📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 46

บทที่ 46
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

“กะ กยองฮาทำไมไปอยู่ตรงนั้นล่ะ ระ หรือแค่คนหน้าคล้าย?”

ใบหน้าแม่ของกยองจินเป็นสีเหลืองเข้ม กระทั่งคำพูดยังตะกุกตะกัก

“บอกว่าหน้าคล้ายยังน้อยไปมั้ง เหมือนเป๊ะๆ เลยไม่ใช่เหรอ”

สิ้นคำพูดแม่ของอึนช่อล อียองซุกก็ค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้ทีวี

‘ใช่กยองฮาจริงๆ นะนั่น’

เอาน้ำล้างตา ขยี้ซ้ำ แล้วมองอีกกี่หนก็ยังเหมือนเดิม

จนถึงเดี๋ยวนี้ ต่อให้มีใครบอกว่านั่นคือลูกชายเธอก็ไม่มีทางดูออก แน่นอนอยู่แล้วว่าเพราะเขาสวมหน้ากาก อีกทั้งภาพลูกชายทำอาหารยังเป็นอะไรที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว

[ในที่สุด ตัวตนแท้จริงของคุณราชาอาหารตามสั่งก็ได้เปิดเผยออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ! มีหลายคนเหลือเกินที่สงสัยใคร่รู้ รบกวนช่วยแนะนำตัวสั้นๆ หน่อยจะได้ไหมครับ]

[ครับผม… โกกยองฮาครับ ทำร้านอาหารตามสั่งอยู่ในกรุงโซล ย่าน xx ครับ]

ท่ามกลางเสียงปรบมือดังกระหึ่ม คำตอบที่ออกมาเป็นชุดจากปากราชาอาหารตามสั่งก็ค่อยๆ ตอกย้ำความมั่นใจ สตรีทั้งสามนางยังคงนิ่งอึ้งสมองตื้อตัน

“คุณพระ… กยองฮาเรียนทำอาหารตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอเคยสอนเหรอ” แม่ของอึนช่อลถาม

สีหน้าของอียองซุกดูตระหนก เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ

โจซองจูยังคงดำเนินรายการต่อไป

[สัปดาห์นี้ต้องจบการศึกษากิตติมศักดิ์แล้วนะครับ จนถึงปัจจุบันเขาคว้าชัยชนะติดต่อกันมาได้ถึงสิบครั้ง นับเป็นเวลาทั้งหมดยี่สิบสัปดาห์ทีเดียว รู้สึกอย่างไรบ้างครับ]

อียองซุกตกใจมากจริงๆ ขนาดน้ำแก้วเดียวที่ยกจรดปากยั่งสั่นตามแรงมือ

กระนั้นสายตาก็ไม่ยอมละไปจากจอทีวีแม้ชั่วขณะ แม่ของอึนช่อลแม้จะเห็นสภาพแล้ว แต่ก็เก็บความตื่นเต้นระทึกใจไว้ไม่อยู่ จับตัวอียองซุกเขย่าไปมาทั้งหน้าทั้งหลัง

“นี่ แม่กยองฮา โทรฯ หาลูกชายดูหน่อยเร็ว”

“อะ ออกอากาศอยู่นะ”

“นั่นเขาอัดไว้ล่วงหน้า ไม่รู้หรือไง”

จริงสิ ได้ยินว่ารายการคิงออฟแมสก์เชฟไม่ใช่รายการสด สมองเริ่มกลับมาใช้ความคิดได้บ้างแล้ว อียองซุกทำท่าจะหยิบมือถือแต่แล้วก็ชะงัก

‘ถึงขนาดได้ออกอากาศ อย่างนั้นตอนนี้คงยุ่งมากแน่ โทรฯ ไปแล้วจะกลายเป็นรบกวนหรือเปล่านะ’

แม่ของอึนช่อลอยากแสดงให้รู้ว่าตัวเองคือ ‘แฟนตัวยง’จึงเอาแต่รบเร้าอียองซุกไม่หยุด

“ทำอะไรอยู่ ยังไม่รีบโทรฯ อีก”

ทว่า สายที่กว่าจะตัดสินใจโทรฯ ออกได้ กลับไม่มีผู้รับ

[หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ คู่สายกำลังอยู่ระหว่างสนทนา กรุณาลองใหม่อีกครั้ง ตื๊ด…]

“… สังสัยติดสายอื่นอยู่”

แม่ของอึนช่อลพยักหน้าทำทีว่า นี่เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

“จริงสิ รอบข้างน่าจะกระหน่ำแย่งกันโทรฯ หาเขาอยู่แน่ๆ”

วินาทีนี้ ใครบางคนนึกอยากเสาะหารูหนูสักแห่งแล้วมุดตัวเข้าไปซ่อนยิ่งนัก… แม่ของกยองจินนั่นเอง

เมื่อครู่เธอยังอวยลูกชายจนไส้แทบแตกอยู่เลย แถมยังพยายามกดกยองฮาให้ดูด้อยไปอีก

‘ไม่อวดก็แล้วไป… กลายเป็นหิ่งห้อยสู้แสงอาทิตย์ไปเสียนี่…’

ต่อให้ลูกชายมีตำแหน่งรับราชการในสถานที่ใหญ่โต มีหรือจะอาจหาญไปเทียบกับราชาอาหารตามสั่งที่เปรียบเสมือนขวัญใจไอดอลของเหล่าแม่บ้าน

การออกอากาศนั้นทรงอิทธิพลและเรียกผลกระทบได้มหาศาล

ไม่ต้องพูดถึงว่า กยองฮาในคราบราชาอาหารตามสั่งขณะนี้กำลังได้รับความนิยมล้นหลามเพียงไหน เขาเรียกความสนใจได้อยู่หมัดจากการเอาชนะติดกันสิบรอบรวด กระทั่งสามารถจบการศึกษากิตติมศักดิ์ได้… อย่างนี้แล้วยังจะเอาอะไรไปค่อนแคะได้อีก

แม่ของกยองจินนั่งห่อไหล่อยู่เช่นนั้นเนิ่นนาน

***

ณ ร้านฮันอุลสาขาหลัก

“ตายจริง ราชาอาหารตามสั่งคือคุณกยองฮานี่เอง”

เขาเจอควันหลงของกระแสตอบรับไม่น้อยทีเดียว เพราะคนที่เดาความจริงออกมีไม่กี่คนเท่านั้น และผู้ที่คาดเดาตัวตนเขาได้ มีเพียงชินยองฮีที่เคยทำงานในครัวร่วมกัน และเถ้าแก่อันอิลเท รวมแล้วสองคนถ้วน

ทั่งคู่เริ่มจากการจับสังเกตวิธีใช้มีด ลักษณะของวัตถุดิบที่เลือก และท่าทางต่างๆ ระหว่างทำอาหารของราชาอาหารตามสั่ง ซึ่งทั้งหมดให้ความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่า น่าจะใช่กยองฮาจริงๆ แต่ที่ไม่แสดงออกว่ารู้ เนื่องจากในใจต้องการเคารพความตั้งใจจะรักษาความลับของเจ้าตัวนั่นเอง

กริ๊ง กริ๊ง!

อันอิลเทลุกจากที่ ขยับไปรับโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์

“ร้านฮันอุลครับ”

[คุณโกกยองฮาอยู่ไหมครับ]

ปุบปับไม่พูดพล่ามก็ถามหากยองฮาก่อนเลย

“ไม่อยู่ครับ”

[อ้าว ไหนบอกว่าชื่อร้านฮันอุล]

“ร้านฮัลอุลถูกต้องครับ แต่ที่นี่เป็นสาขาหลักก็เลย…” ปลายสายถูกตัดทิ้งอย่างไร้มารยาทในทันที

‘รู้ได้อย่างไรเนี่ย กยองฮาไม่ได้พูดชื่อร้านอาหารเลยไม่ใช่เหรอ…’ อันอิลเทเริ่มวิตก

สมาชิกในร้านก็เพิ่งจะได้ดูรายการไปเมื่อครู่นี้ ขณะที่อันอิลเทกำลังหันหลังกลับ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก

“สวัสดีครั…”

[นั่นใช่ร้านฮันอุลไหมคะ คุณกยองฮาอยู่ไหมคะ]

“เอ่อ ‘ทานโทษนะครับ กยองฮาไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่…”

กริ๊ก

นั่นร้อนใจหรือไร้มารยาท?

อันอิลเทไม่สบายใจหนักขึ้นทุกที และระหว่างนี้สายเรียกเข้าก็ดังตลอดเวลาไม่หยุดหย่อน น้าจองซุนผู้ช่วยครัวเห็นท่าทางที่เถ้าแก่เล่นมวยปล้ำกับโทรศัพท์แล้วก็ออกปากบ่น

“จู่ๆ ทำไมสายเข้าเยอะขนาดนี้ล่ะคะ”

“สงสัยเพราะรู้ว่าคุณกยองฮาทำงานที่นี่ล่ะมั้งคะ” มียองซึ่งประสาทหูไวเป็นพิเศษตอบ

“เฉลยแค่ชื่อย่านไม่ใช่เหรอ แล้วจะรู้ได้ยังไง”

“ก็ร้านที่ดังที่สุดในย่านนี้ นอกจากร้านเราแล้ว ยังมีที่อื่นอีกหรือคะ”

มียองกล่าวเช่นนั้นด้วยใบหน้าเปี่ยมความมั่นอกมั่นใจ

***

ณ สาขารองเองก็โกลาหลไม่แพ้กัน

เหล่าลูกค้าทั้งหลายกรูกันเข้ามาถึงครัวอย่างมืดฟ้ามัวดิน มองแล้วนึกถึงภาพฝูงซอมบี้อย่างไรอย่างนั้น

“คุณราชาอาหารตามสั่งคะ ถ่ายรูปกับฉันสักรูปสิคะ”

“ขอลายเซ็นหน่อยครับ!”

เหตุการณ์นรกแตกจะเป็นแบบนี้เหมือนกันไหมนะ กิจการแทบจะเป็นอัมพาตอยู่แล้ว

พนักงานในห้องอาหารถูกคลื่นลูกค้ากลืน ซองช่อลนั้นยิ่งอาการหนัก เขาถูกลูกค้าทั้งด้านหลังด้านหน้าเบียดชนิดที่แผ่นหลังกับหัวไหล่รวมถึงใบหน้ากลายสภาพเป็นแผ่นแบนแต๊ดแต๋

“ขอโทษนะครับ… คุณลูกค้าทุกท่าน… ทำแบบนี้… ไม่ได้นะครับ”

ส่วนทางด้านมินซูโดนผลักเข้ามุมมืดไปตั้งแต่แรกแล้ว หมดสิ้นหนทางจะยื่นมือเข้าช่วย เคราะห์ดีที่ยังมีซุนกุกคอยปกปักอารักขาปราการด่านสุดท้ายเอาไว้

‘อ๊าก ดันต่อไปเรื่อยๆ ไม่ไหวแน่ เอายังไงดีวะเนี่ย’

โทรศัพท์บนเคาน์เตอร์ก็ช่างดังหนวกหูอย่างไร้กาลเทศะอะไรปานนี้ พาให้ผู้คนสติหลุดจนแทบอยากแสดงความดุร้ายออกมา

ตอนนั้นเองที่กระดิ่งหน้าครัวส่งเสียง กิ๊งก่อง!

ลูกค้าหน้าตาตื่นทั้งหลายที่แปรสภาพเป็นกองชุมนุมประท้วงพุ่งความสนใจไปยังทิศทางเดียวกัน

“ทั้งลายเซ็นทั้งรูปถ่ายเดี๋ยวผมจัดการให้นะครับทุกท่าน เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยน ขอความกรุณากลับไปนั่งที่ด้วยครับ จะได้ไม่รบกวนการทำงานของเรา” กยองฮาประกาศอย่างเฉียบขาด

แต่เหล่าลูกค้าไม่แม้แต่จะหันมาตามเสียง ทุกคนเพียงแค่หยุดนิ่งชั่วขณะเหมือนโดนกดปุ่มสต๊อป จากนั้น…

“โอ๊ย อย่าสิ! อย่าผลักได้ไหม!”

“ผมเป็นคนผลักเสียที่ไหน ด้านหลังต่างหากที่ดันมา”

ถึงขั้นนี้แล้ว ดูท่าจะต้องเรียกตำรวจ

กยองฮาถอนหายใจ ตรงหน้าดูมืดมิดไปหมด

‘เฮ้อ… เมื่อไหร่จะหมดวันเสียที’

***

วันต่อมา

ผู้คนต่อแถวยาวเหยียดที่หน้าร้านสาขารองตั้งแต่ไก่โห่ ดูเหมือนจะมาเข้าคิวกันทั้งที่ร้านยังไม่เปิด จะกล่าวว่า เวลาส่วนตัวครู่ใหญ่ที่พนักงานทั้งหลายเคยมีช่วงก่อนเปิดร้านสลายหายไปจนหมดก็คงไม่เกินไปนัก

“ผมว่า ผมจะลาออกล่ะครับ”

มินซู หนึ่งในพนักงานฝั่งห้องอาหารเปรยขึ้นมา ไม่รู้ว่าเพราะเขาหน่ายเต็มทนกับผู้คนมากมายหน้าประตูร้านหรือเปล่า หากยังคงสภาพนี้ต่อไป เขาต้องขาดใจตายแน่ๆ

“เถ้าแก่บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะขึ้นเงินเดือนให้” ซองช่อลที่เป็นพนักงานวัยเดียวกันปราม

มินซูมีสีหน้าลำบากใจ

“เงินเรียกคนเหรอ คนต่างหากที่เรียกเงิน ของแบบนี้ไม่เข้าใครออกใคร”

ต่อให้มินซูไม่เกริ่นขึ้นมาเช่นนี้ เจ้าตัวก็บ่นกะปอดกะแปดอยู่หลายหนแล้วว่างานเยอะเกินไป ซุนกุกซึ่งมีสถานะเป็นพี่ย่อมเข้าใจหัวอกเขาดี

‘ทุกคนมีสิทธิ์จะคิดอะไรแบบนี้สักครั้งนั่นแหละนะ’

ฝ่ายกยองฮานั้นถูกทรมานทรกรรมตลอดทั้งช่วงเช้าด้วยสายโทรศัพท์เข้า

“…ยังไม่เคยคิดเลยครับ ขออภัยด้วยครับ” โทรฯ มาด้วยเรื่องการเปิดแฟรนไชส์อีกแล้ว

ตั้งแต่เมื่อวาน สายส่วนใหญ่ที่โทรฯ เข้ามาถาม คือ เรื่องขอเปิดสาขาแบบตัวแทนจำหน่ายเป็นธุรกิจรายย่อย

‘เอาไว้หลังร้านปิด ปัญหานี้คงต้องลองปรึกษาเถ้าแก่ดูแล้วล่ะ’

ขณะที่กำลังคิดเช่นนี้อยู่ แม่ของโบราก็เดินมาเรียกเขา

“เถ้าแก่คะ”

“ครับ?”

“ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ คือว่า… ฉันคงต้องลาออก ถ้าไม่เพราะจำเป็นฉันก็อยากจะทำต่อไปเรื่อยๆ จริงๆ นะคะ แต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไปสามีฉันต้องไปทำงานที่ต่างประเทศยาวหลายเดือน ไม่มีใครช่วยดูลูกคนเล็ก แกยังเล็กเกินกว่าจะส่งไปโรงเรียนอนุบาลเสียด้วย…”

ความลำบากของมนุษย์แม่นั้นเป็นที่ประจักษ์แจ้ง กยองฮาจึงกล่าวรั้งเธอเอาไว้ไม่ลง

“หากจำเป็นอย่างนั้น ก็ช่วยไม่ได้นะครับ เดี๋ยวผมลองหาพนักงานใหม่ดูเอง”

“ขอบพระคุณเถ้าแก่ค่ะ”

“ไม่เป็นไรเลยครับ เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว”

เรื่องที่ต้องแจ้งสำเร็จไปอีกหนึ่งขั้น แม่ของด็อกโฮมองแม่ของโบราแล้วทำท่าเสียดาย

“อุตส่าห์สนิทกันตั้งมากแล้วแท้ๆ เธอไม่อยู่แล้วฉันจะทำอย่างไร”

“มีโอกาสเมื่อไหร่จะแวะมาหาเรื่อยๆ นะ แล้วก็ยังไม่ได้ไปไหนตอนนี้เสียหน่อย จะรีบเสียใจล่วงหน้าไปทำไมคะ”

ระหว่างนั้นมือถือของกยองฮาก็มีสายเรียกเข้าชนิดแทบทำงานทำการต่อไม่ได้

‘ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลออกไปตอนเราไม่ทันระวังหรือเปล่าหว่า ไปรู้มาจากไหนถึงได้โทรฯ มาถูกเบอร์ ขืนเป็นแบบนี้คงไม่ต้องทำงานกันแล้ว… ปิดมือถือทิ้งไปเลยดีกว่า เลิกงานแล้วค่อยว่ากัน’

ที่เขาสงสัยเช่นนี้ เพราะข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ร้านฮันอุลบนอินเทอร์เน็ตมีบอกไว้แค่สาขาหลักและสาขารองเท่านั้น

เขาปิดมือถือยังไม่ทันไร ประตูร้านที่ปิดอยู่ก็ถูกเปิดออก ลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาราวก้อนเมฆจนร้านครึ้มไปหมด ɴᴏᴠᴇʟɢᴜ.ᴄᴏᴍ

“อย่าแซงคิวสิครับ!”

“แซงอะไร กล่าวหาใครยะ!”

ไม่ต่างจากเมื่อวานแม้แต่น้อย ทันทีที่เริ่มกิจการ ร้านก็วุ่นวายหนวกหูขึ้นมาโดยพลัน

กยองฮาถอนหายใจหนักมาก

‘ให้เวลาผ่านไปสักหน่อย คงจะซาๆ ลงบ้างล่ะมั้ง’

***

พายุฝนฟ้าคะนองเข้ามาถล่มร้านแล้วก็จากไป

ลูกค้ากลับไปหมดแล้ว พนักงานฝั่งห้องอาหารยังคงไล่เก็บกวาดทำความสะอาดกันจนไม่มีเวลาลืมหูลืมตา ยอดขายพุ่งสูงทำสถิติใหม่ก็จริง แต่พลังงานร่างกายกลับถูกสูบไปหมดสิ้น

มินซูที่ยกกองจานเปล่าเข้ามาในครัวยิงประโยคในใจออกมารัวๆ ด้วยคิดตกแล้วว่า เขาไม่อาจปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปนานกว่านี้ได้อีก

“เถ้าแก่ครับ ผมคิดรอบคอบดีแล้วว่า ผมคงต้องขอลาออกครับ กรุณาหาคนมาแทนด้วยครับ”

“เหตุผลล่ะ”

คำถามห้วนสั้นทำให้มินซูมีสีหน้าตะลึง นอกจากงานที่ล้นมือจนเกินไปทำให้เขาเหนื่อยเหลือเกิน ก็ไม่ได้มีเหตุผลอื่นใดเหมาะสมพอจะเอามาอ้าง

“เหะ เหตุผลหรือครับ ก็..ก็คือว่างานมันหนักมากเกินไป… เลยคิดว่าจะลองหางานอื่นดูครับ เผื่อจะช่วยเรื่องสุขภาพจิตบ้างอะไรบ้างน่ะครับ”

“ถ้าตั้งใจอย่างนั้นแล้ว ก็คงต้องลองดู” กยองฮาหันหลังกลับ คำตอบเจือความขมขื่น

แม่ของด็อกโฮที่ยังอยู่ที่เดิมไม่ไปไหนต่อว่ามินซูเข้าหนึ่งชุด

“แล้วกัน นี่แม่ของโบราก็แจ้งว่าจะลาออก เถ้าแก่คงต้องไม่สบายใจเอามากๆ เรื่องนี้จำเป็นต้องพูดวันนี้ให้ได้เลยหรือไง ฮึ?”

“คุณน้าแม่โบราก็จะลาออกเหมือนกันเหรอครับ”

“เออสิ”

มินซูรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก คิดไปคิดมาทำไมเหมือนเขาอยากหนีไปให้พ้นๆ เพื่อเอาตัวเองให้รอดอย่างไรก็ไม่รู้ ถ้าลองดูดีๆ ก็จะเห็นว่า ไม่ใช่แค่ตัวเขาคนเดียวเสียหน่อยที่เหนื่อย

กยองฮาแจกซองสีขาวแก่พนักงานฝั่งครัวและฝั่งห้องอาหารทุกคนคนละหนึ่งซอง กระทั่งมินซูที่ยืนห่อไหล่ตัวลีบอยู่นั้นก็ได้รับด้วยเหมือนกัน

“วันนี้ทุกท่านเหนื่อยกันมากจริงๆ ผมใส่ซองให้ได้เท่านี้ ถือเสียว่าเป็นน้ำใจเล็กน้อย กรุณารับไว้ด้วยแล้วกันนะครับ ขอบคุณมาก”

“ตายจริง ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้…”

แม้จะบอกว่าใส่ซองให้ได้เท่านี้ แต่เท่านี้ของเขาก็หนึ่งแสนวอนแล้ว แถมยังเป็นเงินพิเศษนอกเหนือจากเงินเดือนอีก ความดีใจของผู้รับเลยยิ่งมากเป็นทวีคูณ

“คงไม่บ่อยอะไร แต่ต่อไปจะเอาใจใส่ทุกท่านให้มากกว่านี้ครับ”

ความเหนื่อยล้าของพนักงานทุกคนติดปีกบินหนีไปเรียบร้อย กล่าวโดยไม่นับเรื่องเงิน ก็ต้องบอกว่าเพราะประทับใจในความใจป้ำสายเปย์ของเถ้าแก่ ทว่า แม่ของด็อกโฮผู้มีประสบการณ์ช่ำชองจากการเคยทำร้านอาหารมาก่อนกลับคิดต่างออกไป

‘ถ้าเป็นร้านขายซี่โครงย่างถ่านหรือร้านเนื้อย่างก็ว่าไปอย่าง นี่ร้านตามสั่งยังอุตส่าห์ใส่ใจแจกเงินให้พนักงานทุกคนอีก ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ กำไรก็คงไม่ได้เหลือมากมายอะไรด้วย…’

ความใส่ใจและคิดเผื่อพนักงานทุกคนของกยองฮายังไม่หมดเท่านั้น

“วันนี้ทุกท่านน่าจะเหนื่อยแล้ว ไม่ต้องทำแล้วครับกลับบ้านได้ ที่เหลือเดี๋ยวผมมาจัดการต่อพรุ่งนี้เองครับ”

***

หลังร้านปิด

กยองฮามาที่สาขาหลัก อันอิลเทกำลังดึงข้อมือเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้

“โอกาสนี้ เรามาลองขยายธุรกิจร้านตามสั่งกันดูดีไหม”

“ขยายธุรกิจที่ว่า…”

“หมายความว่า ฉันจะชวนทำแฟรนไชส์”

“แฟรนไชส์หรือครับ”

อันอิลเทพยักหน้า จากนั้นชี้ไปที่เคาน์เตอร์

“เห็นโทรศัพท์ที่ฉันยกหูออกจากแป้นตรงนั้นไหม โทรศัพท์สาขารองก็น่าจะไฟลุกพอๆ ไม่ใช่หรือ”

“อ้อ ครับ ถามกันเข้ามาทั้งวัน เรื่องอยากเป็นตัวแทนสาขา…”

“นั่นล่ะ เรื่องนี้เลย!”

มือของอันอิลเทที่ชี้ไปทางเคาน์เตอร์ย้ายกลับมาวางลงบนหลังมือของกยองฮา

“เขาว่า น้ำขึ้นให้รีบตัก ถ้าไม่ใช่ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าโอกาสจะมาอีกเมื่อไหร่… เพราะงั้นขอแค่เธอโอเค ฉันก็จะลองคิดปรับแบรนด์ใหม่ให้ฮันอุลของเราดูสักตั้ง”

“อา…”

ไม่ใช่ ‘ฮัลอุลของฉัน’ แต่เป็น ‘ฮันอุลของเรา’

‘ในใจเถ้าแก่เห็นเราเป็นเพื่อนร่วมกิจการกันจริงๆ สินะ’

อันอิลเทเปิดเผยจริงใจถึงเพียงนี้ ภายในของกยองฮาจึงร่ำร้องต่อสู้กันเอง เขาไม่อาจพยักหน้าอย่างปลอดโปร่งได้ ด้วยยังมีบางอย่างที่ค้างคาใจ

“ถ้าบอกว่าจะเปิดแฟรนไซส์ ถ้างั้นแต่ละสาขาที่จะกระจายออกไปก็ต้องปรุงได้รสชาติมาตรฐานเดียวกันด้วยจริงไหมครับ เพื่อให้ได้แบบนั้น เราต้องมาเริ่มดูตั้งแต่การคัดวัตถุดิบยันวิธีทำเลย มีเรื่องให้ต้องจัดการไม่น้อย แล้วเมนูก็ไม่ได้มีแค่อย่างสองอย่างน่ะสิครับ…”

“ถึงเธอไม่ถามขึ้นมา ฉันก็คิดประเด็นนี้มาแล้วหลายรอบ เอาอย่างนี้เป็นไง”

จากนั้น อันอิลเทก็เริ่มสาธยายด้วยท่าทีตื่นเต้น มุมปากกยองฮาเริ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้างตามเวลาที่เคลื่อนผ่านไป

***

กยองฮาอยู่ระหว่างทางกลับบ้านหลังจากพูดคุยปรึกษากับอันอิลเทเป็นที่เรียบร้อย

โยชโชบัชโช ป๊ามป๊าม~ วอทซับแจ๊สซับ ป๊ามป๊าม~

เสียงเพลงชวนให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าดังขึ้นจากสมาร์ทโฟน

นี่คือซิงเกิลใหม่ของพริตตี้เกิร์ลซึ่งกำลังได้รับความนิยมสูงสุดขณะนี้ เขาเลือกเอาท่อนที่จีฮยอนร้องตัดมาทำเสียงเรียกเข้า

ช่างเป็นท่อนที่ฟังกี่ครั้งก็ฟังไม่ออกว่าร้องอะไร ฟังดูยุ่งเหยิงพิกล สำหรับเขา เพลงดังๆ สมัยนี้เป็นแบบนี้ทุกเพลง

แล้วจะทำไมล่ะ… เนื้อเสียงดีเสียอย่าง… อันที่จริงก็ดีไปหมดทุกอย่างนั่นแหละ

“อะชัดช่า”

สติหลุดลอยไปกับเสียงเพลง เขาหวุดหวิดเกือบจะรับโทรศัพท์ไม่ทัน

บนหน้าจอปรากฏชื่อผู้โทรฯ เข้าว่า ‘แม่’

กยองฮาจอดรถพักตรงไหล่ทาง รีบกดรับสาย

“ครับแม่”

[ลูกแม่ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า]

“อะไรนะครับ ไม่มีนะ ทำไมเหรอครับ”

[แม่โทรไปแล้วเครื่องปิดอยู่ตลอดเลย ติดต่อทางอื่นก็ไม่ได้…]

“อ้อ… ขอโทษครับ ตั้งแต่เมื่อวานยันวันนี้สายเข้าเยอะจนผมทำงานแทบไม่ได้เลยปิดมือถือไว้ เพิ่งจะได้เปิดเครื่องเดี๋ยวนี้เอง ไม่ทันคิดว่าแม่จะโทรฯ มา ขอโทษนะครับ”

[ไม่เป็นไรๆ ไม่มีเรื่องอะไรก็แล้วไป อ้อ แม่ได้ดูรายการแล้วนะ ลูกแม่ตัวจริงดูดีอยู่แล้ว แต่ออกทีวีก็ยังดูดีไม่ใช่ย่อยเหมือนกันนะเนี่ย]

“อ่า ครับ เอ่อ…” กยองฮาเกาสันจมูกตัวเอง ลังเลอยู่ชั่วครู่

เพราะวันนี้มีหลายอย่างประเดประดังเข้ามา เขาจึงรู้สึกไม่กล้าสู้หน้าแม่ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“เรื่องคิงออฟแมสก์เชฟนั่นก็ด้วยครับ ขอโทษนะครับที่ไม่ได้เล่าให้ฟังล่วงหน้า ทางรายการขอร้องไว้ก็เลย…”

[ไม่เป็นไร โถ่… เพราะลูกเลยนะ แม่ถึงได้เชิดหน้าชูตาในหมู่คุณนายแถวบ้านกับเขาบ้าง มีมาทำท่าตกใจเรียก แม่กยองฮา ต๊ายตาย คุณพระคุณเจ้า ล้อแม่เล่นบ้างล่ะ แปลกใจบ้างล่ะ แสดงความยินดีกับแม่บ้างล่ะ แม่เองก็วุ่นวายทั้งวัน แทบไม่ได้ตั้งสติเลย โฮะๆ]

กยองฮาที่กำลังอยู่ฟังเงียบๆ รู้สึกได้ว่ามุมหนึ่งในหัวใจเขากำลังหลอมละลาย

เสียงแม่วันนี้ฟังดูสดใสเบิกบานเป็นพิเศษ ไม่สิ เคยมีครั้งใดหรือ ที่ลูกชายทำให้แม่ยินดีปลื้มปริ่มได้ถึงเพียงนี้

[ยังไงก็เถอะ ลูกแม่! ขอบใจที่เป็นเด็กดีกตัญญูนะ]

“จะได้ยังไงครับ กตัญญูอะไร… จากนี้ผมจะทำให้ดีกว่านี้ครับ”

[ฮุๆ ไม่ต้องๆ พูดแค่นี้แม่ก็ดีใจมากแล้ว ต่อไปก็ส่งข่าวว่ายังอยู่ดีให้แม่รู้เหมือนวันนี้บ้างก็พอ จะเรื่องทีวีหรือเรื่องอะไรก็เถอะ]

วางสายไปแล้ว กยองฮาจึงเพิ่งได้ดูรายชื่อสายที่เขาไม่ได้รับและไม่ได้สนใจระหว่างที่ปิดเครื่อง

สายที่ไม่ได้รับ

แม่ (14)

“จากนี้ไปผมจะทำหน้าที่ลูกกตัญญูให้เต็มที่นะครับ”

กยองฮาพึมพำกับตัวเองขณะไถหน้าจอเลื่อนลงมาได้พักใหญ่

ติ๊ง!

[พี่คะ ทำอะไรอยู่]

หน้าที่อื่นๆ ก็จะไม่ให้ขาดตกบกพร่องด้วยเหมือนกันครับ

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset