📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 45

บทที่ 45
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

“ค่ะ” รอยยิ้มบนใบหน้าส่งไปถึงดวงตาเธอด้วย

คู่สามีภรรยาต่างรู้สึกตรงกันว่า ลูกสาวตนช่างน่ารักหาใดเปรียบ ครั้งนี้หากไม่ใช่เพราะจำเป็น พวกเขาคงไม่แม้แต่จะชายตามองร้านเล็กๆ เช่นนี้ แต่ยิ้มเดียวกลับพัดเอาความตะขิดตะขวงใจให้สลายหายไปได้

อาหารที่สั่งไปสามอย่างใช้เวลาปรุงนานกว่าที่คิด ทว่า ไม่มีใครออกปากบ่นแม้แต่คนเดียว กลับกัน ดูเหมือนทุกคนจะเคยชินกับการรอนานเสียมากกว่า

‘ยิ่งเป็นร้านอาหารชั้นสูง เวลาปรุงอาหารยิ่งต้องนานอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ เพราะความใส่ใจเป็นเรื่องที่ต้องมาคู่กันอย่างไรล่ะ’

บรรดาข้าวของแบรนด์เนมที่คู่สามีภรรยาสวมใส่ก็เช่นเดียวกัน เพียงนาฬิกาข้อมือหนึ่งเรือนก็ใช้เวลาประดิษฐ์อย่างเร็วหลายเดือน อย่างช้าก็เป็นปีไม่ใช่หรือ

สร้อยเพชรที่ประดับอยู่บนคอของสุภาพสตรีส่องประกายวิบวับขณะที่เธอก้มตัวลงไปคุยเบาๆ กับเด็กสาว

“จากนี้จะออกจากบ้านเมื่อไหร่ต้องบอกให้แม่รู้ก่อนนะถึงจะมาได้ ไปไหนมาไหนคนเดียวมันอันตรายรู้ไหม”

เนื้อหาบทสนทนาต่อจากนี้ยิ่งฟังไม่ปกติเป็นอย่างมาก แต่ไม่มีใครหันไปให้ความสนใจ ซองช่อลกับมินซูนั้นยุ่งอยู่กับการเม้ามอยกันเอง ซุนกุกก็มัวแต่เล่นโทรศัพท์ไม่มีแก่ใจจะไปสนใจสิ่งอื่น พวกเขามีเวลาตักตวงอิสระราวๆ สามหรือสี่สิบนาที ก่อนที่ลูกค้าจะเริ่มบุกร้านมายืนออกันแน่น

กิ๊งก่อง!

ในที่สุดกริ่งจากครัวก็ดัง

พนักงานทุกคนสมกับเป็นมืออาชีพ ปฏิกิริยาตอบรับรวดเร็ว เคลื่อนไหวต่างจากพนักงานทั่วไปโดยสิ้นเชิง

ออเดอร์แรกของลูกค้ากลุ่มแรกปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว พนักงานทั้งสามคนเดินยกอาหารกันคนละเมนู นำออกมาเสิร์ฟที่โต๊ะ จังหวะนั้น กยองฮาก็ส่งเสียงเรียก บอกให้เอาจานแบ่งเล็กๆ ติดไปด้วยสามใบ

“เอานี่ไปด้วยสิ ได้ใช่แน่”

เขาเดาไม่ผิดเลย

คู่สามีภรรยาต่างก็ตักข้าวผัดกิมจิและหมูสามชั้นผัดซอสจากจานของตนแบ่งใส่จานเล็กให้ลูกสาว

ไม่รู้เป็นเพราะเด็กสาวก้าวข้ามจุดวิกฤติของตนได้แล้วหรืออย่างไร ไม่ได้มีแกงเต้าเจี้ยวอย่างเดียวที่เธอตักกินเอาๆ กระทั่งข้าวผัดกิมจิและหมูสามชั้นผัดซอสเธอก็กินอย่างเอร็ดอร่อยเป็นที่สุด เคี้ยวตุ้ยๆ ทีเดียว

แต่ว่า นั่งกินอยู่คนเดียวออกจะรู้สึกผิด

“พ่อกับแม่ลองชิมดูสักหน่อยสิคะ” เด็กสาวออกปากชวน

คู่สามีภรรยาทำทีเป็นทนลูกตื๊อไม่ไหว หยิบช้อนขึ้นมา

‘คงต้องกินสักหน่อยล่ะนะ’

แม้อาหารจะดูไม่ค่อยมีคลาสสักเท่าไหร่ แต่ทั้งคู่ซึ่งก้มมองจานอาหารอยู่ห่างๆ ก็ยอมตักข้าวผัดกิมจิและหมูสามชั้นผัดซอสขึ้นมาคนละหนึ่งช้อน ส่งเข้าปาก

รสชาติอัดแน่นกระจายเต็มปาก ถึงขนาดพาให้สติเลอะเลือนไปเลยครึ่งหนึ่ง

‘… ทำไมอร่อยอย่างนี้ล่ะ’ เมื่อทั้งคู่ลิ้มรสอาหาร ความรู้สึกแบบเดียวกันก็ก่อเกิด

ผู้เป็นบิดามารดาของเด็กสาวผู้เบื่ออาหารเหลือบตาลงต่ำเพื่ออ่านเมนูชัดๆ

‘เขียนเลข 0 ตกไปตัวหนึ่งหรือเปล่า อย่าบอกนะว่าเมนูนี้ราคา 5,000 วอนจริงๆ?’

ตลอดมาพวกเขารับประทานแต่อาหารชั้นสูงที่คนธรรมดาทั่วไปไม่ค่อยได้แตะต้อง ทว่า ด้านรสชาติอาหารของมื้อตรงหน้าจัดว่ายอดเยี่ยมเพอร์เฟ็กต์ ความอร่อยระดับนี้แต่กลับเขียนราคาไว้แค่ 5,000 วอน… เป็นไปได้หรือ ชักจะสงสัยเสียแล้ว

ฝ่ายสามีนั้นไม่รู้กำลังคิดแบบเดียวกันหรือไม่

เขาดูเหมือนผู้หลงใหลอาหารไปเสียแล้ว เอาช้อนจ้วงตักอย่างขยันขันแข็ง

กร้วม กร้วม… ท่าทางที่เคี้ยวหมูสามชั้นผัดซอสอย่างเต็มปากเต็มคำนั้น ทำเอาภาพพจน์ผู้ทรงเกียรติเปลี่ยนมาเป็นนักกินผู้น่ารักแทน มองแล้วเหมือนหนูแฮมสเตอร์ที่แก้มตุ่ยแล้วตุ่ยอีกไม่มีผิด

“อุ๊บบบ…”

ภรรยารู้ตัวว่าเผลอแสดงอาการไม่เหมาะสมออกมา หน้าจึงแดงปลั่ง ด้วยเธอหลงลืมสถานะตัวเอง ระหว่างรับประทานอาหารจึงหัวเราะออกมาโดยไม่ทันคิด แม้จะรีบยกมือขึ้นป้องปากแล้วก็ตาม… ดีที่สามีเธอวุ่นอยู่กับการตักอาหารเข้าปาก ไม่ทันได้หันมาสนใจด้วยซ้ำไป

ทางด้านลูกสาวก็ไม่ต่างกัน

เธอน้ำลายสอเต็มปาก หลุบตาลงมองจานข้าวผัดกิมจิแล้วรู้สึกได้ถึงความตะกละที่ถาโถมเข้ามา อยากจะรีบตักอีกช้อนแล้วเอาเข้าปากเร็วๆ จัง! เจ้ากระเพาะที่หันไปเป็นพวกเดียวกับอาหารก็ช่างเอาแต่ใจนัก มันเริ่มขยับขยายตัวเองออก แถมยังเรียกความรู้สึกหิวมาเสริมทัพอีก เด็กสาวกวาดอาหารจนเริ่มเกลี้ยงจาน

อาหารครอบครัวมื้อนี้ดำเนินต่อไปโดยไร้กระทั่งเสียงสนทนาโต้ตอบกัน

***

“อะไรนะครับ?”

หลังลูกค้ารับประทานอาหารเรียบร้อย กยองฮาก็ถูกเรียกให้ออกมาพบที่หน้าร้าน

“ฉันอยากจ้างเธอเป็นเชฟ” คำถามของบุรุษวัยกลางคนกำลังทำให้เขาตะลึง

ด้วยความที่เขาเพิ่งเคยฟังข้อเสนอเช่นนี้เป็นครั้งแรก กยองฮาจึงยังจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก

“ถ้าเป็นเชฟ ก็หมายความว่า…”

“มาทำอาหารให้ครอบครัวเราก็พอ เรื่องค่าตอบแทน ฉันตั้งใจว่าต้องให้มากกว่ารายรับของที่นี่อยู่แล้ว”

นี่พวกเขากินอยู่หรูสบายขนาดไหน จึงสามารถพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้

ลูกสาวเขาซึ่งมีอาการเบื่ออาหารยืนอยู่ด้านโน้น เธอมาที่ร้านทุกวันไม่ขาดมากกว่าหนึ่งเดือน ตอนจ่ายค่าอาหารก็ดูปกติ เขาจึงไม่เคยคิดแม้สักนิดว่าจะเป็นลูกสาวของผู้มีอันจะกิน แล้วก็ทางนั้นอีก! ต้องเป็นผู้มีอันจะกินอย่างมาก ในระดับที่สามารถเรียกบอดี้การ์ดมายืนตามระเบียบพักอยู่ในระยะสายตา

ไม่ใช่ว่าเขาไม่หลงใหลได้ปลื้มกับเงิน แต่คิดแล้วคิดอีก สิ่งที่เขาอยากเติมเต็มไปในสมองก็มีเพียงเรื่องการทำอาหารเท่านั้น เห็นชัดๆ ว่า ยิ่งเขาเปลี่ยนมาทำอาหารจิปาถะเท่าไหร่ นานวันเข้าความสำเร็จก็ยิ่งมาหาเขาช้าเท่านั้น กยองฮาครุ่นคิดไม่นานก็ตัดสินใจตอบ

“ขอบพระคุณที่กรุณาเอ่ยชวนนะครับ แต่ผมคงต้องขอปฏิเสธ”

แววตาที่เต็มเปี่ยมด้วยความคาดหวังหรี่แสงลงทันใด ท่าทางตรอมตรมเช่นนี้ใครเห็นเข้าก็รับรู้ได้

‘นี่เราพูดแรงไปหรือเปล่าหว่า’

ประโยคเดียวกัน แต่คำว่า ‘อ้อ’ กับคำว่า ‘เออ’ ย่อมให้ความรู้สึกต่างกันแน่นอน นี่ถ้าเขาคิดให้เยอะกว่านี้อีกสักหน่อย คงรู้จักเลือกใช้คำที่จะไม่สร้างบาดแผลให้ผู้ฟังเช่นนี้

ระหว่างที่กยองฮากำลังคิดอยู่คนเดียว บุรุษวัยกลางคนก็ยื่นนามบัตรมาให้ เขาคงยังรู้สึกเสียดายอยู่

“นี่นามบัตรของฉันเอง เปลี่ยนใจเมื่อไหร่ ติดต่อฉันหน่อยแล้วกันนะ”

กยองฮามองนามบัตร ห้ามความสงสัยของตัวเองไว้ไม่อยู่

หากเป็นประชาชนคนเกาหลีล่ะก็ ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จักและจดจำโลโก้ รวมถึงชื่อของบริษัทยักษ์ใหญ่บนนามบัตรนี้ได้ในทันทีที่เห็น

บริษัท SG รีเทล[1] / ประธานกรรมการบริหาร กูบนมัน

***

หลังปิดร้าน

กยองฮาที่กลับถึงบ้านแล้วกำลังจ้องภาพบุรุษวัยกลางคนผ่านอินเทอร์เน็ตในหน้าสืบค้น ราวคนบื้อใบ้ไร้สติ

“โว้ว ใช่คนนี้จริงๆ ด้วย”

กูบนมัน ประธานกรรมการบริหารแห่งบริษัท SG รีเทล

ไม่แปลกที่พนักงานในห้องอาหารและในครัว รวมถึงตัวเขาจะไม่รู้จัก สำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่เช่นนี้ ผู้ดำรงตำแหน่งอันเป็นที่จับตามองของประชาชนก็คือประธานใหญ่ ส่วนเหล่าประธานกรรมการบริหารในเครือนั้น คนส่วนมากมักไม่ได้ให้ความสนใจใคร่รู้ ด้วยเหตุนี้ ต่อให้กยองฮารู้จักหน้าค่าตาท่านประธานใหญ่แห่ง SG กรุ๊ป เขาคงไม่มีทางรู้จักไปถึงท่านประธานกรรมการบริหารในเครือ ขนาดชื่อแซ่ก็ยังไม่รู้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกประธานกรรมการบริหารก็มักปรากฏตัวต่อหน้าสื่อน้อยกว่าประธานใหญ่อยู่แล้ว

ทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นคำตอบว่า ทำไมใบหน้าทายาทรุ่น 3 ของมหาเศรษฐีซึ่งกำลังศึกษางานบริหารเตรียมรับช่วงต่อกิจการผู้นี้ถึงไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

“ถ้างั้นคุณปู่ของหนูน้อยผู้เบื่ออาหารก็ต้องเป็นท่านประธานใหญ่ กูซุนฮยองน่ะสิ”

เสืออันดับ 5 แห่งวงการเศรษฐกิจอย่าง SG กรุ๊ป และบริษัทขนาดใหญ่ทั่วไปในประเทศเกาหลีมีจุดที่คล้ายคลึงกัน SG กรุ๊ปเองก็ดำเนินกิจการภายใต้รูปแบบกงสีครอบครัว และมีการรับช่วงต่อสืบทอดตำแหน่งมาเรื่อยๆ เช่นนี้ หากอ้างอิงตามประเด็นที่ไฮไลท์ไว้ก็ต้องบอกว่า กูบนมันคือบุตรชายคนโตของท่านประธานใหญ่กูซุนฮยอง

อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธข้อเสนอแสนเย้ายวนใจไปแล้วเรียบร้อย และเขาไม่เปลี่ยนใจแน่นอน

กยองฮาปิดคอมพิวเตอร์ เดินไปหงายตึงลงบนเตียง

“รู้มากแล้วช่วยอะไรได้ล่ะ นอนเหอะเรา”

ทว่า เตียงเจ้ากรรมกลับทำให้แผ่นหลังเขารู้สึกไม่สบายขึ้นมาดื้อๆ คงเพราะมันเก่ามากแล้ว

“เยี่ยมเลย ขนาดเตียงก็ยังเจ๊ง”

***

หลายสัปดาห์ให้หลัง

กยองฮาขนย้ายข้าวของใส่รถยนต์ที่จอดไว้หน้าบ้านด้วยสีหน้าอิ่มเอมเต็มที่แทบจะโบยบินอยู่รอมร่อ ในที่สุดเขาก็ได้รับอิสรภาพหลุดพ้นจากพันธนาการของห้องรูหนูแห่งนี้เสียที ไม่เพียงเท่านั้น ขอแค่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยเมื่อไหร่ เขาก็จะสามารถนอนยาวๆ แค่ไหนก็ได้ ให้สมกับที่อดหลับอดนอนสะสมมาตลอดโuเวลกูดoทคอม

คนมีวันหยุดทุกวันไม่อาจรู้ซึ้งถึงความหอมหวานปานน้ำผึ้งของการได้หยุดพักฉันใด คนที่ใช้ชีวิตทุกวันอย่างไร้วันหยุดแต่จู่ๆ ได้หยุดพัก ย่อมรู้สึกถึงความหอมหวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งฉันนั้น

‘ต่อไปนี้ไม่ต้องดิ้นรนเดินตามตารางอัดรายการอีกแล้ว…’

จากการประชุมภายในของรายการคิงออฟแมสก์เชฟ ได้มีมติให้นำระบบจบการศึกษากิตติมศักดิ์[2]เข้ามาใช้ เนื่องจากเริ่มเล็งเห็นตามความเป็นจริงกันแล้วว่า การชนะติดต่อกันยาวนานเกินไปนอกจากจะทำให้ความเร้าใจลดลง ยังทำให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอีกด้วย ดังนี้ กยองฮาที่เอาชนะต่อเนื่องมาถึงสิบรอบจึงถึงเวลาปลดหน้ากากเสียที แต่นั่นเป็นเรื่องของรอบวันอัดรายการ รอบวันออกอากาศไม่นับ เพราะยังมาไม่ถึง

สมบัติส่วนตัวเขามีไม่มาก ขนย้ายด้วยรถเพียงสองสามรอบก็จัดการได้เรียบร้อยหมดจด ห้องที่เขาย้ายเข้ามาใหม่อยู่ไม่ไกลจากร้านมากนัก เป็นอพาร์ทเม้นท์ที่มีห้องรับแขกเล็กๆ น่ารักกระจุ๋มกระจิ๋ม

“มองกี่ทีก็ดูดีมีสกุล เดี๋ยวต้องซื้อเตียงใหม่ ถ้างั้นสั่งคอมพิวเตอร์ใหม่ไปด้วยเลยดีไหมนะ”

กยองฮาตื่นเต้นกับการวางแผนสิ่งที่ตัวเองอยากได้

***

บ่ายวันหนึ่งซึ่งเป็นวันอาทิตย์

สตรีวัยกลางคนกลุ่มหนึ่งกำลังเม้ามอยกันอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย

“โฮะๆ รอบนี้อึนช่อล ลูกชายคนโตของฉันสอบผ่านได้บรรจุเป็นข้าราชการแล้วนะ ตอนนี้อยู่โนรยังจิน ไม่รู้ลำบากลำบนขนาดไหน ผอมหน้าซูบไปเป็นกอง”

“ให้กินเยอะๆ หน่อยสิ กยองจินลูกชายฉันเห็นว่าเงินเดือนขึ้นแล้วแต่ไม่รู้เอาไปใช้ที่ไหนหมด แม่ขอทีไรบอกไม่มีทุกที ถึงอย่างนั้นก็คงกินดีอยู่ดีพอสมควรแหละนะ หน้าอ้วนกลมเลยเชียว”

หากในวงเหล้าขาดกับแกล้มไม่ได้ วงสนทนาของบรรดาแม่ๆ ก็ขาดเมนูประจำอย่างการคุยโวเรื่องลูกสาวลูกชายไม่ได้เช่นกัน ทว่า สตรีที่นั่งตรงกลางกลุ่มกลับปิดปากเงียบ

‘เอาแล้ว คุณนายเริ่มแล้วสินะ อยากจะทับถมชาวบ้านเขาขนาดนั้นเลยรึไง…’

แต่ละเรื่องที่ยกมาพูด มีแต่อะไรที่พาให้ผู้ฟังอึดอัดหัวใจทั้งนั้น

เงียบไปสักพัก แม่ของอึนช่อลที่นั่งอยู่ด้านขวามือก็ถามขึ้นมา

“กยองฮาล่ะ เดี๋ยวนี้ก็ยังทำพาร์ทไทม์อยู่เหรอ”

อียองซุกผู้เป็นแม่ของกยองฮาและเป็นเจ้าของบ้านตอบด้วยเสียงเบาราวยุงขยับปีก ถูกจี้ถามเช่นนี้ทีไรเธอมักใจฝ่อห่อเหี่ยว

“เห็นว่าได้เป็นพนักงานแล้วนะ”

“คุ้นๆ ว่าทำที่ร้านอาหารตามสั่งใช่ไหม แหม แทนที่จะไปหาบริษัทดีๆ”

ประโยคหลังที่ออกมาจากปากแม่ของกยองจินทำเอาเธอชักของขึ้น นึกอยากฝากรอยเล็บงามๆ ไว้บนหน้าเจ๊แกเหลือเกิน แต่สุดท้ายก็หักห้ามใจไว้ได้อย่างยากเย็น ก็เธอเคยเล่าอย่างชัดเจนไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอว่าเขากำลังหาบริษัทเข้าทำงาน

อียองซุกปลอบประโลมใจที่เดือดปุดๆ ของตัวเอง ก่อนเอ่ย

“เหมือนเถ้าแก่ร้านนั้นขอร้องแล้วขอร้องอีกให้อยู่เป็นพนักงานให้เขาก่อนสักช่วงสั้นๆ งานบริษัทเดี๋ยวคงได้ไปหาใหม่สักทีนั่นแหละ ไม่นานหรอก”

“ดีๆ บอกเขาซะนะว่า อนาคตของตัวเองต้องรู้จักวางแผนให้ชัดๆ เอ้อ เดี๋ยวนี้เขาว่า เงินเดือนร้านอาหารตามสั่งสูงกว่าที่คิดอยู่นะ ตอนนี้อาจจะได้มากกว่าอึนช่อลของฉันอีกมั้ง”

แม่ของกยองจินยกมุมปากยิ้มอ่อนๆ

“ตอนนี้ก็คงอย่างนั้นแหละ แต่ข้าราชการน่ะเป็นอาชีพชั่วชีวิตนะ สวัสดิการก็ดีงาม มองยาวๆ อาจจะดีกว่าบริษัทใหญ่ๆ ด้วย”

นั่นตั้งใจพูดสินะ ต้นเหตุคงมาจากที่คุยกันทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ เพราะดันไปเล่าว่ากยองฮาส่งเงินกลับมาให้เธอใช้ แล้วแม่ของกยองจินก็มักอวยลูกอยู่ตลอด อวดไม่รู้กี่หนว่าลูกตัวเองได้เข้าทำงานบริษัทใหญ่ ส่วนตัวคงตั้งใจอยากพูดให้เธอฟัง

แต่ความอดทนของคนเราอย่างไรก็มีจุดสิ้นสุด อียองซุกเผลอจินตนาการเหลวไหลไปไกล

‘กระชากคอเสื้อสักทีไหม… ไม่ได้ๆ’ แค่คิดอย่างเดียวก็พอ

หากวู่วามทำอะไรตามอารมณ์จะมีแต่หมางใจกันเปล่าๆ

‘โอ๊ย คงต้องเลิกนัดเจอคุณนายพวกนี้สักทีล่ะ’

จะให้ทำอย่างไรได้ ความเบื่อหน่ายก็เป็นปัญหาอย่างหนึ่ง

ในวันที่ไม่ต้องทำงาน พวกแม่ๆ ได้หยุดพักผ่อนกลับไม่รู้จะทำอะไรดี หนักเข้าๆ มนุษย์ป้าขี้เม้าทั้งหลายเลยตกลงกันว่าจะมาเยี่ยมหาที่เธอบ้าน ปฏิเสธไม่ได้เสียด้วย

อียองซุกจมลงสู่ความคิด

‘ว่ากันตามตรง ใช่ความผิดของกยองฮาคนเดียวเสียที่ไหน พ่อแม่เลือกคู่ครองของตัวเองไม่ดีก็เป็นปัญหาด้วยเหมือนกันนั่นแหละ’

กยองฮานั้นต่างจากกยองจินและอึนช่อลตรงที่เขาไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ จากพ่อแม่ ชีวิตความเป็นอยู่ไม่เคยได้สบายดั่งใจหวัง ไม่เคยได้เรียนพิเศษแพงๆ ตัวต่อตัวอย่างที่แม่ของอึนช่อลส่งเสีย สถาบันกวดวิชาที่เขาว่าจำเป็นก็ต้องเรียนๆ หยุดๆ สลับกันไป ซ้ำร้ายทั้งพ่อและแม่ก็ไม่ใช่ว่าได้รับตกทอดความฉลาดปราดเปรื่องมาจากรุ่นบรรพบุรุษ ฉะนั้น ชีวิตจึงออกมาเป็นแบบนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

ดวงหนอดวง ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้…

ช่างเป็นวันที่ทำให้อยากดื่มโซจูเหลือเกิน แม้จะดื่มได้ไม่มากก็ตาม

ตอนนั้นเอง แม่ของกยองจินก็ชี้ไปที่ทีวี

“อุ๊ยๆ ถอดหน้ากากแล้ว!”

“ใคร? ราชาอาหารตามสั่งเหรอ”

“อื้อ นั่นไง กำลังเอาหน้ากากเมนูลงน่ะเห็นไหม”

แม่ของอึนช่อลเองก็พุ่งความสนใจไปยังจุดเดียวกัน นั่นคือ รายการประชันความสามารถที่ตอนนี้เรตติ้งพุ่งกระฉูดจนครองอันดับหนึ่งเหนือทุกช่อง และเป็นประเด็นร้อนที่กล่าวขานกันอย่างมากในเมืองหลวง ยิ่งมีเรื่องการทำอาหารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแล้ว คิงออฟแมสก์เชฟยิ่งกลายเป็นรายการโปรดในดวงใจของเหล่าแม่บ้านเป็นพิเศษ

[เอาล่ะครับ ในที่สุดก็ถึงเวลาปลดหน้ากากราชาอาหารตามสั่ง พระเอกผู้ครองตำแหน่งคิงออฟแมสก์เชฟติดต่อกันสิบสัปดาห์ของเราจะเป็นใคร!]

ทันทีที่หน้ากากพ้นจากใบหน้าของราชาอาหารตามสั่ง แม่ของอึนช่อลก็กรีดร้องเสียงแหลม

“นั่นกยองฮาไม่ใช่เหรอ?”

อียองซุกที่กำลังนั่งน้อยอกน้อยใจในชะตาตัวเอง ถึงขนาดรายการที่ชอบยังเมิน อดไม่ได้ต้องยืดคอหันไปดู

‘คงไม่มั้ง…’

………………………

[1] บริษัท SG รีเทล ล้อเลียนบริษัทจริงที่ชื่อ GS รีเทลซึ่งเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศเกาหลีใต้ (ด้านพลังงาน น้ำมัน ร้านค้า โฮมช็อปปิ้ง รวมถึงสิ่งก่อสร้างต่างๆ)

[2] จบการศึกษากิตติมศักดิ์ ต้นฉบับคือ มยองเยโชร็อบ ผู้แปลใช้คำว่าจบการศึกษาโดยอิงจากการจบการศึกษาของไอดอลกรุ๊ป

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset