📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 74

บทที่ 74
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

“ค่าเหมาจ่ายรายปีต้องขอเพิ่มเป็นสามสิบล้านวอนนะ…”

เพียงอียองซุกได้ยินคำพูดคุณยายเจ้าของบ้านซึ่งยืนอยู่ตรงหน้านี้ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นลำบากใจ

“ตะ ตั้งสามสิบล้านวอนเลยเหรอคะ”

“ฉันเองก็มีรายจ่ายค่าโน่นค่านี่อีกเยอะ… เข้าใจฉันหน่อยเถอะ”

ระยะเวลาต่อสัญญาแบบรายปียังเหลือ ยังไม่ต้องรีบร้อนก็จริง แต่ดูท่าการจะใช้หนี้ธนาคารให้หมดคงเป็นไปไม่ได้

“ยายจ๊ะ สามสิบล้านวอนออกจะมากเกินไป”

“เดี๋ยวนี้ค่าบ้านที่ไหนๆ ก็สูงขึ้นทั้งนั้นแหละ”

อียองซุกถอนหายใจทันที คุณยายเจ้าของบ้านก็ใจแข็งเหลือเกิน

‘อยู่คนเดียวมันก็ดี แต่โลกนี้ไม่มีใครที่ไม่มีปัญหาส่วนตัวหรอกนะยะ ถ้าใจอ่อนตลอดตัวเองนั่นแหละจะอยู่ยาก’

คุณยายเห็นว่าเรื่องที่จำเป็นต้องแจ้งก็แจ้งหมดแล้วจึงทำท่าจะจากไป

จู่ๆ ก็หันกลับมากล่าวราวส่งคำเตือนครั้งสุดท้าย

“งั้นก็ตามนี้นะ เตรียมให้ฉันด้วยล่ะ” ความหมายคือ เตรียมค่าบ้านเพิ่มไว้ให้ด้วย ไม่ก็เตรียมย้ายออกได้เลย!

อียองซุกกำลังใคร่ครวญว่าจะยืมมือขอความช่วยเหลือคนรอบข้างดี หรือจะหาวิธีให้ตนกู้ธนาคารได้มากกว่าเดิมดี ไม่ว่าจะใช้ความคิดเท่าไหร่ก็ไม่ได้คำตอบ จริงอยู่ แม้จะมีเงินสะสมไว้บางส่วนจากที่กยองฮาส่งมาให้ในแต่ละเดือน แต่สำหรับเธอ ก้อนนั้นเป็นเงินเก็บที่ไม่อาจแตะต้อง เนื่องด้วยตั้งใจว่าหลังจากนี้จะเติมเงินเพิ่มเป็นดอกเบี้ยให้กยองฮาแล้วค่อยคืนเขากลับไปทั้งก้อนใหญ่

“เฮ้อ” อียองซุกถอนหายใจหนักๆ มุ่งหน้ากลับบ้าน

ขณะนั้นเองมือถือก็ส่งเสียงดัง ครั้นยกขึ้นมาดูว่าเป็นใคร ใบหน้าเธอก็กลับมาสดใส

“ลูก!”

[ตอนนี้แม่อยู่ไหนครับ]

“แม่ออกไปซื้อของกำลังจะกลับบ้าน ทำไมเหรอ”

[ผมกำลังจะทำสัญญาเช่าบ้านแบบเหมารายปีน่ะครับ ต้องให้แม่มาช่วยดูหน่อย ใกล้ๆ แถวนี้แหละครับ… อ้อ ผมเห็นแม่แล้ว]

เมื่อวางสายก็พบกยองฮาอยู่หน้าอพาร์ทเมนท์ เขาลดกระจกลงโบกมือให้

อียองซุกคล้องตะกร้ากับแขนเดินเข้าไปรับ

“มาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ผมมีธุระแถวนี้เลยผ่านมาพอดี ขึ้นมาสิครับ”

เจ้าลูกชายถึงกับลงจากรถฝั่งคนขับมาเปิดประตูให้เธอด้วยตัวเอง อียองซุกลืมเสียสนิทว่าตนอารมณ์เสียอยู่ เปิดปากหัวเราะกว้างอย่างสุขใจ

‘อย่างน้อยฉันก็คลอดลูกชายเอาถ่านได้คนหนึ่งนะเนี่ย’

“ตะกร้าจ่ายตลาดนี่ ค่อยเอาไปทีหลังก็ได้ใช่ไหมครับ” กยองฮาถามเบาๆ

“อื้ม ว่าแต่เมื่อกี้บอกว่าหาบ้านใหม่ได้แล้วนี่มันยังไง ยังอยู่ได้ไม่ครบปีก็จะย้ายบ้านแล้วหรือ”

“สถานการณ์บังคับน่ะครับ”

อืม ถ้าสถานการณ์บังคับก็คงช่วยไม่ได้ล่ะนะ อียองซุกพยายามแทรกแซงการใช้ชีวิตของลูกชายให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นจึงเปลี่ยนใจ ไม่ถามอะไรเขาอีก

กยองฮากลับรถ ขับตรงไปยังอพาร์ทเมนท์ละแวกใกล้เคียงซึ่งเป็นอาคารที่สร้างมายังไม่ครบสิบปีดี เทียบแล้วนับเป็นอาพาร์ทเมนท์สมัยใหม่ แน่นอนว่าอียองซุกมีคำถามอื่นที่อยากรู้มากกว่า

“จะมาซื้อบ้านใหม่ใกล้ๆ แม่เหรอ แล้วร้านล่ะ? บ้านที่อยู่ตอนนี้ไม่ใกล้ร้านกว่าเหรอ”

“ไว้เข้าไปดูแล้วผมค่อยอธิบายนะครับ เดี๋ยวเราไปแวะสำนักงานอสังหาฯ กันก่อน”

นายหน้าประจำสำนักงานราวกับรออยู่แล้ว รีบวิ่งออกมารับหน้า

“ไปกันเลยนะครับ”

อาคารที่เป็นจุดหมายของทั้งสามคนคือ อพาร์ทเมนท์โครงการสาม ชั้นเก้า ห้องหมายเลขสิบสอง

‘นี่มันอพาร์ทเมนท์ของบริษัทอสังหาฯ ใหญ่นี่ ราคาคงไม่ใช่ถูกๆ…’

ห้องด้านในสะอาด สว่าง และโอ่โถงอย่างยิ่ง

“เป็นอพาร์ทเมนท์ก็จริงแต่พื้นที่กว้างขวางอย่างที่เห็นเลยครับ ห้องรับแขกก็ค่อนข้างใหญ่” ห้องน้ำก็ดูดีเช่นกัน

“เป็นไงครับ”

อียองซุกลองเปิดก๊อกน้ำดู ก่อนตอบ

“น้ำแรงดี ใช้ได้นะ ว่าแต่อพาร์ทเมนท์แบบนี้ไม่แพงหรือ ต่อให้เป็นแบบรายปี…”

“ค่ามัดจำของรายปียังไงเราก็ได้คืนนี่ครับ แม่ลองดูห้องหลักด้วยสิ”

ห้องหลักเองก็ใหญ่โตอย่างที่นายหน้าบอก จากที่เคยอยู่บ้านแคบๆ มาตลอดนับว่าบ้านเก่าไม่อาจนำมาเทียบได้เลย

“ห้องสวยดูดีจัง ครัวก็สมัยใหม่นะเนี่ย” มีกระทั่งบาร์ครัวแบบไอร์แลนด์โฮมบาร์เสียด้วย

แต่อียองซุกไม่รู้สึกอยากได้อยากมีแต่อย่างใด เนื่องจากคิดว่าที่นี่น่าจะไม่เหมาะกับเธอ

ตอนนั้นเองที่กยองฮาหันไปพูดกับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์

“คุณแม่บอกว่าโอเค ท่านชอบครับ เอาที่นี่แหละครับ”

อียองซุกอึ้งไปชั่วขณะ

“เอ๊ะ? ลูกว่าไงนะ”

นายหน้าที่ค่อนข้างมีอายุมองอียองซุกด้วยสายตาอิจฉาลึกๆ

“คุณลูกชายน่ารักมากเลยนะครับ เขาว่าอยากดูบ้านให้คุณแม่ แต่เหมือนจะยังไม่ได้บอกให้ทราบ…”

“มะ ไม่ค่ะ ฉันไม่คิดจะทำสัญญาบ้านนี้นะคะ กยองฮา มานี่ มาคุยกับแม่หน่อย”

อียองซุกดึงแขนเสื้อลูกชาย เดินเข้าห้องหลักแล้วเริ่มโวยวายใหญ่โต

“แม่บอกเมื่อไหร่ว่าอยากได้บ้าน ฮึ? มาใช้เงินกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ทำไม แถมนี่ก็เงินก้อนใหญ่ด้วย… อย่าบอกนะว่าไปกู้ธนาคารมาเพื่อจะซื้อห้องที่นี่”

สำหรับลูกชายเงินก้อนนี้คงมีค่าดั่งทอง

“ผมมีเงินเยอะครับ ทุกเดือนมีกำไรเข้าเรื่อยๆ แล้วก็ไม่น้อยด้วย ผมวางแผนไว้ว่าถ้าสัญญารายปีบ้านนี้หมดก็จะพาแม่ย้ายไปบ้านใหม่ที่ดีกว่านี้อีก” กยองฮาตอบอย่างคิดดีแล้ว

“เรื่องกู้ยืมนั่น ไม่ได้ทำใช่ไหม”

“ครับ”

แบบนี้เจ้าลูกชายหาเงินได้เท่าไหร่กันแน่ เธอชักจะเดาไม่ถูกเสียแล้ว

สมัยนี้พวกที่มีรายได้ต่อปีหลักร้อยล้านก็เรียกว่าน่านับถือแล้ว แต่ดูเหมือนลูกชายเธอจะหาได้มากกว่านั้นเสียอีก…

“ถะ ถ้ามีเงินขนาดนั้นก็เก็บไว้ใช้เองเถอะ แม่ไม่เป็นไรจริงๆ”

ทว่า ปฏิเสธไปก็ไร้ผล

“แต่ผมเป็นนี่ครับ ถ้าแม่ไม่สบายใจขนาดนั้น ก็ใช้ชื่อผมนี่แหละทำสัญญา ดีไหมครับ”

เขากำลังเอาเหตุและผลมาสู้ ส่วนอียองซุกก็กำลังหาข้อโต้แย้ง

จังหวะนั้นเอง กยองฮาก็หลบผลุบออกจากห้อง เดินไปถามนายหน้าเอาดื้อๆ

“ขั้นแรก ผมจ่ายก้อนมัดจำไว้ได้เลยใช่ไหมครับ”

***

ณ ร้านขายเครื่องเคียง

แม่ของจองอูกับแม่ของฮียอนกินข้าวด้วยกัน เม้ามอยกำลังได้ที่

“พูดถึงที่สาขารอง ได้ยินว่าเถ้าแก่ทำกับข้าวให้กินด้วยตัวเองเลยนี่ ใช่ไหม”

“อือ ยองฮีเล่าให้ฟังว่าอย่างนั้นนะ”

จริงอยู่ที่ชินยองฮีเป็นหัวหน้าครัวสาขาหลักไม่ใช่สาขารอง แต่เรื่องราวต่างๆ และความเป็นไปในสาขารองนั้น เธอรู้ดีแถมยังมีส่วนร่วมไม่น้อย

“ถ้ายองฮีเล่าแบบนั้นก็คงใช่แล้วล่ะ เรื่องอื่นน่ะไม่เท่าไหร่หรอก อิจฉาเรื่องนี้อยู่เรื่องเดียว พวกเราอย่างเก่งก็ได้กินแค่เครื่องเคียงของเถ้าแก่”

“เอ๊ะ? แค่เครื่องเคียงก็บุญหัวแล้วนะยะ เธอนี่พูดจาอวดดีเกินไปแล้ว”

“อะไรล่ะ คำพูดมันฟังดูอย่างนั้นเองหรอก แหม อิจฉาก็ถือเป็นอาชญากรรมรึไง”

กลางสมรภูมิสงครามน้ำลายของทั้งคู่ มีลูกค้าคนหนึ่งถือตะกร้าจ่ายตลาดเดินเข้ามา แม่ของจองอูผู้เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแม่ค้ารีบลุกขึ้นยืนต้อนรับทันควัน

“เชิญค่ะ! โฮะๆๆ กลับมาอีกแล้วนะคะ คุณป้ากาฮเวดง”

เป็นที่รู้กันดีว่า กาฮเวดงคือย่านหนึ่งในโซลซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าคนรวยมีอันจะกิน แต่เธอคนนี้ไม่ใช่เศรษฐีนีที่ไหน เป็นเพียงแม่บ้านธรรมดาของบ้านสักหลังเท่านั้น

“ฉันไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะทานข้าวใช่ไหมคะ”

“โอ๊ยไม่เลยค่ะ วันนี้รับอะไรดีคะ”

“อืม ก่อนอื่นขอเต้าหู้ เหลือเท่าไหร่เอาหมดค่ะ”

“คะ? ที่เหลือนี่น่าจะกินได้เจ็ดคนเลยนะคะ”

“พอดีครอบครัวท่านประธานบ้านนี้ชอบเต้าหู้กันมากน่ะค่ะ แค่สองวันก็น่าจะทานหมดเกลี้ยงแล้ว อ้อ เดี๋ยวขอยำแตงกวาสำหรับห้าที่นะคะ อุ๊ย มีแอนโชวีผัดซอสด้วยเหรอ อันนี้เก็บไว้กินนานหน่อยได้ งั้นเอาสิบที่…”

เป็นเพราะลูกค้ามาแบบสายเปย์กระเป๋าหนัก เครื่องเคียงจึงร่อยหรอลงในพริบตา แม่ของจองอูรู้สึกว่าขายได้เยอะเกินไปชักจะไม่ดีเสียแล้ว

“หมดนั่น จะถือไปคนเดียวไหวเหรอคะ”

“สบายมากค่ะ มีคนขับรถรออยู่ด้านนอก”

แม่ของจองอูตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ในใจกลับกำลังลอบปลอบโยนความรู้สึกขมปร่าลึกๆ

‘ซื้อขนาดนี้ คงไม่เหลือถึงเราแล้วแหงเลย’

ทันใด คุณป้าซองบุกดงผู้เป็นคู่ปรับอีกคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาในร้าน

“อุ๊ยต๊ายตาย บ้านนั้นกว้านซื้อไปเสียหมดแล้วคนอื่นจะทำยังไงล่ะ”

ไหนจะสายตาเกรี้ยวกราดจนทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่ไหว ไหนจะเสียงเย็นๆ ที่ตั้งใจกดให้ต่ำ บรรยากาศจึงมาคุหนัก

“ของคนเขาซื้อเรียบร้อยแล้ว ยังจะมารบเร้าเอาอะไรล่ะคะ”

“เต้าหู้นั่นก็ได้ แบ่งมาสิ” ɴᴏᴠᴇʟɢᴜ.ᴄᴏᴍ

“แบ่งไม่ได้ ไม่แบ่งด้วย! ทีหลังก็มาเร็วๆ กว่านี้สิ”

ดูทรงแล้วครั้งนี้ก็มีสิทธิ์เกิดหายนะเช่นครั้งก่อน ทั้งสองทุ่มเถียงกันจนเครื่องเคียงตกหกกระจาย แม่ของจองอูและแม่ของฮียอนรีบเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งคู่เพื่อห้ามทัพ

“ใจเย็นก่อนค่ะ”

“ใช่แล้วค่ะ เครื่องเคียงยังเหลืออีกนะคะ”

แต่คุณป้าซองบุกดงไม่มีความคิดที่จะถอยหรืออ่อนข้อให้แต่อย่างใด

“พูดปากเปล่าคงไม่ได้การ สงสัยต้องโทรฯ เรียนคุณผู้หญิงสักหน่อยล่ะ”

คุณป้ากาฮเวดงชะงัก

บ้านที่คุณป้ากาฮเวดงดูแลอยู่นั้นคือบ้านท่านประธานเจ้าของบริษัทเครื่องนุ่งห่ม ส่วนบ้านที่คุณป้าซองบุกดงดูแลอยู่ คือ บ้านของท่านรองประธานเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง จะเรียกว่าไม่มีอิทธิพลคงผิดแล้ว

“แหม ขู่เสียงดังเชียวนะ มาทำวางก้ามวางอำนาจอะไรแถวนี้ไม่ทราบ”

เสียงที่ดังเข้ามาจากหน้าประตูร้าน ทำให้สตรีทั้งสี่นางหันไปมองเป็นตาเดียว

“มาดาม! มาดามมาที่นี่ได้ยังไงคะ” คุณป้าซองบุกดงเอ่ยถามอย่างตกใจ

มาดามฮวางกยอง-อกผู้เป็นภรรยาของส.ส.คิมมินซอกไม่ใส่ใจตอบคำถามนั้น แต่ถามกลับด้วยเสียงเข้มงวด

“ซอนฮีสั่งมาแบบนั้นหรือคะ”

ฮวางซอนฮี คือ น้องสาวคนสุดท้องของมาดามฮวางกยอง-อก ผู้ซึ่งได้ยินเพียงชื่อกยอง-อกของพี่สาวก็ตัวสั่น…

“ปะ เปล่าค่ะ”

แม่ของจองอูกับแม่ของฮียอนถูกความตระหนกเข้าแทรก

‘คุณพระคุณเจ้า คุณป้าซองบุกดงยังต้องกลัวเชียวเหรอ’

‘คิดว่าเป็นแค่คนมีอันจะกินที่ไหนเฉยๆ ไม่นึกว่า…’

มาดามฮวางกยอง-อกกำลังประเมินสถานการณ์ในอนาคตว่า ต่อไปอาจต้องพบความรำคาญใจอย่างไรบ้าง

‘ร้านนี้เริ่มจะเนื้อหอมมากขึ้นทุกทีแล้วนะ คิดดูว่าขนาดยัยซอนฮีที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องกินเรื่องอยู่ยังรู้จัก แบบนี้แปลว่าลือกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วสิ’

***

เช้ามืดวันต่อมา

“เฮือก!”

กยองฮาผวาหนักจนสะดุ้งลุกขึ้นมาครึ่งตัว ชุดนอนเปียกเหงื่อชุ่ม

“ตกใจหมด นึกว่าต้องไปเกณฑ์ทหารอีกรอบ…” เขาฝันร้ายจนเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริง

สำหรับชายชาติเกาหลีทั่วไปที่พ้นการเกณฑ์ทหารออกมาได้แล้ว ความทรงจำในค่ายทหารนับเป็นอะไรที่แค่นึกก็ยังไม่อยากนึกถึง กยองฮาสะบัดหน้าซ้ายขวาแรงๆ มองนาฬิกาเพื่อดูเวลา อืม ตีห้า ห้าสิบนาที ยังเช้าเกินกว่าจะเริ่มทำอะไรๆ แต่เขาก็ตัดสินใจลุกขึ้นอาบน้ำเตรียมตัวออกจากบ้าน

เมื่อขับรถไปยังโรงงานเครื่องเคียงก็ได้พบมยองฮุน

“มาแล้วเหรอ”

“ครับ หลับสบายไหมครับเมื่อคืน”

“อื้ม”

“อ้อ เฮียครับ นี่ครับ…”

มยองฮุนดันห่อผ้ามาทางเขา

“นี่อะไร”

“คุณพ่อผมทำฟาร์มเพาะเลี้ยงผึ้งครับ ท่านส่งน้ำผึ้งมาให้”

“เอามาทำไมล่ะ เก็บไว้กินกันเองเถอะ” กยองฮาอดรู้สึกเกรงใจไม่ได้

“ผมเรียนรู้อะไรจากเฮียมาเยอะแยะแต่ยังไม่มีโอกาสเหมาะๆ ให้ได้ตอบแทนบ้างเลย… แล้วก็น้ำผึ้งส่วนของผมกับจินโอมีแยกเก็บไว้ต่างหากแล้วครับ”

บางมุม มยองฮุนก็ดูสุขุมและมีความเป็นผู้ใหญ่ชัดเจน กยองฮาไม่ปฏิเสธอีก ทว่า วินาทีที่เขาอุ้มห่อผ้านั้นขึ้นมานั้น

[น้ำผึ้งอะคาเซียธรรมชาติ]

แหล่งกำเนิด: คังวอนโด

ระดับคุณภาพ: 1+

น้ำผึ้งมีความใสเป็นประกายเหลืองขาว เทียบกับน้ำผึ้งชนิดอื่นแล้วมีความพิเศษกว่าตรงที่กลิ่นหอมแรง รสชาติหวานล้ำนุ่มนวล ผึ้งแต่ละตัวจะผลิตน้ำผึ้งจากน้ำหวานของดอกอะคาเซีย เกิดเป็นสารให้ความหวานอันมีส่วนประกอบของน้ำตาลกลูโคสและฟรุกโตสอยู่ด้วย

.

.

.

“น้ำผึ้งอะคาเซียนี่นา ของแพงไม่ใช่เหรอ” กยองฮาตื่นเต้น

มยองฮุนมองเขาตากลมโต กยองฮายังไม่ได้แกะห่อผ้าออกเลยไม่ใช่หรือ

“รู้ได้ไงครับเนี่ย” มยองฮุนถาม

กยองฮาได้แต่หาทางเลี่ยงตอบอ้อมแอ้มเอาสีข้างแถ

“อ้อ ก็… ห่อผ้ามันเผยอ เลยเห็นแวบๆ”

***

เมื่อปริมาณงานมากขึ้น ปริมาณคนจึงต้องเพิ่มตามไปด้วย

ร้านขายเครื่องเคียงที่กยองฮาดูแลอยู่เริ่มมีออเดอร์เข้ามาเรื่อยๆ จนล้น พนักงานหลายคนตั้งหน้าตั้งตาทำเครื่องเคียงกันจนไม่สนใจอย่างอื่นตั้งแต่เช้ามืด วันนี้ก็ด้วย กยองฮาสังเกตมยองฮุนที่ตั้งใจเรียนการทำเครื่องเคียงอยู่เงียบๆ มยองฮุนสู้สุดชีวิต ดูท่าคงอยากเรียนให้มากขึ้น เรียนได้เพิ่มอีกหนึ่งชนิดก็ยังดี

‘มยองฮุนมีพรสวรรค์ไม่ธรรมดาจริงด้วย ขยันมากอีกต่างหาก…’

เครื่องเคียงที่ทำเสร็จเรียบร้อยถูกลำเลียงขึ้นรถทีละชนิดเหมือนทุกครั้ง

“ขอบคุณมากครับ”

“ขอบคุณที่เหนื่อยด้วยกันครับ ทุกท่านกลับบ้านดีๆ นะครับ”

หลังจากกยองฮาส่งคุณป้าๆ ทั้งหลายเรียบร้อยก็ขึ้นรถพร้อมกับมยองฮุน

มยองฮุนจ้องนิ่งที่กยองฮาซึ่งกำลังจับพวงมาลัยรถ

“เฮียครับ”

“หืม?”

“วันนี้ทำไมขมวดคิ้วบ่อยจังครับ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าครับ”

“เมื่อคืนฝันว่าถูกเรียกกลับเข้าหน่วยทหารเกณฑ์น่ะ ไม่รู้ทำไมมันเหมือนจริงขนาดนี้…”

กยองฮาเล่าพลางถอนหายใจ มยองฮุนระเบิดหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“ฮ่าๆๆๆ ผมก็เคยเป็นครับ ฝันทีหนึ่งเศร้าไปทั้งวันเลย แค่คิดว่าต้องเข้าเกณฑ์ทหารอีกรอบก็เข่าอ่อนแขนขาไร้เรี่ยวแรงแล้วครับ”

เมื่อเหล่าชายฉกรรจ์คุยเรื่องในรั้วทหารกัน เวลาก็มักผ่านไปเร็วโดยไม่รู้ตัวเสมอ

จู่ๆ กยองฮาก็เปลี่ยนเรื่องคุย ยื่นซองที่เตรียมมาอย่างดีล่วงหน้าให้มยองฮุน

“รับนี่ไป”

“อะไรครับ”

“เบี้ยเลี้ยงพิเศษน่ะ จะเรียกว่าโบนัสงานเครื่องเคียงก็ได้”

“ไม่ต้องให้ผมหรอกครับ ผมยังเป็นแค่เด็กฝึกงานไม่ใช่เหรอครับ คราวก่อนผมก็ได้เงินเดือนของที่ทำฝั่งร้านอาหารแล้วด้วยนะครับ”

“นั่นมันคนละงานกัน รับไปเถอะ คิดจริงๆ เหรอว่าฉันจะใช้งานคนฟรีๆ ไม่ให้ค่าแรง”

ใช้ใครทำงานก็ต้องคำนึงถึงหัวจิตหัวใจเขา ต้องรู้จักตอบแทนด้วยเงินบ้างอะไรบ้าง

“ลองเช็คดูแล้วกัน ถ้าน้อยเกินไปก็บอกนะ”

นั่นแหละ มยองฮุนจึงได้เปิดซองเพื่อนับเงิน

“ใส่มาให้ผมตั้งล้านวอน เยอะเกินไปแล้วครับ”

มยองฮุนรับผิดชอบงานในโรงงานเครื่องเคียงมากกว่าสามชั่วโมง ควรคิดเผื่อถึงวันหยุดให้เขาด้วย กยองฮาจับความรู้สึกได้ว่ามยองฮุนเกรงใจ เขาจึงให้เหตุผลว่า

“เรามันทรัพยากรบุคคลระดับเทพ จะให้ก็ต้องสมน้ำสมเนื้อหน่อย ว่าแต่ วันนี้มีสอบใช่ไหม”

คำถามตบท้าย กยองฮาหมายถึงการสอบเพื่อรับตราสัญลักษณ์รับรอง

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset