📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 75

บทที่ 75
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ความตึงเครียดรายล้อมรอบๆ สถานอบรม

วันนี้เป็นวันสอบนั่นเอง

กยองฮากำลังตัดสินชะตาผู้เข้าสอบอยู่อย่างเลือดเย็น ทุกคนต่างก็มาเพื่อให้ได้ตราสัญลักษณ์รับรอง

“รสยังไม่ถึงครับ น่าเสียดาย ไว้ลองใหม่โอกาสหน้านะครับ”

อดีตว่าที่เจ้าของแฟรนไชส์ใหม่ก้มหน้า แทบเสียศูนย์ ไม่รู้ว่าเธอเสียใจกับผลสอบหรือไม่ แต่สำหรับผู้เข้าสอบที่เคยผ่านสนามมาก่อนกลับคิดว่าเท่านี้ก็บุญหัวแล้ว

“ท่านประธานใจดีขึ้นมากเลยเนอะ ก่อนหน้านี้ไม่เคยบอกแม้แต่เหตุผล ตัดตกฉึบฉับ…”

“นั่นสิ ตอนนั้นพวกที่สอบตกเกินครึ่งไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร”

ชินยองฮีกล่าวเตือนนักเรียนที่ซุบซิบกันให้เงียบเสียง

“รักษาความสงบด้วยค่ะ”

ด้วยน้ำเสียงเข้มงวดเพียงหนึ่งประโยค สนามสอบก็เงียบเป็นป่าช้า ภายในสถานอบรมแห่งนี้ ชินยองฮีได้รับขนานนามฉายา(?)ว่า ‘หัวหน้าเสือดุ’ และนี่ไม่ใช่เรื่องเกินกว่าเหตุแต่อย่างใด

การสอบยังคงดำเนินต่อไป

เห็นกยองฮาที่ชิมแกงเต้าหู้นุ่มแล้วเอียงคอไปมา เถ้าแก่ชินก็ร้อนใจรีบถาม

“ปะ เป็นไง? …ครับ?”

เถ้าแก่ชินไม่ใช่ว่าไม่มีด้านที่สะเพร่า ครั้นสัมผัสได้ว่าชินยองฮีผู้เป็นหัวหน้าสถานอบรมส่งสายตาแหลมคมมาให้ เขาก็เติมคำว่า ‘ครับ’ ต่อท้ายหลังประโยคคำถาม

“ต้องระวังลำดับการใส่วัตถุดิบมากกว่านี้อีกหน่อยนะครับ”

แม้จะเสียดายสุดแสน เถ้าแก่ชินก็ยอมรับความเป็นจริงอย่างสงบนิ่ง

ตอนนี้เขาไม่ใช่ผู้ครองตำแหน่งบ๊วยอีกต่อไป เพราะก่อนหน้านี้สอบผ่านได้รับตราสัญลักษณ์ฯ แกงกิมจิและแกงเต้าเจี้ยวแล้วนั่นเอง เขาเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ที่ครอบครองตราสัญลักษณ์ฯ ตั้งสองดวงเชียวนะ

รายต่อไปที่ถูกตรวจ คือ มยองฮุนผู้ปรุงบะหมี่เย็นคลุกซอส

“ผ่าน”

เท่านั้น สถานอบรมก็ปั่นป่วนทันที

“บะหมี่เย็นคลุกซอสผ่านเหรอ”

“บะหมี่เย็นคลุกซอสปราบเซียนนั่นน่ะนะ…”

ผู้เข้าสอบทั้งหลายมองมยองฮุนอย่างนับถือ สมควรอยู่หรอก บะหมี่เย็นคลุกซอสคือเมนูที่เพิ่งจะได้บรรจุเป็นข้อสอบเมื่อไม่นานนี้เอง แถมเกณฑ์การสอบก็โหดหิน แม้แต่นักเรียนที่ผลการเรียนไม่เลวยังไม่กล้าทำส่งเดช กระทั่งเจ้าของร้านสาขากวางจูผู้โด่งดังยังไม่ได้ตราสัญลักษณ์ฯ นี้เลย

การสอบเสร็จสิ้นในที่สุด กยองฮากล่าวปิดพอเป็นพิธี

“ขอบคุณผู้มาเข้าสอบทุกท่านนะครับ พยายามกันได้ดีมาก”

เมื่อออกมายังทางเดินตึกอบรม ชินยองฮีก็ปรี่เข้ามาประกบ

“กระเป๋าที่ให้มาครั้งก่อน ฉันใช้อยู่นะคะ ดีมากเลย” เธอพูดเจื้อยแจ้ว

“ครับ แต่ถ้าเป็นรอยหรือขาดบอกผมนะครับ ส่งเคลมได้”

“โฮะๆ จะรบกวนขนาดนั้นได้ไงคะ ฉันควรเป็นคนหิ้วไปเองต่างหาก แล้วใบนี้ก็แข็งแรงมาก คงไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอกค่ะ”

มยองฮุนที่เพิ่งจัดการเก็บกวาดห้องอบรมวิ่งตามทั้งคู่ออกมา หากเทียบกับผู้เข้าอบรมอื่นๆ ก็จะเห็นชัดทีเดียวว่าเขากระฉับกระเฉงรวดเร็วกว่ามาก แม้รอบปากจะยังเปรอะซอสบะหมี่เย็นที่ยังเคี้ยวไม่หมดดีและแก้มก็ยังตุ่ยอยู่ก็เถอะ

มยองฮุนกลายเป็นตัวตลกเรียกเสียงหัวเราะให้ชินยองฮีทันที

“อุฮุบ ต้องรีบกินขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

มยองฮุนพยายามกลืนบะหมี่ลงคอก่อนตอบ

“กลัวจะต้องรอผมนานครับ”

ชินยองฮียังเหลืองานต้องทำอีกมาก

“งั้นโชคดีนะคะ ฉันขอตัวไปจัดการอะไรๆ ก่อน…”

“ครับ พบกันตอนเย็นครับ”

“โอเคค่ะ”

ทั้งชินยองฮีทั้งกยองฮาไม่มีใครเปิดปากบอกอะไรมยองฮุน ขนาดเดินไปจนถึงรถแล้วก็ตาม

‘ทำไมรู้สึกเหมือนโดนจ้องวะเนี่ย’

สายตาที่ส่งมาปะปนความเห็นใจ แทบจะสื่อความหมายบางอย่างออกมาแบบไร้เสียง

“คนนั้น ต้องใช่แน่ๆ เลย”

***

ตอนลงจากรถ รอบปากของมยองฮุนก็สะอาดแล้ว

กยองฮาเพิ่งจะส่งทิชชูเปียกให้เขาในรถ

“ก็ว่าอยู่ว่าทำไมผมรู้สึกเหมือนโดนจ้อง… ไม่รู้ตัวเลยครับว่าปากมีซอสติด แต่นี่ เฮียจะไม่ทานข้าวจริงๆ เหรอครับ ไม่เป็นไรแน่นะครับ” มยองฮุนถาม เพราะเวลานี้ใกล้พ้นช่วงเวลารับประทานอาหารของที่ร้านแล้ว

ส่วนกยองฮาตอบอย่างไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่

“บางทีก็ต้องอดกินข้ามมื้อ…” เขายังพูดไม่จบประโยคดี

ภาพเด็กน้อยยืนเขย่งปลายเท้าเกาะกระจกแอบส่องมองด้านในร้านพุ่งเข้าสู่สายตา เด็กหญิงน่าจะอายุราวๆ สี่ห้าขวบ เด็กชายนั้นอย่างมากก็คงไม่เกินแปดขวบ ความมุ้งมิ้งที่ดูเป็นกลุ่มก้อนนั้น จุดรอยยิ้มอบอุ่นให้สว่างขึ้นบนใบหน้ากยองฮา

“พี่ หนูมองไม่เห็น”

เสียงออดอ้อนของเด็กหญิงทำให้เด็กชายคุกเข่าลงกับพื้น เก็บศอกเข้ามาแล้วยอบตัวลงต่ำ

“เหยียบหลังพี่ขึ้นไปสิ”

ความปรารถนาบรรลุผลแล้วกระมัง เด็กสาวจึงกล่าวชัดถ้อยชัดคำ

“ดูเสร็จแล้ว จะลงละนะ” เจ้าหนูปีนลงมา จับมือพี่ชายไว้มั่น

“ดูเสร็จแล้ว ทีนี้ก็ไปกันได้ละ”

“อื้อ”

จากนั้นทั้งคู่ก็เดินจากไปอย่างร่าเริง

ดูอะไรกันหว่า? กยองฮาเดินต๊อกๆ ไปที่ร้านพลางกวาดตามอง ท่าทางวันนี้จะได้พักกินข้าวกันช้ากว่าปกติแน่ๆ สมาชิกทั้งหลายจึงยังคงอยู่ระหว่างมื้ออาหาร

‘หรือว่าหิว?’ กยองฮาคิดจะตามเด็กน้อยไปจึงตัดสินใจหยุดฝีเท้า

แต่ทั้งคู่หายวับเข้าไปในตรอกแคบๆ เสียแล้ว มยองฮุนเองก็เหมือนจะรู้สึกถึงบางอย่างเช่นกัน

“พวกเด็กๆ เตร็ดเตร่อยู่แถวนี้แหละครับ เสื้อผ้ายืดย้วยหน้าก็เปรอะไปหมด… ไม่แน่อาจจะเป็นเด็กที่ต้องหาเลี้ยงตัวเองก็ได้” เขาพึมพำเบาๆ

“นั่นสิ” กยองฮาปัดความเสียดายทิ้ง เดินเข้าร้านไปพร้อมมยองฮุน

ทุกคนกินข้าวอิ่มกันพอดี

“ทานข้าวกันมาหรือยังคะ” แม่ของด็อกโฮถาม

“ผมเรียบร้อยแล้ว แต่เฮียยังไม่ได้ทานเลยครับ” มยองฮุนแย่งกยองฮาตอบ

“ฉันจะไปเตรียมให้เดี๋ยวนี้ค่ะ” แม่ของด็อกโฮรีบลุกขึ้นทันที

กยองฮาส่งเสียงห้ามไว้

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมยังไม่หิว”

“แต่ต้องทำงานอีกเยอะนะคะ…”

“ไว้ผมหิวเดี๋ยวหาอะไรกินเองครับ นั่งทานต่อให้สบายเถอะครับ”

ส่วนซองช่อลนั้นเอียงคอ ท่าทางดูตลกจนกยองฮาหลุดขำ

“นั่งกินอยู่ดีๆ เอียงคอทำไมน่ะเรา”

“มีเรื่องจะแจ้งเถ้าแก่ครับ แต่จู่ๆ ก็นึกไม่ออกซะงั้น”

“เรื่องบอกพี่?”

“ครับ จะพูดอะไรหว่า”

ผ่านไปแล้วสิบวินาที กยองฮาจึงตัดบทซองช่อล

“คงไม่ใช่เรื่องรีบร้อนอะไรล่ะมั้งแบบนี้ นึกออกเมื่อไหร่ค่อยบอกแล้วกัน”

จังหวะนั้นเอง ซองช่อลก็ประกบฝ่ามือ อ้าปาก

“อา! นึกออกแล้วครับ”

“ว่า?”

“มีโทรศัพท์มาจากค่ายทหารครับ”

ค่ายทหาร!

เขารับใช้ชาติตามหน้าที่จนครบกำหนดแล้ว ค่ายทหารยังจะตามหาเขาทำไมอีก

‘หรือว่าตอนนั้นเราไปสร้างเรื่องอะไรไว้?’

กยองฮาเกณฑ์ทหารและใช้ชีวิตในรั้วกองทัพตามระเบียบทุกประการ กระทั่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นนายทหารตัวอย่างด้วยซ้ำ… ระหว่างที่ความคิดในสมองเข้าโรมรันกันยุ่งเหยิง ซุนกุกก็กระทุ้งซองช่อล

“เถ้าแก่เคยบอกว่าปลดประจำการตามกำหนดนะ ฟังอะไรมาผิดรึเปล่า ลองนึกใหม่อีกทีซิ หรือว่าจะเป็นเรื่องทหารกองหนุน?”

“ไม่ใช่นะครับ”

โอ้ สถานการณ์เอย จงซับซ้อนยิ่งขึ้น

***

กยองฮาเอาแต่จดจ่อกับการคุยโทรศัพท์จนไม่เป็นอันทำอะไร

“อ่า ครับ ผมชื่อโกกยองฮาครับ… ครับ? ไม่เคยติดต่อมาหรือครับ… รับทราบครับผม”

ไม่ใช่กรมสัสดี ไม่ใช่ทหารกองหนุนประจำที่ทำการแขวงด้วย เพราะตอบด้วยคำตอบแบบเดียวกันโนเวลกูดอทคoม

ซุนกุกอบรมซองช่อลไปหนึ่งยก

“รับโทรศัพท์ภาษาอะไร ต้องรู้จักขอเบอร์ติดต่อกลับด้วยสิ”

“ก็เขาบอกว่าเป็นค่ายทหาร…”

“แน่ใจนะ ว่าเขาพูดว่าค่ายทหาร”

“ก็เขาบอกว่ากลาโหมอะไรสักอย่าง มันไม่ใช่ค่ายทหารหรอกเหรอครับ” ซองช่อลถามกลับ

สมควรให้คิดเช่นนั้น เพราะซองช่อลได้รับการงดเว้นไม่ต้องเกณฑ์ทหาร เขาจึงไม่รู้รายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับกองทัพ

เรื่องราวต่อเนื่องกันเป็นซีรีย์ กยองฮาถึงกับไปไม่เป็น

‘อีหรอบนี้ ไม่ใช่ว่าเราต้องโทรไล่ไปถึงกองบัญชาการใหญ่ฝ่ายทหารบกเลยเรอะ’

มยองฮุนหันไปพูดกับกยองฮาที่กำลังทำท่าจนปัญญา

“หน่วยงานระดับนั้นผมว่าเขาน่าจะรู้เบอร์มือถือเฮียอยู่แล้วนะครับ แปลกมาก ดูจากการโทรฯ เข้ามาที่เบอร์ร้านแล้ว อาจจะใช้ชื่อกระทรวงกลาโหมมาบังหน้าก็เป็นได้ ถ้าเป็นเรื่องสำคัญเขาก็คงโทรมาใหม่เองแหละครับ”

“จริงด้วย พูดมีเหตุผล”

และแล้วก็เป็นช่วงหมดเวลาพักเบรก พนักงานค่อยๆ ทยอยกลับเข้าสู่ตำแหน่งตนทีละคนสองคน ตอนนั้นเองที่สัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้น กยองฮายกหูรับด้วยตัวเอง

“ร้านอาหารฮันอุลสาขารองครับ”

[เมื่อสักครู่ติดต่อไปแล้วรอบหนึ่งตอนบ่ายๆ ไม่ทราบว่าคุณโกกยองฮากลับมาที่ร้านหรือยังครับ]

“ผมเองครับ โกกยองฮา”

[หรือครับ? โทรฯ จากสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมนะครับ ไม่ใช่อะไรครับ พอดีเราทราบเรื่องที่ทางคุณโกกยองฮารับทำอาหารนอกสถานที่แล้ว จึงได้เอาเข้าที่ประชุม กำลังหารือกันอยู่ครับ]

กยองฮาปรายตาไปทางซองช่อล ก่อนส่งเสียงตอบ

“ครับ เชิญพูดต่อเลยครับ”

***

สองวันให้หลัง

ชายงเทหอบนิตยสารและของจิปาถะเข้ามาในร้าน

“กฎของการเป็นดาราคือต้องปรากฏตัวต่อสาธารณชนบ่อยๆ เพื่อให้เป็นที่จดจำครับ”

จวบจนตอนนี้ ประสบการณ์ในวงการบันเทิงของกยองฮาทั้งหมดมีเพียงไปออกรายการคิงออฟแมสก์เชฟ โฆษณาข้าวกล่องและเป็นนายแบบบนฝาข้าวกล่องเท่านั้น กยองฮาฟังแล้วผงกศีรษะ ชายงเทพูดต่อ

“ออกรายการพวกวาไรตี้แสดงความสามารถก็เข้าท่านะครับ เฮียคิดว่าไงครับ”

ชายงเทอายุยี่สิบหก ในสายงานที่ทำอยู่นับว่ายังเป็นรุ่นเยาว์ไฟแรง เขาแนะนำตัวเช่นนั้นพลางตัดสินใจเริ่มเรียกกยองฮาว่าเฮีย

“ถ่ายช่วงไหน”

“พุธหน้าเป็นไงครับ”

“ติดงานจิตอาสา”

“งั้นพุธหลังพุธหน้าล่ะครับ”

“รับทำอาหารนอกสถานที่ไปแล้ว”

ชายงเทถอนหายใจ

“เฮียต้องแบ่งเวลาเผื่อไว้ด้วยสิครับ งานเดินสายออกรายการต้องมีนะครับ ไม่ใช่ว่าไม่ทำร้านอาหารแล้วสักหน่อย”

“เคยบอกไปแล้วนี่ ถ้าเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ ล่ะก็หาเวลาทำได้อยู่แล้วล่ะ แค่ติดป้ายบอกล่วงหน้าสักหนึ่งวันว่าจะหยุดก็ใช้ได้”

ด้วยความที่เขาต้องออกเยี่ยมตรวจแฟรนไชส์บ่อยๆ ทำให้บางทีก็ไม่ได้อยู่ดูร้าน จึงเห็นว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร อีกอย่าง ตอนนี้ก็มีมือที่กยองฮาวางใจได้เข้ามาช่วยงานครัวเพิ่มแล้วตั้งสองคน คือ ฮเยจีและมยองฮุนนั่นเอง

“ตอบซ้ำเดิมแบบนั้น งั้นคราวหน้าจะวันพุธหรือวันอะไรผมไม่สนแล้วนะครับ ว่าแต่งานทำอาหารนอกสถานที่นี่เราต้องไปไหนครับ” ชายงเทถามเพราะสงสัยเต็มขั้น

อย่างไรก็ไม่ใช่ความลับทางทหาร กยองฮาเลยตอบตรงๆ

“สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม”

ชายงเทอ้าปากค้าง

“ไปทำอาหารถึงสำนักงานปลัดกระทรวงฯ เลยเหรอครับ ที่นั่นมีแต่คนยศสูงๆ นี่ครับ”

“จะว่าไปก็ใช่นะ”

“เมื่อกี้ผมยังคิดอยู่ว่า ‘ทำไมต้องถึงขนาดรับทำอาหารนอกสถานที่ด้วย’ แต่ตอนนี้ เอาจริงๆ ฟังแล้วไม่เลวเลยล่ะครับ การผูกสัมพันธ์ก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน”

“จะไปผูกสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนระดับนั้นง่ายๆ ได้รึไง เราแค่ทำอาหาร เสร็จแล้วก็กลับ”

“แต่ฝีมือทำอาหารระดับเฮีย ยังไงเขาก็ต้องสนใจอยู่แล้วครับ ไปๆ มาๆ อาจจะสนิทกันก็เลยได้”

กยองฮาย้อนนึกถึงตอนเขาไปทำอาหารที่ทำเนียบประธานาธิบดีอย่างละเอียด

‘ดูจากประสบการณ์ครั้งก่อนๆ ไม่เห็นจะเป็นงั้นเลย…’

ครั้นพนักงานที่ขึ้นไปทำความสะอาดชั้นสองกลับลงมา กยองฮาก็ลุกขึ้นทันทีเหมือนรออยู่ก่อนแล้ว

“เริ่มเตรียมอาหารกันเถอะ นายล่ะจะกินก่อนค่อยไปไหม”

“ได้หรือครับ”

“มีอะไรไม่ได้ล่ะ แต่ข้อแม้คือต้องกินเมนูที่ฉันเลือก โอเคหรือเปล่า”

ชายงเทคิดถึงติ่มซำที่ได้ลิ้มรสครั้งก่อน พยักหน้าแรงจนแทบจะมีเสียงลอดออกมา

“ครับ โอเคทุกอย่างครับ”

กยองฮาเดินเข้าครัว ทว่า ปฏิกิริยาของเหล่าพนักงานที่ชายงเทสังเกตเห็น จัดว่าประหลาดนัก

‘อีกเดี๋ยวก็ได้กินของอร่อยแล้ว ทำไมหน้าแต่ละคนดูไม่เห็นจะดีใจ มีอะไรหรือเปล่าหว่า’

เมนูประจำวันนี้ คือ โอโกโนมิยากิ อาหารขึ้นชื่อเมืองโอซากาที่เป็นแป้งใส่ผักและเนื้อ ตัวแป้งนั้นมีส่วนประกอบของปลาหมึก ต้นหอม และวัตถุดิบอื่นๆ ผสมอยู่ด้วย เป็นของแถมที่ได้หลังจากการทำทาโกะยากิ

และเพื่อฝึกทำทาโกะยากินี้ กยองฮาถึงกับไปหาซื้อเตาทาโกะยากิโดยเฉพาะมาใช้

“อาหารญี่ปุ่นก็ทำเป็นด้วยหรือครับ” ชายกเท่ตกใจ

“อืม นิดหน่อยน่ะ” กยองฮาไม่อ้อมค้อม

ที่บอกว่านิดหน่อยนั้น ชายงเทไม่เชื่อโดยเด็ดขาด

‘ครั้งสุดท้ายที่กินคือในโรงอาหารล่ะมั้ง ทาโกะยากิกับโอโกโนมิยากิที่เฮียทำจะอร่อยขนาดไหนกันนะ ตื่นเต้นไปหมด อยากชิมแล้ว’

เมื่อพนักงานรวมถึงชายงเทเริ่มก้มหน้าก้มตากินข้าว กยองฮาก็หันไปมองทางหน้าต่างกระจก

‘วันนี้จะมาอีกไหมนะ เจ้าเด็กพวกนั้น…’

ไม่ทันขาดคำ ใบหน้าของเด็กหญิงที่เหยียบหลังพี่ชายโหนเกาะกระจกก็ค่อยๆ โผล่ขึ้นมา

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset