📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 59

บทที่ 59
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

“พี่ พี่บ้าไปแล้วเหรอ” ฝาแฝดคนน้องถามเสียงสูง

สมควรที่เขาจะตกใจ ก็พี่ชายเขาดันพูดสิ่งที่ไม่น่าเชื่อและไม่อยากจะเชื่อออกมาให้ได้ยินกับหู

“อือ พี่ตัดสินใจแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอกนะ”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เรายังไม่เจ๊งซะหน่อย พี่พูดได้ไงว่าจะเข้าไปทำงานใต้ไอ้หมอนั่น นี่เราเปิดกระทั่งสาขาสี่กันแล้วนะ” แฝดน้องทำอย่างไรก็ไม่อาจเข้าใจพี่ชายได้

“เรื่องสำคัญไม่ใช่อดีตที่ผ่านมาแต่คืออนาคตต่างหาก ถ้ายังทำธุรกิจเดียวกันอยู่แบบนี้ บอกเลยว่าพี่ไม่มีวิธีเอาชนะหมอนั่น” แฝดพี่ส่ายหน้า

เมื่อก่อน ร้านตามสั่งอาจมีเมนูหลักเป็นพวกข้าวห่อสาหร่าย แป้งต็อกผัดซอส หรือโอเด้ง ทว่า ในร้านตามสั่งปัจจุบันนี้ เมนูที่เป็นอาหารเกาหลีแท้มีหลากหลายขึ้นมาก ทำให้เกิดผลพวงตามมาคือการแข่งขันอันดุเดือดเลือดพล่าน ยิ่งร้านตามสั่งใหม่ๆ ผุดขึ้นนับไม่ถ้วนเท่าไหร่ แต่ละแห่งยิ่งต้องสร้างจุดแตกต่างให้ตนเอง โดยเริ่มจากการทำเมนูให้แปลกไม่เหมือนใคร ซึ่งกลับกลายเป็นว่าทุกวันนี้ เมนูเหล่านั้นเป็นอะไรที่พบเห็นกันดาษดื่นไปเสียแล้ว เช่น เมนูที่มีในร้านสาขาของแบรนด์ A ก็อาจถูกร้านสาขาของแบรนด์ B ทำออกมาขายประชันกันก็เป็นได้ ฉะนั้นจะบอกว่าวงการถึงจุดอิ่มตัวก็ไม่ผิดนัก ทั้งยังอาจมองได้อีกว่า ผู้ชนะจะถูกตัดสินกันในสนามของราคาและรสชาติ แม้จะทำเมนูแปลกพิเศษออกมาขายก็ไม่มีกฎข้อใดห้ามไม่ให้คู่แข่งทำตามในเมื่อไม่ได้มีการยื่นจดสิทธิบัตร

เดิมที ข้าวกล่องของฝาแฝดนั้นเป็นการทำสัญญาสินค้าระยะสั้น และด้วยความที่ยอดขายไม่กระเตื้องเลย บริษัทร้านสะดวกซื้อที่เกี่ยวข้องจึงไม่ต่อสัญญาอีก ยิ่งกว่านั้น! แฟรนไชส์ร้านฮันอุลตอนนี้กลับทยอยเปิดตัวใหม่ทีละร้านสองร้านอย่างมั่นคง แฟรนไชส์ฮันอุลหนึ่งสาขาดันมาเปิดอยู่ละแวกใกล้เคียงกับซังดุงงีสาขาสองเสียนี่ พวกเขาจึงตกที่นั่งลำบากระยะวิกฤต

ขณะนี้แฝดพี่ซึ่งยืนอยู่ด้านนอกร้านกำลังแหงนหน้ามองฟ้ากว้าง

เขาเติมพลังใจให้ตนเองด้วยการย้อนนึกถึงกยองฮา พลังใจทำให้เขาพบตัวตนใหม่ก็จริง แต่ทำไมฟ้าต้องให้กำเนิดขงเบ้งเช่นนั้นขึ้นมาอีกคนด้วยเล่า

‘ทั้งที่คิดว่าอย่างน้อยๆ เราก็เป็นอัจฉริยะในแวดวงคนหนึ่งแท้ๆ…’ เขาคร่ำครวญ

แฝดน้องที่ถูกทิ้งให้อ้างว้างอยู่ในร้านมีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นเดียวกัน

“พี่ที่ปกติความมั่นใจสูงส่งถึงกับตัดสินใจแบบนั้น แบบนี้ทางของเราก็คงถูกกำหนดไว้แล้วสินะ”

***

‘อีกแล้วเหรอ’

วันนี้ก็เช่นกัน หน้าร้านสาขารองสะอาดเรี่ยมเอี่ยมอ่องเหมือนมีใครบางคนมาเก็บกวาดไว้ให้

นี่เป็นเรื่องที่เขาเพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้

“แปลกจริง เจ้าซองช่อลไม่มีทางมาร้านในเวลานี้แน่ๆ…”

กยองฮาเป็นคนที่มาเข้างานเร็วกว่าพนักงานอื่นๆ อยู่หลายชั่วโมง แต่จะบอกว่าพนักงานทำความสะอาดของทางการมากวาดพื้นให้เขาถึงหน้าร้านคงเป็นไปไม่ได้ ที่หนักกว่านั้นคือ วันนี้กระจกร้านก็วิ้งวับจนแทบใช้แทนกระจกเงาส่องหน้าได้เลย กยองฮาทำเครื่องเคียง หอบหิ้วไปส่งที่สาขาหลักและร้านเครื่องเคียงตามปกติดังเช่นทุกวัน เพราะมัวแต่เทียวไปเทียวมา รู้ตัวอีกเวลาก็ล่วงเลยมาถึงเก้าโมงแล้ว ผู้ที่มาเข้างานเช้ากว่าใครเพื่อนเหมือนเคยคือ ซุนกุก

“สวัสดีครับพี่!”

“อื้อ เข้ามาๆ ว่าแต่ซุนกุก วันนี้เราเป็นคนเช็ดกระจกใช่ไหม”

“กระจกเหรอครับ? เปล่านะครับ”

“งั้นกวาดหน้าประตูร้าน?”

“ยังไม่ได้ทำเลย ผมเพิ่งมาเมื่อกี้นี้เองครับ”

“เหมือนจะมีคนกวาดไว้แล้วนะ”

“กวาดไว้หรือครับ กวาดทำไม?” ซุนกุกถามกลับด้วยสีหน้างงงวย

กยองฮาถอนหายใจ

“พี่ก็ไม่รู้ ถึงได้ถามนี่ไง”

ผ่านไปชั่วกว่าๆ เมื่อแม่ของด็อกโฮ ซองช่อล มินซู และฮเยจีมาเข้างาน กยองฮาก็ไล่ถามทุกคน

“ไม่ทราบว่า มีใครได้ทำความสะอาดหน้าร้านหรือเช็ดกระจกหรือเปล่าครับ”

บ้างก็ส่ายหน้า บ้างก็หันไปมองกันเอง สลับไปสลับมา

‘หมายความว่าต้องเป็นบุคคลที่สาม ใครล่ะเนี่ย ไม่เห็นมีใครเข้าข่ายสักคน…’ กยองฮาเริ่มครุ่นคิด

จู่ๆ ภาพของเถ้าแก่ชินที่ทำความสะอาดร้านสาขาตัวเองเมื่อวันก่อนก็ผุดขึ้นมา แฟรนไชส์เถ้าแก่ชินกับฮันอุลสาขารองอยู่ใกล้ๆ กัน ถ้างั้นคงจำเป็นต้องเช็คดูตามลำดับล่ะนะ

ด้วยความที่เถ้าแก่ชินกลายเป็นเจ้าของร้านแฟรนไชส์แล้ว การค้นเบอร์โทรศัพท์เขาจึงไม่ใช่เรื่องยาก

“เถ้าแก่ชิน”

[อ้าว! ประธานโก มีเรื่องอะไรแต่เช้า เป็นฝ่ายโทรฯ มาหาฉันเองเลยรึ]

“ไม่มีเรื่องอะไรหรอกครับ พอดีจะถามว่า ได้แวะมาที่สาขารองหรือเปล่าครับ”

[เปล่า ฉันจะไปเสนอหน้าที่นั่นทำไม]

“งะ งั้นเหรอครับ”

[อือสิ เข้าใจผิดอะไรอยู่ใช่ไหมเนี่ย เดี๋ยวนี้ฉันไม่เหมือนสมัยก่อนแล้วนะที่คอยแต่จะอาศัยหรือขอร้องเธอให้ช่วยเรื่องโน้นเรื่องนี้ ฉันเลิกทำแล้ว ต่อจากนี้ก็จะไม่ทำ ฉันคิดได้แล้วว่าต้องพยายามให้สำเร็จด้วยความสามารถตัวเอง มันถึงจะเรียกว่ามีคุณค่า]

“เอ่อ ผมไม่ได้ถามเพื่อจะหมายความอย่างนั้นเลยแม้แต่นิดเดียวครับ”

[ไม่ใช่ใช่ไหม ฮ่าๆๆ…]

“เถ้าแก่คงเตรียมตัวเปิดร้านอยู่ นี่ผมโทรฯ ไปทำให้วุ่นวายหรือเปล่าครับ”

[ไม่เลย ถ้าเป็นสายจากประธานโก ต่อให้ฉันหลับอยู่ก็จะเด้งตัวขึ้นมารับ โทรฯ มาได้เลยทุกเวลา]

“ขอบคุณครับ ถ้างั้นวันนี้ขอให้โชคดี แล้วก็ขอให้เป็นวันที่ดีนะครับ”

[ประธานโกก็เหมือนกันนะ…]

วางสายเสร็จ กยองฮาก็กลับมาคิดประเด็นเดิมอีกครั้งหนึ่ง

‘อันโตนิโอก็ไม่น่าใช่… แล้วกัน ไม่มีใครเข้าข่ายเลยจริงๆ นะเนี่ย’

กลายเป็นเรื่องซับซ้อนซ่อนเงื่อนไปเสียแล้ว

***

เช้ามืดวันหนึ่ง

พนักงานทำความสะอาดของทางการกำลังมองร้านฮันอุลสาขารอง

‘คนนั้น… วันนี้ก็มาอีก…’

นี่ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานหรือแค่วันนี้

ชายคนหนึ่งสวมหน้ากากครอบจมูกปาก ถือไม้กวาดกวาดพื้นอยู่อย่างขึงขัง ช่างเป็นอะไรที่ขบคิดไม่เข้าใจจริงๆ

เขาไม่ได้เผื่อแผ่กวาดที่อื่นๆ โดยรอบไปด้วยแต่เน้นกวาดเฉพาะหน้าร้านฮันอุลสาขารองอย่างเดียวเท่านั้น พนักงานทำความสะอาดเอียงคอ

“นัดคนทำความสะอาดมาเวลานี้เหรอ ไม่น่าใช่… ร้านน่าจะมีพนักงานอยู่แล้ว จะจ้างมาอีกทำไม”

แม้พนักงานทำความสะอาดจะอยากรู้จนร่ำๆ จะเข้าไปถามตรงๆ ว่าเขาทำแบบนั้นเพราะอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถาม ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป

แซ่ก แซ่ก

ชายคนนั้นเอาแต่ก้มมองพื้น มุ่งมั่นกวาดเศษขยะไม่ให้หลงเหลือแม้แต่น้อย

“ไม่ทราบว่า คุณเป็นใครครับ…”

“…!”

เมื่อถูกคำถามจู่โจมกะทันหัน เขาก็สะดุ้งเฮือกจนไหล่กระตุก

“คุณเป็นใครครับ มาทำความสะอาดหน้าร้านเราทุกวันเลยใช่ไหม”

ชายหนุ่มค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เขาล้มเลิกความคิดจะปกปิด ปลดหน้ากากออกจากนั้นไม่พูดพร่ำทำเพลงคว้าแขนเสื้อกยองฮาแน่นโดยไม่ทันตั้งตัว

“ได้โปรดช่วยจ้างผมด้วยครับ”

“…ครับ?”

ไม่ใช่ใครที่ไหน ฝาแฝดคนพี่นั่นเอง กยองฮาตกใจมึนงงทำอะไรไม่ถูก

แฝดพี่นอกจากต้องการจะทำตัวดูดีใช้การได้ในสายตากยองฮาแล้ว ยังมีจุดมุ่งหมายอื่นซ่อนอยู่อีก เขาต้องการ ‘วางอีโก้ตัวเอง’ ลงให้จงได้ ดุจมาดังซเว[1]ที่กวาดลานบ้านหลังใหญ่พลางกระจ่างถึงชะตากรรมตนโuเวลกูดoทคอม

“ผมรู้ว่าการทำแบบนี้คงยังไม่พอจะซื้อใจใคร แต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นชัดเจนนะครับว่าผมวางตัวเองไว้ในตำแหน่งไหน” แฝดพี่พูด และกยองฮาก็รับฟัง ก่อนจะถามอย่างเย็นชา

“ร้านตามสั่งที่ทำอยู่แต่เดิมล่ะครับ คิดจะเอายังไงต่อไป”

“ขอแค่ตอบตกลง ผมยินดีเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดครับ!” เสียงตอบดังกังวานหนักแน่น

กยองฮาส่ายหน้า หัวใจแฝดพี่ที่เต้นไม่เป็นส่ำค่อยๆ สงบลง พร้อมกับแววตาที่เริ่มหม่นแสง แม้จะคาดเดาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าอาจจะเป็นเช่นนี้ เขาก็ยังรู้สึกผิดหวังไม่น้อย ทว่า จะให้เขายอมแพ้ง่ายๆ เขาคงไม่เริ่มลงมือตั้งแต่แรกหรอก แฝดพี่วิงวอน

“ผมวางทุกอย่างแล้ว ใจผมแข็งแกร่งขึ้นมาก ไม่มีเรื่องไหนทำให้ผมผิดหวังได้แน่นอนครับ”

ต่อให้รีบร้อนอธิบายอย่างไร สิ่งที่กยองฮาตัดสินใจไปแล้ว ก็คือตัดสินใจแล้ว ไม่มีการกลับคำ

“ไม่ทราบว่าที่จริงแล้วต้องการอะไรกันแน่ แต่ผมไม่มีเวลามากนักนะครับ หากพูดจบแล้วผมขอตัว”

จังหวะที่กยองฮากำลังจะเดินผ่านไป แฝดพี่ก็คว้าขากางเกงเขาไว้เป็นการยื้อ

“จะแค่แนะนำนิดๆ หน่อยๆ หรือยังไงผมได้ทั้งนั้น เห็นแบบนี้ผมมีฝีมือทำอาหารพอตัวนะครับ สอนผมไม่เหนื่อยหรอก…”

กยองฮาก้มลงมองแฝดพี่พลางกล่าว

“ถ้าอยากได้คำแนะนำจริงๆ ผมว่าลองไปที่สถานอบรมดูไหมครับ น่าจะดีกว่า”

ประโยคนั้นทำให้แฝดพี่เบิ่งตากลมกว้างอย่างอดไม่ได้

“ผะ ผมไปได้เหรอครับ”

“ไม่มีเรื่องได้หรือไม่ได้หรอกครับ เถ้าแก่ชินร้านนาดึลรีเองก็ผ่านสถานอบรมตามขั้นตอนเหมือนกัน ว่าแต่ เมื่อกี้ที่ผมถามไปยังคงต้องถามใหม่อีกครั้งว่า ซังดุงงีที่เปิดมาตั้งสี่สาขาแล้วเท่าที่รู้ๆ กันอยู่นั่นจะทำยังไงต่อครับ…”

ที่จริง ไม่ใช่กยองฮาไม่รู้ว่าตนเคยปะทะชิงดีชิงเด่นกับพี่น้องฝาแฝดมาก่อน

แรกเริ่มคือการปะทะระหว่างร้านตามสั่งด้วยกัน ต่อมาก็ปะทะในรายการคิงออฟแมสก์เชฟ ล่าสุดก็ปะทะกันในสงครามข้าวกล่อง ด้วยเขาไม่มีโอกาสเผชิญหน้ากันตรงๆ จึงไม่อาจแสดงความเวทนาให้ฝาแฝดได้รับรู้ แต่ลึกๆ ในใจ เขารู้สึกเสียใจกับอีกฝ่ายด้วยซ้ำ เรื่องราวก็มีที่มาที่ไปเช่นนี้และสถานการณ์พาให้เขาต้องสอดมือไปวุ่นวายเสียหลายเรื่องดังเช่นที่ผ่านมา

“ผมคิดจะเปลี่ยนให้เป็นแฟรนไชส์ฮันอุลทั้งหมดครับ หากเป็นไปได้” แฝดพี่ตอบอย่างหนักแน่น

***

ฝีมือการทำอาหารของฮเยจีรุดหน้าไปมาก ก้าวกระโดดวันต่อวันทีเดียว

ต่อจากบะหมี่ เธอทอดทงคัตสึ ทอดเกี๊ยว แล้วยังม้วนข้าวห่อสาหร่ายได้อย่างคล่องแคล่วสมบูรณ์แบบ

“หนูคนนั้นทำงานเก่งจังเลย”

หลายวันมาแล้วที่ลูกค้าต่างออกปากชม

“ขอข้าวห่อสาหร่ายสองแถวค่ะ”

“ได้ค่ะ!”

ขนาดวัดจากมาตรฐานของคนอย่างกยองฮา ฮเยจีก็ยังสามารถทำให้เขาภูมิใจได้

‘ผลจากการติวพิเศษรึเปล่านะ หรือไม่ก็คงมีพรสวรรค์อยู่แล้วเป็นทุนเดิม…’

ถ้าไม่ใช่สองข้อนี้ก็ไม่รู้จะเอาเหตุผลอะไรมาอธิบายอีก หากเป็นคนที่อยู่ในครัวต้องเห็นแน่นอนว่า แม่ของด็อกโฮไม่ได้สอนฮเยจีแบบใส่ใจหรือลงรายละเอียดอะไรเป็นพิเศษเลย

ฮเยจีม้วนข้าวห่อสาหร่ายเรียบร้อย เดินมาเห็นออเดอร์อาหารที่ยังไม่ได้เริ่มทำ

“ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสทำยังไงคะ” เธอถาม

“ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสเหรอ ก็เอาเส้นไปลวก ใส่ฟักทองอ่อนกับหอมหัวใหญ่ แล้วก็โรยเครื่องปรุง”

วิธีทำคร่าวๆ ถูกถ่ายทอดออกมาเช่นนั้น อาจเพราะแม่ของด็อกโฮกำลังยุ่งอยู่ก็เป็นได้ ทว่า ฮเยจีผู้มีไอคิวสูงส่ง ต่อให้อธิบายชุ่ยๆ เหมือนเคต็อก[2]ก็สามารถเข้าใจได้ดีเหมือนชัลต็อก[3] นี่ไม่ใช่คำปรามาส แต่เป็นประโยคติดปากที่แม่ของด็อกโฮเอ่ยชมฮเยจีอยู่เป็นประจำ เช่นตอนนี้

“ฮเยจี หนูนี่เก่งจริงๆ ฉันสอนแบบเคต็อกยังอุตส่าห์เข้าใจได้แบบชัลต็อกอีก เอ๊ะ เครื่องปรุงสำหรับโรยหน้าหั่นเตรียมมาจากส่วนที่ทำข้าวห่อสาหร่ายเองเลยหรือ ปริมาณเส้นก็กะได้พอดิบพอดีอะไรขนาดนั้น”

“หนูเคยเห็นแวบๆ ตอนเถ้าแก่ทำค่ะ”

ถ้านี่เรียกว่าความสามารถ เช่นนั้นก็คือความสามารถจริงๆ แล้วล่ะ เพียงแค่มองสิ่งที่คนอื่นทำก็ทำตามได้เลย ใช่เรื่องง่ายดายเสียที่ไหนกัน กยองฮารู้สึกถึงบางอย่างที่ขัดแย้งกันเองในใจ

‘ต้องจ้างคนล้างจานใหม่ไหมเนี่ย พรสวรรค์ขนาดนั้นคงเก็บไว้ให้ล้างจานอย่างเดียวไม่ได้แล้วล่ะ… ต้องคิดจริงจังดูสักที เดี๋ยวอีกไม่นานตำแหน่งคงว่างแล้ว’

***

เป็นไปตามคาด ฝาแฝดคนพี่ที่ชื่อจองมยองฮุน ได้ตราสัญลักษณ์รับรองแกงเต้าเจี้ยวมาอย่างที่เรียกว่าง่ายดาย ตามมาติดๆ ด้วยตราของแกงกิมจิ… บุคคลระดับดังกล่าว วันนี้ยังคงมาที่สาขารองและยังคงอ้อนวอนไม่หยุดปาก

“ขอโอกาสสักหน่อยให้ผมทำงานในครัวไม่ได้เหรอครับ ไม่ต้องมีค่าแรงก็ได้”

“ทำไมล่ะครับ ปกติก็ทำได้ดีออก แถมครัวทางนั้นเองก็มีไม่ใช่หรือครับ”

มยองฮุนระเบิดความกังวลทันที

“ที่จริงมีอาหารหลายอย่างที่ผมทิ้งกลางคันระหว่างฝึกทำครับ ถ้าไม่มีน้ำสต็อกหรือซอสชนิดพิเศษของเถ้าแก่ รสชาติก็ออกมาไม่ได้เรื่องเลย มันยังอยู่ในขั้นตอนก่อนที่จะสามารถเปิดแฟรนไชส์ได้…”

เหมือนต้องการจะบอกเป็นนัยว่า มาถึงจุดนี้แล้วเขาอยากจะฝึกฝนต่อไปไม่อยากทิ้ง อีกอย่าง ฮันอุลสาขารองตอนนี้ก็ออเดอร์ล้นจนไม่รู้จะล้นอย่างไร หากได้มยองฮุนซึ่งรอสอบเอาตราสัญลักษณ์รับรองเข้ามาช่วย อย่างน้อยครัวก็จะกลายเป็นสถานที่ฝึกมือให้เขาได้ กยองฮาเองคิดแล้วรู้สึกน่าสนใจ ถึงไม่ได้มาขอร้องเช่นนี้ ร้านก็ต้องการคนเพิ่มอยู่พอดี

“ทราบอยู่แล้วหรือเปล่าครับว่าผมมีเงื่อนไขบางอย่าง อาจจะไม่มีเวลาให้คำแนะนำได้มากเท่าไหร่”

กยองฮาผู้ซึ่งมีงานอัดรายการด้วยในเวลาเดียวกันถาม และมยองฮุนผู้ซึ่งไม่ได้รู้เรื่องด้วยก็ยังตอบรับด้วยการพยักหน้าแรงจนแทบมีเสียงดังออกมา

“ถ้าผมหวังขนาดนั้น ต้องเรียกผมว่าหน้าไม่อายแล้วล่ะครับ ตามที่เรียนให้ฟังเลยคือขอแค่ให้โอกาสผมได้ทำงานในครัวก็พอใจแล้วครับ”

“งั้นคงต้องช่วยล้างจานด้วยนะครับ โอเคหรือเปล่า”

“จัดไปครับ!”

“ดีครับ งั้นเริ่มงานกันเลย สะดวกเริ่มตั้งแต่วันไหนครับ”

“ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเริ่มวันนี้เลยครับ”

***

เมื่อมีคนเข้ามาเพิ่ม บรรยากาศในครัวจึงคึกคักยิ่ง

“คุณมยองฮุน รบกวนล้างจานกองนั้นด้วยนะคะ”

“อ้อ ครับ! จะล้างเดี๋ยวนี้ครับ!”

ในอดีต ไม่ว่าเขาจะเคยอยู่ในตำแหน่งไหนมา ตอนนี้เขาก็เป็นเพียงน้องใหม่เท่านั้น มยองฮุนตั้งใจรับผิดชอบหน้าที่ให้ดีที่สุด เขาจึงกระตือรือร้น เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แม่ของด็อกโฮทำหน้าประหนึ่งว่า ฉันรอดชีวิตแล้ว

‘ค่อยมีเวลาหายใจหายคอหน่อย แค่มีคนเพิ่มคนเดียวนี่ดีขนาดนี้เลยเหรอ…’

ฮเยจีเองก็ได้โอกาสทำอาหารมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากความ ขณะมยองฮุนเริ่มล้างจาน เขาก็สังเกตเห็นฮเยจีที่วิ่งมายกกระทะซึ่งล้างและผึ่งแห้งดีแล้วไปตั้งไฟที่เตา

‘ตั้งแต่หยิบวัตถุดิบออกมาหั่น วิธีการใช้มีดไม่ธรรมดาเลย… วิธีกลิ้งน้ำมันบนกระทะก็เหมือนกัน ปริมาณเครื่องปรุงรสที่กะๆ เอานั่นก็เป๊ะมาก’

มยองฮุนจับตามองฮเยจีที่กำลังทำอาหารอยู่ห่างๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว ท่าทางเหมือนแข็งค้างโดยอัตโนมัติ นานเข้าแม่ของด็อกโฮก็หันมาโวยวาย

“ตายแล้ว คุณมยองฮุน ช่วยล้างจานเร็วหน่อยได้ไหมคะ นิ่งอึ้งอยู่แบบนั้นจะล้างไม่ทันเอานะ เดี๋ยวงานมันจะมาเข้าที่คนทำอาหารน่ะสิคะ…”

ได้ยินดังนั้น มยองฮุนจึงรีบร้อนขยับมืออีกหน

…………………………

[1] มาดังซเว เป็นเรื่องราวของชนชั้นไพร่ที่ตายในช่วงสงคราม เขาลุกขึ้นจากหลุมศพในวันรวมญาติพร้อมความแค้นเคืองต่อการบริหารของทางการ เนื่องจากความยากจนยังคงส่งผ่านไปถึงรุ่นลูกหลานไม่ได้รับการช่วยเหลือ มาดังซเวมองไปยังหลุมศพข้างๆ และเห็นอาหารอุดมสมบูรณ์มากมายกองอยู่ เขาจึงเคาะหลุม ปรากฏว่าที่ออกมาคือผีข้าราชการขี้ฉ้อซึ่งยังสุขสบายเหมือนเมื่อตอนมีชีวิต มาดังซเวปรี่เข้าไปจับตัวไว้ ผีในหลุมอื่นๆ ที่ตายอย่างไม่เป็นธรรมก็ออกมาช่วยกลุ้มรุม ผีข้าราชการขี้ฉ้อจึงได้ร้องขอให้ปล่อยตน มาดังซเวลั่นปากให้ลูกหลานขี้ฉ้อมาขอโทษพวกเขาก่อนจึงจะยอมปล่อยไป

[2] เคต็อก คือแป้งต็อกแบบหยาบ สำนวนหมายถึงของถูกๆ ของไม่ดี สกปรก

[3] ชัลต็อกเป็นแป้งต็อกเนื้อดีจะหมายถึงของที่ละเอียดเข้ากันได้ น่าเชื่อถือหรือมีราคา

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset