกอยู่?”

กยองฮาส่ายหน้าแรงชนิดถ้ามีเสียงดังแบบพัดลมก็คงได้ยินไปแล้ว

“ไม่ใช่นะ”

กยองฮาเองก็มีสิ่งที่กังวลไม่ต่างกับชินยองฮี

เพราะไม่มีใครรับประกันได้ว่ารุ่นน้องที่เข้ามาใหม่จะน่ารักเท่าจีฮยอนหรือไม่ จะนุ่มนวลอ่อนหวานเข้ากับผู้คนได้ง่ายเท่าจีฮยอนหรือเปล่า ใบหน้าของเขาแสดงสิ่งที่อยู่ภายในใจออกมาจนหมด และไม่รู้ว่าสีหน้านั้นไปถูกอกถูกใจจีฮยอนเข้าหรืออย่างไร เธอฉีกยิ้มกว้าง หัวเราะดังคิก

“หัวเราะแบบนี้แล้วสวยมากเลย” เห็นเธอหัวเราะ กยองฮาก็หลุดปากออกมาโดยไม่รู้ตัว

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เอ่ยปากชมใครต่อหน้าต่อตาว่า สวย

ด้วยไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังทำหน้าแบบไอ้โง่อยู่หรือไม่ กยองฮาจึงหันหน้าหนี ส่วนจีฮยอนนั้นหน้าแดงก่ำขึ้นมาเสียดื้อๆ

ตั้งแต่เล็กจนโตเธอได้รับคำชมว่าสวยมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ความรู้สึกตอนนี้ช่างแตกต่างและประหลาดนัก แถมคนที่เพิ่งแสดงความรู้สึกดีๆ ออกมาก็ดันพูดเหมือนไม่ได้ตั้งใจนี่สิ ยิ่งประหลาดเข้าไปใหญ่

เหมือนจะได้เวลาแล้ว ชินยองฮีส่งเสียงเรียกกยองฮาขึ้นมาพอดี

“คุณกยองฮา…”

เป็นสัญญาณว่าอีกเดี๋ยวสงครามมื้อเย็นจะเริ่มขึ้น ต้องกลับสู่สมรภูมิอีกครั้ง

ช่วง 6 โมงเย็นทุกคนสามารถจัดการงานไปได้พอประมาณ ตอนนี้นาฬิกาชี้บอกเวลา 1 ทุ่ม 15 นาที ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกค้าเต็มแน่น!

ปกติช่วง 6 โมงถึง 2 ทุ่มจะมีลูกค้าเข้าๆ ออกๆ อยู่ตลอด ระหว่างนี้จึงพอมีเวลาพักอยู่บ้างเล็กน้อย

สมัยกยองฮาทำงานเสิร์ฟอยู่ในห้องอาหารไม่เคยเจอสภาพลูกค้าล้นทะลักจึงสามารถพูดเช่นนั้นได้ แต่สถานการณ์ปัจจุบันต่างออกไปมาก เพราะร้านแห่งนี้กลายเป็นร้านอร่อยตามที่ลือกันปากต่อปากไปเรียบร้อยแล้วนั่นเอง

“เข้าไปเดี๋ยวนี้แหละครับ”

จีฮยอนที่ถูกทิ้งให้ยืนอ้างว้างคนเดียวหน้าครัวก็รู้สึกได้โดยเร็วเช่นกันว่ากำลังจะถึงช่วงยุ่ง จึงหันหลังออกวิ่งไปที่ห้องอาหาร โชคดีที่ฝั่งห้องอาหารยังไม่วุ่นวายเท่าไหร่ นอกจากเอาทิชชู่ไปเติมแต่ละโต๊ะแล้วก็ยังไม่มีอย่างอื่นให้ทำ

เถ้าแก่ที่ดูเรื่องสัมภาษณ์งานเสร็จแล้วกำลังเตรียมพร้อมรับลูกค้าอยู่เช่นกัน จีฮยอนมองไปรอบๆ เพื่อตรวจว่ายังมีจุดไหนไม่เรียบร้อยอีกหรือไม่

ความยุ่งที่เกิดในห้องอาหารกับห้องครัวนั้นมีจุดที่แตกต่างกันอยู่เล็กน้อย

ฝั่งครัว เมื่อได้รับออเดอร์แล้วก็จะยุ่งจนกว่าอาหารจะเสร็จแล้วส่งออกมา ส่วนฝั่งห้องอาหารจะยุ่งตั้งแต่การนำอาหารทั้งหลายไปเสิร์ฟให้ลูกค้า จนกระทั่งลูกค้าลุกออกไปก็จะยุ่งกับการเก็บกวาดเช็ดถู

ไม่ผิดจากที่พูดไว้เท่าใดนัก ลูกค้าประจำทยอยเข้าร้านมาถึง 10 คน!

“เถ้าแก่ครับ พวกเรามาอีกแล้ว”

“แหม มาถูกร้านแล้วครับ! เชิญๆ เชิญนั่งทางนี้เลย”

ตอนนี้ถึงเวลาที่ครัวจะเผชิญกับความยุ่งก่อนใครแล้วล่ะ

ชินยองฮีกับกยองฮากำลังดูออเดอร์ที่ส่งเข้ามายังเครื่องปรินท์ เถ้าแก่รับและส่งออเดอร์ด้วยตัวเอง กระดาษเหล่านั้นถูกพิมพ์ออกมาอย่างต่อเนื่อง

[แกงกิมจิ 3 / แกงเต้าหู้นุ่ม 1]

[ข้าวราดปลาหมึก 1 / บะหมี่เย็นคลุกซอส 1 / ข้าวยำเกาหลี (บิบิมบับ) 2]

[แกงเต้าเจี้ยว 1 / ข้าวห่อไข่ 1]

รวมแล้ว 10 อย่าง

แน่นอนว่าต้องมีแกงกิมจิอยู่ในรายการเยอะที่สุด ก็จานเด่นจนเป็นที่เลื่องลือของร้านนี้คือแกงกิมจินี่นา

ชินยองฮีรับหน้าที่ทำข้าวราดปลาหมึก ข้าวห่อไข่ บะหมี่เย็นคลุกซอส และข้าวยำเกาหลี 2 ที่ ส่วนกยองฮารับหน้าที่ทำแกงทั้ง 5 ถ้วย แม้อาหารที่ชินยองฮีรับมาทำจะหลากหลายไม่เหมือนกันเลย แต่เธอสามารถทำแต่ละอย่างจนเสร็จได้ในเวลาที่แทบไม่ต่างกับกยองฮา

ตอนนี้กยองฮาเหมือนโดนเจ้าเข้าทรงเรียบร้อย เขาสามารถคุยกับชินยองฮีอย่างเป็นธรรมชาติไปพร้อมๆ กับทำอาหารได้อย่างไร้ช่องโหว่ ระดับฝีมือเพิ่มขึ้นทุกขณะ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องเหนื่อยยากอะไรเลยสำหรับเขา

ทางชินยองฮีนั้นแทบรากเลือด เธอใช้กำลังทั้งหมดที่มีทำอาหารจนเสร็จไปทีละน้อย ทั้งสองคนราวกับกำลังอยู่ในการแข่งขันอะไรสักอย่าง ต่างเคลื่อนไหวด้วยฝีเท้าอันรวดเร็ว ตั้งแต่เริ่มทำจนถึงตอนนี้ก็สำเร็จไปประมาณ 1 ใน 3 ส่วนแล้ว

ชินยองฮียังคงช็อคเรื่องแกงกิมจิไม่หาย สถานการณ์ในครัวยุ่งขนาดนี้เธอยังมีแก่ใจเหลือบมองกยองฮาที่ทำแกงกิมจิคนเดียวอยู่เป็นระยะ พลางคุยกับตัวเองในใจ

‘ทั้งที่ใช้วัตถุดิบออร์แกนิคเหมือนกันแท้ๆ …’

[1] สุนัขในสำนักอักษรสามปีก็สามารถแต่งกลอนได้: ครูพักลักจำ

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset