วันต่อมา
เมื่อสาขาหลักและสาขารองปิดร้านเป็นที่เรียบร้อย พนักงานทั้งหมดก็พากันไปยังสถานที่จัดเลี้ยงเพื่อรับประทานอาหารร่วมกัน
“ได้พบสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งใกล้ชิดขนาดนั้น คิดกี่ทีก็ยังเหมือนฝันเลยค่ะ”
หัวข้อสนทนาย่อมหนีไม่พ้นเรื่องการทำอาหารนอกสถานที่ ณ ทำเนียบประธานาธิบดี
ดูเหมือนแม่ของด็อกโฮผู้เป็นหัวหน้าครัวสาขารองมีเรื่องอยากจะถามชินยองฮีหัวหน้าครัวสาขาหลักมากมายเหลือเกิน
“ได้ถ่ายรูปมาไหมคะ”
“โฮะๆๆ แน่นอนค่ะ นี่ไง… ไม่รู้เลยว่าท่านคุยสนุกแบบนี้ เวลาผ่านไปไม่รู้ตัวเลยค่ะ”
แม่ของด็อกโฮกำลังดูภาพชินยองฮีที่ถ่ายคู่กับท่านผู้หญิงอยู่ ฟังประโยคหลังก็สงสัย
“ได้คุยกันด้วยหรือคะ”
“คุยนานเลยล่ะค่ะ เพิ่งพบกันครั้งแรกแต่ท่านทำตัวเป็นกันเองสุดๆ…”
ตอนนี้ชักจะอิจฉาเสียแล้ว แม่ของด็อกโฮเองก็เคยผ่านประสบการณ์แบบเดียวกันมา ครั้งแรกที่ได้ออกไปทำอาหารนอกสถานที่ที่ทำเนียบฯ ก็เป็นเธอนั่นแหละที่ร่วมทางไปด้วย
ฝ่ายอันอิลเทเองก็ดูจะภาคภูมิใจมากชนิดที่ใครก็เทียบไม่ได้
วันนี้ผู้ที่เป็นต้นคิดจัดเลี้ยงรวมให้แก่พนักงานสาขาหลักและสาขารองคือเขาเอง อาจเพราะสบโอกาสพอดี อันอิลเทจึงอารมณ์ดีครึกครื้นเป็นพิเศษ การเรียกรวมตัวระหว่างสาขาหลักและสาขารองก็เพื่อจุดประสงค์ให้พนักงานเกิดความกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
ทว่า เมื่อมารวมกันเข้าจริงๆ คนกลับเยอะกว่าที่เขาคาดไว้มาก เฉพาะสาขารองก็ปาเข้าไปเจ็ดคนแล้ว
‘เพิ่งเห็นนะเนี่ยว่าสมาชิกเราเยอะขนาดนี้’ แหม อิ่มอกอิ่มใจอะไรอย่างนี้
เขาจ้างพนักงานไว้ที่ร้านไม่ใช่น้อย ถ้านับคนแฟรนไชส์ด้วยคงเทียบบริษัทขนาดย่อมได้เลย
อันอิลเทดื่มด่ำกับความรู้สึกในใจ ก่อนยกแก้วสุราขึ้นสูง
“มาๆ ดื่มกันคนละแก้ว”
“ก่อนจะดื่มต้องกล่าวด้วยไหมคะว่าดื่มให้อะไร ให้ใคร ยังไง” ชินยองฮีถามทันที
“อา จริงด้วย งั้นดื่มให้อะไรดี”
“ให้ฮันอุลเป็นไงคะ” แม่ของด็อกโฮเสนอ
“ดีๆ งั้นก็ แด่ฮันอุล!”
อันอิลเทนำเสียงดัง สมาชิกทั้งหลายตามด้วยการชูแก้วขึ้น พร้อมประสานเสียง
“แด่ฮันอุล!”
แก้วแต่ละคนบ้างก็เป็นเบียร์ บ้างก็เป็นโซจู มีเพียงแก้วของฮเยจีที่เป็นสไปรท์ซู่ซ่า
‘ชอบจังบรรยากาศแบบนี้’ เธอไม่ได้รู้สึกไม่พอใจอะไร
ในแก้วจะเป็นเหล้าแล้วอย่างไร เป็นน้ำอัดลมแล้วอย่างไร การได้เป็นส่วนหนึ่งของทุกคนตรงนี้ต่างหากที่สำคัญ
และแล้วก็ได้ฤกษ์เริ่มต้นมื้ออาหารค่ำ เมนูคือซี่โครงย่างถ่าน
น้าจองซุนผู้ช่วยครัวสาขาหลักมองปลาเนื้อหนาอวบที่ออกมาเสิร์ฟเป็นเครื่องเคียงไม่วางตา
“อืม อร่อย นี่ปลาอะไร มีใครรู้บ้างคะ”
คนอื่นๆ คีบเนื้อหนึ่งคำ สองคำเข้าปากชิม หันไปถามกันเอง
“ปลาปักเป้ารึเปล่า”
“น่าจะเป็นปลาแอทคาแมคเคอเรลมากกว่าไหม”
ระหว่างที่ยังหาคำตอบไม่ได้นั้น
“ปลาสเกต[1] นึ่งครับ” กยองฮาเฉลย
เขาตอบได้ เพราะเมนูนี้ถูกบันทึกเข้าระบบลิ้นนักชิ้มแล้ว
“อุ๊ย อย่าบอกนะคะว่าจานนี้ก็ทำเป็นด้วย” แม่ของด็อกโฮถาม ดวงตาระยิบระยับอย่างคาดหวัง
กยองฮาตอบสั้นๆ
“ยังไม่เคยลองทำเลยครับ”
***
ณ ตลาดปลาและของทะเลสด ย่านโนรยังจิน
ขณะเดินไปตามแผงขายปลาหลากชนิด
“เฮียมาที่นี่ทำไมครับ” มยองฮุนสงสัย
“ว่าจะดูปลาสักหน่อยน่ะ” กยองฮาตอบสงวนจำนวนคำ
มยองฮุนได้แต่ถามต่อ
“ถ้าเป็นปลา… แปลว่าเฮียจะออกเมนูใหม่เหรอครับ”
“เปล่า กะจะทำให้คุณแม่ชิมน่ะ ไอ้เจ้าสเกตนึ่งที่เรากินครั้งก่อนไง”
“อะฮ่า สเกตนึ่งนั่นผมก็ว่าอร่อยดีครับ ถ้าสเกตหมักผมทานไม่ไหว นึ่งเอานี่แหละครับอร่อยมาก”
เช้าตรู่แบบนี้ตลาดปลาคึกคักวุ่นวายไม่เบา
“พวกพ่อค้าแม่ค้าตลาดปลาที่นี่ บางครั้งผมเห็นแล้วก็ทึ่งนะครับ”
“เคยมาแล้วเหรอ”
“แน่นอนสิครับ เมื่อก่อนมากับน้องชายบ่อยมาก เดิมทีเคยคิดจะเปิดร้านปลาดิบด้วยล่ะครับ”
มยองฮุนลูบท้ายทอยเขินๆ
“งั้นก็แล่ปลาดิบเก่งสิเนี่ย”
“เอ่อ ก็นิดหน่อยครับ”
เขากะจะคุยเรื่องตกปลาด้วย ทั้งที่คำพูดขึ้นมาจุกรอตรงคอหอยแล้ว แต่มยองฮุนใช้ความพยายามกลืนมันกลับลงไป
‘แค่นี้เฮียก็งานยุ่งจะแย่ ตกปลงตกปลาอะไร มันใช่เรื่องไหมเนี่ย….’
ที่กล่าวกันว่าการตกปลาก็เหมือนตกเวลาไปด้วยนั้นคงไม่เกินไป จังหวะจะได้ปลานั้นวางเบ็ดแค่ครู่เดียวก็ได้แล้ว แต่หากไม่เป็นเช่นนั้นก็ต้องมีการต่อสู้กับเวลากันบ้าง มยองฮุนหยุดความคิดเพียงเท่านั้น มองไปรอบๆ ก่อนชี้ที่ด้านหนึ่ง
“อ๊ะ! ปลาสเกตอยู่นั่นครับ”
กยองฮาไปยืนตรงหน้าปลาทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน รูปร่างภายนอกต่างจากปลากระเบนที่อยู่ใกล้กันอย่างเห็นได้ชัด ปลากระเบนนั้นจะเป็นทรงห้าเหลี่ยม ตรงข้ามกับปลาสเกตที่เป็นทรงขนมเปียกปูน ปลายลำตัวส่วนท้ายแหลมลู่ หางยาวมีครีบเล็กๆ อยู่ด้วย
“ผมไม่ค่อยมีโอกาสแล่ปลาสเกตกับกระเบนเท่าไหร่เลยไม่ค่อยมีความรู้ ไม่ทราบเจ้าสองตัวนี้ต่างกันตรงไหนเหรอครับ” มยองฮุนถามเจ้าของร้านขายปลา
“ปลาสเกตนี่ถ้าทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง บนผิวมันจะสะสมสารจนเกิดเป็นแอมโมเนีย ส่วนกระเบนนี้ทิ้งไว้แบบเดียวกันมีแต่เน่ากับเน่านะ…” กยองฮาเป็นคนตอบ
เจ้าของร้านได้ยินก็ยกยิ้มมุมปาก
“รู้ดีเลยนะครับ”
“รู้ได้ไงน่ะครับ” มยองฮุนมองกยองฮาอย่างอึ้งๆ
“เคยอ่านเจอมาน่ะ”
วันไหนว่างๆ กยองฮาจะพยายามศึกษาเรื่องอาหารอย่างหลากหลายให้รู้จริง รู้ลึกและกว้างขวางเสมอ แน่นอนว่าที่ทำนั้นไม่ได้สร้างเสริมให้เกิดข้อได้เปรียบพิเศษแต่อย่างใด ได้แค่อ่านหนังสือ ดูคลิปหรือวิดีโอที่เกี่ยวข้อง และใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้รอบตัวไปเรื่อย มีเท่านี้เอง แถมใช่ว่าเขาจะความจำเป็นเลิศชนิดที่ผ่านตาผ่านหูครั้งหนึ่งก็จำเนื้อหาได้ทั้งหมดเสียเมื่อไหร่
‘ได้เรียนรู้จากเฮียเยอะเลย ไหนจะเรื่องทำอาหาร เรื่องของกิน เรื่องอื่นๆ ทั้งหมดก็ด้วย…’
มยองฮุนมองกยองฮาด้วยความเลื่อมใสยิ่งกว่าเก่า หากนับชั่วโมงบินของการเรียนทำอาหารตั้งแต่เริ่มใช้ชีวิตมาจนถึงตอนนี้ ก็น่าจะได้สัก 30% ส่วนปัจจุบัน สิ่งที่เขาได้เรียนรู้เพิ่มมาคงถึงสัก 70% เห็นจะได้ ไม่สิ อาจจะมากกว่านั้นเสียอีก
แม้มยองฮุนจะสอบเก็บตราสัญลักษณ์รับรองได้มากขึ้นทุกที แต่เหตุผลนี้แหละที่ทำให้เขาไม่อยากแยกออกไปตั้งร้านใหม่แล้วบริหารร้านเอง
“ตัวนี้เท่าไหร่ครับ” กยองฮาถามราคาปลาสเกต
มยองฮุนจมอยู่กับความกังวลของตัวเอง
‘หรือว่าไม่ต้องตั้งร้านมันซะเลยดีไหมนะ อยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ’
***
งานช่วงเช้าวันนี้ยังคงวุ่นวายเช่นเดิม เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
วันนี้ชเวบกซุนได้มารับประทานอาหารร่วมกันกับสมาชิกด้วย
“จะทานให้อร่อยเลยค่ะ”
“ไม่ต้องเกรงใจนะครับ ถ้ามีเมนูไหนอยากทานก็บอกผมได้ตลอด”
ระยะนี้เมื่อถึงมื้ออาหารทีไร กยองฮาจะเสิร์ฟอาหารจีนให้พนักงานเป็นหลักทุกครั้ง ซึ่งเขาแอบรู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน
“ไม่ค่ะ พวกเราอยากทานทุกอย่างที่เถ้าแก่ทำให้ค่ะ ได้หมดเลย” ชเวบกซุนโบกมือปฏิเสธ
กยองฮาหันไปมองเจมินกับยุนซึลที่ได้ลิ้มรสอาหารเลเวล 5 ไปแล้วเรียบร้อย
“อาหารเมนูใหม่ๆ ก็ดีนะครับ พวกเรายังไม่เคยมีโอกาสได้ชิมเลยครับ”
“อื้อ” ยุนซึลพยักหน้าหนักแน่นเห็นด้วยกับพี่ชาย
เมื่อได้รับคำตอบ กยองฮาก็คลายกังวลและตัดสินใจทันที
“งั้นผมจะทำเมนูที่เรากินกันช่วงนี้นะครับ”
พนักงานทุกคนสีหน้าเย็นเยียบ เดาได้ล่วงหน้าแล้วว่าต้องมาอีหรอบนี้
อาหารใหม่ๆ ที่กยองฮาทำ แม้จะรสชาติไม่ได้เรื่องก็ยังไม่ถึงกับต้องคายของเก่าออกมา อาหารที่ออกเสิร์ฟแรกๆ นั้นระดับรสชาติจะพอๆ กับร้านทั่วไป เรียกว่าหารสชาติประมาณนี้กินได้ไม่ยาก ส่วนอาหารเลเวล 1 ของมือใหม่หัดเข้าครัวนั้น ท่าทางกยองจะฮาจัดการเองเรียบร้อยแล้ว อีกอย่าง พนักงานที่ต้องอดทนกินอาหารเลเวล 2 ก็ทนแค่สองสามวันเท่านั้นเอง นอกจากนี้กยองฮาก็มีเมนูเรียกน้ำย่อยออกมาแถมเรื่อยๆ เป็นจานเคียงด้วย ความรู้สึกที่ต้องอดกลั้นจึงเบาบางลงโดยปริยายโuเวลกูดoทคอม
ขณะที่กำลังจะอิ่ม ชเวบกซุนก็แอบย้ายฟักทองหวานนึ่งสุกที่เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยลงกล่องที่เตรียมมา
“ยาย ทำไมห่อกลับล่ะครับ ไม่ทานเหรอครับ” ซองช่อลเห็นเข้าพอดี
ชเวบกซุนยกนิ้วขึ้นจรดริมฝีปากพลางส่งสายตาตำหนิซองช่อล แต่กยองฮาก็หันกลับมาจนได้ ตอนนี้จะให้แก้ปัญหาด้วยการเงียบคงไม่ทันแล้ว
“…นี่กะจะเอาไปฝากพวกป้าๆ น่ะค่ะ แกชอบกินอาหารที่เถ้าแก่ทำให้มาก”
เสียงอธิบายแหบพร่าอย่างคนสูงอายุช่วยให้แม่ของด็อกโฮกระจ่างแก่ใจราวไขปัญหาเชาว์ได้
‘มิน่าล่ะถึงทานแต่ปลาสเกตนึ่ง ไม่แตะฟักทองหวานนึ่งอร่อยๆ นั่นเลยสักคำ… อย่างนี้นี่เอง’
กยองฮากล่าวโทษคุณยายไม่ลง ไม่สิ ใจหนึ่งเขาออกจะลิงโลดด้วยซ้ำ เช่นนี้ก็แปลว่าคนกินอาหารช่วงทดลองมีเพิ่มขึ้นมาอีกสองคนเลยนะ
‘เออแฮะ ทำไมเรานึกไม่ถึง’
คงเป็นเพราะงานเขาเยอะเกินไป ความคิดจึงจำกัดอยู่แค่อะไรแคบๆ ก็เป็นได้
จะว่าไป ที่ผ่านมากยองฮาคิดถึงแค่การทำอาหารให้ชาวสมาชิกสาขารองอย่างเดียว แต่ในเมื่อมีสมาชิกชิมอาหารเพิ่มขึ้นย่อมเป็นผลกำไรของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
“ถ้างั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ผมจะทำกับข้าวใส่กล่องให้คุณป้าสองคนที่ร้านเครื่องเคียงด้วยดีไหมครับ”
“แบบนั้นจะรบกวนเถ้าแก่มากเกินไปหน่อยนะคะ”
“ไม่เป็นไรเลยครับ อย่างมากก็ทำเพิ่มแค่สองที่เอง”
“ถ้าทำได้จริงๆ สองคนนั้นต้องดีใจมากแน่ๆ ค่ะ”
ชเวบกซุนแทบจะจินตนาการเห็นทั้งคู่ออกอาการวี้ดว้ายชอบอกชอบใจได้เลยทีเดียว
***
สามสิบนาทีให้หลัง
จินโอเข้ามาที่สาขารองและกำลังกินแกงกิมจิที่กยองฮาปรุงให้กับมือ
“อร่อยกว่าที่พี่ทำใช่ไหม”
“พูด…พูดไรอย่างนั้น ของพี่ต้องอร่อย…” จินโอพูดต่อไม่ออก เพราะเสียงกยองฮาลอยมาขัดจากทางด้านหลัง
“พอกินได้รึเปล่า”
“อร่อย…มากๆ ครับ”
ความที่น้องชายพลิกลิ้นเปลี่ยนคำพูดทันใดราวกิ้งก่าเปลี่ยนสีทำให้มยองฮุนมองอย่างหมั่นไส้
ที่จริงไม่ใช่แค่จินโอคนเดียว คนอื่นๆ ที่ได้ชิมอาหารแล้วให้ลองตัดสินความอร่อย เป็นใครก็ต้องลงคะแนนว่าของเถ้าแก่อร่อยกว่าอยู่แล้ว
“ช่วงนี้งานหนักกว่าเดิมใช่ไหม” กยองฮาถาม
ทว่าจินโอยังคงตักข้าวเข้าปากต่อเนื่อง ของอร่อยขนาดนี้เคี้ยวๆ อยู่แล้วให้หยุดกินถือว่าเป็นการทรมานผู้คนอย่างร้ายแรง
“…ครับ คงเพราะสาขาเรา… มีมากกว่าเดิม…”
จินโอซดน้ำแกงของแกงกิมจิดังซู้ดซ้าด ออกปากชมเชยอย่างจริงใจ
“อร่อยมากจริงๆ ครับ อร่อยจนผมพูดจาไม่เป็นคำเลย ใจผมอยากมากินข้าวที่นี่ทุกวันให้รู้แล้วรู้รอด”
น่าแค้นนักที่ภาระปัจจุบันไม่อนุญาตให้เขาทำตามใจหวัง ความพิเศษของหน้าที่เขาคือเดินทางไปโน่นมานี่ทุกจังหวัดทั่วเกาหลีใต้ และด้วยธุระเรื่องแฟรนไชส์ซึ่งอันอิลเทแบกรับไว้คนเดียวทั้งหมดนั้น มีอะไรนิดหน่อยเขาก็ต้องเข้าไปช่วยที่สาขาหลักตลอดอย่างเลี่ยงไม่ได้
“เฮ้ยจินโอ ไอ้นี่ยังไม่ใช่สุดยอดนะ” มยองฮุนกระซิบเบาๆ ข้างหูน้องชาย
“หมายความว่าไง”
“อร่อยกว่านี้ยังมี…”
แกงกิมจิที่กยองฮาทำให้จินโอเมื่อครู่เป็นเลเวล 4 แต่ก่อนหน้าไม่นาน มยองฮุนเพิ่งจะดวงดีได้ลิ้มลองเลเวล 5
“มันจะอร่อยกว่านี้อีกได้ยังไง”
“ภาพลวงตากลายเป็นของจริงเลยล่ะ แกงกิมจิที่บอก”
กยองฮาไม่ได้ทำมาเสิร์ฟจินโอเพราะก่อนพักเบรกเขาเพิ่งปรุงอาหารเลเวล 5 ให้ลูกค้าไป หากรู้ว่าจินโอจะมา เขาคงเก็บเลเวล 5 ไว้ ไม่ทำตอนนั้น
“เฮอะ พี่ อย่ามาหลอกกันดีกว่า” จินโอหยักยิ้ม มองพี่ชายด้วยหางตา
“หลอกทำไม เรื่องจริง”
คู่แฝดนี้ชอบถกเถียงทำสงครามน้ำลายกันเป็นประจำว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง สถานการณ์นี้นอกจากสองคนพี่น้องแล้ว พนักงานด้านหลังคนอื่นๆ ก็เป็นเช่นเดียวกัน ต่างมองจอมือถือไปพลางกระซิบกระซาบไปพลาง
“กินครั้งแรกเขาว่าจะเห็นภาพหลอน จริงใช่ไหม”
“จะบ้าเหรอ คนที่พูดแบบนั้นมีกี่คนกัน คิดว่าเป็นไปได้จริงๆ หรือไง”
เหมือนซองช่อลถามขึ้นมาให้มินซูด่าเล่น แต่ซุนกุกกลับระวังท่าที จากนั้นค่อยเปิดปากเล่าประสบการณ์ส่วนตัวออกมา
“เอาตรงๆ ฉันเห็นนะ แต่หลังจากครั้งนั้นภาพก็ไม่มาอีกเลย…”
ส่วนกยองฮาผู้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังปิดปากเงียบเชียบ
***
หนึ่งเดือนต่อมา
เรตติ้งรายการท็อปเชฟพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อตอนเก่าๆ ถูกนำมาฉายซ้ำก็ยิ่งได้รับความนิยมเข้าไปอีก แน่นอนว่าผู้ที่เป็นจุดสนใจมากที่สุดย่อมเป็นกยองฮา พนักงานสาขารองเองก็สนใจเรื่องในวงการไม่น้อยหน้าใครเขาเช่นกัน
“พี่ซุนกุก อ่านนี่สิครับ ฟีดแบ็คท็อปเชฟของฝั่งจีน” มินซูยื่นมือถือไปด้านหน้า
“เขาว่าไงกันบ้าง” ซุนกุกเดินเข้ามาหา
“มีคนแปลมาให้แล้ว ลองดูครับ ส่วนใหญ่เป็นด้านบวกนะ”
ไม่ผิดจากที่พูดเลย ชาวเน็ตประเทศจีนกระหน่ำชื่นชมอย่างยิ่งใหญ่
– ทำไมจีนเราไม่มีรายการแบบนี้บ้างอะ ตามหลังเกาหลีตลอดเลย
– โว้ว กดมิชลินสองดาวซะยับ ถ้าไม่ได้เตี๊ยมกันล่วงหน้านี่ตกใจจริงนะ
– ฉันรู้สึกเหมือนคนอกหักเลยค่ะ ปกติไม่ได้ติ่งไอดอลเกาหลีด้วยสิ…
แต่ฟีดแบ็คบางประเภทเห็นแล้วแทบไม่อยากเชื่อสายตา
– มังกรฟ้าน่าจะไม่ใช่ภัตตาคารหมูในอวยเท่าไหร่นะ โกกยองฮาชนะจริงๆ เหรอ กรรมการล็อคหวยล่วงหน้าไว้แล้วรึเปล่า?
– ตัวผมประสบการณ์ทำอาหารสิบเจ็ดปี พอเห็นคุณโกกยองฮาเข้าครัวปุ๊บจะไม่ยอมรับก็ไม่ได้ครับ ยิ่งใครที่ยึดอาชีพทำอาหารมายาวนานเหมือนกันกับผมคงคิดแบบเดียวกัน
ซองช่อลนึกถึงกยองฮาที่ตอนนี้น่าจะอยู่บนเครื่องบิน มุ่งหน้าสู่ประเทศจีน
“เถ้าแก่จะรู้ไหมเนี่ยครับว่ามีคนพูดอะไรแบบนี้” เขาพึมพำ
………………………
[1] ฮงงอ หรือ ปลาสเกต เป็นปลากระดูกอ่อนจำพวกหนึ่ง มีลักษณะคล้ายปลากระเบน