📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 60

บทที่ 60
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

“จะล้างเดี๋ยวนี้แหละครับ”

ตึกตึก โคร้งเคร้ง

ด้วยความรีบร้อน จานหลายใบที่ยกเตรียมเพื่อไปวางบนซิงค์จึงร่วงหล่นลงพื้นเสียงดัง

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ” ครัวกลายเป็นเป้าสายตาของลูกค้าในทันที

“ตายๆ อกอีแป้นระเบิด ถ้าแตกหมดนั่นเราจะทำยังไงล่ะคะ” แม่ของด็อกโฮที่ปกติพูดเนิบๆ เริ่มเสียงเข้ม

ความวุ่นวายมีเค้าว่าจะขยายใหญ่ ขนาดกยองฮาที่กำลังปรุงอาหารเงียบๆ อยู่หลังฉากกั้นยังชะโงกหน้ามามอง มยองฮุนใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ

“ขะ ขอโทษครับ ผมจะรีบเก็บให้เรียบร้อยครับ” เหงื่อเย็นเยียบไหลหยด

เขาไม่เคยต้องถูกใครดูหมิ่นหรือมองแรงเช่นนี้มาก่อน ต้องโทษว่าร้านยุ่งวุ่นวายเกินไปด้วยนั่นแหละ

มยองฮุนจัดการเก็บกวาดชามที่ตกแตกก่อนหันไปล้างจานต่อโดยไม่มีเวลาแม้แต่จะพักมือ ครั้นพอล้างไปได้กองใหญ่ จานเปล่าจากห้องอาหารก็จะมาเรียงแถวกันจนแน่น รอเขาอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว

‘ใจลอยแป๊บเดียวไม่ได้เลยแฮะ จานมาเรื่อยๆ ไม่มีหยุด รู้อยู่ว่าร้านยุ่ง แต่ไม่คิดว่าจะยุ่งขนาดนี้…’

ช่วงแรกๆ ที่ร้านซังดุงงีสาขาสี่ขายดีนั้นก็ยังไม่ยุ่งเท่าที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้ เขาเคยมีเวลากระทั่งจิบกาแฟสักแก้วได้ด้วยซ้ำไป นี่อะไรกัน พอลูกค้าคนก่อนลุกออกจากโต๊ะ ลูกค้าที่ต่อคิวถัดไปก็เข้ามาแทนที่ทันที และเป็นเช่นนี้วนไปเรื่อยๆ

ความเครียดในใจจึงค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่

‘ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่ใช่ว่าเราได้แต่ยืนล้างจานอย่างเดียวหรอกนะ’

***

ระหว่างที่แฝดพี่ จองมยองฮุนกำลังตกระกำลำบากเช่นนั้น แฝดน้อง จองจินโอก็แหงนหน้ามองปราดไปที่ชั้นบนของอาคาร นานแล้วที่เขาไม่ได้หยิบชุดสูทมาสวมเต็มยศแบบนี้

“ใช่ตึกที่มีสำนักงานบริหารกิจการสาขาหรือเปล่าหว่า”

เขาวางมือจากซังดุงงีสาขาหนึ่ง สองและสามแล้ว เนื่องจากเห็นสถานการณ์รำไรว่า หากยังฝืนยื้อต่อไปคงต้องขาดทุนกระจาย พนักงานแต่ละสาขาพร้อมใจกันยอมรับเงินชดเชยเต็มจำนวน ส่วนสาขาสี่นั้นปิดตายไปเป็นที่เรียบร้อย

“สาขาสี่นั่นรอให้พี่กลับมาค่อยเปิดใหม่ยังได้… วินาทีนี้ เราต้องเดินตามทางของเราเองแล้วล่ะ”

จินโอกุมหัวใจกล้าหาญเด็ดเดี่ยวก้าวเข้าไปด้านในตึก

มาถึงสำนักงานสาขาของฮันอุลเพียงครู่เดียว ก็ได้ยินเสียงอ้อนวอนอย่างเอาเป็นเอาตายของสตรีกลางคน

“นี่ ตอนนั้นที่ฉันขึ้นเสียงน่ะเป็นเพราะฉันไม่รู้ หยวนๆ ให้หน่อยสักครั้งไม่ได้เหรอ”

“ดิฉันเคยบอกว่าไม่ได้หรือคะ เรียนให้ทราบแล้วนี่คะว่าแค่เข้าสอบตามขั้นตอนอย่างถูกต้องเป็นใช้ได้”

“ก็เพราะการสอบนั่นมันไม่ง่ายถึงมาขอร้องอยู่นี่ไง ยอมให้ฉันเปิดแฟรนไชส์หน่อยเถอะนะคะ ไม่ต้องมีตรารับรองก็ได้ ถ้าได้เห็นก็คงรู้ว่าตึกของฉันน่ะทำเลดีมากๆ การจราจรแน่น คนผ่านไปมาก็เยอะด้วย…”

“อันนั้นดิฉันได้ฟังแล้วค่ะตั้งแต่ครั้งก่อน”

จะให้ยืนเป็นพยานรู้เห็นในสงครามน้ำลายไปเรื่อยๆ ก็ใช่ที จินเลยโอจัดการแสดงตนว่า ‘โทษนะ ตรงนี้ยังมีผมอีกคนนะครับคุณ’

“ขอโทษทีครับ วันนี้ผมมีนัดสัมภาษณ์งานที่นี่ ไม่ทราบว่าต้องไปทางไหนครับ”

พนักงานสาวสีหน้าเหนื่อยล้าจากการต่อปากต่อคำกับสตรีกลางคนลุกขึ้นยืนทันควัน

“เชิญทางนี้เลยค่ะ ดิฉันกำลังรออยู่เลย”

ด้านในสำนักงานขนาดกะทัดรัดมีห้องรับรองอยู่หนึ่งห้อง จินโอเดินตามเข้ามาและได้พบกับอันอิลเท

“เชิญๆ ยินดีต้อนรับ ว่าแต่ทำไมถึงรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาจัง”

จินโอไม่คิดปิดบังเรื่องในอดีต ตอบอย่างเปิดเผย

“ยังไม่เคยทักทายกันตรงๆ ครับ แต่ผมไปๆ มาๆ แถวนี้บ่อยเลยได้เห็นหน้ากันอยู่บ้าง ผมเคยเป็นผู้บริหารร้านซังดุงงีครับ”

***

เลยสองทุ่มแล้ว ร้านสาขารองเริ่มว่างและอันโตนิโอมาถึงพอดี

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาเริ่มมาที่ร้านในช่วงเย็นไม่ก็หัวค่ำไปเลย แต่วันนี้อันโตนิโอไม่ได้มามือเปล่า เขาถือทิรามิสุ[1]มาด้วย

“นี่เป็นของที่ผมทำเอง ลองชิมดูสักหน่อยไหมครับ”

ได้รับน้ำใจอย่างไม่คาดคิดเช่นนี้กยองฮาก็ปฏิเสธไม่ลง

“ดีเลยครับ”

ขณะกำลังเดินไปยังโต๊ะที่อันโตนิโอเพิ่งวางทิรามิสุ กยองฮารู้สึกได้ถึงสายตาแห่งความอยากชิมเข้าโจมตีจากรอบทิศทาง บนใบหน้าของพนักงานแต่ละคนเหมือนมีอักษรเขียนไว้ว่า ‘น่าอร่อยจังเลย’ เพียงแต่ไม่มีใครพูดออกมาเป็นคำเท่านั้น อาจเป็นเพราะปกติทุกคนได้กินแต่เมนูที่มีในร้านกระมัง และสถานการณ์แบบนี้ถ้าคนอื่นๆ จะมีโอกาสได้ชิมด้วย เขาก็จำเป็นต้องลงมือชิมก่อนตามมารยาท ยิ่งคิดถึงความตั้งใจของอันโตนิโอแล้ว เขายิ่งไม่มีทางเลือก

ทันทีที่มือแตะทิรามิสุ สูตรขนมก็ลอยขึ้นมาให้เห็น

[ทิรามิสุของผู้ชำนาญงานครัว]

ระดับการปรุง: เลเวล 3

วัตถุดิบเนื้อเค้ก: ไข่แดง น้ำตาลกลิ่นวานิลลา มาสคาร์โปเนชีส ขนมปังแท่งซาวอย กาแฟ ผงโกโก้

วัตถุดิบน้ำเชื่อม: น้ำ น้ำตาล กาแฟ เหล้ากาแฟ

วัตถุดิบเนื้อครีม: เจลาติน น้ำเย็น ครีมชีส ซาวครีม น้ำตาล น้ำตาลกลิ่นวานิลลา วิปครีม เหล้าส้ม

วัตถุดิบแต่งหน้าเค้ก: ผงโกโก้ น้ำตาลไอซิ่ง

ขั้นตอนการปรุง: ปูกระดาษไขรองไว้บนถาดเค้ก

นำตะแกรงมาร่อนผงโกโก้บนหน้าส่วนที่เป็นแป้งเค้กรอบหนึ่ง

.

.

.

‘เลเวล 3?’

อันโตนิโอคงไม่รู้ว่าฝีมือเลเวล 3 สำหรับประเทศบ้านเกิดเขาคือระดับไหน กยองฮาพักความสงสัยไว้ ก่อนจะตัดทิรามิสุเป็นชิ้นพอดีคำแล้วส่งเข้าปาก

นุ่มนวล

ความหวานละมุนรวมกับความขมอันเป็นเอกลัษณ์ของกาแฟเหมือนจะกระจายตัวในปาก แต่แล้วกลับละลายหายไป

[ไม่พบอาหารชนิดนี้ในรายการบันทึก]

[ทำการบันทึกอาหารชนิดใหม่ ‘ทิรามิสุ’ เข้าสู่ระบบ ‘ลิ้นนักชิม’เรียบร้อยแล้ว]

ตั้งแต่มีชีวิตมา ไม่ใช่ว่ากยองฮาไม่เคยกินทิรามิสุ แต่เป็นเพราะว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่กินหลังจากที่เขาได้รับสกิล ‘ลิ้นนักชิม’ ระบบจึงแจ้งเตือนขึ้นมานั่นเอง กยองฮาอยากกินอีกแต่จำต้องพยายามข่มใจ

“นุ่มลิ้นแล้วก็อร่อยมากๆ เลยครับ” เขาเอ่ยปากชมตรงๆ

อันโตนิโอยิ้มกว้างอย่างพอใจ ความสุขอย่างหนึ่งของเชฟคือการมีคนยอมรับว่าอาหารที่ตนทำนั้นอร่อย

เสียงกลืนน้ำลายเอื๊อกดังอยู่รอบๆ น่าเสียดายที่ทิรามิสุของอันโตนิโอไม่ได้มีมากมายอยู่แล้วแต่แรก ออกจะน้อยเสียด้วยซ้ำ ชิ้นเท่าถ้วยกาแฟเท่านั้นเอง

“ผมขอแบ่งให้พนักงานคนอื่นๆ ชิมด้วยได้ไหมครับ” กยองฮาถาม ɴᴏᴠᴇʟɢᴜ.ᴄᴏᴍ

“แน่นอนครับ นี่ถ้าผมรู้ว่าทุกคนจะทานด้วยกันคงทำไว้เยอะๆ กว่านี้แล้วค่อยเอามาฝาก”

เมื่อได้รับอนุญาต กยองฮาก็จัดการตัดแบ่งทิรามิสุออกเป็นหกส่วน อันโตนิโอที่มองเขาอยู่ถึงกับตระหนก ด้วยความที่เค้กมีลักษณะนิ่ม ง่ายต่อการเละหรือยวบตัวเป็นก้อน แถมทิรามิสุนี่ก็ชิ้นน้อยเดียว

‘น่าจะแบ่งโดยใช้สายตากะเอา แต่ได้สัดส่วนเท่ากันเป๊ะเลย’

หากลองเอาเครื่องชั่งมาตรวจดู คาดว่าแต่ละชิ้นคงมีน้ำหนักพอๆ กันไม่ผิดเพี้ยน

พนักงานทั้งหลายที่ได้ลิ้มรสต่างก็ส่งเสียงอุทานกันสนั่นหวั่นไหว

“ว้าว อร่อยจริงๆ”

“ที่เคยกินเมื่อก่อนเทียบอันนี้ไม่ติดฝุ่นเลย”

ซองช่อลต่อด้วยมินซูออกปากชื่นชม ซุนกุกเองก็พูดทำนองเดียวกัน

“อร่อยกว่าที่มีขายในร้านเบเกอรี่มากๆ”

ขนาดมยองฮุนเองยังมีสีหน้าตกใจจนปิดไม่มิด เพียงแค่เขาไม่ได้เอ่ยปาก

‘ปกติทิรามิสุมันอร่อยขนาดนี้เลยเหรอ’

ทว่า ทุกอย่างมักมีข้อยกเว้น และข้อยกเว้นคือแม่ของด็อกโฮกับฮเยจี

“อร่อยก็อร่อยอยู่นะคะ แต่รู้สึกเลี่ยนๆ อยากกินของคาวขึ้นมาเสียเฉยๆ โฮะๆ… หนูล่ะจ๊ะ ฮเยจี”

“หนูว่า อาหารที่เถ้าแก่ทำอร่อยกว่าค่ะ”

หากการชิมทิรามิสุทำให้ทุกคนต้องเลิกงานช้าเกินไปก็คงจะไม่ดี พนักงานทุกคนเก็บกวาดร้านจนสะอาดก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน ตอนนั้นเองที่ซองช่อลอดไม่อยู่ หันไปมองยังอันโตนิโอด้วยสายตาเหมือนมีอะไรคาใจ

สุดท้ายในสาขารองก็เหลือกยองฮาและอันโตนิโอเพียงสองคน

“ไม่ได้โกรธใช่ไหมครับ” กยองฮาถามชัดถ้อยชัดคำ เขาหมายถึงเรื่องที่แม่ของด็อกโฮกับฮเยจีแสดงออกเมื่อครู่ อันโตนิโอตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ

“แต่ละประเทศก็มีรสชาติอาหารแตกต่างกันไปเป็นเรื่องธรรมดานี่ครับ คนไม่ชอบทานเค้กก็ต้องมีบ้าง…” ยังพูดไม่ทันขาดคำ กยองฮาก็เสริมต่อ

“คนไม่ชอบทานอาหารเกาหลีก็มีเหมือนกันครับ ถ้าไม่เคารพต่อความหลากหลายทางวัฒนธรรม เราอาจจะหลงลืมแก่นสำคัญของอาหารไปอย่างน่าเสียดายนะครับ”

ประโยคที่เขาพูดคุ้นๆ ว่าจะมาจากหนังสือเล่มไหนสักเล่มที่เคยอ่าน สีหน้าของอันโตนิโอพลันสดใสขึ้นมา เหตุผลไม่ใช่แค่เพราะกยองฮาเข้าใจความรู้สึกเขา แต่เป็นเพราะทั้งคู่คุยกันรู้เรื่อง อันโตนิโอค้นพบว่ากยองฮาไม่ได้เป็นเก่งแค่เรื่องการทำอาหารอย่างเดียวเสียแล้ว เขาจึงรู้สึกประทับใจมากกว่าเดิม

“ฮ่าๆๆ… ผมไม่คิดเลยว่ามาไกลบ้านขนาดนี้แล้ว ยังอุตส่าห์เจอคนที่คุยกันได้ถูกคอ”

ฝรั่งเศสและอิตาลีจัดเป็นประเทศที่มั่นอกมั่นใจและให้ความสำคัญในเรื่องอาหารอย่างแรงกล้า ไม่ต้องพูดถึงเชฟที่เก่งกาจประหนึ่งเกิดมาเพื่อทำอาหาร เชฟเหล่านั้นมักมีความปรารถนาที่จะทำให้คนกินทุกคนพอใจ ไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นพวกเข้มงวด อะไรเล็กน้อยก็เคืองได้ แล้วถ้าอาหารที่ตนทำไม่ได้รับการยอมรับขึ้นมาล่ะก็ กลับเป็นคนกินเสียอีกที่จะถูกต่อว่าว่าไม่รู้จักรสชาติของอาหาร

สำหรับอันโตนิโอ แน่นอน จิตใจเขาต่างจากเชฟทั่วไปอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

“ผมได้ยินมาว่าอีกไม่นานจะมีเทศกาลอาหารนานาชาติจัดขึ้นที่ซองบุกกู ไม่ทราบว่าอยากไปด้วยกันไหมครับ”

อันโตนิโอเพิ่งจะยอมเผยจุดประสงค์ที่แวะมาที่สาขาสองในวันนี้เอาตอนนี้เอง

***

เต็นท์ตั้งเรียงรายเป็นแถวยาว สายลมพัดใบไม้ไหวราวกับกำลังโบกมือต้อนรับผู้มาเยือนทุกคน

นอกจากขนมหวาน คุกกี้ และวาฟเฟิลแล้ว ยังมีพวกทาโกะยากิ ปิ้งย่างเสียบไม้ และพุงออปังหรือขนมปังรูปปลาไส้ถั่วแดงด้วย อาหารมากมายนับไม่ถ้วนดูละลานตาไปหมด ขนาดเมนูจำพวกเส้นยังมีทั้งก๋วยเตี๋ยว พาสต้า ราเม็ง และเฝอ

‘อาหารคุ้นตาเยอะใช่ย่อย แต่อันที่ไม่รู้จักชื่อก็เยอะพอกัน’

อาหารที่สามารถลิ้มชิมรสได้ในงานเทศกาลนี้แม้จะไม่ใช่เมนูชั้นสูงหรือของที่ปรุงอย่างประณีต ก็ยังจัดว่าช่วยทำให้อาหารแปลกตาจากถิ่นต่างๆ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ฉะนั้นอันโตนิโอถึงได้จงใจเลือกคนที่จะมางานด้วยกัน เขาดูจริงจังกับการเลือกเมนูอาหารกลางวันมาก ส่วนกยองฮานั้นตรงกันข้าม เขาหยุดฝีเท้าทุกครั้งที่เจออาหารไม่คุ้นเคย และตอนนี้ทั้งคู่ก็หยุดยืนอยู่หน้าบูธอาหารของสถานทูตเปรู

“โอ้ ปาปาเรเญนา”

“รู้จักด้วยเหรอครับ”

“รู้สิครับ มันจะคล้ายๆ โครเกต์ เป็นมันฝรั่งยัดไส้เนื้อสับกับผักครับ”

จากนั้นอันโตนิโอก็แสดงความรู้กว้างขวางด้านอาหารต่างๆ แต่ละมุมโลกให้กยองฮาได้ฟังเป็นบุญหู ในอาหารสิบชนิด อันโตนิโอสามารถบอกชื่อได้ถึงเก้าชนิดทีเดียว

“แทบไม่มีอันไหนที่ไม่รู้จักเลยนะครับ”

“งานอดิเรกผมคือการท่องเที่ยวรอบโลกครับ จุดประสงค์ที่มากกว่าการเที่ยวคือการได้รู้จักแล้วก็ได้ชิมอาหารของประเทศต่างๆ น่ะครับ”

กยองฮาต้องมองอันโตนิโอใหม่อีกครั้ง

‘อายุดูจะยังไม่มาก มีงานอดิเรกอย่างการเที่ยวรอบโลกได้แล้วเหรอเนี่ย…’

“ทำไมมองผมแบบนั้นล่ะ” อันโตนิโอแหย่เล่นขำขัน

“ผมสงสัยว่า ทำยังไงคุณถึงสามารถออกไปใช้ชีวิตแบบนั้นได้”

“ง่ายมาก หาเงินครับ แล้วเอาเงินนั่นไปออกเดินทาง จบข่าว”

กยองฮาหรี่ตา เขาไม่ได้อยากฟังคำตอบสัจธรรมแบบนั้น

“แล้วงานล่ะครับ”

“แน่นอนว่าผมมีอาชีพประจำ เคยแนะนำตัวไปแล้วนี่ครับว่าผมเป็นเชฟอยู่ที่อิตาลี”

“ทิ้งงานออกมานานๆ ไม่เป็นไรเหรอครับ”

“ไม่มีปัญหาครับ” นึกไม่ถึงว่าอันโตนิโอจะตอบหนักแน่นเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา กยองฮาช็อคไปไม่น้อยจึงไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ อันโตนิโอเห็นดังนั้นก็เปรยบ้าง

“ความสามารถขนาดคุณก็ทำอย่างผมได้สบายๆ นี่ครับ รับทำงานช่วงสั้นๆ ก็ไม่น่าเป็นอะไร แค่ทำงานให้แป๊บๆ ขี้คร้านเจ้าของร้านแต่ละแห่งจะก้มหัวขอบคุณกันไม่หวาดไม่ไหว”

จนถึงเดี๋ยวนี้ กยองฮาคิดเพียงว่าเขาจำเป็นต้องดูแลชนิดตัวติดกับร้านฮันอุลมาตลอด แน่นอน วินาทีนี้เขามองอะไรได้กว้างมากขึ้นแล้ว ทว่า ความคิดเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลง

“เมื่อก่อนคงรับงานเป็นระยะสั้นๆ สินะครับ ผมเองก็อิจฉาชีวิตอิสระแบบนั้น แต่จะให้ทิ้งความเชื่อมั่นไปดื้อๆ ดูจะเป็นอะไรที่ยากจริงๆ สำหรับผม”

“ทำอาหารจำเป็นต้องใช้ความเชื่อมั่นด้วยเหรอครับ”

“ใช้สิครับ การบริหารปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนก็สำคัญเหมือนกันครับ”

อันโตนิโอมีท่าทีสนอกสนใจ

‘ทางตะวันออกสงสัยจะมีเรื่องของเส้นสายกับความสัมพันธ์ไม่น้อยเลย ยังไงนี่คงเป็นอีกอย่างที่ต้องยอมรับในความต่างของวัฒนธรรมสินะ…’

ไม่ใช่แค่เพียงเกาหลีเท่านั้น จีน หรือญี่ปุ่นเองก็เป็นเช่นเดียวกัน

จู่ๆ กยองฮากลับตัดสินใจหยุดเดิน บังเอิญเหลือเกินที่ขณะนี้พวกเขาอยู่หน้าบูธอาหารของสถานทูตอิตาลีพอดี

“ผมว่า ผมจะกินพาสต้าครับ”

…………………..

[1] ทิรามิสุ เป็นขนมหวานสไตล์อิตาเลียน หน้าตาเหมือนเค้ก รสกาแฟ มีส่วนผสมของมาสคาร์โปเนชีส

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset