📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 58

บทที่ 58
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ฮันอุลไม่ใช่ว่าไม่เคยต้อนรับชาวต่างชาติมาก่อน

ลูกค้าต่างชาติที่ชื่นชอบอาหารเกาหลีมีอยู่ไม่น้อย ทั้งกลุ่มที่อาศัยอยู่ในเกาหลี และกลุ่มที่เป็นนักท่องเที่ยว ทว่า หนุ่มฝรั่งผู้นี้คือหนึ่งในชาวต่างชาติที่ประหลาดจนเรียกได้ว่าโดดเด่น

‘ทำพวกรายการทีวีหรือเปล่านะ’ กระทั่งกยองฮายังสงสัยแบบเดียวกับทุกคน

เนื่องจากลูกค้าที่พูดอะไรมากมายก่อนกินข้าวเช่นนั้นมีให้เห็นไม่บ่อย หนุ่มฝรั่งมาที่ร้านสาขาสองในวันถัดมา และวันถัดๆ มาติดต่อกัน เลือกออเดอร์อาหารที่เขายังไม่เคยลอง

“จานนี้เรียกว่า บิบิมบับครับ มีผักมากมายหลายชนิดโปะบนข้าวสวย เราจะคลุกทั้งหมดให้เข้ากับโคชูจังซึ่งแน่นอนว่าเป็นซอสสีแดงตามเคยครับ”

แม่ของด็อกโฮตั้งฉายาให้ฮเยจีว่า ‘ผู้รอบรู้ภาษาอังกฤษ’ตอนนี้ฮเยจีกำลังแปลสิ่งที่หนุ่มฝรั่งพูดโดยเสริมอรรถรสดัดเสียงเลียนแบบให้ด้วย แต่คำอธิบายชักจะสั้นลงๆ ดูท่ารสชาติคงดึงให้เขาตกหลุมความอร่อยไปเสียแล้ว

“ฮ่าๆ ผมเริ่มกินคำแรกเมื่อไหร่ คำพูดจะน้อยลงเรื่อยๆ นะครับ มันอร่อยขนาดนั้นเลยล่ะ เรียกได้ว่าถูกพรากสติไปครึ่งหนึ่งก็ว่าได้ สำหรับท่านไหนที่ชื่นชอบอาหารเกาหลีแนะนำว่าต้องมาโดนสักหนครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน ยืนยันได้เลยว่าคุณภาพคับจานยิ่งกว่าราคา ยอดเยี่ยมกว่าบิบิมบับราคาสามสิบห้าเหรียญที่ผมกินในโรงแรมเมื่อวานอีก ที่นี่ขายห้าพันวอน ราคาไม่ถึงห้าเหรียญด้วยซ้ำครับ”

เขามองถ้วยข้าวว่างเปล่าด้วยแววตาบ่งบอกความเสียดาย เอ่ยปากถามซุนกุกตรงๆ ไม่อ้อมค้อม

“ขอโทษนะครับ ถ้าไม่เป็นการเสียมารยาทเกินไป ขอพบเชฟที่ทำบิบิมบับถ้วยเมื่อกี้หน่อยจะได้ไหมครับ”

กล้องปิดไปแล้วแปลว่าเขาอยากพบเป็นการส่วนตัว แถมยังถามออกมาเป็นภาษาเกาหลีที่ลื่นไหลเสียด้วย…

ซุนกุกเข้ามาแจ้งกยองฮาในครัวว่า หนุ่มฝรั่งต้องการพบ

“พี่ครับ ฝรั่งคนนั้นบอกว่าอยากคุยกับพี่แป๊บหนึ่ง เอาไงดีครับ”

“ให้เขามาอีกทีตอนเย็นช่วงที่เราว่างกว่านี้แล้วกัน บอกไปว่าตอนนี้ออเดอร์เยอะมากคงไม่สะดวก”

ซุนกุกกลับไปบอกตามนั้น หนุ่มฝรั่งตอบรับว่าเข้าใจแล้วพลางลุกขึ้นจากโต๊ะช้าๆ ก่อนจะออกไป

ตลอดทั้งวัน ร้านยังคงยุ่งเหมือนเช่นปกติ ด้วยจำนวนลูกค้าซึ่งล้นทะลักจนพนักงานหัวหมุน ครั้นถึงตอนค่ำใกล้เวลาเลิกงานและร้านกำลังจะปิด หนุ่มฝรั่งก็กลับมาอีกครั้ง

“ไม่แน่ใจว่าจำผมได้ไหม ผมคือคนที่ขอนัดไว้เมื่อช่วงเช้าครับ อยากขอพบคนที่ทำบิบิมบับให้ผมทานหน่อย ไม่ทราบว่าพอเป็นไปได้ไหมครับ” เขานอบน้อมมีมารยาทอย่างยิ่ง

“ผมเองครับ คนทำบิบิมบับ” กยองฮาตอบ

หนุ่มฝรั่งแสดงท่าทีอยากจับมืออย่างโจ่งแจ้งไม่เคอะเขิน

“ผมชื่ออันโตนิโอ มาทานอาหารที่นี่หลายวันแล้ว อร่อยมากๆ ครับ ตั้งแต่ผมกินอาหารเกาหลีมา กล้าบอกเลยว่าที่นี่ทำได้ยอดเยี่ยมที่สุด”

“ขอบคุณครับ ชมเกินไปแล้ว พูดภาษาเกาหลีเก่งมากเลยนะครับเนี่ย”

“ผมเคยมีแฟนเป็นคนเกาหลีครับ แม้เธอจะนอกใจผมไปนานแล้วก็เถอะ… เอาเป็นว่า ผมเรียนภาษาเกาหลีตอนนั้นแหละครับ”

“อย่างนี้นี่เอง”

ระหว่างที่คุยโต้ตอบกันไปมา เขาก็เลื่อนสายตาไปหยุดที่ห้องครัวด้านหลังกยองฮา

“ผมเป็นเชฟเหมือนกันครับ ปกติทำอาหารอิตาเลียน จะเสียมารยาทเกินไปไหมครับถ้าผมอยากจะขอชมบรรยากาศการทำครัวสักหน่อย”

กยองฮาไม่มีเหตุผลที่จะทำตัวเย็นชาใส่เขา ในครัวไม่ใช่ห้องแห่งความลับ ไม่ได้มีอะไรแอบซ่อนไว้อยู่แล้ว

“เชิญเลยครับ ตามสบาย”

เมื่อได้รับอนุญาต อันโตนิโอก็เข้าไปชมห้องครัวเสียละเอียดยิบ แต่กลับไม่พบเครื่องครัวชั้นเยี่ยมแต่อย่างใด

เขาสนอกสนใจการปรุงอาหารเกาหลีมานานพักใหญ่แล้ว ความที่อันโตนิโอเป็นเชฟ เขาจึงมีความสงสัยและอยากรู้อยากเห็นไม่น้อย มีโอกาสได้สัมผัสอาหารเกาหลีเมื่อใดเป็นต้องให้ความสนใจเรื่องในครัวทุกที

‘ดูด้อยกว่าร้านอาหารเกาหลีเฉพาะทางที่เคยไปมาชัดเจนมากเลย นี่ปรุงอาหารรสชาติดีขนาดนั้นออกมาในสภาพแวดล้อมแบบนี้หรือเนี่ย’

จริงอยู่ที่รสชาติอาหารแท้ๆ จะออกมาจากฝีมือพ่อครัว แต่พวกเครื่องครัวเองก็ส่งผลชนิดที่ไม่อาจมองข้ามได้เหมือนกัน อันโตนิโอให้คะแนนกยองฮาสูงยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อวิเคราะห์จากมุมดังกล่าว หลังจากเดินดูจนพอใจ เขาก็ยื่นนามบัตรของตัวเองให้กยองฮาทันที

“ผมอยากสนิทกับคุณจังครับ”

***

กยองฮาแวะมาที่สาขาหลักหลังปิดร้าน

เขาเล่าเหตุผลคร่าวๆ ว่าทำไมถึงมาสายเกินเวลานัดคำนวณบัญชีร้าน แม้จะเข้าใจเรื่องทั้งหมด แต่อันอิลเทก็ยังคงหยิบยกบางประเด็นมาพูดก่อนจะข้ามไปเรื่องอื่น

“ปกติคนอิตาลีหรือคนฝรั่งเศสมักจะชอบทำอะไรโอเวอร์ๆ หน่อยน่ะนะ”

“การแสดงความรักก็เหมือนกันค่ะ ว่ากันว่าโจ่งครึ่มเปิดเผยไม่เบาจริงๆ”

กยองฮาสบตากับผู้ใหญ่วัยกลางคนคู่นี้ แววตาคมกล้าของชินยองฮีทำเอาเขาชักจะกดดัน ส่วนอันอิลเทหลุบตาลงต่ำเงียบๆ ส่งเสียงกระแอมไอ

“อะฮึ่ม ยังไงก็เถอะ ตลกดีนะ เพิ่งเจอหน้าก็บอกว่าอยากสนิทด้วยเสียแล้ว… คบหาสนิทสนมกันเร็วเกินไปไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะ”

“มันก็ไม่เชิงว่าจะเป็นเรื่องเสียหายไปซะทั้งหมดหรอกค่ะ แค่ทิ้งระยะห่างไว้หน่อยเดี๋ยวเวลาผ่านไปก็คงจะจืดจางไปเองนั่นแหละ”

กยองฮาสงสัยอยู่ลึกๆ ว่าทำไมบทสนทนาถึงออกมาเป็นทำนองนี้ได้

ออกทะเลไปไกลแล้วไหมนี่ บัญชีร้านยังกองอยู่อย่างเดิมเลยนะ

“ก็จริง แล้วถ้าไม่รู้ตื้นลึกหนาบางหรือรู้จักกันไม่ดีพอนะ ถมเถไปที่คบกันได้ไม่เท่าไหร่ก็แยกย้าย” อันอิลเทพูดต่อ

“อืม ฉันพอจะเข้าใจค่ะ” ชินยองฮียกมือจับปอยผมทัดไว้หลังหูแบบเรียบร้อย

“ผมไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาตรงไหนนะครับกับการที่ลูกผู้ชายด้วยกันบอกว่าอยากสนิทสนมกันให้มากกว่านี้ ไม่ใช่สาวที่ไหนเสียหน่อย แล้วเขาก็เป็นเชฟเหมือนกันคบหาสนิทกันก็น่าจะได้ไม่ใช่เหรอครับ”

ประโยคนี้ของกยองฮาทำเอาทั้งคู่สะดุ้งเฮือก

“อะ อ้าว ไม่ใช่ผู้หญิงหรอกเหรอ”

อันอิลเททำเป็นไก๋ ตีหน้าเนียน ชินยองฮีรีบเป็นลูกคู่เข้าช่วยสนับสนุน

“โฮะๆ ฉันเหมือนจะไม่ได้ยินนะคะว่าเป็นผู้ชาย”

“ผมเล่าแล้วนะครับ ที่บอกว่าเป็นฝรั่งผู้ชายชื่ออันโตนิโอ… ชื่ออันโตนิโอแต่เป็นผู้หญิงคงตลกไปหน่อยล่ะครับ”

อันอิลเทอ้างโน่นนี่พอหอมปากหอมคอ จากนั้นก็หัวเราะร่า

“ฉันคงแก่แล้วล่ะมั้งนี่ ความจำชักจะสั้นลงๆ ฮ่าๆๆ”

“นั่นสิคะ หรือไม่อย่างนั้นคงเป็นเพราะเราฟังไม่ดี หลุดประเด็นสำคัญไปเฉยเลย โฮะๆๆ”

กยองฮาได้กลิ่นทะแม่งๆ บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนดูพิลึกพิลั่นบอกไม่ถูก

‘อย่าบอกนะว่าแอบคบกันอยู่?’

***

ผมเผ้าผิดแผก ดวงตาสีสันแปลกประหลาด

เป็นภาพที่พักนี้พบเห็นได้บ่อยๆ ในร้านฮันอุลสาขารอง

“พี่ ลูกค้าต่างชาติมากันเพียบเลย อัตราส่วนต่างจากเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด ก่อนหน้าไม่เห็นเยอะแบบนี้เลยนะครับ” กยองฮาพยักหน้าตอบรับ สาขารองเคยต้อนรับลูกค้าต่างชาติอยู่บ้างเหมือนกันแต่ไม่มากจนสังเกตได้เท่าตอนนี้ ด้วยความที่นานๆ ทีจะมีชาวต่างชาติแวะเวียนเข้ามาสักหนหนึ่ง

ทว่า ปัจจุบันสัดส่วนแทบจะเป็นสี่ต่อหนึ่งแล้ว ลูกค้าเกาหลีนับเป็น 80% และลูกค้าต่างชาติ 20% เลยทีเดียว

ลูกค้าสาวชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่งผลักประตูร้านเข้ามายืนด้านเมื่อถึงคิวตน

“ร้านอาหารเกาหลีที่อันโตนิโอแนะนำไว้หนักมากกกคือที่นี่สินะ”

“อื้ม เขาว่างั้นนี่”

ไม่แปลกเลยที่คนจะเข้าใจว่าฮันอุลคือร้านอาหารเกาหลีเฉพาะทาง แม้จะใช้ชื่อว่าเป็นร้านตามสั่ง แต่เมนูส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารเกาหลีอยู่ดี ลูกค้าต่างชาติที่ได้ชิมอาหารล้วนพอใจ ออกปากชื่นชมจนได้ยินไปทั่วร้าน

“อร่อยจริงๆ ด้วย อร่อยจนแทบนึกไม่ออกเลยว่าที่กินอยู่นี่คือเมนูเดียวกับที่เคยกินร้านอื่น”

“มันอร่อยขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย”

“โอ้! มายก้อด”

ประทับใจถึงขนาดต้องตะโกนว่า ‘โอ้! มายก้อด’ เลยเหรอ

“อร่อยจนร้องหาพระเจ้าเหรอนั่น” มินซูพูดคนเดียว แต่ซองช่อลดันได้ยินด้วย

“น่าจะเป็นคำอุทานที่คนต่างชาติเขาใช้กันติดปากมากกว่านะ ตอนดูหนังก็ได้ยินบ่อยๆ นี่ คิดซะว่าความหมายเดียวกับ ‘ตกใจมาก’ อะไรทำนองนั้นก็พอ”

“งี้นี่เอง” novelgu.com

ชาวต่างชาติที่มายังฮันอุลสาขารองมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือ ทุกคนเป็นพวก ‘คลั่งอาหารเกาหลี’

“ต่อไปคงต้องมาร้านนี้เท่านั้นแล้วล่ะมั้ง อร่อยขนาดนี้จำไม่ได้เลยว่าเมื่อก่อนกินอะไรไปบ้าง”

“เหมือนกันเลย แถวจะยาวหรือไม่ก็ช่าง ยังไงอาหารก็ใช้เวลาทำแป๊บเดียว”

ที่พูดเช่นนั้น เพราะเขารู้สึกว่าอาหารแถบยุโรปหรือทางตะวันตกใช้เวลาในการปรุงค่อนข้างนานเป็นเรื่องปกติ ซึ่งตรงกันข้ามกับที่นี่ จับเวลาตั้งแต่เลือกเมนูจนกระทั่งอาหารออกมาเสิร์ฟ ทั้งหมดกินเวลาสิบห้านาทีไม่มีเกิน หลายคนที่อิ่มแล้วจะทำท่าทางชะเง้อชะแง้ไปที่ครัว

‘อยากเห็นหน้าเชฟจัง แต่ยุ่งขนาดนี้อาจจะเสียมารยาทก็ได้’

ลูกค้าผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปเช่นนั้น ทีละหนึ่งโต๊ะ สองโต๊ะ

ระหว่างนี้กยองฮาก็อุทิศแรงกายทำหน้าที่ปรุงอาหารอย่างเงียบๆ อยู่ในตำแหน่งของเขา ออเดอร์ไหลบ่าเข้าสู่ครัว พนักงานอีกสองคนจึงมือไม้เป็นระวิงไม่แพ้กัน

“ฮเยจีจ๊ะ ถ้าหนูพอไหว ต้มบะหมี่ให้หน่อยได้ไหม”

“ได้ค่ะ!”

ฮเยจีนับว่าเข้าสู่เส้นทางการทำอาหารแล้ว แม้จะยังไม่เป็นทางการ

บะหมี่หรือรามยอนนี้คือจุดเริ่มต้นของเธอ

กยองฮารับรู้ทุกอย่าง แต่ตัดสินใจปล่อยผ่าน ไม่ได้มีแค่หนสองหนที่เขาเห็นฮเยจีกระตือรือร้นอยากทำอาหารอย่างจริงจัง เธอคอยตามเขาต้อยๆ อยู่ข้างหลัง พลางส่งเสียงอุทานว่า “ว้าว!”

มีบ้างที่เขารู้สึกลำบากใจ แต่ไม่ใช่ทุกครั้งหรอก

‘ลูกสาวบ้านไฮโซแบบนั้นจะให้ล้างจานอย่างเดียวไปตลอดคงไม่ดี ว่าแต่ ต้มบะหมี่ต้องกะน้ำให้เป๊ะหน่อยนะ จะทำได้ไหมล่ะนั่น’

ได้ยินเสียงแม่ของด็อกโฮดังมาจากหลังฉากกั้น และคำชมนั้นก็สลายความกังวลเขาในทันที

“อุ๊ยตาย กะปริมาณน้ำยังไงจ๊ะ พอดีมากเลย ไม่ใช้ถ้วยตวงด้วย เก่งจัง”

“แหะๆ”

ฉับพลัน มือถือกยองฮาก็ดังขึ้น

[พี่ ขอบะหมี่เย็นคลุกซอสหกที่ได้ไหมคะ]

***

รถตู้ซึ่งเปิดไฟขอทางฉุกเฉินหยุดล้อจอดบนไหล่ทางอย่างน่าหวาดเสียว ผู้จัดการฮันกังช่อลขับขึ้นเกยด้านข้าง ก่อนจะรีบพุ่งตัวเข้าไปยังฮันอุลสาขารอง ด้วยตารางวันนี้ยังคงเหมือนทุกๆ ครั้ง สาวๆ งานรัดตัวเสียจนเขาต้องทำทุกอย่างแบบประหยัดเวลาให้มากที่สุด อย่างน้อยหนึ่งนาที หรือหนึ่งวินาทีก็ยังดี

“บะหมี่เย็นคลุกซอสที่สั่งไว้ได้ครบหรือยังครับ”

อีเวนท์วันนี้จัดที่ห้างสรรพสินค้าและอยู่บนทางผ่านร้านฮันอุลพอดี โชคเข้าข้างเหลือเกินที่จีฮยอนสามารถออเดอร์ล่วงหน้าผ่านทางโทรศัพท์ได้ ซุนกุกรับบะหมี่เย็นคลุกซอสที่ห่อเรียบร้อยจากครัวออกมายื่นส่งให้แบบลับๆ

“นี่ครับ”

“ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ”

“สามหมื่นหกพันวอน แต่เถ้าแก่บอกให้เก็บแค่สามหมื่นพอครับ”

ฮันกังช่อลส่งสายตาขอบคุณไปทางครัว กยองฮาพยักหน้าตอบขรึมๆ ครั้นฮันกังช่อลชำระค่าอาหารหอบหิ้วถุงออกจากร้านไปแล้ว ซองช่อลก็ถามซุนกุกด้วยความสังสัย

“หือ? ไหนว่าร้านเราไม่รับห่อกลับบ้านไงครับ”

ซุนกุกยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง

“ชู่ว! รู้แล้วเหยียบไว้ล่ะ ทุกกฎย่อมมีข้อยกเว้น”

***

ในรถตู้อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความประทับใจ

“โอ๊ยพี่ ไอ้นี่อร่อยโคตรๆ เลยค่ะ!” ยอนจอง น้องเล็กแห่งวงพริตตี้เกิร์ลเปิดปากพูดขึ้นมาเป็นคนแรก

ทำเอาฮันกังช่อลต้องปรายตามองผ่านกระจกส่องหลัง

“ท่านประธานเตือนแล้วไม่ใช่รึว่าไม่ให้ใช้คำพูดแบบนั้น”

“ขอโทษค่ะ มันอร่อยเกินไป ก็เลย…”

เมื่อเมมเบอร์ที่เหลือได้ลิ้มรสบะหมี่เย็น ทุกคนล้วนมีปฏิกิริยาเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน

“อร่อยมากอร่อยจริงอะไรจริง”

“ฉันจะร้องไห้แล้วนะ”

นี่คือบะหมี่เย็นคลุกซอสพิเศษฉบับเชฟที่ได้มาแบบพิเศษๆ

เมมเบอร์พริตตี้เกิร์ลจำเป็นต้องเข้าโปรแกรมไดเอ็ตอยู่ตลอด ด้วยเหตุนี้จะไม่ให้หวนกลับไปนึกถึงอาหารธัญพืชฝืดเฝื่อนที่เคยกินก็คงไม่ได้ ความเศร้าในใจพวกเธอพลุ่งพล่าน ต่างก็ค่อนขอดว่ามีของอร่อยขนาดนี้ทั้งทีทำไมต้องให้กินแต่ของพรรค์นั้นด้วยหนอ

บะหมี่เย็นคลุกซอสที่เคี้ยวอยู่ในปากเรียกความสุขให้มาปรากฏตรงหน้า ยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งเพลิน ความสุขใจเช่นนี้ไม่ต้องมาแบ่งแยกแล้วว่าของฉันหรือของเธอ มันผลิบานแย้มออกมาบนใบหน้าจนหมด กว่าแต่ละคนจะตั้งสติได้ บะหมี่เย็นคลุกซอสก็หายวับไปแล้ว พริบตาเดียวเท่านั้นเอง

“อะไรเนี่ย เพิ่งกินไปไม่เท่าไหร่ หมดแล้วเหรอ”

“บะหมี่เย็นพิเศษก็จริง แต่ฉันขอให้เขาทำน้อยหน่อย จะกินโดยไม่สนใจแคลอรี่ได้ยังไง”

ว่าแล้วไม่มีผิด สุดท้ายปัญหาก็คือแคลอรี่ หน้าชื่นตาบานกันได้เพียงครู่เดียว พริตตี้เกิร์ลก็กลับมาหน้าหงอยอีกครั้ง จีฮยอนและซอนมีซึ่งวัยเดียวกันหันกลับไปมองร้านฮันอุลสาขารองทางด้านหลังที่เริ่มเห็นเลือนราง พูดเบาๆ กับตัวเอง

“อย่างน้อยเมื่อกี้ก็มีความสุขมากเลยนะ”

มันอร่อยขนาดไหนกันถึงทำให้พูดแบบนั้นได้ ฮันกังช่อลดันถ้วยบะหมี่ของตัวเองไปทางสาวๆ

“ไม่ต้องทะเลาะกัน เอ้า ให้กินเพิ่มได้อีกคนละหน่อย”

ไม่มีเมมเบอร์คนไหนไม่ซาบซึ้งใจ

“พี่…”

“รีบรับไปเร็วๆ เลย ฉันขับรถอยู่”

เสียงกรี๊ดกร๊าดขณะแบ่งบะหมี่เย็นคลุกซอสตอกย้ำให้เห็นว่าแต่ละคนยังเป็นเด็กน้อยกันอยู่จริงๆ

ฮันกังช่อลอมยิ้ม

‘ยัยเด็กพวกนี้ี่ มันดีขนาดนั้นเลยเหรอ ดูจะดีใจยิ่งกว่าตอนได้ของขวัญจากแฟนๆ อีกนะเนี่ย’

ที่เขายังคิดเช่นนี้ เพราะยังไม่ได้ลิ้มลองบะหมี่เย็นคลุกซอสพิเศษฉบับเชฟนั่นเอง

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset