📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 78

บทที่ 78
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ไม่มีความลับใดอยู่ยืนยงเป็นนิรันดร์

กยองฮาตระหนักถึงสถานการณ์ในห้องอาหารได้ก่อนจะถึงพักเบรกเสียอีก มันประหลาดตั้งแต่วิธีพูดคุยและการแสดงออกต่อฮเยจีแล้ว ทุกคนดูตะขิดตะขวงใจพิลึก กระซิบกระซาบแอบคุยลับหลังด้วยกันเอง

“คิดไม่ได้หรือไง แน่นอนว่าเถ้าแก่ต้องรู้อยู่แล้วสิ ก็ทำข้าวกล่องด้วยกันนี่นา อ่านข่าวหรือยังล่ะที่ว่าคุณพ่อของฮเยจีลงทุนหว่านล้อมเถ้าแก่เรามาตั้งนาน…”

ยิ่งทำไม่รู้ไม่ชี้เท่าไหร่ ข่าวลือก็คงยิ่งแพร่กระจาย กยองฮาเรียกฮเยจีมาคุย

“เหมือนจะถึงเวลาที่ต้องบอกความจริงแล้วล่ะ เรื่องครอบครัวเราน่ะ”

บางทีการเปิดเผยเรื่องทั้งหมดอาจจะทำให้สบายใจกว่าก็เป็นได้ อีกทั้งอาจจะดีกับตัวฮเยจีเองด้วย ทีแรกกยองฮานั่นแหละที่เป็นคนตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวว่าให้เก็บเป็นความลับ

ระหว่างมื้ออาหาร ฮเยจีจึงเล่าอย่างตรงไปตรงมาต่อหน้าพนักงานทุกคน

“…เป็นประธานกรรมการบริหารค่ะ”

แม่ของด็อกโฮตกใจแรงราวถูกสายฟ้าฟาด ฮเยจีเคยเล่านานแล้วว่าคุณพ่อทำงานบริษัทและทำอยู่ที่ไหน แต่ก็รู้เพียงเท่านั้น

“ประธานฯ บริษัท SG รีเทลเหรอ”

“ค่ะ”

ตำแหน่งประธานฯ ผู้คุมธุรกิจร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศจำนวนนับไม่ถ้วนนั้นนับว่าไม่ใช่เล่นๆ

‘ไม่เคยรู้เลยว่าเป็นลูกสาวคนเดียวของท่าน สั่งให้ทำโน่นทำนี่ไปเสียตั้งเยอะ…’

กยองฮาขอความร่วมมือจากพนักงานทั้งหลายไม่ให้นำเรื่องนี้ออกไปป่าวประกาศ

“ที่จริง คนที่บอกให้ฮเยจีเงียบไว้ไม่ต้องเล่าเรื่องทางบ้านให้ใครฟังคือผมเองครับ เพราะกลัวว่าเกิดข่าวลือออกไปอาจมีเรื่องยุ่งยากกวนใจตามมาอีก ไม่มีใครรับประกันได้ใช่ไหมล่ะครับ ฉะนั้นผมเลยจะขอร้องทุกคนว่าเรื่องนี้อย่าให้รู้ไปถึงข้างนอกเลยนะครับ”

“ครับ”

ในความเป็นจริง พวกต้มตุ๋นผ่านไปผ่านมาที่ร้านเป็นประจำ พนักงานทั้งหลายไม่ใช่ไม่รู้

แต่กยองฮายังห่วงประเด็นอื่นอีก

‘คนอื่นๆ จะทำตัวห่างเหินกับฮเยจีให้ต้องรู้สึกไม่ดีรึเปล่าเนี่ยสิ… เวลาช่วยเยียวยาได้ก็จริงแหละ’

***

ท่าทีที่แสดงออกต่อฮเยจีก่อนที่จะรู้ความจริง กับหลังได้รู้ความจริงแล้ว ต่างกันราวฟ้ากับเหว

“ฮเยจีจ๊ะ…”

“คะ!”

แม่ของด็อกโฮสบตากับฮเยจีครั้งหนึ่งก่อนจะหันหน้ากลับอย่างยากเย็น เปลี่ยนไปหยิบวัตถุดิบออกมาเสียเอง

‘หมดกัน เรียกหาฮเยจีจนเคยปากซะแล้วเรา’

บางมุมก็กล่าวได้ว่าเกินไปหน่อยจริงๆ

ที่ผ่านมาเธอเรียกสั่งฮเยจีให้ทำกระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ขนาดวัตถุดิบที่หยิบเองเตรียมเองคนเดียวได้ยังเกือบจะพลั้งปากสั่งออกไปเลย และไม่ใช่แค่ในครัวที่กำลังประสบปัญหา ห้องอาหารก็ไม่ต่างกัน ด้วยความคิดที่ว่าจะทำให้ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของท่านประธานฯ ได้รับความลำบากไม่ได้ พวกพนักงานจึงร่วมใจกันลำเลียงจานชามภาชนะ พร้อมแยกประเภทซ้อนกันเองเสร็จสรรพ ฮเยจีเลยว่างงานไปโดยปริยาย งานลดลงจนมีเวลาว่างให้เธอยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูกอยู่อย่างนี้ ทั้งที่ทุกคนกำลังยุ่งหัวหมุนแท้ๆ…

“ฮเย…” เสียงของมยองฮุน

ฮเยจีสีหน้าสดใส หันควับไปหาโดยพลัน

“คะ!”

“ฮัดชิ่ววว!”

อ้อ ไม่ได้เรียกเธอ แค่จามเท่านั้น

ปกติมยองฮุนก็ไม่ค่อยไหว้วานให้ฮเยจีทำอะไรแทนอยู่แล้ว ด้วยเขารู้ตัวว่าเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน ยังเป็นน้องใหม่ที่ไม่ควรเอ่ยปากสั่งชาวบ้าน และคิดๆ ดูแล้ว ฮเยจีถือเป็นรุ่นพี่มยองฮุนไม่ใช่หรือ

‘จากที่เคยทำตัวสบายๆ ด้วยกัน เปลี่ยนไปหมดเลย’

การแสดงออกที่ผกผันของหลายๆ คนทำให้ฮเยจีผิดหวัง

นอกจากช่วยเป็นมือไม้ให้เถ้าแก่นิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่มีอะไรให้เธอทำอีก เหนือสิ่งอื่นใด หน้าที่ทำอาหารที่เธอชอบเหลือเกิน บัดนี้ก็ตกไปอยู่ที่แม่ของด็อกโฮและมยองฮุนเสียหมด จึงยิ่งเห็นชัดว่างานเธอลดลงจริงๆ

กยองฮารู้สึกได้ในทันทีว่าเขาจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อคลายหน้ามุ่ยๆ นั้นของฮเยจีให้ได้

***

ณ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม การเตรียมจัดเลี้ยงกำลังเป็นไปอย่างคึกคักได้ที่

กยองฮาปรุงอาหาร ฮเยจีคอยเป็นลูกมือ ส่วนซองช่อลง่วนกับการเตรียมเสิร์ฟจนแทบไม่มีเวลาสนใจอย่างอื่น

จากรูปการณ์นี้ แปลว่ากยองฮาดำเนินการตามที่วางแผนไว้ทุกอย่างคือ ให้พนักงานสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาช่วยเขาเมื่อต้องมีการออกมาทำอาหารนอกสถานที่

สายตาไม่พึงประสงค์คู่หนึ่งจ้องตรงมาทางนี้ เป็นสายตาของจางอิลเท ผู้เป็นที่ปรึกษาปลัดกระทรวงกลาโหม จางอิลเทนึกถึงบางอย่างที่แสนจะคับข้องใจ บางอย่างที่ติดๆ ขัดๆ

คนเราถูกเรียกตัวให้มาทำงานในสถานที่ระดับนี้ อย่างน้อยก็ต้องรู้สึกเป็นเกียรติเป็นศรีเป็นพระคุณบ้างไม่ใช่หรือถึงจะเรียกว่าปกติ นี่อะไร คนชื่อโกกยองฮานั่นไม่แม้แต่จะออกอาการใดๆ เลย แล้วยังจะเรื่องเยอะ ตารางเวลาต้องให้เลือกตามใจอีก สารพัดเหตุผลกลายเป็นต้นตอที่ทำให้เขาหงุดหงิดเจ็บใจ

“ยุคนี้ ทำอาหารเก่งก็นับว่ามีหน้ามีตารึไง”

จางอิลเทไม่ได้พูดคนเดียว ชัดเจนว่ากะให้คนแถวๆ นี้ได้ยินด้วย

‘ถ้าหูไม่หนวกคงได้ยินล่ะมั้ง’

น้ำเสียงจงใจหาเรื่องนั้นไม่ได้ทำให้กยองฮาเสียสมาธิแต่อย่างใด กยองฮาเพียงแต่ปรายตามองก่อนหันไปจดจ่อกับการทำอาหารต่อ เนื่องจากถูกเมิน จางอิลเทจึงได้แต่กลืนความโมโหลงท้องไปเงียบๆ

‘อีแค่กุ๊กกระจอก… แค่คนทำร้านตามสั่ง ยังจะกร่าง…’ มองแรงปานนี้ก็ยังไม่ได้ผล

กยองฮาไม่สนใจเขาด้วยซ้ำ

“ฮเยจี หั่นต้นหอมกับหอมหัวใหญ่ให้หน่อยสิ”

“ค่า!”

สุดท้าย จางอิลเทถึงกับหัวคิ้วกระตุก

“คนพูดด้วย ทำเป็นไม่ได้ยิน…”

คำพูดที่พรวดออกจากปากเขามีอันต้องหยุดลงเท่านั้น ไม่อาจต่อจนจบประโยค เพราะเสียงปาร์คกวางช่อล ปลัดกระทรวงกลาโหมดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“อ้าว หนูฮเยจี! มาทำอะไรที่นี่น่ะ”

“คุณลุง!”

การตอบรับของฮเยจีออกจะเหนือความคาดหมายอยู่บ้าง จางอิลเทมองหน้าปาร์คกวางช่อลสลับกับฮเยจี สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นแข็งค้าง

‘เรียกลุงเลยเรอะ…’

ซองช่อลที่อยู่ด้านข้างเองก็แข็งค้างไปด้วย

‘เรียกท่านปลัดว่าลุง…’

ระหว่างที่จางอิลเทและซองช่อลนึกสงสัยความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ปาร์คกวางช่อลก็ถามฮเยจีซ้ำ

“ทำไมมาทำอาหารอยู่ที่นี่ล่ะ หืม”

“อ้อ! หนูมาช่วยเถ้าแก่ค่ะ”

“เถ้าแก่?”

“ท่านนี้คือเถ้าแก่หนูเองค่ะ”

ปาร์คกวางช่อลมองกยองฮาที่โค้งทักทายเขาเงียบๆ สบายๆ อย่างอึ้งๆ เหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง

“พ่อรู้ใช่ไหม”

แน่นอนว่าคำถามนี้ถามฮเยจี

“รู้สิคะ เถ้าแก่หนูเป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจของพ่อด้วยเหมือนกันค่ะ” ฮเยจีตอบเสียงดังมั่นใจ

สายตาปาร์คกวางช่อลที่มองกยองฮาเปลี่ยนไปทันที

‘ยังดูหนุ่มแน่นอยู่เลยไม่ใช่รึ ถึงกับเป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจของกูบนมันเลยเรอะ’

ในสังคมเกาหลีมีสิ่งที่เรียกว่าคอนเน็คชั่นหรือเส้นสายโยงกันอยู่ราวใยแมงมุม ฉะนั้นแน่นอนว่าปลัดกระทรวงกลาโหมย่อมรู้จักมักจี่กับเหล่าเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ และในบรรดาเครือธุรกิจใหญ่อย่าง SG ทั้งหมด SG รีเทลของประธานฯ กูบนมันนับว่าโดดเด่นที่สุด สามารถนับเป็นไข่แดงล้ำค่าก็ว่าได้

คุยกับฮเยจีเสร็จ ปาร์คกวางช่อลก็เดินเลี่ยงออกมา ส่งเสียงเรียก

“ที่ปรึกษา” пᴏᴠᴇʟɢu.ᴄoᴍ

“ครับ ท่านปลัด”

“ไปเกณฑ์คนมาช่วยเพิ่มหน่อย”

“ครับ? อ้อ รับทราบครับ…”

แผ่นหลังจางอิลเทเปียกเหงื่อเย็นๆ จนชุ่ม สิ่งที่เขาต้องทำโดยด่วนคือออกจากที่นี่ หลบไปให้พ้นสายตาของพนักงานร้านฮันอุลสาขารอง

‘ไม่นึกเลยว่าจะสนิทสนมกับท่านปลัดฯ เป็นการส่วนตัว…’

ผู้คนมากมายล้นหลามแต่มีการจัดสรรแบ่งส่วนเป็นระเบียบจนแทบไม่ต้องออกแรงเสิร์ฟอาหารเลย ซองช่อลโชคดี เขาแค่ต้องเอ่ยปากให้คำแนะนำเท่านั้น

“แกงกิมจิครับ ร้อนมากนะครับ ตอนถือโปรดระวังด้วย”

อาหารที่ทำเสร็จใหม่ๆ ถูกลำเลียงวางบนโต๊ะ เมนูหลากหลายละลานตา มองเผินๆ ดูหรูหราไม่ใช่เล่น อีกทั้งเครื่องเคียงที่มีเกินกว่าสิบชนิดยังเสริมให้มองแล้วรู้สึกเต็มอิ่ม อุดมสมบูรณ์ไปหมด

“ฮ่าๆๆ จัดโต๊ะแบบนี้ ดูแล้วเกือบจะเหมือนบุฟเฟต์อาหารเกาหลีเลยนะครับ”

ประโยคนั้นพูดเกินจริงไปหน่อย ทว่า กลับไม่มีใครโต้แย้งขึ้นมาแม้แต่คนเดียว เพราะอย่างน้อยมันก็ดูเป็นเช่นนั้นจริงๆ และพวกที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่อยากเถียงแทรกทำลายบรรยากาศ

“เอาล่ะ เชิญรับประทานกันเถอะครับ”

สิ้นคำพูดของปาร์คกวางช่อล ด้านโน้นด้านนี้ก็เริ่มหยิบช้อน

ในใจคาดหวังครึ่งหนึ่ง เคลือบแคลงอีกครึ่งหนึ่ง

‘ไหนขอชิมหน่อยซิ อาหารร้านดังที่ลือกันหนักหนา’

แกงต่างๆ ข้าวผัด เส้นบะหมี่ และเมนูอื่นๆ เรียกเสียงอุทานดังไปทั่ว

“แกงกิมจิดีจริงๆ อร่อยมากๆ”

“แกงเต้าเจี้ยวก็เหมือนกันครับ”

“บะหมี่เย็นคลุกซอสนี่ อร่อยจนพูดไม่ออกเลย”

นอกนั้น คนส่วนมากราวกับลืมสิ้นแล้วว่าจะพูดอะไร เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตากินท่าเดียว

จนเมื่อมีเสียงขูดก้นหม้อดินดังขรมนั่นแหละ ปาร์คกวางช่อลจึงได้เงยหน้าขึ้นมามองรอบๆ บางคนที่ยังกินไม่หมดก็กินต่อไปไม่ลืมหูลืมตา ส่วนคนที่กินหมดแล้วก็หันซ้ายหันขวาอย่างเสียดายอยากหาอะไรมาใส่ปากเพิ่ม ปาร์คกวางช่อลนั้นไม่ได้ต่างจากบางคนเลย ก้มหน้ากินชนิดลืมรักษาภาพลักษณ์

‘นี่อย่าบอกนะว่าเราเองก็ก้มหน้าก้มตากินแบบพวกนั้น’

นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้กินอาหารอร่อยจนออกอาการอย่างนี้

ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนทหาร จนได้เลื่อนยศขึ้นเป็นนายทหารระดับสูง เขาได้รับการสั่งสอนมาว่าจะต้องไม่ก้มหน้ารับประทานอาหารอย่างเด็ดขาด หลังจากนั้นก็ติดเป็นนิสัย ตาต้องมองตรงอยู่เสมอ ทว่า แกงเต้าเจี้ยวที่สั่งมากลับทำลายนิสัยการกินของเขาจนพังไม่เป็นท่า และเขาคงไม่รู้ตัวจริงๆ

ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าเคยมีอาหารชนิดไหนไหมที่ทำให้ปาร์คกวางช่อลถึงกับลืมมารยาทที่เคยชินได้ แต่ไอ้เจ้าแกงเต้าเจี้ยวถ้วยเมื่อครู่เขากล้าพูดเลยว่าอร่อยมากจนไม่รู้จะติอะไร

มื้ออาหารจบลง

อาศัยช่วงเก็บกวาดสถานที่ ปาร์คกวางช่อลเดินเข้าไปหากยองฮา เอ่ยปากถามด้วยตัวเอง

“ผ่านเกณฑ์ทหารแล้วใช่ไหม”

“ครับผม”

“หน่วยไหนล่ะ”

“ทัพบก กองพลทหารราบที่แปดครับผม”

ปาร์คกวางช่อลรู้สึกสะดุดหู

“ออกมากี่ปีแล้ว”

“น่าจะสักหกปีแล้วครับผม”

“งั้นก็เป็นตอนที่ฉันเป็นหัวหน้าหน่วยบัญชาการห้าล่ะสิ รู้ใช่ไหมว่ากองพลแปดอยู่ภายใต้หน่วยบัญชาการห้าน่ะ” ปาร์คกวางช่อลถึงกับมีสีหน้าชื่นมื่น

กยองฮาไม่ได้มีความรู้สึกร่วมแต่อย่างใด ทั้งยังไม่เข้าใจอีกด้วย

‘จำหัวหน้าหน่วยบัญชาการยังไม่ได้เลย หน้าตาเป็นแบบไหนยิ่งไม่รู้…’

เนื่องจากหัวหน้าหน่วยฯ มักไม่ค่อยมาเยือนค่ายทหารบ่อยเท่าไหร่ พวกนายทหารยศสูงๆ มาทีไรพวกเขาก็มีแต่ต้องลำบากโดยไม่จำเป็น แต่กยองฮาจำต้องแสร้งเป็นนึกออกก่อนจะฝืนเค้นรอยยิ้มออกมา

“ทราบดีครับผม”

ส่วนฮเยจีที่ไม่มีทางได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรในค่ายทหารนั้นยืนมองตาปริบๆ

‘คุณลุงกับเถ้าแก่ดูท่าจะสนิทกันนะเนี่ย…’

***

“ยินดีต้อนรับค่ะ”

เสียงกล่าวทักทายของหญิงชราดังอยู่ในร้านขายเครื่องเคียง ทำให้แม่บ้านที่เป็นลูกค้าต้องถอยหลังไปห้าก้าวเพื่อแหงนหน้าอ่านป้ายที่ประตู

“เอ๋? ป้ายก็เหมือนเดิมหนิ… ที่นี่ไม่ใช่ร้านเครื่องเคียงฮันอุลหรือคะ”

“ใช่ค่ะ ถูกแล้วค่ะ”

“พวกป้าๆ ไปไหนเสียล่ะคะ ทำไมเหลือคุณยายอยู่คนเดียว หรือว่าร้านเปลี่ยนเจ้าของ?”

“ฉันเป็นพนักงานมาใหม่ค่ะ พวกป้าๆ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว เข้ามาด้านในก่อนสิคะ”

จังหวะนั้นเอง แม่ของจองอูกับแม่ของฮียอนก็จูงมือเจมินกับยุนซึลกลับมาจากการพาไปทัวร์ซูเปอร์มาร์เก็ต เจมินถือถุงขนม ส่วนยุนซึลถืออมยิ้ม ชเวบกซุนผู้เป็นยายของทั้งคู่พยายามซ่อนขอบตาที่ร้อนผ่าว

“คุณยายคะ เจมินทำท่าจะไม่ยอมกินขนมล่ะค่ะ ฉันเลยได้แค่เอาห่อลดราคายัดใส่มือให้เขา”

“ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้…”

“พวกเราเอ็นดูเด็กๆ หรอกค่ะ ถึงอยากทำ”

เหมือนนางฟ้าเทวทูตทั้งหลายที่เดินดินอยู่บนโลกใบนี้มารวมกันอยู่ที่นี่ แค่ให้งานทำก็ถือเป็นพระคุณมากแล้ว ยังได้เพื่อนร่วมงานน่ารักขนาดนี้อีก ชเวบกซุนรู้สึกเหมือนตนไม่ต้องนอนไม่ต้องกินก็ยังมีชีวิตต่อไปได้

แม่ของจองอูสังเกตเห็นลูกค้า จึงเอ่ยปาก

“อุ๊ยตาย คุณแม่ของซังกูมาแล้วหรือคะ วันนี้รับอะไรดีเอ่ย”

“อืม เอาเป็นแอนโชวีผัดซอส กุ้งดองเค็ม แล้วก็ฟักทองผัดซอสค่ะ”

ชนิดเครื่องเคียงของร้านฮันอุลยิ่งมายิ่งหลากหลาย ตัวเลือกมีเยอะขึ้นมาก ฉะนั้นจึงเป็นธรรมดาที่เหล่าแม่บ้านซึ่งแห่กันมาที่ร้านจะเลือกเครื่องเคียงกันหัวแทบแตก

แม่ของฮียอนตักเครื่องเคียงอย่างชำนาญ ก่อนจะแพ็คลงหีบห่อเพื่อเตรียมคิดเงิน

“วันนี้ดูยุ่งน้อยกว่าทุกทีนะคะ”

“มาตอนช่วงที่คนน้อยพอดีมากกว่าค่ะ”

ระยะหลังนี้ ช่วงที่ยุ่งวุ่นวายมากๆ พนักงานมีเท่าไหร่ก็เหมือนจะไม่พอ โชคดีได้คุณยายของเจมินกับยุนซึลเข้ามาช่วยกลางคัน แม่ของจองอูกับแม่ของฮียอนจึงรู้สึกราวกับพบพานพระผู้ช่วยให้รอด

“ฉันขอทำความสะอาดไปพลางๆ นะจ๊ะ”

“คุณยายทำความสะอาดไปตั้งแต่เช้าแล้วนะคะ กระจกก็เช็ดแล้ว พื้นก็กวาดแล้ว ช่วงที่ได้พักต้องรีบพักสิคะ พวกเราเองก็จะได้ทำงานกันสบายๆ ด้วย”

ขอบข่ายงานของชเวซุนบกนั้นไม่ได้มีกำหนดไว้ นอกจากเรื่องเตรียมเครื่องเคียง แพ็คของ ล้างจานและคิดเงิน งานอื่นๆ ที่เธอทำได้ล้วนทำอย่างไม่ต้องการหยุดพักแม้แต่น้อย

“เด็กๆ น่ารักจังเลยนะคะ ลูกฉันเองก็เคยเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยกเท่านี้มาก่อน…”

แม่ของซังกูชำระค่าเครื่องเคียง ก่อนออกจากร้านเธอลูบหัวเด็กน้อยเจมินและยุนซึลคนละครั้ง ส่วนแม่ของจองอูก็ไปชงกาแฟสำเร็จรูป นำมายื่นส่งให้ชเวบกซุน

“ดื่มนี่สิคะ”

“ขอบคุณจ้ะ”

“คุณยาย ถ้าคุณยายทำงานหนักจนลำบากเกินไปพวกเราต้องถูกเถ้าแก่ดุเอาแน่ๆ”

“งานหนักที่ไหนกัน เทียบกับงานก่อนหน้านี้ ที่นี่สบายกว่ามากๆ …”

ไม่จำเป็นต้องยืนกลางแดดเปรี้ยง ไม่จำเป็นต้องตากฝนให้หนาวสั่น ยิ่งกว่านั้น ขยะสกปรกที่ร้านก็กำจัดง่าย ของหนักก็ไม่มีให้ต้องแบกหามอีกแล้ว

แม่ของฮียอนชวนคุยต่อ

“พูดก็พูดนะ เจมินตอนนี้เจ็ดขวบแล้วใช่ไหมคะ”

“ใช่จ้ะ”

“งั้นปีหน้าก็ต้องเข้าโรงเรียนประถมแล้วสิ”

เรื่องที่ชเวบกซุนกังวลที่สุดก็คืออนาคตของหลานๆ

สีหน้าเธอดูผ่อนคลายด้วยเล็งเห็นว่าหากทำงานที่นี่ เงินเดือนที่ได้รับคงพอส่งเสียเป็นค่าเล่าเรียนให้เด็กๆ แน่นอน

“คงอย่างนั้นแหละจ้ะ”

แม่ของจองอูเปลี่ยนเรื่อง

“ว่าแต่ คุณยายคะ ข้าวกลางวันของเด็กๆ ทำไมถึงต้องไปกินที่สาขารองเท่านั้นล่ะคะ”

“เถ้าแก่อยากให้เป็นแบบนั้นจ้ะ คงเป็นกรณีพิเศษล่ะมั้ง”

แม่ของจองอูกับแม่ของฮียอนผู้ไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสอาหารฝีมือเถ้าแก่ง่ายๆ แอบรู้สึกอิจฉาลึกๆ

***

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก

“นี่ ฮเยจี มาช่วยตรงนี้หน่อยได้ไหม”

“ค่า!”

เป็นไปตามที่กยองฮาคาดไว้ไม่ผิด เวลาจะเยียวยาทุกอย่างเอง

เริ่มแรกแต่ละคนก่อกำแพงเสียแน่นหนา พนักงานในห้องอาหารเองก็เช่นเดียวกัน ทว่า ร้านยุ่งมากชนิดที่ถ้วยชามไม่อาจเก็บกวาดกันได้หมด งานเข้าวนไปเรื่อยๆ จนชักจะเหมือนสมัยก่อนที่มือไม่พอทำงาน แต่สำหรับฮเยจี เธอยินดีรับความยุ่งเหยิงนี้มากกว่าใคร

‘กลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว!’

ตอนนั้นเอง

ข้อความที่ไม่ชวนให้กยองฮารู้สึกยินดีเท่าไหร่ก็ส่งมาถึง

[ครั้งต่อไป ว่างอีกเมื่อไหร่หรือ]

นี่คือข้อความที่ปลัดกระทรวงกลาโหม ปาร์คกวางช่อล ส่งหาเขาด้วยตัวเอง

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset