เช่นเดียวกับการทำอาหารชนิดอื่น การทำข้าวห่อสาหร่ายเองก็จำเป็นต้องใช้ความชำนาญเช่นกัน แต่ทักษะการทำข้าวห่อสาหร่ายให้ไส้ทะลักออกมาด้านข้างติดต่อกันจำนวนสี่ห้าแถวของกยองฮา ทำเอาความมั่นใจเขาหดหาย ระดับฝีมือก็ไม่เพิ่มขึ้นเลย
กยองฮาเก็บสิ่งที่พูดและคิดเอาไว้คนเดียว พยายามรับภาระงานจากหัวหน้าครัวมาทำอย่างเต็มความสามารถ เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หยิบหม้อดินออกมาวางบนเตาแล้วติดไฟ เติมน้ำซาวข้าวลงในหม้อดิน ใส่กิมจิที่สุกมากหน่อยพร้อมต้นหอมลงไป มือไม้ยามสะบัดมีดหั่นหัวหอมนั้นดูไม่ธรรมดาเลย
‘จังหวะนี้ทำข้าวผัดกิมจิด้วยเลยดีกว่า กิมจิกับอย่างอื่นหั่นเตรียมไว้แล้ว เดี๋ยวเคลือบกระทะด้วยน้ำมันก่อน…’
ตอนนี้หากใครก็ตามได้มาเห็น ความเร็วและความลื่นไหลไม่มีสะดุดระดับนี้ จะเรียกเขาว่ามือใหม่คงไม่ได้ มือหนึ่งผัดกิมจิ อีกมือหนึ่งก็หยิบเครื่องปรุงรสสำหรับใช้กับอาหารทั้งสองชนิดออกมา
ในบรรดาเมนูอาหารทั้งหมด แกงกิมจิและข้าวผัดกิมจิกลายเป็นเมนูหลักยืนพื้นของกยองฮาไปแล้ว แม้มีออเดอร์เข้ามามากมายทุกวันก็ไม่ใช่เรื่องเกินแรงอะไรสำหรับเขา
อาหารทั้งสองอย่างเริ่มเป็นสีเหลืองอร่าม ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจพร้อมควันฉุยออกมาในเวลาเดียวกัน แต่ข้าวผัดกิมจิที่ผัดอย่างได้ที่เสร็จเรียบร้อยก่อน จึงได้ย้ายที่จากกระทะลงสู่จาน โปะหน้าด้วยไข่ดาว โรยทับด้วยผงสาหร่ายและงา
[ระดับฝีมือการทำข้าวผัดกิมจิเพิ่มขึ้น]
[ข้าวผัดกิมจิเลเวล 2 สำเร็จแล้ว]
[ข้าวผัดกิมจิของผู้มีประสบการณ์ครัว]
ระดับการปรุง: เลเวล 2
วัตถุดิบ:กิมจิ หัวหอม ข้าวสวย น้ำกิมจิ โคชูจัง ผงสาหร่าย…
ขั้นตอนการปรุงอาหาร:
หั่นกิมจิเป็นชิ้นเล็กๆ
สับหัวหอมแต่ไม่ต้องละเอียด
.
.
.
“ทำทั้งวันทั้งคืนไม่หยุด เพิ่มขึ้นแค่ระดับฝีมือ? เลเวลจะขึ้นเมื่อไหร่ละเนี่ย?”
ช่วงจากมือใหม่เลเวล 1 ขึ้นมาเป็นผู้มีประสบการณ์เลเวล 2 นั้นกยองฮารู้สึกว่ามันค่อนข้างง่ายสบายมือ เพราะแค่ทำอาหารไม่กี่อย่างก็ได้เลื่อนระดับ
แต่ช่วงที่อยู่ระหว่างขั้นของผู้มีประสบการณ์นั้นแตกต่าง เพราะต่อให้ทำอาหารต่อเนื่องมากมายเท่าไหร่ มีแต่ระดับฝีมือเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น ส่วนเลเวลยังคงเดิม
ขณะทำแกงกิมจิในตอนนี้ก็เช่นกัน ถ้านับจนถึงปัจจุบัน ในบรรดาอาหารที่เขาทำมา แกงกิมจิถือเป็นเมนูที่เขาทำบ่อยที่สุด จึงได้เลื่อนระดับขึ้นเลเวล 2 นานแล้ว
‘จะได้เลเวล 3 ตอนไหนนะ?’
กยองฮาเก็บความสงสัยไว้แล้วหันมาจดจ่อกับการทำอาหารต่อไป ครั้นกดกริ่งส่งสัญญาณว่าข้าวผัดกิมจิพร้อมเสิร์ฟแล้ว แกงกิมจิที่ต้มอยู่ก็มาถึงขั้นตอนสุดท้ายพอดี
การรอเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยทำให้อาหารสมบูรณ์ขึ้นไปอีกขั้น กยองฮาค่อยๆ เก็บกวาดครัวอย่างใจเย็น
สิ่งที่ชินยองฮีเกลียดที่สุดคือการทำให้ครัวสกปรก และตัวเขาเองปกติก็ไม่ค่อยชอบสภาพแวดล้อมที่รกรุงรังอยู่แล้ว
ในที่สุดแกงกิมจิก็เสร็จเรียบร้อยส่งเสียงเดือดปุดๆ กระจายกลิ่นหอมฟุ้งทั่วห้องครัว ตัวอักษรที่แปลกตาโผล่ขึ้นมา
[ระดับฝีมือขึ้นสู่ขั้นสุดยอดแล้ว]
[แกงกิมจิเลเวล 2 สำเร็จแล้ว]
[แกงกิมจิของผู้มีประสบการณ์ครัว]
ระดับการปรุง: เลเวล 2
วัตถุดิบ:เต้าหู้ ต้นหอม เกลือ กระเทียมสับ ผงพริกไทย ไวน์ชองจู เนื้อหมู (ส่วนขาหน้า)…
ขั้นตอนการปรุงอาหาร:
หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นพอดีคำ หมักให้เข้าเนื้อก่อนโดยใช้ไวน์ชองจูและผงพริกไทย
หั่นกิมจิด้านกว้าง 1 ซม.
ผัดเนื้อหมูในกระทะร้อน
.
.
.
*ผลประเมิน: ถ้าอยากให้รสชาติดีขึ้นไปอีก ลองใช้วัตถุดิบออร์แกนิคดูไหม
“ระดับฝีมือขึ้นสู่ขั้นสุดยอดแล้วเหรอ แล้วไอ้ผลประเมินนี่มันอะไร?” แต่แกงกิมจิต้มเสร็จไปแล้วนะ…
ด้วยความประหลาดใจและสงสัย ความคิดในหัวกยองฮาจึงตีกันยุ่งไปหมด
‘อยากลองทำอีกสักหม้อจัง’
แม้จะมีความอยากเกิดขึ้นกะทันหัน แต่ในเมื่อวัตถุดิบออร์แกนิคไม่มี ออเดอร์ก็ไม่เข้ามา ขืนยังจะทำอีกก็เท่ากับขุดหลุมฝังตัวเองแท้ๆ แล้วครัวแห่งนี้ก็เป็นกรรมสิทธิ์ของเถ้าแก่ด้วย
กยองฮาจำใจส่งแกงกิมจิออกไปเสิร์ฟ จากนั้นหยิบสมาร์ทโฟนออกมา ค้นหาเรื่องเกี่ยวกับวัตถุดิบออร์แกนิคอ่านอย่างละเอียด ผลลัพธ์การเสิร์ชแต่ละครั้งได้ข้อมูลที่เหมือนจะไม่สอดคล้องกันสักเท่าไหร่ แต่หากให้สรุปโดยรวมก็ค่อนข้างชัดเจนตรงกันว่า การใช้วัตถุดิบออร์แกนิคทำอาหาร ความจริงแล้วมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก รวมถึงยังช่วยชูรสชาติให้อาหารอร่อยขึ้นอีกด้วย ไม่ใช่แค่พวกแกงเท่านั้น เมนูไหนๆ ก็สามารถใช้วัตถุดิบเหล่านี้ได้ อย่างพวก ปลาแอนโชวี สาหร่ายทะเล กุ้ง หอยแมลงภู่ เห็ดชิตาเกะ หรือผลเมล็ดงาขี้ม้อน…
วัตถุดิบมากมายอะไรขนาดนี้เนี่ย… เขาเลือกดูเฉพาะวัตถุดิบออร์แกนิคที่จะเอาไปใส่ในแกงกิมจิเป็นหลักก่อน นั่นก็คือ น้ำสต๊อกปลาแอนโชวี และน้ำสต๊อกกระดูกวัว
สำหรับวิธีทำน้ำสต๊อกปลานั้น ใช้ปลาแอนโชวีชนิดทำน้ำซุป กุ้งแห้ง สาหร่ายทะเล แล้วก็เมล็ดพริก…
ส่วนน้ำสต๊อกวัว ต้องใช้กระดูกขาวัวรวมกับกระดูกส่วนอื่นอีกเล็กน้อยตุ๋นรวมกัน คัดเอาเลือดออกจากกระดูกด้วยการล้างซ้ำสองถึงสามรอบ…
‘น้ำสต๊อกกระดูกวัวน่าจะยากไป’
การทำน้ำสต๊อกกระดูกวัวใช้ต้นทุนสูงกว่าที่คิดไว้มาก แถมกว่าจะตุ๋นเอาน้ำสต๊อกออกมาได้ก็ต้องทุ่มเทเวลาไม่น้อย ดังนั้นกยองฮาจึงวางแผนไว้ว่าครั้งนี้เขาจะทำน้ำสต๊อกปลาแอนโชวี ทว่า ต่อให้บอกเถ้าแก่หรือคุยกับชินยองฮีเพื่อขอใช้วัตถุดิบออร์แกนิค ราคาปลีกต่อหน่วยคงสร้างภาระให้กับร้านแน่ๆ เขาจึงตัดสินใจลองทำตามผลประเมินดูก่อน จากนั้นค่อยไปยื่นข้อเสนอ
หลังเลิกงานช่วงหัวค่ำวันนั้น กยองฮาจึงแวะไปที่ตลาดเพื่อซื้อวัตถุดิบสำหรับทำน้ำสต๊อกปลาก่อนจะกลับบ้าน
***
วันต่อมา nᴏᴠᴇʟɢu.cᴏm
กยองฮายืนอยู่ในครัว จ้องแต่ประตูร้านชนิดตาแทบถลน เขาอยากลองสานต่องานเมื่อวานเร็วๆ…
ในที่สุดลูกค้ากลุ่มแรกก็เข้าร้าน กยองฮาพิจารณากลุ่มลูกค้า ในใจคาดหวังอย่างแรงกล้า
‘ขอให้สั่งแกงกิมจิเถอะ…’
เถ้าแก่รับออเดอร์แล้วส่งรายการเข้าเครื่องปรินท์ที่ครัวทันที
[หมูสามชั้นผัดซอส / รามยอน / แกงกิมจิ]
“มีหมูสามชั้นผัดซอส รามยอน แกงกิมจิค่ะ” ชินยองฮีอ่านออเดอร์ให้ฟัง
รอยยิ้มค่อยๆ กระจายบนใบหน้ากยองฮา
‘มาแล้ว’
“อย่างนั้น ฉันทำรามยอนกับแกงกิมจิเอง ดีไหมคะ?”
ชินยองฮียังคงคิดเผื่อผู้อื่นเสมอ เธอมักติดนิสัยถามและรับฟังความคิดเห็นของลูกน้องก่อน
“แกงกิมจิเดี๋ยวผมทำเองครับ”
สายตามุ่งมั่นของกยองฮา ถ้ายิงเป็นแสงเลเซอร์ออกมาได้คงยิงไปแล้ว ชินยองฮีนั้นไม่ได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังว่ากยองฮาขอทำแกงกิมจิเพราะอะไร แต่ก็อนุญาตโดยดี
“โอเค ได้ค่ะ”
เมื่อเธอตกลง กยองฮาก็ต้มรามยอนอย่างสบายๆ ไว้ก่อน แล้วแอบเอาน้ำสต็อกปลาที่ต้มจากบ้านเมื่อคืนออกมาเตรียมทำแกงกิมจิอย่างไวไม่ให้ใครเห็น
‘เอาล่ะ ลองดูก่อน ทำไปตามการประเมินนี่แหละ เดี๋ยวมันต้องมีอะไรแน่!’
และแล้วแกงกิมจิก็เสร็จเรียบร้อย
[ระดับฝีมือการทำแกงกิมจิเพิ่มขึ้น]
[แกงกิมจิเลเวล 2 เลื่อนระดับเป็นเลเวล 3]
[แกงกิมจิเลเวล 3 สำเร็จแล้ว]
[แกงกิมจิของผู้ชำนาญงานครัว]
ระดับการปรุง:เลเวล 3
รสชาติของน้ำซุปมีความลึกล้ำและเข้มข้นกว่าแกงกิมจิธรรมดาทั่วไป
ข้อสรุปนี่ก็สั้นได้ใจเหลือเกิน ให้เพิ่มมาแค่บรรทัดเดียว
‘ในที่สุดเลเวลก็ขึ้นแล้วเว้ย’
กยองฮาเก็บความดีใจไว้ไม่อยู่ ยืนบื้อมองแกงกิมจิเลเวล 3 ของตัวเองนิ่ง อยากจะชิมดูเดี๋ยวนี้เลย แต่เถ้าแก่ยื่นหน้าเข้ามาในครัวเสียก่อน
“กยองฮา ขอแกงกิมจิเร็วหน่อยได้ไหม ลูกค้าเร่งมาแล้ว”
ยังไม่ทันได้ชิม เขาก็ต้องส่งแกงกิมจิออกจากครัว พอดีกับที่ชินยองฮีทำหมูสามชั้นผัดซอสเสร็จ เถ้าแก่จึงนำทั้งสองจานไปเสิร์ฟ
รามยอนกับหมูสามชั้นผัดซอสย่อมไม่มีปัญหาเรื่องรสชาติแน่นอน มีแค่แกงกิมจิเท่านั้นที่เขากำลังสงสัย และในที่สุดก็ได้รู้คำตอบจากปากของลูกค้า
เมื่อใช้ช้อนตักน้ำซุปขึ้นมาชิม ลูกค้าก็เบิกตาจนกลมโต เป็นปฏิกิริยาที่แตกต่างจากการชิมอาหารธรรมดาอย่างชัดเจน
“เฮ้ย อันนี้อร่อย ชิมดูสิ”
“เหอะ แกงกิมจิที่ไหนๆ ก็เหมือนกันมั้ง แกนั่นแหละกินไปเลย”
“ไม่นะ ไม่เหมือนอ่ะ น้ำซุปเข้มข้นมาก”
ผู้ชายที่นั่งตรงข้ามน่าจะถูกกระตุ้นความสงสัยเข้าให้ จึงตักชิมไปหนึ่งคำ และเช่นเดียวกัน เขาเบิกตาจนกลมโต
“หือ? ไม่เหมือนจริงด้วย เฮ้ย อร่อยจริง”
หลังจากนั้น ที่เหลืออีกสองคนก็ตักชิมตาม และมีปฏิกิริยาเหมือนกันเป๊ะๆ
“โอ้โห อร่อยมาก รสชาติติดปลายลิ้นเลย…”
ช้อนเดียวไม่เคยพอ เพื่อนๆ ทำท่ายื่นช้อนออกมาอีกครั้ง คนที่เป็นเจ้าของแกงกิมจิถ้วยนั้นโวยวาย
“หยุดเลยนะ สั่งเพิ่มกันเองสิวะพวกแก”
เถ้าแก่ที่ยืนมองกลุ่มลูกค้าอยู่ตรงหน้าได้แต่ประหลาดใจ แน่นอนว่าเขาไม่เคยเห็นท่าทีเช่นนี้มาก่อน
‘แกงกิมจิร้านเราอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ’
กยองฮาเองก็คอยสังเกตปฏิกิริยาของลูกค้าอยู่เหมือนกัน แต่ความดีใจนั้นอยู่ได้ครู่เดียวก็เปลี่ยนเป็นความกังวลขั้นรุนแรง เพราะจะแอบใช้น้ำสต๊อกปลาแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ คงไม่ได้แน่! ยิ่งกว่านั้นค่าวัตถุดิบเขาคงรับผิดชอบไม่ไหว…
ดังนั้นก่อนเลิกงาน กยองฮาพยายามคิดแล้วคิดอีก กว่าจะตัดสินใจยื่นข้อเสนอต่อเถ้าแก่โดยปกปิดความรู้สึกตัวเองไว้ บอกเพียงความสำคัญของการใช้วัตถุดิบออร์แกนิค อธิบายข้อดีชนิดไม่มีขาดตกบกพร่อง… เถ้าแก่คิดอยู่ครู่ใหญ่จึงอนุญาตตามที่กยองฮาเสนอ เนื่องจากเห็นสิ่งที่ลูกค้าแสดงออกวันนี้แล้ว หากใช้วัตถุดิบออร์แกนิค เขาคาดว่ายังไงเสียก็ต้องได้กำไรอย่างแน่นอน