📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 64

บทที่ 64
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

กยองฮาบากบั่นทุ่มเทอุทิศตนกับการฝึกปรุงอาหารแต่ละชนิด เพื่อเพิ่มระดับฝีมือ

เส้นสปาเก็ตตี้ลวกของผู้ชำนาญงานครัว

ระดับการปรุง: เลเวล 3

.

.

.

การย่างสเต็กของผู้มีประสบการครัว

ระดับการปรุง: เลเวล 2

.

.

.

แต่การฝึกฝนที่สาขารองเพื่อเพิ่มระดับก็มีขีดจำกัด ด้วยจำนวนเมนูอาหารที่ควรทำให้เป็นมีมากมายเกินไป

‘เรียนรู้ไว้ก่อนก็ไม่เสียหายนี่’

ขนาดดาราบางคนยังมีใบประกอบวิชาชีพอาหารตั้งห้าใบ แล้วเขาที่เป็นพ่อครัวอยู่ในธุรกิจอาหารทำไม่ได้ก็คงกระไรอยู่ ทว่า นั่นก็ต้องแล้วแต่เวลาจะเอื้ออำนวยด้วย ช่วงที่สามารถใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุดก็หนีไม่พ้นพักเบรค

“งั้นผมไปก่อนนะครับ อาจจะกลับช้าหน่อยครับ ผมก็ไม่แน่ใจ”

“ค่ะเถ้าแก่ เดินทางดีๆ นะคะ”

รับประทานอาหารเสร็จกยองฮาก็รีบร้อนออกจากร้านทันที มินซูมองตาม หันไปถามแม่ของด็อกโฮที่อวยพรเถ้าแก่

“หัวหน้าครับ เถ้าแก่ไปไหนเหรอครับ”

“ไปสถาบันสอนทำอาหารจ้ะ”

***

อย่างน้อยวิธีใช้เตาอบก็เป็นสิ่งที่ควรรู้เพื่อให้ใช้เป็นจริงๆ กยองฮาจึงไปลงทะเบียนเรียนไว้ที่สถาบันสอนทำขนมปัง

เพียงวิธีผสมตัวแป้งก็มีไม่รู้ตั้งกี่แบบ ไหนจะการทำแป้งเค้กด้วยวิธีครีมมิ่ง (ครีมเนย) อันเป็นการเติมวัตถุดิบอย่างน้ำตาลลงไปในบัตเตอร์ครีม ไหนจะวิธีเบล็นดิ้ง (คนผสม) อันเป็นการผสมวัตถุดิบในขั้นตอนตีเนยให้เนื้อแป้งนุ่มละเอียด แล้วยังมีขั้นตอนพื้นฐานสำหรับวิธีผสมวัตถุดิบอื่นๆ วิธีใช้เนยละลาย ตลอดจนวิธีใช้กระดาษอีกด้วย

ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นวิธีทำขนมทั่วๆ ไปแบบมาตรฐาน ส่วนวิธีทำขนมปังโดยเฉพาะนั้นตามปกติจะแบ่งเป็นการทำแป้งผสมแบบขั้นตอนเดียว (การสเตรท) การผสมแบบสองขั้นตอน (การสปองจ์) คือผสมบางส่วนพักไว้ก่อนจึงเอามาผสมอีกครั้งก่อนตีต่อจนเนียน และวิธีผสมแบบธรรมชาติหรือการหมักแป้งธรรมชาติ ด้วยความที่กรรมวิธีแต่ละอย่างมีผลต่อรสชาติและหน้าตา การเลือกวิธีผสมแป้งที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ไม่รู้เพราะความตั้งอกตั้งใจหรือเพราะอากาศมันร้อน เหล่านักเรียนต่างรู้สึกว่าในห้องเรียนร้อนอบอ้าวยิ่ง

“ตัวแป้งนี่เราปรับอุณหภูมิยังไงครับ”

“จำกัดปริมาณน้ำโดยตวงให้พอดีค่ะ พอน้ำเริ่มจับตัวเป็นน้ำแข็งก็เอาไปผสมเข้ากับน้ำธรรมดาแล้วตวงปริมาณอีกครั้ง เราก็จะปรับอุณหภูมิได้แล้วค่ะ”

แต่ละคนมีแป้งผสมของตัวเอง ในจำนวนนั้น แป้งที่ออกมาดูดีไร้ที่ติอย่างน่าตระหนกคือของกยองฮา อาจารย์ปรบมือสองครั้งเพื่อเรียกความสนใจจากนักเรียน

“ทุกคน ฟังทางนี้ค่ะ!”

เมื่อนักเรียนหันเหสายตามาแล้ว เธอก็เริ่มอธิบาย

“ดูนี่นะคะ แป้งผสมที่ดีต้องเป็นแบบนี้ มีความวาวและจับยืดออกได้สุด เห็นไหมคะ ถ้าจับด้วยมือสองข้างแล้วแผ่มันออกจะเกิดรูอากาศ”

ยังไม่หมดเท่านั้น แป้งดูเกือบจะโปร่งใส อีกทั้งยังอ่อนนุ่ม ชั้นบางๆ ที่ห่อหุ้มอยู่แตะแล้วปรากฏรอยนิ้วมือชัดเจน เรียกได้เต็มปากว่าเป็นแป้งผสมที่ออกมาดีงามตรงตามมาตรฐานอย่างที่สุด อาจารย์สะกดความตกใจไว้อย่างยากเย็น

‘เดี๋ยวนะ ตัวแป้งนี่ทำได้ดีจริงๆ… ดีกว่าเราทำอีกมั้งเนี่ย’

***

ใกล้เวลาปิดร้านเข้าไปทุกที

พวกดาราเดินทางมาเยี่ยมเยียนที่ร้าน

“คุณราชาอาหารตามสั่ง! ไม่เจอกันนานเลยนะ!” จีซังรยูลยกมือขึ้นโอบไหล่กยองฮาอย่างอารมณ์ดี

คิมกูรอกับอีฮีช่อลก็ดูท่าทางดีใจ เอ่ยปากติดๆ กันตามลำดับ

“คิดถึงอาหารที่คุณโกกยองฮาทำสุดๆ อดทนมานานแล้วจริงๆ ผมล่ะอยากมาหาบ่อยกว่านี้ แต่ตารางงานไม่อำนวยเอาซะเลย”

“ที่จริงผมมาหลายครั้งแล้วนะ แถวยาวเกินเลยยอมแพ้ไปก่อน”

กยองฮาต้อนรับพวกเขาเหมือนที่ทำอยู่เป็นประจำ

“เข้ามาเลยครับ”

“ว่าแต่ เรามากันน้อยเกินไปไหม มีกันแค่สามคนเอง” คิมกูรอกล่าว

กยองฮาส่ายหน้าตอบ

“ไม่เลยครับ สามคนกำลังพอดี”

ช่วยไม่ได้ที่เหล่าดาราต้องกลายเป็นเป้าสายตาให้กับสมาชิกในร้านซึ่งไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอตัวจริงบ่อยนัก

“อีฮีช่อลหล่อจัง” แม่ของด็อกโฮชม ขณะกำลังเตรียมตัวกลับบ้าน

“เขาเคยเป็นไอดอลนี่ครับ” ซุนกุกอธิบาย

ไม่รู้ว่าอีฮีช่อลได้ยินเสียงกระซิบกระซาบนั้นหรืออย่างไร เขาตีสีหน้าไม่ยินยอมพร้อมใจ

“คือ ทาน ‘โทษนะครับ ตอนนี้ผมก็ยังเป็นไอดอลอยู่นะ”

อีฮีช่อลมองแม่ของด็อกโฮที่สะพายกระเป๋าส่งเสียงหัวเราะโฮะๆ ก่อนย้ายสายตาไปมองกยองฮา

“ตอนนี้ยังสั่งข้าวกินได้ใช่ไหมครับ เราน่าจะมาดึกเกินไปหน่อย…”

“นั่งก่อนสิครับ ไม่มีปัญหา เดี๋ยวผมจัดให้”

ซุนกุกเป็นคนรับออเดอร์

“แกงเต้าเจี้ยว ข้าวผัดกิมจิ แกงเต้าหู้นุ่มนะครับ”

“ไม่ๆ เปลี่ยนแกงเต้าหู้นุ่มเป็นบะหมี่เย็นคลุกซอสพิเศษแล้วกัน ฉันจะกินอันนั้น”

“ได้ครับผม”

เมื่องานงอก แม่ของด็อกโฮก็อดรู้สึกผิดไม่ได้

“ให้ฉันช่วยสักหน่อยก่อนไปแล้วกันค่ะ” เธอเดินกลับเข้ามาที่ครัวใหม่

“ไม่เป็นไรครับ ฮเยจีก็ยังอยู่ เลิกงานได้เลยครับ ใช้เวลาไม่นานหรอก”

ฮเยจีนั้นต้องไปโรงงานทำข้าวกล่องด้วยกันกับเขา จึงต้องอยู่ต่อ

ครั้นกยองฮาลงมือปรุงอาหาร คิมกูรอกับอีฮีช่อลก็หัวร่อต่อกระซิกกัน

“ถ้าอาหารเกิดอร่อยกว่าที่เป็นอยู่ จากนี้เราอาจถูกควบคุมกับโดนล้างสมองได้เลยนะ”

“โห จะอร่อยไปกว่านี้ได้อีกเหรอครับ แล้วเกิดอร่อยขึ้นเรื่อยๆ ขนาดนั้น อีกหน่อยไม่ต้องอร่อยเหาะจนทะลุขึ้นอวกาศไปหรือไงครับ”

ระหว่างที่คนทั้งคู่สนทนากันพนักงานก็ทยอยกลับบ้านไปจนหมด เหลือเพียงฮเยจีคนเดียว ซึ่งตอนนี้กำลังถูกความอยากทำอาหารเข้าจู่โจมหนักจนต้องสู้กับตัวเอง เธอเห็นแล้วว่าที่ลูกค้าลงทุนมาหาถึงนี่ก็เพราะอยากลิ้มรสอาหารฝีมือเถ้าแก่ กยองฮาทำแกงเต้าเจี้ยวต่อเนื่องไปจนถึงบะหมี่เย็นคลุกซอสพิเศษเสร็จด้วยท่วงท่าที่คล่องแคล่วงดงาม และในตอนนั้นเอง

[สกิล ‘อัจฉริยะข้ามขั้น’ เพิ่มระดับเป็นเลเวล 3]

ด้วยพลังแห่งการฝึกมือซ้ำๆ จนเชี่ยวชาญ ทุกครั้งเวลาทำอาหาร สกิลนี้จะช่วยให้สะสมเก็บระดับฝีมือได้เร็วขึ้น 30% โดยใช้กับอาหารชนิดใหม่ๆ ได้ด้วยเช่นกัน เมื่อมีเวลาว่างไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน กยองฮาจะค่อยๆ ทำความคุ้นเคยกับวิธีปรุงอาหารเมนูใหม่ๆ อยู่ตลอด เขาได้แต่ดีใจเนื้อเต้นกับปรากฏการณ์นี้

‘จาก 20% กระโดดเป็น 30% งั้นรึ’

อัจฉริยะข้ามขั้น คือ สกิลที่กยองฮาได้รับมาสักพักใหญ่แล้ว ตอนนั้นคิดแค่ว่าเป็นสกิลธรรมดาที่อย่างไรก็ต้องได้มาอยู่แล้ว เลยมองข้ามไม่ได้ใส่ใจ เพราะต่อให้เป็นอาหารที่เขาเพิ่งเคยทำครั้งแรก ด้วยความเป็นเชฟที่ชำนาญงานครัว จึงสามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่าคนปกติทั่วไปอยู่แล้วนั่นเอง

อาหารสามอย่างปรุงเสร็จเรียบร้อยในที่สุด กยองฮายกไปเสิร์ฟพร้อมคำถาม

“ไม่ทราบว่าชอบทานสลัดกันไหมครับ”

“สลัดอะไรเหรอ” จีซังรยูลตากลมโต

“กรีกสลัดครับ”

กรีกสลัดหรืออีกชื่อหนึ่งคือ โฮรีอาติกิ สลาตา เป็นสลัดที่อุดมด้วยมะเขือเทศ แตงกวา หอมหัวใหญ่ เฟต้าชีส และน้ำมันมะกอกคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน ออกมาเป็นสลัดของประเทศกรีซ

แน่นอนว่า ทั้งสามคนไม่มีใครรู้เรื่องกรีกสลัดดีเลยสักคนเดียว

“ทำมาให้ เราก็กิน ดีซะอีก ผมนี่ไม่มีสลัดแล้วกินข้าวไม่ค่อยลง แหม ใส่ใจลูกค้าได้เยี่ยมไปเลย”

กยองฮามองจีซังรยูลที่ยิ้มแย้มสว่างไสว รีบพุ่งตัวกลับไปที่ครัว

การทำอาหารก็ต้องอาศัยจังหวะและโอกาสเช่นกัน อาหารที่ไม่มีคนกินย่อมไม่คุ้มค่าที่จะปรุงออกมา คิมกูรอถามกยองฮาที่เดินเข้ามาพร้อมจานสลัดซึ่งเป็นเมนูเรียกน้ำย่อย

“นี่ทำกระทั่งสลัดเลยเหรอ”

“ไม่ใช่เมนูร้านหรอกครับ ผมกำลังหัดทำ”

“โห แจกสลัดฟรีเป็นเซอร์วิสเรอะ แบบนี้เดี๋ยวค้าขายขาดทุนเอานา”

“ผมกลัววัตถุดิบจะเน่าซะก่อน เลยทำมาให้ต่างหากล่ะครับ”

จีซังรยูลผสมโรงด้วยคน пᴏᴠᴇʟɢu.ᴄoᴍ

“ใส่ใจลูกค้าได้เยี่ยมจริงด้วย ว่าแต่ ที่นี่เปิดขวดเหล้าได้ไหม” ที่พื้นมีเหล้าฝรั่งวางตั้งอยู่

ไม่รู้เอามาด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่

“อีกเดี๋ยวผมต้องไปที่สาขาหลักครับ มีเวลาอีกราวๆ ครึ่งชั่วโมง พอไหมครับ”

“เห็นไหม บอกแล้วว่าไม่ได้” คิมกูรอชี้หน้า

จีซังรยูลทำท่าเสียดาย หันกลับมาชิมอาหารต่อโดยไม่มีการแตะต้องขวดเหล้า

ครั้นเมนูที่ออเดอร์ไว้ทั้งหมดออกมาเสิร์ฟ เสียงอุทานก็ดังลั่นห้องอาหาร

“โอ้โห ลองกินบะหมี่เย็นคลุกซอสพิเศษนี่ดูสิ เด็ดสุด! รสชาติต่างจากที่กินครั้งก่อนลิบลับ” จีซังรยูลแทบตะโกน

คิมกูรอและอีฮีช่อลคีบบะหมี่เย็นเข้าปากตามๆ กัน

“เฮ้ย อร่อยตายไปเลยจานนี้ ปากมันเรียกร้องอยากกินอีกอยากกินอีก”

“โห ทำยังไงถึงได้อร่อยขนาดนี้”

“ขอตักแบ่งมาอีกหน่อยได้ปะ”

คิมกูรอทนไม่ไหวเอื้อมมือออกไป แต่กลับโดนจีซังรยูลตีเข้าทีหนึ่ง

“ฉันกินคนเดียวยังจะไม่พอเลย กินไปคนละคำ หมดโควตาแล้ว เจ้าพวกนี้นี่”

การพูดคุยชะงักเพียงเท่านั้น เนื่องจากแต่ละคนมัวลิ้มรสอาหารเลเวล 4 ทุกๆ จานอยู่อย่างไม่ลืมหูลืมตา จีซังรยูลที่กินหมดก่อนรู้สึกเหมือนบะหมี่เย็นคลุกซอสหายวับไปจากกระเพาะแล้ว เขาทำหน้าเสียดาย

“ฮ้า~ แฮปปี้มากเลย ขอบใจนะเจ้าบะหมี่เย็นคลุกซอส”

“ผมด้วย น่าจะสั่งข้าวผัดกิมจิจานใหญ่พิเศษมาให้รู้แล้วรู้รอด” อีฮีช่อลเสริม

“นี่ร้านตามสั่งนะครับคุณ มีจานใหญ่พิเศษที่ไหนเล่า” คิมกูรอเถียง

“งั้นก็ต้องสั่งสองจาน คงกินหมดไม่เหลืออยู่แล้วแหละ แต่ถ้าเหลือผมจะห่อกลับไปด้วย”

จีซังรยูลมองกยองฮาก่อนจะเผยความคิดชั่วร้าย

“เนี่ย ผมควรจะได้จับมือร่วมธุรกิจกับคุณกยองฮา! ข้าวกล่องก็ขายดียิ่งกว่าเทน้ำเทท่าไม่ใช่เหรอ!”

กยองฮาได้แต่หัวเราะ คิมกูรอฟังแล้วก็รีบพูดจี้จุด

“มีทุนเรอะ? ทุนทำธุรกิจกับคุณกยองฮาน่ะมีหรือเปล่า”

“ฉันขายบ้านเอาก็ได้”

นั่งคุยกันส่วนตัวอยู่เช่นนี้ จีซังรยูลยังแสดงความเลอะเทอะเหลวไหลพูดไปเรื่อยได้ไม่มีเปลี่ยน ขณะนั้นกยองฮาก็ปลีกตัวไปรับโทรศัพท์

“อ้อ ครับ เถ้าแก่จะมาหรือครับ… ครับ แค่คุยเรื่องบัญชีใช่ไหมครับ… ได้ครับงั้นผมรอ”

ดูเหมือนเถ้าแก่จะมาจัดการเรื่องบัญชีที่สาขารอง

ในเมื่อไม่ต้องรีบร้อนแล้ว กยองฮาจึงเดินเข้าไปถามแขกผู้มีเกียรติทั้งสาม

“ไม่ทราบว่า ชอบทานสเต็กกันหรือเปล่าครับ”

***

ณ ทำเนียบประธานาธิบดี

วันนี้ การประชุมสภาร่วมกับหัวหน้าพรรครัฐบาลเป็นไปอย่างอบอุ่น ปิดองค์ประชุมอย่างสวยงาม

“… ว่าแต่ ท่านส.ส. คิม”

ผู้เอ่ยปากเรียกส.ส. คิม คือ ประธานาธิบดีมุนอินโฮ คิมมินซอกขยับตัวให้ตรงในท่านั่ง

“ครับ ฯพณฯ”

“เรียกผมแค่ท่านปธน. ก็พอแล้วครับ พูดก็พูดเถอะ วันนี้ดูมีสง่าราศีมากเลยนะ เหมือนจะหนุ่มลงไปหลายปี ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรดีๆ หรือเปล่าครับ”

ช่วงที่มุนอินโฮยังเป็นเพียงผู้สมัครรับเลือกตั้ง คิมมินซอกเป็นทั้งสหายร่วมรบและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่คอยสนับสนุนเขาอย่างเหนียวแน่นทั้งกายและใจ เช่นนี้จะไม่รู้สึกสนิทสนมกันเป็นพิเศษได้อย่างไร

“นอกจากกินอยู่สุขสบายแล้ว จะให้เจาะจงเรื่องดีๆ คง…” คิมมินซอกพูดไม่จบประโยค

ที่ปรึกษาของมุนอินโฮกระซิบเบาๆ ข้างหูประธานาธิบดี

“โฮ่ งั้นเหรอครับ”

นั่นกระซิบบอกอะไรท่านน่ะ จังหวะนั้น ความคิดหลากหลายไหลท่วมอยู่ในสมองของคิมมินซอก

‘หรือเกิดเรื่องไม่ชอบมาพากล มีการทุจริตโดยที่เราไม่รู้? ไม่ๆ ไม่มีทาง ถ้าเป็นเรื่องทุจริต ท่านคงไม่ทำหน้ายิ้มแฉ่งแบบนั้น… แล้วถ้าไม่ใช่ประเด็นนี้ งั้นเราไปทำอะไรที่ดึงความสนใจ ฯพณฯ เข้าหว่า’

เงียบได้ไม่นาน

“ท่านส.ส.คิม มีอะไรดีๆ ก็ควรต้องบอกกันบ้างสิ แชร์กันหน่อยจะไม่ดีกว่ารึ”

“มะ หมายถึงอะไรครับท่าน”

ประธานาธิบดีคนปัจจุบันเป็นคนประเภทติดดินก้าวเดินอย่างประชาชนทั่วไป เพราะอย่างนี้ ความคิดในหัวคิมมินซอกจึงยิ่งวุ่นวาย เห็นหน้าคิมมินซอกงงเป็นไก่ตาแตก มุนอินโฮก็ตัดสินใจเฉลย

“ได้ยินว่ามีร้านอาหารอร่อยมากๆ อยู่ร้านหนึ่ง”

นั่นเอง คิมมินซอกจึงเข้าใจทะลุปรุโปร่ง ลุกขึ้นยืนทันที

“อ้อ! เรื่องนี้เองหรือครับ มีครับ มี” เขากล้าท้าพิสูจน์

กล้าแม้กระทั่งยืดอกแนะนำร้านให้ท่านประธานาธิบดีอย่างเต็มใจ

***

“อร่อยสุดๆ ไปเลย!”

เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แววตาของซองช่อลบ่งบอกความสงสัย

พริตตี้เกิร์ลให้เกียรติมาเยือนสาขารอง

จีฮยอนคนสวยที่กำลังเสยผมไปทัดไว้หลังหูขณะกินข้าวก็นั่งอยู่ในกลุ่มสาวๆ นี้ด้วยเหมือนกัน แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ทันสังเกตว่า สายตาของจีฮยอนจับจ้องอยู่แต่บนร่างกยองฮาเท่านั้น ไม่ย้ายไปไหนเลย

‘ทะ ทานข้าวกันเสร็จเมื่อไหร่ต้องเข้าไปขอลายเซ็นให้ได้ ถ้าขอถ่ายรูปด้วยจะให้ไหมนะ’

หัวใจเขากำลังเต้นกระหน่ำ มินซูเองก็ตื่นเต้น เก็บอาการแทบไม่อยู่เช่นกัน

“ตัวจริงสวยกว่าในจอมากๆ อย่างกับนางฟ้าทั้งนั้น ที่บอกกันว่าสวยจนออร่าจับนี่ไม่ใช่เรื่องโกหกเลยแฮะ”

คงไม่เกินไปหากจะบอกว่า หน้าปกติก็สวยอยู่แล้ว ยิ่งทุกคนปรากฏตัวพร้อมแต่งหน้าเต็มจึงยิ่งรู้สึกว่าสวยหนักเข้าไปอีก

“นี่จีฮยอน มีอะไรอยากกินอีกไหม”

คนที่ถามขึ้นมาตรงๆ ไร้ความลังเลเก้กังไม่ใช่ใครที่ไหน ซุนกุกนั่นเอง

“มีค่ะพี่”

เรียกพี่เฉยๆ เลยเหรอ… อย่างไรก็แล้วแต่ ซองช่อลจำต้องยอมรับความจริงที่ว่า พี่ซุนกุกเคยทำงานกับจีฮยอนมาก่อน

ผู้จัดการอาศัยจังหวะว่างของสาวๆ สั่งบะหมี่เย็นคลุกซอสพิเศษฉบับเชฟมากิน เขากินเอาๆ อย่างลืมตัวลืมทุกสิ่ง จากนั้นก่นด่าจานที่ว่างเปล่าลงในเวลาชั่วพริบตา

‘บะหมี่หายไปหมดตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย เหมือนกินไปแค่นิดเดียวเอง…’ นี่มันเรื่องลี้ลับอะไรกัน

ทางหนึ่งก็นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ตอนที่บะหมี่มาเสิร์ฟ เมมเบอร์พริตตี้เกิร์ลแต่ละคนบอกเขาว่า ขอชิมแค่คำเดียว จากนั้นก็คีบไปเลยดื้อๆ แหม มันน่าแค้นใจนัก

‘ไอ้เจ้าพวกนี้นี่ อยากกินแล้วทำไมยังจะสั่งเมนูอื่น…’ ถ้าสั่งเหมือนกัน เขาก็ไม่ต้องโดนแย่งกินไม่ใช่หรือ

ผู้จัดการถึงกับเสียดายย้อนหลัง ย้อนไปถึงเมื่อครั้งก่อนที่สละบะหมี่เย็นคลุกซอสให้สาวๆ แบ่งกันกินบนรถ

‘ทำไมตอนนั้นเราต้องเสียสละไอ้นี่ด้วยวะ’

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset