📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 88

บทที่ 88
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง

ทีมถ่ายทำรายการท็อปเชฟเป็นต้นเหตุให้ผู้คนหลั่งไหลมายังประเทศจีนจนมืดฟ้ามัวดิน

คลื่นฝูงชนที่มาต้อนรับเชฟเนืองแน่นจนแทบไม่มีที่ว่างให้วางเท้าเดินบนพื้นสนามบิน คิมโฮดงมองสภาพโดยรอบ ก่อนโยนคำถามออกมาด้วยสีหน้าเหมือนถูกพรากวิญญาณไปครึ่งหนึ่ง

“ทะ ทำไมคนเยอะขนาดนี้ครับ”

อันจองฮุนก็ทำหน้าหวั่นเกรงพอกัน

“มาต้อนรับเราใช่ไหมครับ”

“บนป้ายไฟมีเขียนไว้อยู่นะครับ”

เป็นอย่างที่โปรดิวเซอร์ยูเทกวานบอก บนป้ายไฟตรงโน้นตรงนี้มีชื่อเชฟในรายการแปะอยู่ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเกาหลี

“เกือบทั้งหมดเป็นแฟนคลับคุณกยองฮาแฮะ”

ชื่อของกยองฮาโผล่มาเยอะกว่าใครเพื่อน ชัดเจนตามอย่างที่เชฟอียองบกกล่าว

ท่ามกลางป้ายไฟทั้งหลาย เชฟชเวฮยองซอกค้นพบชื่อตัวเองเข้าให้

“เฮ้ย? ตรงนั้นมีชื่อผมด้วย” เขาออกอาการดีใจใหญ่โต

ชายงเทผู้ติดตามกยองฮามาด้วยถึงกับพูดไม่ออก

‘เดาไว้ล่วงหน้าระดับหนึ่งแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะขนาดนี้…’

เอนเตอร์เทนเมนท์เอเจนซี่จำเป็นต้องเข้าถึงข่าวสารวงในให้ได้รวดเร็วที่สุด รายการท็อปเชฟเกาหลีเป็นที่นิยมอย่างล้นหลาม ฉะนั้นจึงส่งผลให้ประเทศที่มีจำนวนประชากรพันสามร้อยล้านคนอย่างจีนเริ่มนำรายการไปฉายแบบสตรีมมิ่ง[1]บ้าง เขารู้ดีและวิเคราะห์สถานการณ์นี้ได้พอสมควรตั้งแต่แรกแล้ว แต่เอาเข้าจริง ความโด่งดังของกยองฮาในต่างแดนกลับทำเอาสิ่งที่ผู้จัดการอย่างเขาคิดไว้ต้องหกคะเมนตีลังกาเบาๆ บริษัทเองก็คงนึกไม่ถึงเหมือนกัน ชายงเทยกมือถือขึ้นมาถ่ายวิดีโอแฟนๆ ที่แทบจะเหยียบกันเก็บไว้ แฟนคลับบางคนยื่นมือออกมานอกรั้ว

“จับมือฉันหน่อยได้ไหมคะ แค่ครั้งเดียวก็ได้!”

“มองทางนี้หน่อยค่า!”

กยองฮาผู้เคราะห์ร้ายดูเหมือนคนขวัญบินกระเจิดกระเจิง ตั้งแต่เกิดมาจนโตขนาดนี้ บอกเลยว่าเขาเพิ่งเคยเจออะไรแบบนี้ อีกอย่าง เขาไม่ได้รู้ความจริงแม้แต่น้อยว่ารายการท็อปเชฟได้รับความนิยมขนาดไหนในประเทศจีน

‘อะไรเนี่ย ทำไมเป็นแบบนี้’

จังหวะนี้ไม่มีแม้เวลาให้ได้คิดพิจารณาสาเหตุชัดๆ เพราะหากหยุดเดินแม้เพียงเสี้ยววินาที เสื้อผ้าอาจถูกกระชาก เนื้อหนังอาจถูกหยิกทึ้งได้เลยทีเดียว

“คุณกยองฮา ยิ้มหน่อยสิครับ” ยูเทกวานร้องบอก เขาเห็นว่าหากพลาดฉากเหล่านี้ไปคงน่าเสียดาย

กยองฮาได้ยินแล้วก็ยิ้มเผยฟันขาวสะอาดอย่างเสียไม่ได้ ส่งผลให้เสียงกรี๊ดดังสนั่นหวั่นไหว

“อร๊ายยย!”

แก้วหูเจ็บไปหมดแล้ว ชเวฮยองซอกที่ผ่านมาพอดีตกใจหนักจนต้องยกมืออุดหู

“โอย เกือบหูระเบิดแล้วมั้ยล่ะ จู่ๆ กรี๊ดกันขึ้นมาทำไม”

แน่นอนอยู่แล้วว่าเขาคงไม่ทันสังเกต ด้วยระยะแค่ห้าก้าวตรงหน้าก็มองอะไรไม่เห็นแล้วนี่นา

และเพราะแต่ละคนก้าวได้แค่สั้นๆ เร็วๆ เกตสนามบินจึงดูห่างไกลเหลือเกิน

***

อียองซุกกระเตงตะกร้า ฮัมเพลงพลางเดินกลับบ้าน

ความสุขและความตื่นเต้นดีใจปรากฏชัดบนใบหน้า จนกระทั่งมีเงาของคนสองคนทาบทับนั่นแหละ…

ทั้งซ้ายขวามีมือยื่นมากะทันหัน เกี่ยวคล้องแขนเธอเอาไว้

“จับไว้แน่นๆ อย่าให้หลุดนะ” เสียงผู้หญิงฝั่งขวาตะโกนขึ้น

อียองซุกหันไปมองหน้าคนทั้งคู่ทั้งสองฝั่งชัดๆ ก่อนถามอย่างตระหนก

“คิดจะทำอะไรกันน่ะ”

“รู้นะว่ายังมีปลาสเกตนึ่งเหลืออยู่”

เป็นความจริง

แขกไม่ได้รับเชิญซึ่งเป็นฝ่ายเชิญตัวเองมาแบบไม่แจ้งล่วงหน้าคือ แม่ของอึนช่อลและแม่ของกยองจินนั่นเอง ฝ่ายอียองซุกนั้นคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจสองคนนี้

“ที่บ้านไม่ว่าอะไรเลยหรือไง มาขลุกกันอยู่แต่บ้านฉันเนี่ย”

“ปัญหาใช่เรื่องบ้านเสียที่ไหน ปลาสเกตนึ่งต่างหากล่ะประเด็น”

ใช่ ปลาสเกตนึ่งอันแสนชั่วร้าย

นอกจากคำนี้ก็ไม่มีชื่ออื่นมาใช้เรียกแทนได้ หาไม่แล้วจะมีอะไรทรงพลังเช่นนี้อีก ขนาดคนนอนอยู่ยังรู้สึกอยากกินจนตัวสั่น ขอนอกเรื่องเล็กน้อย กระทั่งพ่อของกยองจินเองยังต้องถามภรรยาว่าเป็นอะไรมากไหม นอนๆ อยู่ก็ลุกขึ้นมาเรียกหาปลาสเกตนึ่งเสียอย่างนั้น

อียองซุกย่อมไม่ยอมให้ถูกลากไปง่ายๆ

“บอกแล้วไงว่าปลาสเกตนึ่งน่ะฉันกินเรียบหมดแล้ว”

“คิดว่าเราจะเชื่อหรือไง งั้นก่อนหน้านี้ที่เดินหน้าบานแฉ่งแบบนั้นหมายความว่าอะไร”

“ใช่ๆ ถ้าหมดแล้วจริงๆ เธอจะฮัมเพลงซะแฮปปี้ดี๊ด๊าขนาดนั้นเหรอ”

ความสุขของลูกผู้หญิงมีหลายประการก็จริงแต่หนึ่งในนั้นคือ ความสุขล้ำที่ได้รับจากการกิน ยังไม่ต้องนับนะว่าปลาสเกตนึ่งที่พวกเธอได้กินที่บ้านอียองซุกเป็นอาหารเลเวล 5

ใครไม่อร่อยก็บ้าแล้ว!

ครั้นพอเริ่มเข้าใกล้บ้านอียองซุกเข้าไปทุกที แม่ของอึนช่อลก็เก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่ได้อีก

“โฮะๆๆ หัวใจฉันเต้นกระหน่ำเลยอะ” เธอยกมือหนึ่งขึ้นป้องปาก พูดเบาๆ

จังหวะนี้เองที่พันธนาการคลายลง อียองซุกรีบสะบัดแขนออกวิ่ง

ทว่า แม่ของกยองจินรีบคว้าเอวกอดไว้แน่น

“จะไปไหนยะ!”

ผู้คนที่ผ่านไปมามองด้วยสายตาประหลาด

‘มนุษย์ป้าพวกนี้คิดจะเล่นมวยปล้ำกันกลางถนนรึไง’

ก่อนจะต้องอับอายประชาชีไปมากกว่านี้ อียองซุกก็ล้มเลิกความหวังที่จะสลัดหลุด

“ก็ได้ๆ งั้นปล่อย อยากมาก็มา”

“ฮึ ปล่อยปุ๊บเธอก็หนีปั๊บสิไม่ว่า”

คุณป้าคนหนึ่งเดินเข้ามาท่ามกลางสมรภูมิยื้อยุดฉุดตัวพอดี

“ใช่คุณแม่กยองฮาไหมคะ” เธอถาม

“อ้อ ค่ะ คุณแม่จูยอง”

อียองซุกเพิ่งรู้จักกับแม่ของจูยองได้ไม่นาน ทั้งคู่วัยเท่าๆ กันแถมยังเป็นเพื่อนบ้านกันด้วย…

“เพื่อนหรือคะ”

“ไม่เชิงค่ะ เป็นคู่…” คำว่า ‘ปรับ’ ยังไม่ทันออกมา แม่ของอึนช่อลก็รีบยกมือปิดปากเธอเสียก่อน

“คิกๆ เป็นเพื่อนถูกแล้วค่ะ”

ในสายตาแม่ของจูยอง บรรยากาศตอนนี้สนุกสนานชื่นมื่นยิ่ง คนเราสนิทกันมากก็ยิ่งแกล้งกันหนักไม่ใช่หรือ

“ว่าแต่ กำลังจะไปไหนหรือคะ”

“กลับบ้านค่ะ คุณแม่จูยองจะไปด้วยกันไหมคะ”

ตอนนี้สมองอียองซุกกำลังวางแผนซับซ้อนซ่อนเงื่อน ไหนๆ ก็ชวดโอกาสกินคนเดียวแล้ว ความคิดอำมหิตจึงบังเกิด นาทีนี้หากเพิ่มคนกินอีกคน แม่ของอึนช่อลกับแม่ของกยองจินก็จะได้ส่วนแบ่งน้อยลง ยิ่งกว่านั้น พอมีคุณป้าที่ไม่ค่อยรู้จักมาร่วมวง ป้าสองคนก็จะไม่กล้ายึดไว้กินคนเดียวอย่างไรล่ะ ถือเป็นการกระชับมิตรบ้านใกล้เรือนเคียงพร้อมกับควบคุมป้าๆ ไปด้วยกันในคราวเดียว ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

“คะ? ให้ฉันไปด้วยหรือคะ”

“พอดีที่บ้านมีของอร่อยน่ะค่ะ”

แม่ของจูยองยิ้มจนดวงตาเป็นพระจันทร์เสี้ยว ไม่ทันได้หันไปสังเกตแม่ของอึนช่อลกับแม่ของกยองจินที่หน้าตาบูดเพราะแผนล่ม

“ตั้งใจเชิญกันแบบนี้ ต้องไปอยู่แล้วค่ะ”

***

ทีมท็อปเชฟเข้าพักที่โรงแรมปักกิ่งหวังฝูจิ่ง ɴᴏᴠᴇʟɢᴜ.ᴄᴏᴍ

ด้วยความที่เป็นโรงแรมระดับห้าดาว การตกแต่งภายในจึงทันสมัย สิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบครัน ทำเอาแขกแต่ละคนอ้าปากค้าง

“ว้าว โรงแรมเจ๋งจริง”

เหมือนที่คังเทโฮเอ่ยชม บนผนังมีการบิลด์อินทีวีอย่างดี เตียงก็ยกสูงขึ้นมาถึงเอวดูนุ่มน่านอน โซฟาคุณภาพดีมีที่พักเท้าวางเตรียมไว้ให้ด้านหน้า ตลอดจนทิวทัศน์อันงดงามด้านนอก

“ขอแค่มลภาวะน้อยกว่านี้หน่อย ที่นี่จะสุดยอดมากครับ”

“ปักกิ่งนี่ ถ้าประมาณนี้ถือว่าดีกว่าวันอื่นแล้วล่ะครับ บางวันระยะแค่ยี่สิบเมตรก็แทบมองอะไรไม่เห็นแล้วครับ” ยูเทกวานอธิบาย

ไม่ว่าใครก็รู้ดีถึงผลพวงของการเร่งพัฒนาความเจริญจนละเลยการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่เมื่อหันมามองภายในโรงแรมก็หาที่ติติงไม่เจอแม้แต่เรื่องเดียว กระทั่งสระว่ายน้ำโอ่อ่าหรูหรายังมีพร้อมให้แขกเข้าใช้

“เราลงไปว่ายน้ำได้ไหมครับ” เชฟคังเทโฮถาม

โปรดิวเซอร์ยูเทกวานพยักหน้า

“ได้ครับ อีกเดี๋ยวจะมีเวลาส่วนตัวให้ไปพักผ่อนกันนะครับ แต่ก่อนอื่นเราควรคิดเรื่องมื้อเย็นไว้ให้เรียบร้อยดีไหมครับ ฉะนั้นผมเลยจะขอแจ้งว่าสำหรับตอนเย็น ทุกคนสามารถออกไปเยี่ยมชมเมืองปักกิ่งแล้วซื้อวัตถุดิบกลับมาทำกับข้าวทานเองได้”

“เข้าครัวตรงไหนครับ” โจซองจูสงสัย

“เชิญทางนี้ครับ” ยูเทกวานเดินนำ

ทีมท็อปเชฟเข้ามาถึงห้องครัวอันเป็นส่วนหนึ่งในโรงแรม

“เราประสานไปทางโรงแรมแล้วได้ครัวนี้มาครับ เตาต่างๆ สามารถเปิดใช้ได้ตามสบาย มีแค่วัตถุดิบเท่านั้นที่ทุกท่านต้องหาเข้ามาครับ”

ประหนึ่งเปิดประชุมวางแผนการรบทางทหาร โจซองจูเป็นตัวตั้งตัวตี เริ่มแจกจ่ายภาระงานให้แต่ละคน

“มาครับ เราจะจัดทีมกันก่อน แบ่งเป็นทีมจ่ายตลาดกับทีมทำอาหาร พวกผมจะเป็นฝ่ายไปจ่ายตลาดให้ ฉะนั้นรบกวนขอเชฟสักสองท่านที่รู้เรื่องอาหารดีมากับเราทีครับ”

“พี่ ผมก็รู้นะเรื่องอาหารอะ” อันจองฮุนเสนอตัว

โจซองจูปล่อยลมหายใจพรืด

“นี่นายมาทำตัวเป็นผู้นำต่อหน้าเชฟเนี่ยนะ”

“ไม่ใช่อย่างนั้น… จะบอกว่ารู้บ้างพอเป็นพิธี โถ่” อันจองฮุนทำท่าหงอย

สรุปว่าการจ่ายตลาด ได้ชเวฮยองซอกขันอาสา

“เดี๋ยวผมตามไปเองครับ จะทำเมนูอะไรกัน จดมาให้ผมนิดหนึ่งนะครับ”

เหล่าเชฟปรึกษาหารือกันเอง ก่อนจะเขียนเมนูลงในกระดาษส่งให้ชเวฮยองซอกที่ร่วมทีมกับพิธีกร ออกเดินทางจากโรงแรม ในหมู่เชฟที่เหลือ อียองบกดูจะสนใจกยองฮามากเป็นพิเศษ

“ถามหน่อยสิ คุณกยองฮาทำยังไงถึงได้ทำอาหารเก่งขนาดนี้ครับ”

“ผมก็พยายามมากหน่อยน่ะครับ ฝึกทำไปเรื่อยๆ ฝึกแล้วก็ฝึกอีก ฝึกไปเรื่อยๆ ไม่หยุดครับ”

“อะฮ่า ความเคยชินกลายเป็นความชำนาญนี่เอง… ก็จริงนะครับ ลูกค้าเยอะขนาดนั้นผมพอเข้าใจได้ แต่เท่าที่ผมเห็น ตัวคุณกยองฮาเองก็มีพรสวรรค์มากอยู่แล้วด้วยแหละครับ ไม่งั้นแค่สักแต่ว่าทำๆ ออกมาแบบไม่คิดอะไรเลย อาหารคงไม่มีทางอร่อยขึ้นได้หรอก”

กยองฮาจำเป็นต้องตอบเลี่ยง ถือว่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าชั่วคราว เพราะจะให้ตอบไปตรงๆ ว่า ‘ผมมองเห็นเลเวลอาหารครับ’ คงไม่ได้แน่

“ตัดเวลานอนออก เวลาที่เหลือผมคิดถึงแต่เรื่องอาหารครับ เชฟท่านอื่นเองก็คงเป็นเหมือนกันนะผมว่า”

“นั่นไง ว่าแล้วเชียว! จะเป็นเชฟมือดีได้ต้องมีที่มา อยู่เฉยๆ เปล่าๆ น่ะไม่มีทางหรอก ฮ่าๆๆ”

เมื่อวงสนทนาค่อนข้างเป็นกันเอง อียองบกคือคนหนึ่งที่แสดงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาเสมอ

“พวกที่มีความสามารถอย่างเดียวมักเป็นที่อิจฉาริษยา แต่ถ้าดันขยันหมั่นเพียรด้วยนี่นึกเกลียดไม่ลงจริงๆ ครับ”

“ขอบคุณที่มองผมในแง่ดีนะครับ”

แดนคิมเอ่ยปากถามสิ่งที่แอบสงสัยมาตลอด

“ผมเองก็มีเรื่องหนึ่งอยากถามคุณกยองฮาครับ ไม่ทราบว่าขออนุญาตถามได้ไหม”

ขณะนี้การถ่ายรายการดำเนินมาถึงตอนที่สี่แล้ว แต่ทั้งคู่เคยคุยกันแค่ไม่กี่ประโยคเท่านั้น ด้วยความอยากช่วยสลายบรรยากาศกระอักกระอ่วน กยองฮาจึงตอบรับอย่างสบายๆ

“เต็มที่เลยครับ”

“ที่จริง พวกอาหารตามสั่ง คุณกยองฮาถือว่าเป็นโปรฯ ใช่ไหมล่ะครับ แต่อาหารอื่นๆ นี่ ทำยังไงถึงได้เก่งขนาดนั้นได้ล่ะครับ”

“ผมเริ่มจากศึกษาข้อสอบสำหรับสอบเอาใบประกอบวิชาชีพก่อนครับ แล้วอาศัยช่วงกินข้าวของพนักงานลองทำมาช่วยกันชิมดู วันหยุดก็คอยฝึกฝนต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ครับ”

อียองบกยืนกอดอก ยิ้มแย้มอย่างพอใจ

“ดูเอาเถอะ บอกแล้วว่าพี่แกไม่หยุดพักเลยสักวันเดียว”

แดนคิมอดอุทานออกมาไม่ได้

“ไม่มีวันหยุดเหรอครับเนี่ย ขนาดผมว่าผมชอบทำอาหารแล้วนะครับ ยังทำขนาดนั้นไม่ไหวเลย”

ชายงเทผู้จัดการส่วนตัวกยองฮาฟังอยู่ใกล้ๆ เกือบหลุดขำพรืด

‘แค่นี้ก็ตกใจกันแล้วเหรอ นี่ถ้าเห็นตารางงานเฮียกยองฮาเข้า ไม่ต้องเป็นลมล้มตึงกันเลยรึไง’

กิจวัตรประจำวันตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าจวบจนสามทุ่มนั้นเหมือนกันทุกวัน ยกเว้นวันที่ต้องทำข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อจะเลิกดึกยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยเหตุนี้เขาจึงรู้สึกผิดอยู่หลายหนเมื่อต้องดีลงานเข้ามาให้กยองฮา

คุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยๆ เวลาก็ล่วงเลยอย่างไม่รู้ตัว

กยองฮานำทีมเชฟที่เหลือตรวจดูเตาที่จะใช้

“ครัวจีนนี่ไฟแรงดีจริงๆ นะครับ”

“ใช่ครับเพราะบางเมนูต้องมีความหอมควันไฟ เรียกว่าขาดไม่ได้เลยดีกว่าครับ”

ไม่นาน ทีมจ่ายตลาดก็กลับมา ตอนนี้เป็นคิวให้ทีมที่รออยู่ที่โรงแรมแสดงฝีมือบ้าง

กยองฮารับผิดชอบปรุงอาหารจีนเมนูเป็ดที่เรียกว่า เข่ายา

ในเกาหลีบางทีก็เรียกว่าเป็ดปักกิ่ง แต่สำหรับที่จีนนี้เป็ดเข่ายาจะมีความพิเศษตรงที่นำไปย่างทีเดียวทั้งตัวโดยเป็ดจะถูกผ่าทางด้านข้างและเอาเครื่องในออก เป็ดสุกที่จะใช้ทำเข่ายาถูกเจาะจงสั่งหามาเพื่อการนี้ กยองฮาปักหลอดไม้ไผ่ลงตรงระหว่างชั้นหนังเป็ดและเนื้อเป็ด ก่อนจะเป่าลมเข้าไป แล้วจับมันขึ้นแขวนกับตะขอ

ชเวฮยองซอกถามอย่างตะลึง

“คุณกยองฮา เดี๋ยวนะครับ อย่าบอกนะว่าคิดจะย่างเจ้านั่นจริงๆ”

“ครับ”

“ต้องคำนวณเวลาด้วยนะครับ ทำเป็ดปักกิ่ง ต่อให้เป็ดสุกมาแล้วก็ยังต้องย่างตั้งสามสี่ชั่วโมง…”

ดูเหมือนกยองฮาจะคิดเผื่อมาแล้ว เขาหยิบมีดมาบั้งทั่วตัวเป็ด ละเอียดอ่อนขนาดไหนไม่ต้องกล่าว ใบมีดไม่เฉือนถูกกระดูกเลยแม้แต่น้อย ทำเอาคนมองเกิดภาพลวงตาว่าสิ่งที่ลงมีดอยู่นั้นไม่ใช่เนื้อแต่เป็นเต้าหู้

“ทำแบบนี้จะสุกได้เร็วขึ้นครับ”

บั้งเป็ดทั้งตัวงั้นเหรอ? กระทั่งเชฟอียองบกที่มีประสบการณ์ทำเป็ดปักกิ่งมาแล้วหลายครั้งยังไม่เคยใช้วิธีนี้เลย

‘ปกติเป็ดปักกิ่งต้องเอาย่างทั้งตัวไม่ใช่รึ…’ จะว่าเป็นประเพณีนิยมหรือสูตรเหมารวมก็คงไม่ผิด

ตัวอียองบกนั้นบั้งไก่ตุ๋นโสมประจำ แต่กับเป็ดปักกิ่งเขากลับไม่ทำ ด้วยเพราะมันมีความแปลกตรงที่มีน้ำมันค่อนข้างมากและผิววาว ทว่า กลับไม่ได้ทำให้รู้สึกเลี่ยน ดังนั้นไม่มีความจำเป็นให้ต้องลำบากบั้งเนื้อ

กยองฮาเอาซอสเป็ดปักกิ่งทาจนชุ่มตัวเป็ด จากนั้นยกทั้งตัวใส่เข้าไปในเตาถ่าน

‘รสชาติจะเป็นยังไงไม่รู้ บั้งเยอะขนาดนั้นคงสุกเร็วแน่ล่ะ แต่ถึงงั้นจะให้เสร็จในสิบห้านาทีคงไม่ไหวมั้ง…’

สิ่งที่อียองบกกำลังกังวล ชเวฮยองซอกก็คิดอยู่เช่นกัน

“เดี๋ยวนะครับคุณโกกยองฮา พรุ่งนี้จะเอาเมนูนี้แข่งใช่ไหมครับ”

“เปล่าครับ” กยองฮาตอบหน้าตาเฉย

……………….

[1] สตรีมมิ่ง (streaming) หมายถึง การเล่นไฟล์จำพวกวิดีโอหรือเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตโดยช่องทางที่ให้บริการสตรีมมิ่ง ซึ่งผู้ชมไม่ต้องดาวน์โหลดไฟล์มาเก็บจนครบก่อนก็สามารถเข้าชมได้ทันที

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset