📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 44

บทที่ 44
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ขึ้นชื่อว่าคน ไม่ว่าใครก็ต้องประสบกับความเหนื่อยล้าเป็นเรื่องธรรมดา

ต่อให้เขาคนนั้นชื่อกยองฮาก็ไม่มีการยกเว้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ต้องอัดรายการคิงออฟแมสก์เชฟ ถือเป็นวันที่เขาเหนื่อยที่สุดเลยก็ว่าได้

‘ชักจะไม่ไหวละนะ’

กว่าจะทำเควสเด็กสาวผู้เบื่ออาหารเสร็จก็กินเวลามากกว่าหนึ่งเดือน ออกรายการคิงออฟแมสก์เชฟไปอีก 4 ตอน ขนาดอัดรายการสัปดาห์เว้นสัปดาห์ แต่ละครั้งยังต้องอัดเกินสองรอบ ถ้าไม่นับสัปดาห์ที่ออกงานการกุศลไปเป็นจิตอาสา จะให้เอาสัปดาห์ที่ได้หยุดพักไปอัดรายการอย่างเดียวคงไม่ไหวแน่่

ยิ่งที่เขาทำไปทั้งหมดไม่ได้เริ่มต้นที่การกอบโกยลาภยศสรรเสริญด้วยแล้ว… ยิ่งไปกันใหญ่

เขาชนะต่อเนื่องมาทุกรอบจนขึ้นแท่นทำลายสถิติใหม่ได้ ตอนนี้จะลงจากบัลลังก์เผยตัวตนที่แท้จริงก็น่าจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่อย่างใด

กยองฮาจมลงสู่ความคิดตัวเองในสภาพที่สวมหน้ากากเมนูอาหารอยู่ ขณะเดียวกันนั้นจีซังรยูลก็กำลังยกนิ้วหัวแม่โป้งขึ้นมา กล่าวชื่นชมเขาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“คุณราชาอาหารตามสั่ง แกงเต้าเจี้ยวสัปดาห์ที่แล้วสุดยอดจริงๆ ครับ บอกเลยว่าผมถึงขนาดเก็บไปฝัน นี่ถ้าผมเป็นเจ้าของบ่อน้ำมันนะ จะใช้ความรวยของตัวเองจ้างคุณเป็นเชฟส่วนตัว”

คิมกูรอฟังแล้วหัวเราะ พูดเสริมบ้าง

“แกงเต้าเจี้ยวสุดยอดอย่างเดียวเหรอ ข้าวผัดกิมจิก็ดีงามเหมือนกันนะ”

“นั่นสิ ข้าวผัดกิมจิโหดจัดหมัดหนักจริงๆ”

บางครั้งจีซังรยูลก็ชอบเลือกคำศัพท์ที่แสดงความรุนแรงมาใช้ โจซองจูที่เป็นผู้ดำเนินรายการจึงต้องเปลี่ยนหัวข้อสนทนา จะบอกว่าเพื่อคุมโทนให้รายการดำเนินต่อไปแบบไม่ต้องหวาดเสียวมากนักก็คงได้

“ทุกท่านให้ความสนใจคุณราชาอาหารตามสั่งมากไปหรือเปล่าครับเนี่ย วันนี้หน้ากากฝาแฝดก็ยอดเยี่ยมไม่ใช่เล่นๆ เลย พอดีเมื่อครู่ผมไม่ทันได้ถาม ไม่ทราบว่ามีเหตุผลพิเศษที่เลือกใส่หน้ากากนี้ไหมครับ?”

“ผมเป็นฝาแฝดครับ”

“โอ้ว เหตุผลส่วนตัวสินะ อย่างนั้นไม่ทราบว่าเป็นพี่หรือเป็นน้องครับ?”

“เป็นพี่ครับ”

ฝาแฝด และ อาหารตามสั่งที่ใช้แข่งขัน

คำบอกใบ้โจ่งแจ้งเสียขนาดนี้อาจมีหลายคนเริ่มเดาตัวตนเขาออกแล้วก็เป็นได้ แน่นอนว่า คำตอบที่เขาตอบไปเมื่อครู่ผ่านการคำนวณมาแล้วเรียบร้อยแยบยล

‘พวกเชฟดังๆ หรือดาราคงต้องพยายามปิดบังตัวตนกัน นั่นก็เรื่องหนึ่ง สำหรับเราการสร้างความตระหนักให้คนรู้ว่ามีเราอยู่สำคัญมาก เพราะร้านซังดุงงีเรายังไม่ถึงกับโด่งดังระดับนั้น’

ความจริงแล้วหากจะทำให้ซังดุงงีสาขาสี่มีชื่อเสียงขึ้นมา ร้านจำเป็นต้องมีจุดเปลี่ยน ด้วยตัวเขาลงทุนลงแรงไปมาก กรรมแท้ๆ ที่ระยะอีเวนท์ยังไม่ทันหมด ก็ต้องเข้าสู่สังเวียนปะทะกับฮันอุลสาขารองอันแข็งแกร่งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง แผนการใหญ่โตที่อุตส่าห์วางไว้อย่างดีร่วมกับแฝดน้องเลยกลายเป็นฟองลอยหายไปในอากาศ

‘รายการคิงออฟแมสก์เชฟนี่แหละที่จะปูให้เราหวนคืนสู่เส้นทางเดิม’ หน้ากากฝาแฝดลั่นวาจาหนักแน่นอยู่ในใจ ขณะเดียวกันนั้นโจซองจูก็ถามขึ้น

“การแข่งขันรอบแรกที่ใช้หมูสามชั้นผัดซอส รอบสองที่ใช้แกงกิมจิ สามารถเรียกคะแนนชื่นชอบได้มากทีเดียว แล้วรอบชิงชนะเลิศนี้ล่ะครับจะปรุงอะไรมาให้พวกเราได้ชิมกัน”

“ขอใช้แกงเต้าเจี้ยวครับ”

เวทีเงียบกริบในพริบตา

เพราะสัปดาห์ก่อน แกงเต้าเจี้ยวของราชาอาหารตามสั่งเรียกเสียงฮือฮาไปแล้วอย่างสะเทือนเลือนลั่น

โจซองจูหันมาถามราชาอาหารตามสั่งบ้าง

“อย่างนั้นผมขอถามคุณราชาอาหารตามสั่ง ผู้ชนะรวดเดียว 7 รอบจนขึ้นสถิติใหม่ว่า รอบนี้ตั้งใจทำอาหารชนิดไหนครับ หือ อะไรนะ เมนูตรงนี้หรือครับ ข้าวห่อสาหร่ายใช่ไหมครับ” โจซองจูถามซ้ำเพื่อทวนความถูกต้อง

กยองฮาพยักหน้าตอบอย่างแน่วแน่

ใจจริง เขาต้องการใช้เมนูข้าวห่อสาหร่ายนี้บอกลาตำแหน่งคิงออฟแมสก์เชฟของตัวเอง แต่กลับกลายเป็นการทำให้ทั้งผู้ชมและคณะกรรมการคาดหวังกันไปใหญ่โตเสียนี่

“โอ้ว! ถ้าเป็นข้าวห่อสาหร่ายของราชาอาหารตามสั่ง อย่างนี้คงได้มีลุ้น…”

“ใช่ๆ ต้องมีอะไรพิเศษแน่ ว่าไหม?”

กระนั้นก็ยังมีบางคนแสดงความกังวลออกมา

“แต่ว่าโดยมาก ไปร้านที่บอกกันว่าทำข้าวห่อสาหร่ายอร่อยทีไร เสียใจผิดหวังกลับมาทุกทีไม่ใช่หรือ นอกจากที่ใส่ไส้หลากหลายแล้วก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่” อีฮีช่อลแสดงความเห็น

“ก็จริง นอกจากได้ข้าวห่อสาหร่ายแถวอ้วนขึ้นแล้วก็ไม่มีอะไรแตกต่าง แถมกินลำบากกว่าเดิมอีก” คิมกูรอสนับสนุน

ส่วนจีฮยอนนั้นสงวนคำพูด

เมื่อก่อนเธอเคยกินข้าวห่อสาหร่ายที่กยองฮาม้วนให้มาแล้ว และรสชาติก็เข้าข่ายธรรมดามาก แต่จะบอกว่าข้าวห่อสาหร่ายเป็นฝีมือพี่กยองฮาทั้งหมดก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะวัตถุดิบโดยหลักคุณป้าแม่ครัวเป็นคนเตรียม

‘เอาน่ะ วัตถุดิบข้าวห่อสาหร่ายนี่พี่เป็นคนเตรียมด้วยตัวเองนี่นา อาจจะไม่เหมือนกับตอนนั้นก็ได้’

โจซองจูดำเนินรายการต่อไป ไม่นานการทำอาหารก็เริ่มต้นขึ้น

แววตาของหน้ากากฝาแฝดสว่างวาบขณะที่หยิบอาวุธลับออกมา

‘ถ้ามีเต้าเจี้ยวนี้ ต่อให้เป็นหมอนั่นก็ไม่กลัวโว้ย’

‘หมอนั่น’ ที่เขานึกถึงวินาทีนี้ไม่ใช่ใครอื่น คือ กยองฮานั่นเอง เขาประเมินตัวเองว่า แกงเต้าเจี้ยวของเขาเลื่อนระดับขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งแล้วด้วยเต้าเจี้ยวคังจิน

อีกด้านหนึ่ง กยองฮากลับเข้าสู่สมรภูมิราวกับตนเป็นเครื่องจักร

‘อดทนอีกนิด เดี๋ยวก็จบแล้ว วันนี้แหละ’

สิ้นสุดการแข่งขันรอบนี้ ต่อไปเขาก็จะได้วันหยุดพักผ่อนที่แสนเลอค่าแบบสัปดาห์เว้นสัปดาห์

กยองฮาลวกแครอตกับปวยเล้งพอสุก แผ่นไข่ม้วนสำหรับเพิ่มรสชาติก็จับมาหั่นบางๆ จากนั้นก็เตรียมหัวไชเท้าดอง แฮมและปูอัดให้พร้อม ข้าวที่จะต้องหุงเขาก็โรยเกลือปรุงรสชาติไว้เรียบร้อย ขั้นตอนทั้งหมดไม่มีตรงไหนเลยที่แตกต่างจากวิธีทำข้าวห่อสาหร่ายทั่วๆ ไป

คณะกรรมการต่างแสดงท่าทางแปลกใจไปตามๆ กัน

“ข้าวห่อสาหร่ายแบบเดียวกัน พอเป็นราชาอาหารตามสั่งเลยดูมีอะไรขึ้นมาทันทีเนอะ ว่าไหม”

“ฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ” คิมกูรอกับชินบงซุนคุยกัน

จะเรียกว่า เป็นความเชื่อมั่นแบบแอบเข้าข้างชนิดไม่ลืมหูลืมตาก็ได้ เพราะเขาเล่นกำชัยชนะติดต่อกันรวดเดียวมาตลอด แต่กรรมการเหล่านั้นไม่มีทางรู้ว่า ภายในใจของราชาอาหารตามสั่งผู้กุมความเชื่อมั่นของทุกคนไว้กำลังคิดอะไรอยู่

‘ข้าวห่อสาหร่ายเรายังเป็นเลเวล 2 ฉะนั้น ถ้าแกงเต้าเจี้ยวนี้เลเวลสูงกว่าที่ขายทั่วไปล่ะก็ ผู้ชนะถือว่านอนมาแบบชิลๆ’

และแล้วช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึง ผู้เข้าแข่งขันต่างก็ทำอาหารเสร็จเรียบร้อย

จังหวะนั้นเอง…

[ข้าวห่อสาหร่ายเลเวล 2 เลื่อนระดับเป็นเลเวล 3]

[ข้าวห่อสาหร่ายเลเวล 3 สำเร็จแล้ว]

[ข้าวห่อสาหร่ายของผู้ชำนาญงานครัว]

ระดับการปรุง: เลเวล 3

.

.

.

ไม่มีทางที่กยองฮาจะไม่ตกใจ

‘เฮ้ย อะไรวะเนี่ย’ มาเลเวลอัพอะไรกันตอนนี้เล่า…

คณะกรรมการที่ชิมอาหารอยู่ต่างชื่นชมกันชนิดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์

“อร่อยมากเลย เป็นเพราะเพิ่งม้วนเสร็จใหม่ๆ สดๆ ใช่ไหมเนี่ย?”

“เป็นเพราะราชาอาหารตามสั่งคือคนม้วนต่างหากล่ะ”

“โอ้โห! ปกติข้าวห่อสาหร่ายถ้าไม่แน่จริงผมไม่ชมนะเนี่ย อันนี้อร่อยจริงๆ ไม่ติงนัง”

ราชาอาหารตามสั่ง ไม่สิ กยองฮาได้แต่หวังว่า คำวิจารณ์เชิงบวกเหล่านั้นเป็นไปเพื่อดึงเรตติ้งผู้ชมเฉยๆ ตามธรรมเนียม

‘ยัง… การแข่งยังไม่จบเสียหน่อย ยังเหลือฟีดแบ็คของแกงเต้าเจี้ยวอีก’

แต่ความหวังอันน้อยนิดของกยองฮาก็พังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี

“อ่า แกงเต้าเจี้ยวนี่ยังไม่ใช่อ่ะ… อร่อยอยู่นะ แต่เทียบกับของราชาอาหารตามสั่งครั้งก่อนไม่ได้เลย”

“คิดอย่างนั้นเหมือนกัน รอบที่แล้วถ้าคุณราชาอาหารตามสั่งไม่ต้มแกงเต้าเจี้ยวก็แล้วไป อย่างไรก็ไม่รู้สิ น่าจะเลือกทำเมนูอื่นมากกว่าน้า”

คำวิจารณ์เชิงลบที่ออกมาติดๆ กันทำเอาหน้ากากฝาแฝดหน้าม้านอย่างช่วยไม่ได้

‘นี่เอาแกงเต้าเจี้ยวแบบไหนมาแข่งกันแน่…’

โจซองจูพูดต่อ

“มาครับ เรามาเริ่มลงคะแนนกันเลย… คะแนนตัดสิ้นแพ้ชนะจะมาจากทุกฝ่ายรวมกันทั้งหมดสิบห้าท่านนะครับ มาดูกันว่า ผู้ชนะวันนี้จะเป็นใคร…”

ไม่ใช่แค่หน้ากากฝาแฝด กระทั่งกยองฮาเองก็สลัดความตื่นเต้นไม่หลุด ฝ่ายหนึ่งอยากไต่อันดับไปเป็นผู้ชนะใจจะขาด อีกฝ่ายหนึ่งตรงกันข้าม อยากลงจากตำแหน่งแทบทนไม่ไหว

โจซองจูไม่ปล่อยให้คอยนาน รีบประกาศผล novelgu.com

“คะแนนออกมา 9 ต่อ 6 ครับ ตกลงว่าผู้ชนะวันนี้ คือ คุณราชาอาหารตามสั่งครับ!”

ท่ามกลางเสียงโห่ร้องอย่างดีใจและเสียงปรบมือดั่งห่าฝน หน้ากากฝาแฝดและราชาอาหารตามสั่งกลับลอบถอนหายใจออกมาพร้อมๆ กัน

***

ตัวตนที่แท้จริงของหน้ากากฝาแฝด คือ แฝดพี่ผู้ดูแลกิจการร้านอาหารซังดุงงีนั่นเอง

เมื่อปลดหน้ากากและโฆษณาร้านตัวเองไปพอสมควรแล้ว เขาก็ลงจากเวที ก่อนจะเหลียวมองราชาอาหารตามสั่งด้วยสีหน้าขุ่นเคือง

‘โลกมันกว้างขนาดนี้เลยเหรอ… ไม่นึกเลยว่าจะมีคนเหนือกว่าหมอนั่นโผล่ออกมา’

แฝดพี่เข้าใจผิดไปคนเดียวล้วนๆ แกงเต้าเจี้ยวของกยองฮาเลเวล 4 แล้วแต่ของเขายังคงอยู่ที่เลเวล 3

ความมั่นอกมั่นใจที่มีเต้าเจี้ยวจากคังจินอยู่ในมือไม่ช่วยให้ปรุงแกงเต้าเจี้ยวได้มาตรฐานเลเวล 4

ต่อให้ใช้วัตถุดิบชั้นเลิศทั้งหมดก็ยังไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าจะต้มแกงเต้าเจี้ยวเลเวล 4 ออกมาสำเร็จหรือไม่ นอกจากนี้ ตัวเขาเองก็ไม่ทันได้ระลึกด้วยซ้ำไปว่า การลงทุนด้านเวลาเพื่อเตรียมวัตถุดิบให้ดีๆ คือเรื่องจำเป็น

ตัวอย่างง่ายๆ เห็นได้จากการที่กยองฮากับคนครัวร้านฮันอุลใช้วัตถุดิบชนิดเดียวกัน แต่ทุกคนก็ยังปรุงแกงเต้าเจี้ยวได้เพียงเลเวล 3 เท่านั้น แม้โดยผิวเผินรสชาติน้ำซุปคล้ายจะไม่มีอะไรต่าง แต่ความกลมกลืนกล่มกล่อมของรสชาติแท้จริงที่อยู่ในเนื้อและผัก มีกยองฮาทำได้คนเดียว คนอื่นไม่อาจลอกเลียนแบบ

เมื่อต้องเผชิญความเป็นจริงอันโหดร้าย กยองฮาก็ได้แต่ทำหน้าเหนื่อยใจ

‘ต้องมาอีกจนได้…เฮ้อ’

***

หลายวันให้หลัง

นานแล้วที่ไม่ได้ออกมาซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต วันนี้กยองฮามาพร้อมกับซุนกุก ซุนกุกบอกว่าเขามีบางอย่างต้องซื้อ จากนั้นก็ขอตามมาด้วย

“ทำงานมาตั้งนาน เพิ่งจะได้มีโอกาสมาซูเปอร์ฯ กับพี่เป็นครั้งแรกนะครับเนี่ย เจ้าซองซ่อลบ้านอยู่ค่อนข้างไกล คงมาด้วยกันไม่ไหวเนอะ”

“นั่นสิ… ไม่รู้เหมือนกันแฮะ”

กยองฮานั้น นอกจากจะเป็นเถ้าแก่ที่ซุนกุกให้ความเคารพนับถือ ยังเป็นพี่ชายที่อ่อนโยนด้วยเหมือนกัน

“ว่าแต่พี่ครับ เมื่อไหร่จะย้ายบ้านล่ะ? จำได้ว่าพี่เคยบ่นๆ ว่าบ้านแคบ น่าจะต้องย้ายนี่ครับ”

“ได้โอกาสเมื่อไหร่คงต้องย้ายสักทีแหละ”

“จะย้ายไปอะพาร์ตเมนต์ไหมครับ หรือคอนโด?”

“ยังไม่ได้คิดไว้เลย”

ปัจจุบันเขายังเป็นมนุษย์หอพักอยู่

แม้จะเปิดกิจการร้านเครื่องเคียงมาแล้วหลายเดือน รายรับจากร้านสาขารองบวกกับร้านเครื่องเคียง บวกกับที่ออกรายการโทรทัศน์ เรื่องเงินทองนับว่าเหลือเฟือเพียงพอ… เรื่องเวลาต่างหากที่เขาไม่มี

เขาคิดว่าจะหาที่ใหม่ใกล้ๆ ห้องที่อาศัยอยู่ตอนนี้ เพราะการเรียกใช้บริการขนย้ายของเป็นอะไรที่สิ้นเปลืองอย่างเห็นได้ชัด แล้วสมบัติเขาก็ไม่ได้มีมากมายก่ายกองอะไร

‘นี่ถ้าไม่ได้ไปออกคิงออฟแมสก์เชฟนะ…’ กยองฮาโอดครวญอยู่ในใจ

งานการกุศลเขาไม่อยากเลิกทำเพราะอย่างไรก็สัญญาไว้แล้ว รายการที่ยังคงต้องไปอัดอยู่นี้ก็เช่นกัน ทีแรกใครจะคิดว่า เขาจะชนะติดต่อกันทุกรอบได้นานขนาดนี้เล่า กยองฮาอยากวางมือแทบแย่ซึ่งตรงข้ามกับความเห็นของผู้จัดรายการชนิดเหรียญคนละด้าน ไม่มีใครอยากเสียผู้ชนะอันดับหนึ่งที่ประกอบความดีความชอบช่วยดึงเรตติ้งให้ขึ้นสู่จุดสูงสุดไปแน่นอน

“พี่ลองไปออกรายการคิงออฟแมสก์เชฟดูสักรอบเป็นอย่างไรครับ ไปสู้กับราชาอาหารตามสั่งด้วยเมนูเดียวกันเสียเลย ผมว่าพี่ไม่มีทางแพ้… รู้ไหมครับว่ารอบก่อนหน้าเขาม้วนข้าวห่อสาหร่ายล่ะ ไอ้ข้าวห่อสาหร่ายนี่ต่อให้อร่อยขนาดไหนมันก็ยังเป็นข้าวห่อสาหร่ายอยู่ดี…” ซุนกุกพูดไปเรื่อยอย่างน้ำไหลไฟดับ จนกยองฮาต้องเอาเกี๊ยวสำหรับลองชิมจับยัดเข้าปากแบบไม่ให้เวลาเขาได้ตั้งตัว ปกติกยองฮาเป็นพวกชอบจับอะไรใส่ปากหรือไม่ก็ใส่มือคนอื่นแบบไม่มีการเตือนล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เขาทำเพื่อจัดการปิดปากซุนกุก จะได้ไม่ต้องพูดโน้มน้าวต่อ

ซุนกุกได้แต่เคี้ยวเกี๊ยวตุ้ยๆ กยองฮาเองก็หยิบหนึ่งชิ้นใส่ปาก กัดแบ่งเป็นคำๆ

[เริ่มใช้งานลิ้นนักชิม]

– ใส่น้ำมันมากเกินไป ความเลี่ยนกลบรสชาติเดิมของเกี๊ยวจนหมด

– แป้งห่อเกี๊ยวถูกฟรีซเป็นเวลานาน ทำให้สูญเสียความสดใหม่

– เนื้อหมูที่เป็นไส้เกี๊ยวก็ใส่ไม่เต็ม ไม่พอดีกับตัวเกี๊ยว

‘ลิ้นนักชิม’ ที่ได้รับมาหลังจากทำภารกิจสำเร็จนั้น เป็นสกิลอย่างหนึ่งที่ทำหน้าที่ชี้แนะและขยายขอบเขตการสัมผัสรสชาติให้กว้างขึ้น จุดที่มีปัญหาจะถูกชี้เป้าก็ต่อเมื่อได้ลิ้มรสบางอย่างจริงๆ เท่านั้น เป็นสกิลที่จะโผล่มาช่วงใกล้เลื่อนเลเวลซึ่งมีความละเอียดเหนือกว่าข้อมูลแนะนำวัตถุดิบไปอีกหนึ่งขั้น

‘ไม่รู้ไอ้สกิลนี้จะได้ใช้ประโยชน์ตอนไหน ตอนนี้ก็ยังไม่แน่ว่าต้องใช้’

ระหว่างครุ่นคิดอยู่คนเดียว ซุนกุกก็หยิบสปาเก็ตตี้ขึ้นมา

“พี่ไม่กินสปาเก็ตตี้เหรอครับ” ซุนกุกถาม

***

กริ๊ง!

ประตูเปิดออก สุภาพบุรุษวัยกลางคนเดินมาหยุดยืนในร้าน ทางด้านหลัง สุภาพสตรีวัยกลางคนจูงมือเด็กสาวที่สวมหมวกต่ำปิดใบหน้าเดินตามเข้ามา

ซองช่อลกำลังเชิญลูกค้าเข้าร้าน

“ยินดีต้อนรับครับ! สามท่าน…?” เขาพูดต่อไม่ออก

เด็กสาวที่ถอดหมวกออก ก็คือเด็กสาวผู้เบื่ออาหารซึ่งเคยมาที่ร้านทุกวันเป็นเวลามากกว่าหนึ่งเดือนนั่นเอง

‘หายไปเลยช่วงหนึ่งนี่นา คราวนี้พาคุณพ่อคุณแม่มาด้วยเหรอ’

เด็กสาวยังคงดูซูบผอมดังเดิม เพิ่มเติมคือสองข้างแก้มเริ่มมีเนื้อหนังมากกว่าเมื่อก่อนอยู่บ้าง หมายความว่า การรักษาได้ผลดีขึ้นเรื่อยๆ สินะ

“นั่งตรงไหนได้บ้างครับ” บุรุษวัยกลางคนถาม

“เป็นลูกค้ารายแรกของร้าน เลือกนั่งตรงไหนก็ได้เลยครับตามสบาย” ซองช่อลตอบเสียงสดใส

เพียงได้เห็นเด็กสาวที่เมื่อก่อนดูน่าสงสารปานนั้นมีความสุขขึ้นแล้วในตอนนี้ รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าโดยอัตโนมัติ

“พ่อคะ หนูนั่งด้านนี้เอง”

“เอาสิลูก”

“แม่ล่ะคะ โอเคหรือเปล่า”

“จ้ะ”

เด็กสาวนั่งลงตรงที่ที่มองเห็นกระจกเป็นครั้งแรก จากนี้เธอไม่กลัวการต้องมองกระจกอีกต่อไปแล้ว

บุรุษวัยกลางคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามสนทนาเสียงเบากับเด็กสาว จากนั้นหันมาถามซองช่อล

“ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป ขอสั่งอาหารหลายๆ ประเภทได้ไหมครับ”

เครื่องแต่งการของเขาหรูหราอยู่แล้วเป็นทุนเดิม มารยาทกลับเสริมให้ผู้มองรู้สึกว่าเขาต้องเป็นคนดีคนหนึ่ง อย่างน้อยลักษณะการพูดของเขาก็ชวนให้คิดเช่นนั้น

“ได้ครับ ได้แน่นอน”

สามคนปรึกษากัน สุดท้ายก็สั่งแกงเต้าเจี้ยว ข้าวผัดกิมจิ และหมูสามชั้นผัดซอส และเพราะออเดอร์เข้ามาหลายประเภททั้งแกง ข้าวผัด และเนื้อ แม่ของด็อกโฮจึงขันอาสา

“ฉันทำข้าวผัดกิมจิกับหมูสามชั้นผัดซอสให้เองค่ะ เถ้าแก่ต้มแค่แกงเต้าเจี้ยวอย่างเดียวก็พอ”

ด้วยคิดเผื่อเด็กสาวผู้เบื่ออาหาร กยองฮาจึงส่ายหน้า

“ไม่เป็นไรครับ ทั้งสามอย่างผมทำเอง นั่งพักไปก่อนนะครับ”

บุรุษวัยกลางคนมองทะลุครัวตรงมาที่กยองฮา ถามลูกสาวด้วยเสียงอารีย์อย่างยิ่ง

“คนนั้นใช่ไหมที่ลูกพูดถึง”

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset