หลังจากเรียวกะมาเยือนและกลับไปได้พักหนึ่ง ฮันอุลสาขารองก็มีอันต้องต้อนรับขับสู้แขกไม่ได้รับเชิญซึ่งมาอย่างไม่คาดคิด
“สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเหรอครับ”
“ครับ”
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นหน่วยงานราชการระดับกรมของประเทศ ทำหน้าที่กำกับดูแลความปลอดภัยของประชาชนผู้บริโภค ผ่านการตรวจสอบสินค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยารักษาโรค ยาเสพติด เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ปลอดเชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และอื่นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าของเหล่านั้นมีความสะอาดและถูกสุขอนามัยจริงๆ
ด้วยความที่ร้านอาหารตามสั่งอย่างไรก็มีสิ่งที่เรียกว่า ‘อาหาร’ แน่นอน ฉะนั้นจะมองว่าอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก็ไม่แปลก
ที่แปลกคือ สำนักงานฯ อย. มักไม่ค่อยเข้ามาเยี่ยมร้านอาหารทั่วไปแบบนี้น่ะสิ
“ถ้าเป็นเรื่องสุขอนามัย ครั้งก่อนก็ตรวจไปแล้วตั้งสองรอบนะครับ” ซุนกุกทักท้วง
เจ้าหน้าที่อย. ทำหน้าลำบากใจ
“ครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับครั้งก่อนหน้าครับ พอดีเราได้รับแจ้งมาว่าที่นี่ดำเนินกิจการโดยใช้สารเสพติด…”
ซุนกุกตะลึงปนตกใจ แจ้นเข้าครัวมองหากยองฮา ทั้งคู่สบตากันพอดี
“เป็นอะไร มีเรื่องอะไรเหรอ”
“สะ สำนักงานฯ อย. มาตรวจครับ” ซุนกุกถึงกับพูดติดอ่าง
มันน่าตกใจขนาดนั้นเลยหรือ… กยองฮาตะโกนเรียกเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเอง
“ครัวอยู่ทางนี้ครับ!”
การตรวจสอบดำเนินไปคนละรูปแบบกับการตรวจสุขอนามัย เจ้าหน้าที่แต่ละคนเปิดตู้เย็น พลิกครัวค้นของดูอย่างละเอียด
“ไม่มีนะ พวกสารเสพติดอะไรนั่น…”
“แล้วทำไมถึงมีการแจ้งพบสารเสพติดเข้ามาได้ล่ะคะ”
แน่นอนว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่คุยกันนั้นกยองฮาและพนักงานครัวทุกคนได้ยินเต็มๆ
น่าขัน นี่เรื่องบ้าบออะไรกันเนี่ย
“สารเสพติดเหรอครับ” มยองฮุนถามเสียงสูง ประหลาดใจจนแทบพูดไม่ออก
“ครับ เราได้รับแจ้งเข้ามาว่าที่นี่จำหน่ายอาหารใส่ยาหรือสารเสพติดน่ะครับ”
แม่ของด็อกโฮยืนกอดอกเปรยเสียงเข้ม
“อีกแล้ว สงสัยจะมีคนเห็นร้านเราขายดีเกินจนอยากกำจัดทิ้งเลยโทรฯ ไปแจ้งความล่ะสิไม่ว่า ก่อนหน้านี้ไม่นานก็มาแล้วหนหนึ่ง ถ้านับวันนี้ด้วยก็หนที่สามแล้วนะคะ ในเดือนเดียวเนี่ย”
ละแวกใกล้เคียงมีร้านอาหารตามสั่งอีกหลายร้านที่เห็นฮันอุลสาขารองเป็นหนามยอกอก แต่ส่วนใหญ่จะประสบภาวะอ่อนแอก็แพ้ไป
“เห็นด้วยครับ” มยองฮุนช่วยเสริม
เจ้าหน้าที่ อย. หันไปมองหน้ากัน พวกเขาได้รับแจ้งเข้ามาจริงๆ ไม่ได้ล้อเล่น
ตอนนั้นเอง มือถือของเจ้าหน้าที่ซึ่งดูมีอายุที่สุดในกลุ่มก็ดัง
“ครับหัวหน้า… ไม่พบอะไรครับ …ให้กลับเดี๋ยวนี้เลยเหรอครับ ทำไม… ปะ ไปเดี๋ยวนี้ครับผม”
วางสายแล้วเขาก็หน้าซีดเหลือง เริ่มลงมือเก็บกวาดข้าวของที่ระเกะระกะเลอะเทอะเพราะการตรวจสอบเมื่อครู่
“น่าจะมีการเข้าใจผิดกันครับ ต้องขออภัยอย่างสูงที่เข้ามารบกวนนะครับ”
หัวหน้าเริ่มทำงานแล้วลูกน้องจะนิ่งดูดายได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ชายหญิงวัยรุ่นที่ตามมาจากสำนักงานฯ รีบเข้าไปช่วยจัดของจำพวกวัตถุดิบเข้าที่เดิม ทว่า ยิ่งช่วยยิ่งเหมือนเพิ่มงาน เพราะก่อนตรวจไม่ได้มีใครสังเกตเลยว่าวัตถุดิบต่างๆ เคยอยู่ตรงตำแหน่งไหน กยองฮาตัดสินใจตัดบทเพื่อตัดปัญหางานเข้าที่จะตามมาภายหลัง
“ทิ้งไว้แบบนั้นแหละครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เชิญครับ”
เจ้าหน้าที่ทุกคนจึงกล่าวลา ออกจากฮันอุลสาขารองไป
แม่ของด็อกโฮเอ่ยสิ่งที่คิดอยู่คนเดียวในใจดังๆ
“หนนี้เจ้าหน้าที่ อย. ดูอ่อนน้อมมารยาทดีทีเดียวนะคะ ว่าแต่ใครมันช่างคิดอุตริ โทรฯ เข้าไปแจ้งเรื่องเหลวไหลตลกร้ายแบบนี้เนี่ย”
***
หัวหน้าฝ่ายคิมอูชิกกำลังหูชาด้วยถูกผู้บริหารระดับสูงแห่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาต่อว่าเป็นการใหญ่
ปาร์คจองอุงเป็นถึงผู้บริหาร เขาจึงสามารถว่ากล่าวตักเตือนใครๆ ได้สะดวกปาก
“อยากเข้าตรวจค้นหลักฐานขนาดนั้นเลย?”
“มะ ไม่ใช่ครับ”
“งั้นก็อยากมีเรื่องกับร้านตามสั่งนั่น?”
“ไม่ใช่เหมือนกันครับ”
“ถ้าไม่ใช่ทั้งสองอย่างแล้วไปทำไม มีเหตุผลหรือเปล่า หา!”
สาเหตุที่ทำให้ปาร์คจองอุงขึ้นเสียงนั้นง่ายนิดเดียว ร้านตามสั่งที่ท่านประธานาธิบดีคนปัจจุบันชื่นชมหนักหนา ชื่นชมออกนอกหน้าไม่ขาดปากชนิดที่น้ำลายแทบเหือดแห้ง คือ ฮันอุลสาขารองแห่งนี้นี่เอง
ในเวลาอันสั้น ฮันอุลสาขารองก็ถูกเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบถึงสามครั้ง จึงส่งผลให้เกิดภาวะลำบากใจอย่างช่วยไม่ได้เช่นนี้ มีความเป็นไปได้ว่าในอนาคตอันใกล้ หากฝ่ายนั้นได้รับเชิญไปทำเนียบฯ อีกแล้วเกิดไม่พอใจ แล้วประณามพวกเขาออกสื่อ ตัวเขาปาร์คจองอุงมีอันได้ลำบากอย่างแน่นอน คิมอูชิกสังเกตท่าทีของผู้บริหารก่อนแจ้งเหตุผลตามจริงที่รู้อยู่แก่ใจ
“…เราได้รับแจ้งเรื่องสารเสพติดครับ”
คิ้วปาร์คจองอุงย่นเข้าหากันเป็นตัววี
“สารเสพติด?”
“ครับ… ลูกค้าญี่ปุ่นที่ไปทานอาหารที่นั่นร้องเรียนว่าพบสิ่งผิดปกติ…”
ยาเสพติด แถมมีเรื่องชาวต่างชาติมาเกี่ยวข้องอีก ปัญหาชักจะซับซ้อนยิ่งขึ้นเสียแล้ว หากชาวญี่ปุ่นที่ว่านั้นกลับประเทศไปแล้วดันไปกระจายข่าวออกสื่อล่ะก็ ได้ปวดหัวกันยกใหญ่แน่
“เช็คดีแล้วเหรอ”
“ครับ ไม่พบสารเสพติดใดๆ ครับ”
ครั้นได้ยินคำตอบ ปาร์คจองอุงก็ส่งสายตามองแรง
“สุดท้ายก็เข้าไปจุ้นกับเรื่องที่ไม่มีแม้แต่หลักฐาน แค่ช่วงสั้นๆ ดันไปตรวจเขาตั้งสองสามรอบ เป็นใครก็คงคิดว่าตั้งใจขัดขวางการประกอบธุรกิจโดยเจตนา”
“ผะ ผมคิดน้อยไปหน่อยครับ”
สมองคิมอูชิกมีแต่คำว่า ยุ่งกับคนผิดแล้วงานนี้ หวังว่าเขาจะไม่ถูกด่าด้วยปัญหานี้ปัญหาเดียวไปเรื่อยๆ
‘ไปกระทบเส้นสายข้างในเข้าให้หรือเปล่าหว่า หรือไม่ก็มีเหตุผลอื่น’
หัวหน้าฝ่ายคิมอูชิกตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อาจหาคำตอบได้ จึงตกลงใจแน่วแน่ว่า จากนี้อย่าได้แหยมกับร้านฮันอุลสาขารองอีก…
***
ณ ทำเนียบประธานาธิบดี
ใบหน้าสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ท่านผู้หญิงคิม-อกซุนวันนี้สว่างสดใสกว่าวันใด
‘ในที่สุดก็มา ในที่สุด…’
ฮันอุลสาขารองไม่ได้ออกมาทำอาหารนอกสถานที่ให้ตั้งนานแล้ว มุนอินโฮยิ้มแย้มอบอุ่นตลอดเวลาตามแบบฉบับคนอัธยาศัยดี เขาเป็นฝ่ายเข้าไปชวนกยองฮาคุยก่อน
“ฮ่าๆ จะเห็นหน้ากันสักทียากเย็นเหลือเกิน ช่วงนี้ยุ่งมากสินะครับ”
“ครับ… มีเรื่องโน้นเรื่องนี้เข้ามาเยอะเลย…”
กยองฮายังตอบไม่ทันครบจบประโยค ท่านผู้หญิงคิม-อกซุนก็กล่าวขึ้นมาอย่างไม่ปิดบังว่าเสียดายแค่ไหน
“มาบ่อยๆ หน่อยไม่ได้หรือคะ ถ้ามาสองอาทิตย์ครั้งไม่ไหว มาเดือนละครั้งก็ยังดีหรือไม่ได้จริงๆ มาสักสองเดือนครั้งก็ได้…”
ถ้าจะให้พูดจากใจ เขาอยากมาทุกสัปดาห์เลยทีเดียว แต่กยองฮาเองก็มีตารางงานประจำอยู่ จึงไม่อาจให้คำตอบอะไรชัดเจนได้
“ผมจะพยายามมาให้บ่อยขึ้นกว่าตอนนี้ครับ”
คงเพราะฟังแล้วมีหวัง สีหน้าของท่านผู้หญิงจึงสดใสยิ่งกว่าเดิม มุนอินโฮหันไปมองพนักงานข้างๆ กยองฮาที่มาเป็นลูกมือ
“วันนี้มากับท่านอื่นเหรอครับ ครั้งก่อนไม่ได้พบกันนี่นา”
“ครับ นี่เถ้าแก่ฮันอุลกับหัวหน้าครัวสาขาหลักครับ”
“อ้อ ครับ”
อันอิลเทกับชินยองฮีที่กำลังทำตัวลีบนั้น จู่ๆ ก็ได้รับความสนใจจากประธานาธิบดีถึงกับสะดุ้งเฮือก
“ได้ยินว่าคุณโกกยองฮาเป็นทั้งหัวหน้าครัวและเถ้าแก่สาขารอง ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องยังไงกับเถ้าแก่ด้านนี้หรือครับ”
“ท่านนี้เป็นเถ้าแก่ของผมอีกทีครับ ตอนเปิดสาขารองท่านก็ช่วย เรื่องอื่นๆ อีกมากมายท่านก็ช่วย ถือเป็นผู้มีพระคุณของผมครับ”
“อย่างนี้นี่เอง”
มุนอินโฮพยักหน้าหนักแน่นพลางมองอันอิลเทด้วยสายตาชื่นชม
หากคิดในแง่ของนักการเมือง โดยธรรมชาติแล้ว ดาวเด่นเปี่ยมพรสวรรค์นั้นจะไม่ฉายแสงด้วยตัวเอง จำเป็นต้องมีผู้คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังจึงจะสามารถแหวกดงขวากหนามเพื่อเดินอย่างเจิดจรัสต่อไปได้
“ขอทราบชื่อได้หรือเปล่าครับ”
“อันอิลเทครับ”
“ขอจับมือด้วยจะได้ไหมครับ” ประธานาธิบดียื่นมือออกมาซื่อๆ ตรงๆ
อารามตื้นตัน อันอิลเทเช็ดมือตัวเองกับเสื้อซ้ำหลายหน ก่อนจะยอมยื่นมือออกไป
“ฮ่าๆ ไม่ต้องเช็ดซะสะอาดขนาดนั้นหรอกครับ”
วินาทีที่ทั้งคู่จับมือกันเขย่าเบาๆ อันอิลเทรู้สึกอยากยกนิ้วขึ้นหยิกแก้มตัวเองดูสักที
‘ได้จับมือกับท่านประธานาธิบดีเลยนะโว้ย… ฝันอยู่ใช่ไหมเรา’
อันอิลเทในตอนนี้ปลื้มปริ่มเสียจนไม่รู้จะสรรหาคำใดมาอธิบาย เขาได้รับเกียรติในชีวิตขนาดนี้ก็เพราะกยองฮา ถ้าไม่ใช่เพราะกยองฮาเล่าเรื่องเขาให้ท่านประธานาธิบดีฟัง ก็คงไม่ได้จับมือกันเช่นนี้ novelgu.com
‘เจ้าเด็กคนนี้นี่ ขอบใจจริงๆ’
ส่วนทางชินยองฮีนั้นก็กำลังได้รับความสนใจจากท่านผู้หญิงคิม-อกซุน
“อยู่ที่ร้านมานานหรือยังคะ”
สายตาที่บ่งบอกความเป็นกันเอง บุคลิกนุ่มนวลและวิธีพูดอ่อนหวานทำให้กำแพงแห่งความตื่นเต้นของชินยองฮียวบลง
“น่าจะสักห้าปีได้แล้วค่ะ”
“อุ๊ย ดำรงตำแหน่งซะเต็มวาระเลยนะคะนั่น” เธอล้อเลียนตำแหน่งวาระของประธานาธิบดี
ชินยองฮีเอามือป้องปากหัวเราะที่ถูกเย้าแหย่
“โฮะๆๆ นั่นสิคะ กลายเป็นอย่างนั้นได้ยังไงไม่รู้ค่ะ”
ท่านผู้หญิงเองก็เป็นคุณป้าขี้เหงาเช่นกัน สุภาพสตรีทั้งคู่คุยกันจุ๊กจิ๊กคิกคักจนเวลาผ่านไปไม่รู้ตัว มุนอินโฮราวกับคุ้นชินเหตุการณ์แบบนี้ดีอยู่แล้วจึงไม่ได้สนใจนัก หันไปกล่าวกับกยองฮา
“ฝากท้องด้วยนะครับวันนี้”
“ครับ แต่ผมมีเรื่องหนึ่งจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบก่อนครับ”
“เรื่องจำเป็นเหรอ เรื่องอะไรครับ”
ความตื่นเต้นแวบผ่านหน้ามุนอินโฮเบาๆ รู้สึกตงิดๆ ว่าอาจเป็นเรื่องไม่น่าฟังเท่าไหร่ ทว่า กยองฮากลับพูดเรื่องอื่นที่ตรงข้ามกับความกังวลเขาโดยสิ้นเชิง
“เมนูที่จะออกเสิร์ฟทั้งหมด ผมสามารถปรุงแบบพิเศษให้ได้หนึ่งเมนูครับ”
“ปรุงพิเศษหรือครับ”
“ครับ”
“เช่นแบบไหนครับ พอยกตัวอย่างได้ไหม” สีหน้ามุนอินโฮบ่งบอกเต็มที่ว่าใคร่รู้
“ปรุงให้อร่อยเป็นพิเศษได้มากกว่าเดิมครับ” กยองฮาตอบทันทีไม่ปล่อยให้รอนาน
ตอนนี้ก็อร่อยมาแล้วนะ ถ้าอร่อยเป็นพิเศษยิ่งกว่านี้มัน…
“แปลว่า ให้ผมเลือกมาหนึ่งเมนูจากทั้งหมดใช่ไหมครับ”
“ครับผม”
มุนอินโฮหัวเราะกว้างก่อนจะเลือกคนใกล้ตัวที่สุด
“งั้นเมนูไหนที่ภรรยาผมเลือก ช่วยปรุงจานนั้นพิเศษๆ แล้วกันครับ”
ระดับความสำคัญของภรรยาในใจเขาจะให้บรรยายอย่างไรหมด ความช่วยเหลือที่ได้รับตลอดมาจนกระทั่งสามารถไต่มาถึงจุดที่ยืนอยู่ตอนนี้ กล่าวได้ว่า มือที่คอยหนุนด้วยแรงใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือภรรยานั่นเอง
“รับทราบครับ”
บทสนทนาโต้ตอบอย่างใกล้ชิดนี้ ท่านผู้หญิงคิม-อกซุนไม่ได้ยินแต่อย่างใด
มุนอินโฮย้ายตัวเองเข้าไปประจำที่ กยองฮาเริ่มลงมือทำอาหาร
ฟักทองหวานนึ่งสุกออกมาเสิร์ฟกลางวงสนทนาสัพเพเหระระหว่างแขกเหรื่อ มุนอินโฮเอียงศีรษะ
“จานนี้มาจากครัวของทำเนียบฯ ใช่ไหมครับ”
ตอนที่ฮันอุลสาขารองมาทำอาหารนอกสถานที่ครั้งที่แล้ว เขาไม่เคยเห็นเมนูนี้ผ่านตามาก่อน
“ไม่ใช่ครับ หัวหน้าครัวฮันอุลปรุงด้วยตัวเอง เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยครับ”
“จริงเหรอครับ”
ความดีใจปรากฏชัดเจน ด้วยเพราะเชื่อมั่นในตัวคนปรุงอย่างมาก แต่ในจำนวนแขกทั้งหมดมีบางคนยังเคลือบแคลง
“เดี๋ยวนี้ร้านตามสั่งมีเมนูแบบนี้ด้วยเหรอคะ”
“ร้านอาหารเขาก็รู้จักตามเทรนด์ฟิวชั่นหันมาทำอาหารหลากหลายแล้วเหมือนกันนะครับ”
“ฮ่าๆๆๆ”
ท่านผู้หญิงคิม-อกซุนอดใจไม่ไหวแอบมองโดยรอบคราหนึ่งก่อนจะยกตะเกียบ คีบเนื้อฟักทองหวานคำเล็กๆ ส่งเข้าปากอย่างรีบร้อน
“อืมมม…”
ท่านผู้หญิงเคลิ้มกับความอร่อยจนส่งเสียงดังออกมา เป็นเหตุให้สายตาจากรอบทิศย้ายมารวมกันที่เธอ
เธอต่อสู้กับความอายพลางยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูสามี
“ที่รักชิมอันนี้ดูสิคะ หวานอร่อยมากๆ นึกว่าเป็นมันหวานซะอีก เหมือนมันหวานฟักทอง[1]ที่คุณชอบเลยนะ”
หากมองชิ้นที่ถูกหั่นดีๆ จะสังเกตเห็นว่า สีเหลืองอร่ามนั้นไม่ธรรมดาเลย กระนั้นมุนอินโฮก็ยังคิดว่าภรรยาพูดเกินจริงไปสักหน่อย
‘ฟักทองหวานจะรสชาติเหมือนมันหวานได้ยังไง…’
เขาคิดเงียบๆ จากนั้นค่อยหยิบตะเกียบเขี่ยแบ่งชิ้นส่วนฟักทองหวานจนส่วนเนื้อเนียนๆ แยกออกจากกัน
คล้ายเนื้อมันหวานจริงๆ ด้วย
ฟักทองสุกได้พอดี ละลายในปากราวกับเค้กเนื้อดี เนื้อสัมผัสเยี่ยมยอดยิ่งกว่ามันหวาน แถมฉ่ำน้ำเสียจนให้ความรู้สึกชุ่มปาก กลืนแล้วเนื้อฟักทองหวานหายวับไปอย่างหมดจดไม่มีเศษเหนียวติดเพดานปากแม้แต่น้อย ความนุ่มนวลและความหวานหอมแพร่กระจาย
‘นี่ใช่ฟักทองหวานจริงรึ’ ชักไม่แน่ใจแล้วว่าใช่ฟักทองจริงหรือเปล่า
“รสชาติเป็นยังไงครับ”
ใครบางคนถามขึ้น ส่งผลให้สายตาโดยรอบโหมกระหน่ำเข้ามาเร่งเร้าให้เขาตอบ
“รสดีมาก อร่อยมาก ลองทานดูสิครับ…”
คนที่ไม่ค่อยชอบเมนูฟักทองหวานนึ่งสุกก็มี แต่ให้รู้เสียบ้างว่าใครเป็นคนเชื้อเชิญให้ลิ้มลอง ดังนั้นจะปฏิเสธก็ไม่ได้
แต่ละคนเริ่มจัดการเมนูตรงหน้า ท่านผู้หญิงคิม-อกซุนมองแล้วก็แอบอมยิ้ม
‘ลองชิมสักคำก่อนเถอะ’
ครู่ก่อนหน้าเธอใช้สายตาเก็บข้อมูลปฏิกิริยาพวกที่กล่าวดูแคลนอาหารฟิวชั่นอย่างโน้นอย่างนี้ไว้หมดแล้ว และคนเหล่านั้นก็เปลี่ยนสีหน้าในพริบตา
“อะ อร่อยนะครับเนี่ย”
“เมื่อกี้บอกว่าหัวหน้าครัวร้านตามสั่งเป็นคนทำเหรอคะฟักทองหวานนึ่งจานนี้”
บนใบหน้าของเจ้าของประโยคหลังราวกับเขียนไว้ว่า ‘อร่อยกว่าของที่กินในภัตตาคารโรงแรมอีก’
เสียงอุทานชื่นชมดังไปทั่ว
“ถึงจะเรียกว่าฟักทองหวาน แต่รสชาติเหมือนมันหวานมากเลยครับ นุ่มกว่ามันหวานซะอีก กลืนแล้วก็ไม่ติดคอด้วย…”
“อ้าว ไม่ใช่มันหวานหรอกเหรอ”
“ดูจากเปลือกหนาๆ ด้านใต้แล้วน่าจะเป็นฟักทองหวานครับ ฟักทองหวานนึ่งสุกรสชาติแบบนี้นี่แปลกมาก”
ปฏิกิริยาเป็นไปในทางเดียวกันหมด ท่านผู้หญิงคิม-อกซุนยิ่งตั้งตาคอยเมนูจานหลัก
‘คุณชายบางท่านดูท่าจะไม่ค่อยโปรดปรานอาหารจากร้านตามสั่ง หึ ไหนขอดูซักทีนะว่ากินแล้วจะเป็นยังไง’
ไม่นาน เมนูหลักก็ถูกลำเลียงออกมาในรถเข็น เจ้าหน้าที่ทำเนียบฯ พร้อมด้วยอันอิลเทช่วยกันเสิร์ฟอาหารตามที่แขกแต่ละคนสั่งไว้ อันอิลเทได้มีโอกาสเสิร์ฟด้วยตัวเองจึงตื่นเต้นไปโดยอัตโนมัติ
‘คุณๆ ท่านๆ ระดับสูงมารวมกันอยู่ตรงนี้หมดเลยแฮะ สมัยก่อนใครได้เป็นแค่นักการคอยเก็บกวาดทำเนียบฯ ก็หรูจะตายแล้ว…’
เขาได้ยินได้ฟังเรื่องเล่าตลอดจนผ่านวันเวลามาตั้งแต่สมัยโน้น ฉะนั้นหากเทียบกับพนักงานรุ่นใหม่ ความรู้สึกประทับใจที่ได้รับย่อมต่างกันแน่นอน
เมื่ออาหารเสิร์ฟเรียบร้อยก็ถึงเวลาลงมือรับประทาน
ท่านผู้หญิงคิม-อกซุนสนุกสนานหัวเราะร่าในใจกับการมองแต่ละคนก้มหน้าก้มตากินจนศีรษะแทบทิ่มลงไปในจานข้าว เธอเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะเป็นแบบนี้
‘ต่อหน้าอาหารก็ตัวใครตัวมันล่ะนะ เพราะอย่างนี้ถึงได้บอกว่าอย่าตัดสินอะไรจากแค่ภายนอกไงจ๊ะ’
มัวแต่ดูชาวบ้านก็คงไม่ได้กินสักที สุดท้ายก็ถึงคราวท่านผู้หญิงยกช้อนขึ้นมาบ้าง
***
“ไม่ทราบว่านอกจากอาหารเกาหลี ยังมีอาหารอื่นอีกไหมครับที่ปรุงได้เทียบเท่าจานที่ภรรยาผมทานไปเมื่อครู่”
มุนอินโฮถามด้วยสีหน้าจริงจังหลังจากจบมื้ออาหาร
ด้วยไม่ต้องการให้กยองฮาถูกดึงเข้าไปอยู่ในคลื่นความขัดแย้งทางการเมืองจึงเปรยเผื่อไว้ก่อน แม้คิดรอบคอบดีแล้วแต่ก็ยังกลัวว่ากยองฮาจะต้องเหนื่อยกว่าเก่า
“บางเมนูผมปรุงให้ได้ครับ” กยองฮาตอบอย่างตรงไปตรงมาไม่คิดมาก
ใบหน้ามุนอินโฮสว่างสดใส เพราะเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากหากประเทศจำเป็นต้องต้อนรับอาคันตุกะต่างชาติในอนาคตนั่นเอง
…………………………..
[1] 호박고구마 (โฮบักโกกูมา) หรือมันหวานฟักทอง คือ มันหวานชนิดหนึ่ง มีสีเหลืองเข้มจนเกือบส้ม มีรสหวาน รสชาติคล้ายฟักทอง เนื้อสัมผัสคล้ายเนื้อปลา