📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 80

บทที่ 80
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ชายงเทฟังแล้วก็รู้สึกว่า สถานการณ์ออกจะน่าขันเกินไปหน่อย

“ทางนี้มีสังกัดอยู่แล้วครับ” เขาตอบด้วยภาษาญี่ปุ่น

กยองฮาเริ่มอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาบ้าง

“เขาพูดว่าอะไร”

“เขาอยากให้เฮียไปแคสงานกับเขาครับ”

โอ้โห ตั้งแต่เกิดมา โกกยองฮาเพิ่งเคยเจออะไรแบบนี้นะเนี่ย

‘อืม ความรู้สึกนี้ไม่เลวแฮะ…’

***

เวลาเดียวกันนั้น ฮันอุลสาขารองก็สะเทือนเลือนลั่นด้วยเสียงตำหนิของลูกค้า

“อุตส่าห์ถ่อมาจากปูซาน!”

ลูกค้ากำลังโวยวายเรื่องที่เถ้าแก่กยองฮาไม่อยู่ ซุนกุกยืนประจันหน้ากับเขา ท่าทางดูเหนื่อยล้า

“ผมเรียนให้คุณลูกค้าทราบหลายรอบแล้ว และยินดีขออภัยอีกครั้งครับ เถ้าแก่เรามีธุระส่วนตัวที่เลี่ยงไม่ได้จริงๆ ครับ”

“ก็สร้างโฮมเพจแล้วประกาศผ่านหน้าเว็บซะสิ ไม่งั้นคนที่มาจากที่ไกลๆ จะให้ทำไง”

ควรค่าแก่การรู้สึกไม่เป็นธรรมอยู่บ้างจริงๆ เพราะลูกค้าต่างก็คาดหวังเต็มเปี่ยมว่ามาถึงแล้วจะได้ชิมฝีมือกยองฮาแน่นอน

“ต้องขออภัยอย่างยิ่งในส่วนนั้นนะครับ ผมจะลองปรึกษาเถ้าแก่ดูครับ”

ปัจจุบันปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มีแค่นี้ ลูกค้าอื่นอีกไม่น้อยที่มาจากที่ไกลๆ รวมตัวกันประกาศกร้าวว่าไม่พอใจ เช่นเดียวกับชายวัยกลางคนผู้นี้

ครู่หนึ่งให้หลังเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ซุนกุกเดินไปรับสาย

“สวัสดีครับ ร้านฮันอุลสาขารองครับ”

[ไงซุนกุก พี่เอง ที่ร้านไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม]

“ปัญหาหนักๆ ไม่มีเท่าไหร่ แต่มีเรื่องจำเป็นต้องปรึกษานิดนึงครับ”

[เรื่องอะไร]

“ผมว่าเราติดประกาศแจ้งเรื่องเถ้าแก่ไม่อยู่ไว้ที่หน้าร้านอย่างเดียวไม่ได้แล้วล่ะครับ ลูกค้าท่านหนึ่งมาจากปูซาน กำลังโวยวายแทบคว่ำร้านว่ามาแล้วไม่เจอพี่เนี่ยครับ”

[อา งั้นเลยเหรอ]

“ครับ… เพราะงั้นผมเลยจะเสนอว่า สาขารองเราควรสร้างโฮมเพจขึ้นมาสักที เอาไว้แจ้งลูกค้าล่วงหน้าตอนพี่จะไม่อยู่น่ะครับ น่าจะช่วยสลายความไม่พอใจได้ระดับหนึ่ง”

[อืม มีเหตุผล สงสัยต้องลองหาคนทำโฮมเพจดูเสียหน่อยแล้ว]

เหล็กต้องตีตอนที่ยังร้อน ซุนกุกรีบพูดต่อไม่เว้นช่วง

“เรื่องนั้น น้องชายพี่มยองฮุนทำได้นี่ครับ ก่อนหน้านี้เขาก็ทำเพจใหม่ให้แฟรนไชส์ฮันอุลอยู่เหมือนกัน”

[เออ จริงด้วย ตอนนี้พี่ยุ่งอยู่ยังคุยไม่สะดวก ไว้กลับไปค่อยว่ากันนะ]

“ครับพี่ ตอนนี้อยู่ญี่ปุ่นใช่ไหมครับ”

[อืม]

“ญี่ปุ่นเป็นไงครับ”

[ยังไม่ค่อยได้ดูอะไรเท่าไหร่ วนๆ อยู่แค่แถวนี้… ร้านคงยุ่ง นี่พี่โทรฯ มาคุยนานเกินไปหรือเปล่าไม่รู้นะ]

“ไม่เลยครับ งานไม่เยอะขนาดนั้นเพราะพี่ไม่อยู่ร้าน ลูกค้ามาแล้วกลับก็เยอะอยู่ อ้อใช่ พี่ครับ”

[มีอะไรอีก]

“รอบนี้ไม่ต้องซื้ออะไรกลับมาฝากนะครับ”

[กังวลไม่เข้าเรื่องนะเรา แค่นี้แหละ วางล่ะ]

กยองฮาอดขำไม่ได้

หลังจากวางสาย ซุนกุกก็หันกลับไปมองด้านหลัง มีความรู้สึกแปลกใหม่เกิดขึ้นในใจ

‘พี่ไม่อยู่แค่คนเดียวเอง ทำไมมันโหวงเหวงอย่างนี้วะ’

***

ภัตตาคารโทริเด็น ยาคุอิน

โจซองจูกำลังทำหน้าที่อธิบายรายละเอียดการแข่งขัน

“สถานที่ที่ทุกท่านเห็นในวันนี้คือร้านอาหารเฉพาะทางตำรับมิสึทากิ[1]ครับ ขอเล่าสั้นๆ ว่า เขาจะนำไก่เป็นๆ ที่จับได้ในแต่ละวันมาปรุงอาหารกันแบบสดๆ ใหม่ๆ หากเทียบกับบ้านเราก็คงจะคล้ายๆ ไก่ต้มเพ็กซุก[2]นั่นเองครับ และหากอ้างอิงจากมิชลินไกด์ประจำฟุกุโอกะ อาหารประเภทมิสึทากิของที่นี่การันตีด้วยรางวัลบิบ กูร์มองด์[3] เลยล่ะครับ”

ทีแรก ข้อมูลที่กยองฮาและพวกเชฟได้รับมีเพียงแค่ สนามต่อไปจะจัดที่ประเทศญี่ปุ่น

เชฟแต่ละคนเริ่มเผยความในใจ

“อาหารประเภทไก่ สำหรับผมก็ไม่ง่ายนะครับ”

“เห็นด้วยครับ เกาหลีเองก็มีเยอะนะครับเมนูไก่”

บนโต๊ะอาหารมีตะเกียบไม้ ขวดซอส จานส่วนตัว และผ้าเช็ดมือที่สลักตัวอักษรว่าโทริเด็นจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ เมนูเรียกน้ำย่อยที่ออกมาเปิดตัวก่อน คือ ไข่ทามาโกะกึ่งดิบกึ่งสุกเสิร์ฟพร้อมผักดอง ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ดี เชฟแต่ละคนชิมแล้วก็ร่วมกันพูดคุยวิจารณ์รสชาติ

“ผักดองใส่เห็ดกับสมุนไพรด้วย”

“ซอสนี่ให้รสชาติอะไรสักอย่าง ไม่เหมือนทั่วๆ ไป…”

ตัวไข่ก็มีความแปลกใหม่มากเพราะวางเด่นอยู่บนมิโซะ (เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น) ที่ผสมเนื้อสับละเอียด ดูงดงามไม่น้อย

ไข่กึ่งดิบกึ่งสุกตอกออกจากเปลือกเปล่งสีเหลืองอร่าม ดูชุ่มฉ่ำมีชีวิตชีวาเหลือเกิน

“รสสัมผัสก็นุ่มนวลตามคาดครับ”

ระหว่างนี้ล่ามก็คอยกล่าวแนะนำนักชิมทั้งหลาย

“หากต้องการชูรสชาติพร้อมกับกลิ่น เวลาทาน ลองจิ้มกับมิโซะที่ผสมเนื้อสับดูนะครับ”

อาหารหลักออกมาเสิร์ฟในชื่อ สปริง ชิกเกนนัมบัง[4]

เนื้ออกไก่จานนี้ ขนาดกยองฮาเองชิมแล้วยังรู้สึกเลยว่ามีความสดฉ่ำและนุ่มมาก เข้ากันได้ดียิ่งกับซอสทาร์ทาร์และเมล็ดมัสตาร์ด…

หลังเสร็จสิ้นการลิ้มชิมรสจนถึงของหวาน ทีมเชฟญี่ปุ่นก็มองทีมเชฟเกาหลีด้วยสายตาจริงจังอย่างคนที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นอกมั่นใจเกินร้อย

‘นี่มันสงครามเกาหลี-ญี่ปุ่นชัดๆ’

เกาหลีกับญี่ปุ่นสู้กันแบบสงครามเย็นและต่อกรกันด้วยเกียรติภูมิศักดิ์ศรีแห่งชนชาติมาช้านาน ทุกวันนี้ก็ยังเห็นได้ในสนามแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ

สำหรับพวกเชฟ ครั้งนี้ยิ่งไม่ใช่ข้อยกเว้น

“ไม่อยากแข่งแพ้เลยครับ”

เชฟญี่ปุ่นคนหนึ่งโพล่งออกมาเบาๆ คิมโฮดงได้ยินก็อยากรู้จึงส่งสายตาไปที่ล่าม

“เมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรครับ”

“เขาว่า ไม่อยากแข่งแพ้ครับ” ล่ามแปลตรงๆ ทั้งประโยค

สังเกตจากใบหน้าที่เริ่มเรื่อสีแดงของเชฟคนเมื่อครู่ ประโยคเมื่อกี้น่าจะพูดให้ทีมตัวเองฟัง

หัวหน้าเชฟนามว่า เรียวกะ มองปฏิกิริยาของทีมเกาหลีอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุก

‘คิดจะใช้วัตถุดิบของเรามาเอาชนะเรางั้นเหรอ ทะนงตัวเกินไปหน่อยแล้ว…’

ไม่ว่าจะรายการไหน ทีมเหย้าเจ้าบ้านก็ได้เปรียบอยู่วันยังค่ำ

“มีเรื่องอยากรู้เป็นการส่วนตัวน่ะครับ ไม่ทราบจะขอถามได้หรือเปล่าครับ” เรียวกะสงสัย

ล่ามแปลให้ฝั่งเกาหลีฟัง จากนั้นหันมาบอก

“เชิญถามเลยครับ”

เรียวกะไล่สายตามองสมาชิกทีมเกาหลีที่สวมชุดเชฟทีละคน

“ทีมโน้นมีใครเป็นเชฟมิชลินสตาร์ไหมครับ”

“ไม่มีครับ” โจซองจูเป็นคนตอบ

เขารู้เรื่องความสามารถและประสบการณ์ทำงานของเชฟแต่ละคนดีอยู่แล้ว

“งั้นคงไม่เวอร์เกินไปถ้าจะบอกว่า ไม่มีสักคนเลยสินะครับที่เป็นที่ยอมรับระดับสากล”

ยั่วยุกันเห็นๆ แล้วแบบนี้

“อ่า ‘โทษทีนะ จะเอาคำว่ามิชลินสตาร์มาตัดสินรสชาติอาหารเสมอไปไม่ได้หรอกนะครับ”

ชเวฮยองซอกโต้อย่างเกรี้ยวกราด

“ก็จริง เพราะมันต้องวิเคราะห์องค์รวมอีกหลายอย่าง แต่ก็ยังชัดเจนนะครับว่ามีการให้คะแนนด้านรสชาติแน่ๆ”

ผู้ดำเนินรายการคิมโฮดงต้องออกโรงช่วยแก้ต่างอีกแรง

“คือว่า เชฟแต่ละท่านเนี่ยบางคนงานยุ่งซะจนมิชลินเข้าไม่ถึงตัวก็มีนะครับ”

“มิชลินเป็นทั้งผลงานและเกียรติยศ ก็น่าคิดนะครับว่าเอาเรื่องงานยุ่งมาอ้างได้ด้วยเหรอ ร้านเราเองก็ยุ่งเพราะลูกค้าจองล่วงหน้ากันจนเต็มตลอด อย่างนี้ฝั่งนั้นจะยุ่งขนาดไหน นึกภาพไม่ออกเลยนะครับ”

เชฟบางคนสะดุ้ง แต่กยองฮาไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่มคนสะดุ้งนั้นแต่อย่างใด

เรียวกะยังคงเปี่ยมไปด้วยความอยากเอาชนะ

“หวังว่าจะได้มีโอกาสดวลกับเชฟที่เก่งที่สุดของทีมนั้นนะครับ”

ตั้งแต่แข่งขันมา ทีมเกาหลียังไม่เคยเผชิญหน้ากับใครที่อวดดีขนาดนี้มาก่อน จึงไม่มีบทเรียนมาเป็นข้อเปรียบเทียบ

ด้วยความที่ทั้งหมดนี้จะต้องออกอากาศ เชฟเกาหลีจึงได้แต่เก็บความเดือดดาลไว้ในใจ พยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ

“อยากเป็นคนลงไปดวลจริงๆ”

“ผมก็เหมือนกัน” nᴏveʟɢu.ᴄᴏᴍ

เห็นเชฟแต่ละคนอยากจะดวลกับเรียวกะเหลือเกิน อันจองฮุนจึงกล่าวกับทีมเกาหลี

“อีหรอบนี้ ดวลชนะคงไม่เป็นไร แต่ถ้าแพ้ขึ้นมาล่ะก็ น่าจะงานเข้านะครับ”

เขาเคยเห็นสภาพของนักกีฬาท็อปสตาร์ในอดีตมาก่อนจึงสามารถกล่าวเตือนเช่นนี้ได้

สงครามจิตวิทยายังดำเนินต่อไป กยองฮาเริ่มสับสน

“ทำไมบรรยากาศมันมาคุขนาดนี้ล่ะครับ หรือมันอยู่ในบท?”

กรณีรายการคิงออฟแมสก์เชฟนั้น พิธีกรมักเจตนากระตุ้นให้เกิดสงครามเย็นอยู่บ่อยๆ ดังนั้นเขาจึงถาม

โจซองจูทำหน้าพิลึก ตอบเสียงค่อย

“ไม่มีบทหรอกครับ สู้กันด้วยศักดิ์ศรีล้วนๆ ครับ”

สถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้เป็นผู้ดำเนินรายการก็รับมือยาก เนื่องจากไม่ได้มีการเตรียมใจไว้ล่วงหน้าเลยแม้แต่น้อย

‘ยิ่งถ้าไปกระตุกหนวดเสือเข้าให้ล่ะก็…’

เรื่องที่ว่าเป็นเชฟมิชลินสตาร์หรือไม่นั้น หากเป็นไปได้ก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะปล่อยให้ออกอากาศสู่สายตาประชาชี โปรดิวเซอร์ยูเทกวานและนักเขียนตัวหลักอีอูฮยอนชักจะปวดสมองตุบๆ

“นักเขียนอี ฉากนี้เอาออกอากาศคงไม่เข้าท่ามั้ง หรือยังไง?”

“ไม่รู้สิครับ น่าจะต้องดูผลการแข่งขันก่อนแล้วค่อยมาตัดสินใจกันอีกที”

ถ้าทีมเกาหลีเกิดแพ้ญี่ปุ่นแบบสูสีให้เสียดายเล่น เรื่องอาจกลายเป็นตลกร้ายยิ่งกว่าเดิม

แต่ในความเป็นจริง หากนำท็อปเชฟตอนที่หนึ่งและสองมาใช้อย่างเป็นประโยชน์ รวมถึงบอกเล่าอย่างมีนัยสำคัญก็อาจทำให้ผู้ชมตระหนักได้ว่าเชฟมิชลินไม่ใช่ทุกสิ่ง ทว่าประเด็นนี้กลับกลายเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกเสียแล้วในมุมของพวกเชฟ ยังไม่นับว่ามีเรื่องสงครามเย็นเกาหลี-ญี่ปุ่นอีกนะ…

ทันทีที่เข้าสู่ช่วงพักยกหลังเดินสำรวจครัว ยูเทกวานก็เดินไปเรียกกยองฮาด้วยตัวเอง

“คุณกยองฮาครับ มั่นใจอาหารประเภทไหนที่สุดครับ”

เขาไม่เคยมีท่าทีเช่นนี้มาก่อน ไม่ว่าจะถ่ายทำตอนแรกหรือตอนไหน

เจอสถานการณ์ไม่คุ้นเคยเข้า กยองฮาจึงนิ่งคิด ก่อนจะถามโปรดิวเซอร์แบบหยั่งเชิง

“อืม… ทำไมหรือครับ”

“คือผมรู้สึกว่าแข่งรอบนี้เราจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด รอบฮ่องกงก็ชนะ รอบออสเตรเลียก็ชนะ คุณกยองฮาแสดงให้ทุกคนเห็นแล้วไม่ใช่หรือครับว่าเป็นกำลังสำคัญของทีมขนาดไหน ฉะนั้นรอบนี้ผมก็ยังจะฝากความหวังไว้ที่คุณครับ”

ในเมื่อยูเทกวานเผยความในใจออกมาตรงๆ เช่นนี้แล้ว กยองฮาจึงตอบตรงๆ เช่นกัน

“ผมทำทาโกะยากิได้ดีพอสมควรครับ”

“นักเขียนอี ถ้าเป็นทาโกะยากิเอาลงรอบของหวานได้ใช่ไหม”

“ได้ครับ แต่ทาโกะยากิอย่างเดียวจะไม่จืดชืดไปหน่อยเหรอครับ” อีอูฮยอนถาม

“งั้นให้ทำซาชิมิหมึกยักษ์เพิ่มด้วยไหมครับ”

“ซาชิมิก็ทำเป็นหรือครับ” แววตายูเทกวานระยิบระยับ

“ครับ”

ทาโกะยากิก็ต้องใช้ปลาหมึกยักษ์เหมือนกัน ดังนั้นก็ทำควบคู่กันไปเสียเลย

“ลองปรึกษาเชฟอื่นๆ ดูไหมครับ แต่ด้วยนิสัยแต่ละท่านคงไม่มีปัญหาอะไร น่าจะเข้าใจอยู่แล้วล่ะครับ”

“รับทราบครับ”

จังหวะที่กยองฮาเดินไปหาเชฟอื่นๆ เพื่อเสนอความคิดเห็น ยูเทกวานก็หันไปมองหัวหน้าเชฟเรียวกะด้วยสีหน้าเปี่ยมความเชื่อมั่น

“ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากให้เจอรอบที่เขาจะลงแข่ง พอมีวิธีอะไรไหม”

“ลองแอบทำแผนการรั่วไหลดูดีไหมครับ ประมาณว่าคนเก่งๆ ฝั่งเราจะเก็บตัวไว้ลงรอบของหวาน แบบว่า ปล่อยข่าวตอนกล้องยังไม่เดินน่ะครับ”

“ใช้ได้ๆ ทำเหมือนเปรยลอยๆ นะ แล้วก็ไปพูดใกล้ๆ ล่ามเสียหน่อย”

จะยิงศรให้ตรงเป้ามันก็ต้องมีกลยุทธ์กันบ้าง เรียวกะมองตามยูเทกวานกับอีอูฮยอนที่เดินไปคุยไปอย่างสนใจ จากนั้นบอกให้ล่ามแปลสิ่งที่ทั้งคู่คุย

“รอบของหวาน…”

ล่ามเป็นคนเกาหลี ดังนั้นจึงแปลได้ครบถ้วนกระบวนความตามท้องเรื่อง

“เหมือนจะมีการเตรียมตัวไว้แล้วครับ”

ทีนี้ก็เหลือแค่ให้เหล่าเชฟจัดการตามแผน ปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์…

การหารือระหว่างเชฟในวงอภิปรายเป็นไปอย่างสะดวกดาย

“ถ้าเป็นเมนูที่คุณกยองฮามั่นใจ อย่างนั้นจัดเต็มรอบของหวานเลยครับ”

“เห็นด้วยครับ”

และแล้วรอบเมนูเรียกน้ำย่อยก็เริ่มต้นขึ้น

ทีมเกาหลีส่งเชฟชเวฮยองซอกไปเป็นตัวแทน เมนูที่ทำคือสลัดแซลมอนเต้าหู้ ส่วนทีมญี่ปุ่นทำไข่สกอตช์ผสมกะหล่ำปลีมาประชัน ความเห็นของคณะกรรมการแบ่งออกเป็นสองฝ่าย

“ความนุ่มนวลของแซลมอนเข้ากันได้ดีมากกับเต้าหู้ค่ะ”

“รสสัมผัสของผักใช้ได้เลยนะครับ”

“ปรุงซอสได้กลมกล่อมพอดีสุดๆ”

ไข่สกอตช์เองก็ได้รับคำวิจารณ์ที่ไม่เลว แม้จะเป็นเมนูที่ชาวอังกฤษนิยมทำกินกันตอนออกไปปิกนิก แต่ที่โทริเด็น ยาคุอินใช้เมนูนี้เสิร์ฟเป็นเมนูเซอร์วิสจากทางร้าน

“ไข่กึ่งดิบกึ่งสุกห่อด้วยเนื้อหมูบางๆ นำไปทอด อร่อยกว่าที่เคยกินที่อังกฤษอีกนะคะเนี่ย”

“ใครที่ชอบไข่แบบนี้ ผมว่าทานแล้วต้องเคลิ้มทุกคนครับ”

รอบแรกญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ความตื่นเต้นโหมกระหน่ำ ทว่า หัวหน้าเชฟเรียวกะก็ไม่ได้นำพา

โทริเด็น ยาคุอินขึ้นชื่อเรื่องอาหารตำรับมิสึทากิอยู่แล้ว แถมคะแนนของร้านก็จัดว่าหรูหราเสมอมา ซึ่งก็เป็นไปตามคาด รอบถัดมาทีมญี่ปุ่นเป็นฝ่ายเอาชนะก๋วยเตี๋ยวไก่ต้มของทีมเกาหลีด้วยอาหารมิสึทากิ

“มาลุ้นทีมเกาหลีปะทะทีมญี่ปุ่นกันในรอบต่อเวลาครับ สู้กันด้วยของหวานใช่ไหมครับ”

“ถูกต้องครับ หรือจะเรียกว่าอาหารตบท้ายมื้อก็ได้”

“สถานการณ์จะเป็นอย่างไร ชักสงสัยซะแล้วนะครับ”

เรียวกะไม่แม้แต่จะปรายตามองมา เขาเพียงจดจ่อกับอาหารตรงหน้าเท่านั้น กยองฮาก็เช่นกัน

“ทั้งคู่ไม่มีใครหันมองใครเลยครับ”

“แปลว่าใช้สมาธิกันอย่างหนักหน่วงสินะครับ”

ส่วนคนที่คอยสังเกตการณ์ขั้นตอนการปรุงก็กำลังเพลินกับท่วงท่าชำนิชำนาญของเชฟ

“เชฟเกาหลีนั่น ใช้มีดได้ไม่ธรรมดาแฮะ เฉือนปลาหมึกได้ชิ้นเท่ากันเป๊ะ แล้วยังวิธีนวดแป้งนั่นอีก เห็นไหม”

“อย่างกับมีวิทยายุทธแน่ะ สะบัดมือได้สวยมาก…”

เชฟญี่ปุ่นถึงกับอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว

ใช้เวลาไม่นาน อาหารก็ถูกลำเลียงไปยังคณะกรรมการเพื่อรอการตัดสิน

“เมนูตบท้ายมื้อที่หัวหน้าเชฟเรียวกะเลือกทำคือ เท็มปุระหรือของทอดครับ ที่เคียงกันมาคือบิงซูชาเขียวสินะครับ แปลกใหม่มากๆ ชาเขียวนี่อย่างกับยกมาวางทั้งก้อนเลยครับ”

โจซองจูอธิบายภาพตรงหน้า แต่นับว่ายังไม่ครบถ้วนนัก

“อืม… บิงซูชาเขียวผสมนมได้ความหวานจากนมข้นและถั่วแดง รวมกันแล้วทำให้อยากตักกินเรื่อยๆ เลยค่ะ”

“สุดยอดจริงๆ ครับ ไม่คิดมาก่อนว่าของทอดกับบิงซูจะจับคู่กันได้อร่อยขนาดนี้”

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยหงึกหงัก ชิมไปวิเคราะห์ไป

ในที่สุดก็มาถึงรอบอาหารของกยองฮาบ้าง

“ทาโกะยากิกับซาชิมิหมึกยักษ์สินะครับ”

หลังจากชื่นชมครู่สั้นๆ คณะกรรมการก็เริ่มคีบหมึกยักษ์เข้าปากเคี้ยว

บ้างหลับตาพริ้ม บ้างแลบลิ้นเลียริมฝีปาก

‘หวานกลมกล่อมอะไรขนาดนี้’

ผู้ที่เปิดปากพูดก่อนใครเพื่อนคือกรรมการหญิงที่หลับตาพริ้มนั่นเอง สิ่งที่เธอกล่าวออกมาค่อนข้างน่าตระหนก

“ฉันรู้สึกได้ถึงความรักค่ะ”

…………………………….

[1] มิสึทากิ คือ หม้อไฟประเภทหนึ่ง ใช้เนื้อไก่และผักปรุงสุกเคี่ยวจนได้รสชาติเข้มข้น เป็นเมนูขึ้นชื่อของฟุกุโอกะ

[2] เพ็กซุก คือ การต้มเนื้อสัตว์หรือปลาจนสุกโดยไม่ใส่เครื่องปรุงรสพิเศษใด หรืออาหารที่ทำในลักษณะดังกล่าว

[3] บิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) เป็นสัญลักษณ์รับรองร้านอาหารที่คุณภาพดีเยี่ยมในราคาไม่แพง

[4] ชิกเกนนัมบัง คือ เนื้อไก่ทอด เหยาะน้ำส้มสายชูหวานและราดซอสทาร์ทาร์

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset