ความสนใจไม่ได้หยุดอยู่แค่ในเกาหลีอย่างเดียวเสียแล้ว ขณะนี้แม้แต่คอมเมนต์จากชาวต่างชาติก็มีปะปนอยู่ทั่วไป เนื้อหาที่เกี่ยวข้องโชว์หราอยู่บนโซเชียลเน็ตเวิร์กและเว็บไซต์ศูนย์รวมคลิป ไม่ต้องพูดถึงพวกบล็อกและคาเฟ่ต่างๆ ขนาดสื่อจำพวกข่าวยังเอาไปเผยแพร่ซ้ำ จึงเป็นที่มาให้ชื่อเขาติดอันดับคำค้นหาเรียลไทม์อยู่อย่างนั้น
***
วันหยุดซึ่งนานทีจะมีหน
รถของกยองฮาเคลื่อนออกจากลานจอดตั้งแต่เช้าตรู่ มุ่งหน้าไปร่วมงานการกุศลจิตอาสา ขณะที่เขากำลังตีไฟเลี้ยวหยุดรถ รออยู่ตรงหัวมุมทางออกถนนใหญ่นั้นเอง
กุกกัก
จู่ๆ ประตูรถทั้งด้านหน้าด้านหลังก็เปิดออกกะทันหัน คนสองสามคนกรูกันขึ้นมานั่ง ผู้ที่หย่อนก้นลงบนเบาะข้างคนขับคือซุนกุก ส่วนเบาะหลังคือซองช่อลกับมินซู
“สวัสดีครับเถ้าแก่”
“…เล่นอะไรกันเนี่ย”
“ออกรถเลยครับเถ้าแก่ ไปกันเลยยย” ซุนกุกชี้ไปที่ถนน เป็นจังหวะว่างเลี้ยวได้พอดี
กยองฮาได้แต่จัดการพารถออกสู่ถนนใหญ่ไปก่อน เมื่อเร่งความเร็วขึ้นมาได้เล็กน้อยซองช่อลที่อยู่เบาะหลังก็ร้องเสียงตื่นเต้น ไม่สนเรื่องมารยาทอีกต่อไป
“เถ้าแก่ บินไปเลย…!”
“จึ๊” ซุนกุกส่งสายตาพิฆาตผ่านกระจกส่องหลัง
ซองช่อลที่รับรังสีทางตาเข้าไปเต็มเหนี่ยวรีบเปลี่ยนคำพูดทันควันแทบไม่ต้องคิด
“…ไม่ได้นะครับ ค่อยๆ ขับ ปลอดภัยไว้ก่อนครับ”
ไม่นานให้หลัง สองหนุ่มวัยเท่าๆ กันก็เม้ามอยเสียงดังหนวกหู
ชุดว่ายน้ำ
แว่นตาว่ายน้ำ
น้ำตก
คำศัพท์ที่แว่วๆ มาเข้าหูกยองฮาทำให้เขาต้องเปิดปากถาม
“นี่ ซุนกุก”
“ครับพี่”
“บอกอะไรกับพวกด้านหลังเอาไว้น่ะ”
คำตอบไม่ได้มาจากซุนกุกแต่มาจากเบาะหลัง
“ปิกนิกครับผม!”
“กินบิบิมบับฝีมือเถ้าแก่ด้วยครับผม!”
ซุนกุกหันขวับ
“ฉันบอกอย่างนั้นตอนไหน”
“…?”
“ไม่เคยบอกนะว่าจะไปปิกนิก”
“ตะ แต่ผมได้ยินชัดแจ๋วเลยนะว่าจะขึ้นภูเขา…”
“เออ บอกชัดแจ๋วเลยว่าจะขึ้น ‘ภูเขา’ แน่ๆ”
ตุบ
แว่นตาดำน้ำในมือซองช่อลร่วงหล่น ส่วนมินซูที่กำลังเป่าลมเข้าห่วงยางอยู่ก็ตัวแข็งค้างกลายเป็นบื้อในท่านั้น
“ถะ ถ้างั้นมันคืออะไรล่ะครับ ถ้าไม่ได้ปิกนิกแล้วขึ้นภูเขาทำไม…”
“ไปวัด”
“…?”
“ช่วยงานจิตอาสา”
ตุบ
คราวนี้ห่วงยางจากปากมินซูร่วงบ้าง ภายในรถเงียบกริบ กยองฮารู้สึกว่าจะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้จึงต้องหยุดรถเพื่อคุยกับทั้งคู่
“สองคนข้างหลังน่ะ ถ้าไม่อยากไป ลงจากรถกลับตัวตอนนี้ยังทันนะ งานจิตอาสาเขาไม่บังคับขืนใจกันหรอก ไม่งั้นจะมีความหมายอะไร”
“คือ…อพี่ครับ”
“หืม?”
“มาถึงนี่แล้ว จะพูดแบบนั้น…”
วืดดด
ซุนกุกยังพูดไม่ทันขาดคำกระจกรถด้านหลังก็เลื่อนลงพร้อมกันทั้งสองฝั่ง ซองช่อลกับมินซูยื่นคอออกไปด้านนอก เงยหน้ามองตัวอักษรฮันจา (ตัวจีน) ที่สลักอยู่บนป้ายแต่ไกล ทั้งคู่ไม่เข้าใจความหมายแม้แต่นิด
ข้างๆ ประตูวัดมีธารน้ำไหลอยู่สายหนึ่ง สงสัยจะเป็นน้ำตกที่พี่ซุนกุกเล่าให้ฟัง
“ที่นี่แท็กซี่คงไม่ผ่านแฮะ”
***
พวกคุณป้าที่มาถึงวัดก่อนแสดงท่าทางดีใจจนออกนอกหน้ายามได้เห็นกยองฮาและพรรคพวก
“มาเร็วๆ คิดถึงพ่อหนุ่มจนแทบไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว”
“ฮ่าๆ ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
คุณป้าคนหนึ่งรีบแย้ง
“คิดถึงพ่อหนุ่มเสียที่ไหน คิดถึงซอสปรุงรสที่พ่อหนุ่มทำต่างหากล่ะ”
คุณป้าๆ อีกหลายคนดูจะสนอกสนใจรูปลักษณ์กยองฮาไม่น้อย
“คุณพระ มีสง่าราศีขึ้นเยอะเลย ผิวก็ผ่องขึ้นเป็นกอง”
“นั่นสิ หล่อขึ้นผิดหูผิดตาแทบจำไม่ได้”
พระภิกษุหลายรูปที่ผ่านไปมายิ้มแย้มพนมมือทักทายก่อนเดินผ่านไป มีอยู่รูปหนึ่งเอ่ยออกมาตรงๆ ไม่ปิดบังไม่มุสา
“ถ้าผู้บอกบุญมือแตะมาที่นี่ได้ทุกสัปดาห์ก็คงดี”
ซองช่อลและมินซูผู้มาเยือนวัดนี้เป็นครั้งแรกได้แต่ตกใจระคนแปลกใจ
“ขนาดที่วัด เถ้าแก่ก็ยังฮอตเลยเหรอเนี่ย”
คิดว่าจะได้ช่วยงานพร้อมๆ กันทั้งกลุ่ม ปรากฏว่ากยองฮาและสามหนุ่มต้องทำหน้าที่แยกกัน
“ผู้บอกบุญโกจะช่วยในส่วนของการทำอาหาร ส่วนผู้บอกบุญที่เหลือรบกวนช่วยขนย้ายวัตถุดิบหน่อยนะครับ”
ดูทรงแล้ว หน้าที่คงมอบหมายตามความสามารถสินะ
ซุนกุก ซองช่อล และมินซูเริ่มแปลงร่างเป็นมดงานขนวัตถุดิบอย่างแข็งขันโดยไม่ปริปากบ่น ทันใดนั้น มินซูผู้มาเยือนวัดครั้งแรกก็ชี้ไปที่กลุ่มคนสวมชุดลำลองซึ่งกำลังกราบพระ
“พี่ซุนกุก เคยมาที่นี่แล้วใช่ไหมครับ ตรงนั้นเขาทำอะไรกันน่ะครับ”
“เห็นว่ามาถวายของให้พระนะ”
“ถวายของเหรอครับ”
“อือ กราบพระพุทธรูป ถวายปัจจัยบริจาคอะไรแบบนี้ไง”
“วัดก็ต้องใช้เงินด้วยเหรอครับ” มินซูถามอีก
“ต้องใช้สิ พี่กยองฮาบอกว่าวัดเองก็ช่วยเหลืองานสังคมผ่านจิตอาสาเยอะเหมือนกัน ไหนจะบรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้อีก”
จังหวะนั้นเองที่รถซีดานคันโตขยับล้ออยู่ในลานจอดรถ
“โอ้โห รถหรูเบอร์นั้นก็มาวัดด้วยแฮะ บนเขาแบบนี้…”
ขณะที่มินซูกำลังพึมพำกับตัวเอง ซองช่อลก็จ้องไปที่พระสมณะชั้นผู้ใหญ่ตาไม่กระพริบ
ท่านกำลังเดินออกมาส่งแขกแม่ลูกคู่หนึ่ง
“เช่นนั้นขอให้เดินทางปลอดภัย บุญรักษา”
“เจ้าค่ะ”
สามคนพนมมือแสดงความเคารพกันและกัน
มองแล้ว คนที่เป็นลูกสาวให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างมากถึงมากที่สุด รถคันโตเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ คนขับลงจากรถมาโค้งคำนับแม่ลูกเป็นมุมฉากเก้าสิบองศา ก่อนจะเปิดประตูรถด้านหลังออกกว้าง สักพัก มินซูที่มองตามสายตาซองช่อลก็เอ่ยขึ้น
“เฮ้ย? คนนั้นใช่ฮเยจีหรือเปล่าครับ”
ซุนกุกแน่ใจยิ่งกว่าแน่ใจ
“ฮเยจี มาทำอะไรที่นี่น่ะ”
“คะ!” สีหน้าเธอดูตกใจสุดขีด
ฮเยจีตามแม่ขึ้นรถ จากนั้นรถคันงามก็ค่อยๆ แล่นไกลออกไป มินซูยังคงมองนิ่ง
“ระ รถคันนั้นราคาน่าจะเกินร้อยล้านนะครับ”
“คิดว่านะ”
“งั้นก็หมายความว่าฮเยจีเป็นคุณหนูบ้านรวยสุดๆ น่ะสิครับ เหมือนจะมีคนขับรถโดยเฉพาะ…” มินซูถามซ้ำ
ประเด็นดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นให้ซองช่อลกับมินซูแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับฮเยจีทีละเรื่องๆ
“ไม่แน่ คุณพ่อคุณแม่ฮเยจีอาจจะถูกรางวัลที่หนึ่งก็ได้ ก่อนหน้านี้ผอมเป็นกระดูกเลยไม่ใช่เหรอ ตอนนั้นน่าจะยังลำบากอยู่”
“มีเหตุผล หรือไม่ก็เป็นลูกสาวที่ถูกทอดทิ้ง พอเริ่มมีเนื้อหนังดูดีขึ้นมากก็เลยมารับกลับตระกูล…”
โป๊ก!
เสียงมะเหงกกระทบหัวดังขึ้น มินซูหันไปโวยวายใส่ซุนกุก
“โอ๊ย! เขกผมทำไมครับเนี่ย”
“พูดอะไรให้มันมีสาระหน่อยซิ”
เรื่องถูกรางวัลที่หนึ่งฟังน่าตลกก็จริง แต่เจ้าพวกนี้ก็ยังสามารถคิดเรื่องที่ที่ตลกร้ายยิ่งกว่าออกมาได้ แม้แต่ละครหรือซีรีส์น้ำเน่ายังไม่ขนาดนี้เลย
“ถามพระท่านดูเดี๋ยวก็รู้ ว่าไหมครับ” ซองช่อลเพิ่งจะกลับเข้าร่องเข้ารอย
ซุนกุกไม่เห็นความจำเป็นที่จะห้ามปราม ซองช่อลเดินเข้าไปใกล้พระสมณะชั้นผู้ใหญ่รูปนั้น ก่อนจะถามอย่างไม่ค่อยรักษามารยาท
“ท่านครับ ขออนุญาตถามนิดหนึ่งครับ คือ คนเมื่อครู่นี้ไม่ทราบว่าเป็นใครมากจากไหน พอจะบอกได้ไหมครับ”
“สถานะของผู้บอกบุญมิใช่เรื่องที่อาตมาใคร่เปิดเผย นะโมอามิตตาพุทธ อาตมาขอตัว”
เมื่อท่านหลีกเลี่ยงการให้คำตอบ เรื่องราวจึงน่าสงสัยยิ่งขึ้นไปอีกโนiวลกูดอทคอม
***
ไม่ผิดจากที่กยองฮาคาดไว้เลย เมื่อเสร็จงานสามหน่อก็หมดแรงปวกเปียกกันเป็นแถบ ซุนกุกหันมองน้องๆ ที่หลับป๊อกอยู่ที่เบาะด้านหลัง ถามขึ้นเบาๆ
“สงสัยเหนื่อยจัดนะครับน่ะ รู้จักโลกใบนี้น้อยไปซะแล้ว…”
“เราก็ดูเหนื่อยเหมือนกันเหอะ”
“ผมเหรอครับ”
“อือ เสียงพูดยังเนือยๆ เลย…”
“โหย ผมเหนื่อยตรงไหนกัน กลัวน้องๆ ตื่นหรอกครับถึงได้พูดเบาๆ”
ปากพูดแบบนั้น แต่ซุนกุกรู้ดีว่าร่างเขากำลังจะแหลก
‘ก่อนหน้านี้เคยผ่านมาแล้วแท้ๆ ไม่ใช่งานกรุบกริบเลยให้ตาย พี่กยองฮายังอุตส่าห์ขยันไปช่วยเขาทำจิตอาสาจนถึงเดี๋ยวนี้ ทำไหวได้ไงเนี่ย’
คิดๆ มาถึงตรงนี้ ซุนกุกก็ผลอยหลับคอพับคออ่อนไปอีกคน
‘สงสัยจะเหนื่อยกันจริงๆ’
กยองฮาขับรถตรงไปที่ซาวน่า[1] หรือที่เรียกว่าโรงอาบน้ำรวม ครั้นจอดรถ ซุนกุกจึงได้สติถาม
“หือ? ที่นี่ที่ไหนครับ”
“ซาวน่า”
“มาซาวน่าทำไมครับ”
“น่าจะเพลียกันมาก ขัดตัวให้สดชื่นซะหน่อยก็น่าจะไม่เลวนะ”
จู่ๆ ก็มีอีเวนท์พิเศษไม่คาดฝัน ซุนกุกรีบปลุกคนด้านหลัง
“เฮ้ย ซองช่อล มินซู ตื่นโว้ย”
ทั้งคู่ที่งีบเอาหัวพิงไหล่กันอยู่เงยหน้าขึ้นมา ขยี้ตา
“ที่นี่ที่ไหนครับ”
ซุนกุกไม่ได้ใจดีตอบน้องเหมือนที่กยองฮาตอบเขา
“ลงรถเดี๋ยวรู้เอง”
เอาเข้าจริง หลังลงจากรถมายืนที่หน้าช่องขายตั๋ว ทั้งซองช่อลทั้งมินซูก็เนื้อเต้นอยู่ในใจ
“โว้ว คิดๆ อยู่เลยว่าอยากมาโรงอาบน้ำ…”
“เหมือนกัน”
รับกุญแจมาแล้วก็ถึงเวลาเข้าไปด้านใน กยองฮาเข้ามายืนตรงโซนฝั่งผู้ชายก่อนจะถามทุกคน
“จะใช้อะไรกันบ้าง หยิบเลย”
“ผมขอแปรงสีฟันกับแชมพูครับ”
“ผมก็เหมือนกัน เอาแค่นี้ก็พอครับ”
มีเพียงซุนกุกซึ่งหนวดเยอะกว่าเขาเพื่อนที่หยิบมีดโกนมาด้วย กยองฮาเอากุญแจล็อคเกอร์ของตัวเองไปสแกน
“จ่ายตอนออกไปได้ใช่ไหมครับ”
“ครับ ค่อยจ่ายตอนออกก็ได้ครับ”
มินซูและซองช่อลจัดการถอดเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยก่อนใคร
คงเพราะเขินร่างเปลือยของตัวเอง มินซูอดเอาผ้าขนหนูมาบังจุดยุทธศาสตร์สำคัญไม่ได้
“เถ้าแก่ครับ ซองช่อลกับผมขอเข้าห้องอาบน้ำก่อนนะครับ”
“ตามสบาย”
ซุนกุกมองน้องๆ พลางคิด
‘ไอ้พวกบ้านี่ หน้าระรื่นยิ่งกว่าปกติอีกเว้ย’
ที่เขารู้สึกเช่นนั้นไม่แปลกเลย ว่ากันว่า มิตรภาพระหว่างลูกผู้ชายด้วยกันนั้นมักแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในซาวน่านี่แหละ
คงเพราะเป็นวันธรรมดา ภายในโรงอาบน้ำจึงไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ ซองช่อลที่อาบน้ำชำระกาย จัดการแช่ตัวเองอยู่ในบ่อร้อนโพล่งถามกยองฮาซึ่งกำลังจะก้าวเท้าลงน้ำเหมือนนึกอะไรบางอย่างที่ลืมสนิทขึ้นมาได้
“อ้อ เถ้าแก่ทันเห็นหรือเปล่าครับ”
“เห็นอะไร”
“ฮเยจีครับ ฮเยจีมาที่วัด!”
แท้จริงกยองฮารับรู้ทุกเหตุการณ์ แม้ฮเยจีและคุณแม่จะไม่ได้มาที่วัดบ่อยนักแต่ก็เคยพบหน้ากันอยู่บ้าง
“จะ จำผิดคนรึเปล่า”
“ไม่นะครับ พี่ซุนกุกเรียกดูแล้วก็ได้ยินคำว่า ‘คะ!’ ตอบมาก่อนจะขึ้นรถไป คะ แบบฮเยจีสไตล์ของแท้ครับ”
มินซูรู้สึกพลุ่งพล่าน
“จริงครับ เหมือนจะมากับคุณแม่ รถก็เป็นแบบซีดานรุ่นใหญ่หรูระเบิด แถมยังมีคนขับด้วยครับ”
“ผมเองก็สงสัยนะครับ ถ้าเป็นคุณหนูขนาดนั้นทำไมมาทำงานในร้านตามสั่ง” ซุนกุกถามต่อ
กยองฮาได้แต่ตอบแบบเอาสีข้างแถ
“ถ้าที่เล่ามาคือเรื่องจริง อาจจะไม่ได้ค่าขนมจากพ่อแม่ก็ได้มั้ง”
***
วันต่อมา
มินซูทำเหมือนเช่นทุกวันคือ ค้นหาคำว่า ‘ราชาอาหารตามสั่ง’
เขาทำจนติดเป็นนิสัย จะเรียกว่าเป็นงานอดิเรกก็คงไม่ผิด ด้วยความที่เป็นพนักงานคนหนึ่งของฮันอุลสาขารองจึงรู้สึกว่าเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งเมื่อได้อ่านข่าวหรือเนื้อหาใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเถ้าแก่ ช่างเพลิดเพลินยิ่งนัก
“…นี่ คุณพ่อของฮเยจีไม่ใช่เหรอ”
มินซูหลุดคำถามออกมาเมื่อได้อ่านข่าวบนหน้าเว็บไซต์
[SG รีเทล ยอดขายธุรกิจร้านสะดวกซื้อพุ่งกระฉูด]
มันนี่โฟกัส
ร้านสะดวกซื้อเครือ SG มียอดขายเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในแนวดิ่ง กลยุทธ์ชั้นเลิศของประธานกรรมการบริหารกูบนมันผู้กุมบังเหียน SG รีเทล บัดนี้ให้ดอกออกผลอย่างงดงาม
ข้าวกล่อง SG ที่เคยประสบภาวะร่อแร่จับมือรวมพลังกับข้าวกล่องราชาอาหารตามสั่ง ครองใจลูกค้าจนเข้ายึดหัวหาดได้สำเร็จตามแผน
ข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อจะเรียกว่าเป็นลูกกตัญญูหรือผู้อุปถัมภ์ค้ำชูยอดขายก็ว่าได้ จึงมีชื่อในวงการขนานนามว่า ‘ตัวล่อเหยื่อการตลาด’
เพื่อที่จะเปิดตัวข้าวกล่องราชาอาหารตามสั่งออกสู่ตลาด กล่าวกันว่า ประธานกรรมการบริหารกูบนมันถึงกับลงแรงและความพยายามไปไม่น้อยทีเดียว
.
. .
ด้วยความที่มินซูไม่สามารถเช็คด้วยตัวเองให้แน่ใจได้ จึงตัดสินใจถาม
ภาพกูบนมันโชว์หราอยู่กลางหน้าจอ
“ชะ ใช่แน่เลย…”
ซองช่อลกับซุนกุกชักสนใจอยากรู้อย่างช่วยไม่ได้ เนื่องจากคุณพ่อของฮเยจีมาที่ร้านหลายหนแล้ว แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ก็ใช่ว่าจะเคยสนทนากันเป็นเรื่องเป็นราว แทบไม่ได้คุยกันเลยด้วยซ้ำเพราะเขามักยืนคุยอยู่นอกร้านเสมอ
ตอนนั้นเองที่ฮเยจีมาเข้างาน
“สวัสดีค่ะ!”
“อะ อื้ม เข้ามาเร็ว”
สมควรให้เกิดอาการอึกอักอยู่หรอก ด้วยแรงช็อคที่เพิ่งรู้ความจริงว่าฮเยจีเป็นถึงลูกสาวประธานกรรมการบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ พนักงานแต่ละคนเลยยังตกใจไม่หาย
“เมื่อวานนี้หนูปลีกตัวออกมาไม่ได้ เลยแค่ทักทายนิดหน่อย ขอโทษนะคะ”
พูดแล้วฮเยจีก็โค้งคำนับ ซุนกุกกลับเป็นฝ่ายรู้สึกผิดเสียเอง
“ไม่เลยๆ เรื่องปกติน่า”
“ใช่ๆ ถ้ารีบอยู่ก็เลี่ยงไม่ได้หรอก เป็นฉันเองก็คงทำเหมือนกันแหละ” มินซูพูด
ซองช่อลพยักหน้าเห็นด้วยแรงมากจนแทบมีเสียงออกมา ปฏิกิริยาประหลาดจริง เหมือนมีอะไรบางอย่างต่างไปจากทุกที…
ทว่า ฮเยจีกลับไม่รู้ต้นสายปลายเหตุใดๆ เลย
………………………
[1] ซาวน่า เป็นโรงอาบน้ำและบ่อน้ำร้อนสาธารณะแบบเกาหลี (คล้ายอนเซ็นของญี่ปุ่น) ก่อนเข้าใช้บริการจะต้องซื้อตั๋ว รับกุญแจคีย์การ์ดที่ติดกับสายคล้องข้อมือสำหรับเปิดล็อคเกอร์เก็บรองเท้าและเสื้อผ้า ทุกคนจะได้รับผ้าขนหนู หากเป็นที่ที่นอนค้างคืนได้ (เรียกว่าจิมจิลบัง) จะได้รับเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นด้วย ด้านในแบ่งโซนชายหญิง มีอุปกรณ์อาบน้ำขาย (โดยมากนิยมหิ้วตะกร้าส่วนตัวมาเอง) ห้องส่วนแห้งมีไว้สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งตัว ห้องส่วนเปียกมีไว้สำหรับอาบน้ำก่อนลงแช่ตัวในบ่อ ซึ่งมีหลากหลายทั้งบ่อร้อน บ่อสมุนไพร และบ่อเย็นจัด บริเวณด้านข้างจะมีห้องอบตัวไอน้ำ (เรียกว่าซาวน่าเช่นกัน) บางแห่งมีบริการขัดตัวหลังแช่น้ำด้วย