📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 37

บทที่ 37
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

“การต้มน้ำสต๊อกนี่ก็เหมือนกัน ลองทำบ่อยเข้าเคล็ดลับมันก็มาเองแหละครับ”

เรื่องของเคล็ดลับนั้น หากหมั่นสะสมอยู่เนืองๆ ระดับรสชาติจะล้ำหน้าไปได้มากอย่างไม่คาดฝัน!

แม่ของด็อกโฮสุดแสนจะประทับใจ เธอเอาช้อนจ้วงตักแกงแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ

“โอ๊ยๆ อร่อยมาก… โอ๊ยตาย แปลกจัง ทำได้ยังไงเนี่ย”

“ฮะๆ ดีขนาดนั้นเลยหรือครับ”

“แหม ดีสิคะ! ที่จริง… งั่มงั่ม แกงเต้าเจี้ยวที่เถ้าแก่ทำ… จั๊บจั๊บ รสชาติโกงฟ้าดินขนาดนี้… ซรูบบบ เอารสแบบนี้… กรุบกรุบ ไปเปิดร้านอาหารที่ไหนก็ได้ทันที ต้องดังเป็นพลุแตกแน่ค่ะ”

‘เอ้อ…’

ระหว่างฟัง กยองฮาก็คิดบางอย่างที่เขาไม่เคยแม้แต่จะคิดมาก่อนออก

‘จริงตามที่คุณป้าพูด… แกงเลเวล 3 ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ ทั่วไปนี่นะ’

เดิมที ร้านฮันอุลเริ่มโด่งดังขึ้นมาก็ตอนที่กยองฮาทำแกงกิมจิเลเวล 3 ออกมาใหม่ๆ

ร้านซังดุงงีของฝาแฝดที่ต้มแกงเต้าเจี้ยวเลเวล 3 ได้ ก็ขึ้นทำเนียบร้านอร่อยมีชื่อเสียงอยู่แล้วตั้งแต่แรกเช่นกัน

“ฮู่ว พุงจะแตก เถ้าแก่คะ น้ำสต๊อกเนี่ย… ไม่ทราบว่าปิดร้านแล้วจะขอแบ่งกลับบ้านนิดหนึ่งได้หรือเปล่าคะ หรือไม่ ขายถูกๆ ให้ฉันก็ได้…”

‘ขายน้ำสต๊อกรึ’

“นานๆ ทีอยากให้ด็อกโฮกับพ่อเขามีลาภปากเสียหน่อย ได้ไหมคะ”

“อ่อ ได้สิครับ ตามสบาย อยากแบ่งไปแค่ไหนก็เชิญเลย แค่ตอนจะเอาไปกระซิบบอกผมสักนิดก็ดีครับ”

“อุ๊ย เถ้าแก่ของพวกเราใจกว้างที่สุด! ขอบคุณนะคะ”

กยองฮามัวแต่ครุ่นคิดประเด็นที่แม่ของด็อกโฮพูด เลยไม่ทันเห็นตอนเธอยกนิ้วโป้งส่งมาให้อย่างชื่นชม

***

หลังจากวันนั้นไม่นาน

ณ สตูดิโอ คิงออฟแมสก์เชฟ สถานีโทรทัศน์ KBC

เสียงผู้ดำเนินรายการโจซองจู[1]กระหึ่มออกมาจากไมโครโฟนและลำโพง ดังชัดเจนไปถึงฝั่งที่นั่งของผู้ชมทั้งหลาย

“คิงออฟแมสก์เชฟสัปดาห์นี้ ใคร จะได้เป็นแชมป์นั่งบัลลังก์ผู้ชนะ?! ผู้เข้าแข่งขันของเราจะต้องทำเวทีลุกเป็นไฟแน่นอนครับวันนี้ รอบแรก… ปลาหมึกแห้งดวลกับราชาอาหารตามสั่ง! เรามาต้อนรับทั้งคู่กันเลยครับ เชิญทั้งสองคนที่หน้าเวทีด้วยคร้าบ!”

ทันใด ผู้สวมหน้ากากปลาหมึกแห้งและหน้ากากเมนูอาหารก็ปรากฏตัวขึ้นบนเวที

“โอ้ว หน้ากากเดี๋ยวนี้ยิ่งมายิ่งสร้างสรรค์นะครับเนี่ย เอาล่ะ มาทำความรู้จักหน้ากากปลาหมึกแห้งกันก่อนดีกว่า ทำไมถึงได้เลือกปลาหมึกแห้งมาเป็นหน้ากากล่ะครับ”

เสียงที่ปลาหมึกแห้งตอบกลับมานั้นต่างจากเสียงสดของผู้ดำเนินรายการโจซองจู เนื่องจากเป็นเสียงที่ผ่านเครื่องดัดแปลงมาแล้ว

“ก็…อยู่ไปอยู่มา รู้สึกว่าทำไมคนหน้าตาดีกว่าเรามันเยอะนักวะ วันหนึ่งผมส่องกระจกเห็นตัวเองในสภาพนี้เป๊ะ จากนั้นมาก็เริ่มคิดว่า เอ๊ะ ชาติก่อนอาจจะเป็นปลาหมึกก็ได้ แล้วก็คิดแบบนี้มาตลอดเลยครับ”

“อะฮ่าๆๆ นี่แปลว่าจะใช้ร่างเดิมทำอาหารหรือครับ”

ปลาหมึกแห้งตอบโจซองจูกลับอย่างดุดันทันที ด้วยเสียงที่แกล้งให้ดูเคืองสุดๆ

“คุณคิดว่าตัวเองไม่เหมือนปลาหมึกรึไง ทุกคนน่ะเหมือนปลาหมึกทั้งนั้นแหละ!”

ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักมาจากฝั่งเก้าอี้ผู้ชม โจซองจูทำหน้าไม่ยินยอมพร้อมใจ

“ระดับผมแล้ว ไม่น่าจะเป็นปลาหมึกนะ… ปะ เป็นหรือครับ”

“ใช่ๆ!”

เสียงยืนยันจากใครบางคนทำให้โจซองจูไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรดี เขาออกอาการเหมือนขายหน้า

“ผมว่าเราเลิกคุยเรื่องนี้กันดีกว่านะครับ… เอาล่ะ มาดูอีกท่านหนึ่งกันบ้าง ความไม่เหมือนใครของเขาคือ มีเมนูอาหารแปะเป็นหน้ากากครับ มีเหตุผลอะไรไหมครับ”

หน้ากากเมนูอาหารยกนิ้วขึ้นมา ชี้ไปที่ตัวอักษรที่เขียนอยู่ด้านบน หลังจากโจซองจูยื่นหน้าเข้าไปดูก็อ่านออกเสียงให้ได้ยินทั่วกัน

“อะฮ่า! เพิ่งเห็นนะครับเนี่ยว่ามีตัวอักษรด้วย เขียนไว้ว่า ‘ราชาอาหารตามสั่ง’ ครับ หมายความว่า อาหารที่จะมาแสดงฝีมือให้พวกเราดูจะใช้อาหารตามสั่งเป็นหลัก อย่างนั้นใช่ไหมครับ”

ราชาอาหารตามสั่งพยักหน้าแรงๆ อย่างเอาจริงเอาจัง ผู้ชมบางส่วนเผยยิ้มอ่อนออกมา

“โฮะๆ ราชาอาหารตามสั่งคืออะไรอ่ะ”

“แปลกแต่จริงเว้ย”

โจซองจูแสดงท่าทางดึงดูดความสนใจจากผู้ชมมาที่ตัวเอง

“ทุกท่าน ลองดูเมนูตรงนี้สิครับ มีรายการอาหารเพียบเลย ไหน ใครในที่นี้เคยไปร้านตามสั่งที่เปิด 24 ชั่วโมงบ้างครับ ขอดูมือหน่อย”

พอทางโน้นทางนี้มีคนยกมือขึ้น โจซองจูก็พูดต่อจากประโยคเมื่อครู่ว่า

“เมนูพวกนั้น เขียนอยู่บนหน้ากากนี้ครบเลยครับ”

“ฮ่าๆๆ”

“ก๊ากๆๆ”

ด้านล่างเวที โปรดิวเซอร์ซอซุนยองที่คอยสังเกตทุกคนอยู่ จมลงสู่ความคิดตัวเอง

‘บรรยากาศวันนี้มีชีวิตชีวากว่าปกติชัดเจนเลย แต่มันจะไปได้สักกี่น้ำกันล่ะ ถ้ายันคู่แข่งไม่อยู่โดนคัดตกเวทีมาก่อนนี่งานเข้าแน่ๆ จะไปเตี๊ยมกับผู้เข้าแข่งขันด้วยกันเองก็ทำไม่ได้อีก ประชุมภายในวาระแรกก็สรุปว่าให้เป็นไปตามความสามารถจริงๆ ก่อนด้วย…’

เพราะความซื่อตรง คือ หนึ่งในคีย์เวิร์ดสำคัญ

ต่อให้ดันใครที่ทำอาหารไม่อร่อยเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศจนสามารถนั่งบัลลังก์คิงออฟแมสก์เชฟได้ ความลวงหลอกที่ปกปิดเอาไว้จะย้อนมาสร้างความคุ้มค่าให้ได้สักกี่มากน้อยกัน

ยุคนี้ เป็นยุคที่ผู้คนเรียกร้องหาความโปร่งใสกันแล้ว

พวกโปรแกรมที่จัดแข่งขันความสามารถอื่นๆ ก็ไม่ต่างกัน หากเอาแต่เล่นตามบทที่เตรียมไว้เรื่อยไปก็เป็นอันต้องปิดตัวลงสักวัน รายการที่เจ๊งไปแล้วมีให้เห็นไม่น้อย

จู่ๆ คิมกูรอ[2]หนึ่งในคณะกรรมการก็ยกมือขึ้น

“ขออนุญาตครับ มีเรื่องสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง สมมติผมสั่งอาหารอะไร ก็จะทำให้ตามนั้นหรือเปล่าครับ ตอนนี้ผมอยากกินซุปเกี๊ยวมันดูพอดีเลย”

โจซองจูฉีกยิ้ม หันหน้าไปทางราชาอาหารตามสั่ง ส่งคำถามต่อ

“เอาอย่างไรดีล่ะครับ จะรับทำอาหารตามออเดอร์คุณเขาไหมครับ”

ราชาอาหารตามสั่งนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็สั่นศีรษะจากซ้ายไปขวาช้าๆ

โจซองจูยิ้มเจ้าเล่ห์ ได้ทีหันไปแหย่คิมกูรอ

“เขาว่าไม่อยากทำอะครับ”

“เอ๊ะ! อะไรของเขา ซุปเกี๊ยวมันดูอร่อยแค่ไหนรู้ไหม ไม่มั่นใจว่าจะทำแล้วอร่อยเลยปฏิเสธสิท่า ต่อให้ใส่หน้ากากทำอาหาร แต่รายการนี้เราแข่งกันเลือกคนที่ทำอาหารเก่งตัวจริงเสียงจริงเท่านั้นนะ แล้วคุณจะทำอะไร ม้วนข้าวห่อสาหร่าย? หรือทำต็อกบกกี[3]?”

ที่เขาพูดเช่นนั้นไม่ใช่เพราะคันปากอยากเหวี่ยงไปทั่ว

แต่เพราะใครสักคนในรายการจำเป็นต้องสวมบทบาทคนพาลชวนต่อปากต่อคำ จะเรียกว่าทำหน้าที่ยอมถูกด่าเพื่อให้คนอื่นสนุก เหมือนช่วยเกาได้ถูกที่คันก็คงใช่

ราชาอาหารตามสั่งเปิดปาก ตอบกลับด้วยเสียงที่ผ่านเครื่องดัดแปลง

“ผมจะทำอะไร อีกเดี๋ยวจะได้เห็นกันครับ”

คิมกูรอหัวเราะ หันไปส่งสายตาให้กรรมการอีกคนที่เป็นเมมเบอร์จากวงพริตตี้เกิร์ล… จีฮยอน

“นี่ๆ คุณจีฮยอน คุณมีอะไรที่อยากทานบ้างไหม อะไรก็ได้ที่เป็นเมนูร้านตามสั่งนะ”

คิมกูรอนับเป็นคนหนึ่งที่รู้จักเอาใจใส่เพื่อนดาราสาวน้อยที่มีโอกาสถูกมองข้ามได้ง่ายๆ จังหวะนี้เขาพยายามชวนเธอให้ได้พูดสักคำ

“ฉันหรือคะ กินเก่ง กินได้หมดทุกอย่างค่ะ”

จีฮยอนมักถูกมองว่าเป็นกรรมการที่ดูธรรมดาที่สุด ท่ามกลางคณะกรรมการทั้งหมดในรายการโuเวลกูดoทคoม

ตอนนี้คิมกูรอไม่ได้รับคำตอบอย่างที่คาดไว้ ทำท่าก่ายหน้าผากอย่างทรมานใจ ชินบงซุนซึ่งนั่งเก้าอี้กรรมการข้างๆ จึงออกหน้าแทนให้

“ตอบคำถามโง่ๆ ได้อย่างชาญฉลาดจริงๆ ค่ะ นั่นแปลว่าทำอะไรออกมาก็กินทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ”

จีฮยอนเผยแววตาแบบลูกสุนัขตัวน้อย พยักหน้าหงึกหงักอย่างน่ารักน่าชัง ทำเอาคณะกรรมการวัยกลางคนทั้งหลายอดไม่อยู่ แย้มยิ้มอบอุ่นสไตล์คุณพ่อออกมา

โปรดิวเซอร์ซอซุนยองเห็นว่าจุดสนใจเทไปอยู่ที่จีฮยอนจนเกินพอดี จึงยกสองมือขึ้นขีดเป็นตัว X ใช้ท่าทางส่งสัญญาณให้โจซองจูรู้ โจซองจูเหลือบตาดูโพยแล้วก็จัดการเดินหน้าต่อ

“เอาล่ะครับ ช่วงสำคัญลำดับถัดไป เรามาเข้าสู่ขั้นตอนทำอาหารของทั้งสองท่านกันเลยดีกว่า คุณปลาหมึกแห้งเตรียมเมนูอะไรมาครับ”

“ออยล์พาสต้ากระเทียมเห็ดครับ”

“ออยล์พาสต้ากระเทียมเห็ด ชื่อเมนูหรูหราหมาเห่าขนาดนี้ต้องมีการคาดหวังกันหน่อยแล้ว… อย่างนั้นคุณราชาอาหารตามสั่งล่ะครับ ตั้งใจจะทำอะไรเอ่ย”

พอได้รับคำถามที่ส่งมา ราชาอาหารตามสั่งก็หยิบกระจกบานเล็กขึ้นส่องดูหน้ากากเมนูของตัวเอง ก่อนจะใช้นิ้วจิ้มลงไปที่จุดหนึ่ง

“อันนี้หรือครับ ราบกกี[4]?”

เห็นราชาอาหารตามสั่งพยักหน้า ผู้ชมทั้งหลายรวมถึงคณะกรรมการก็ระเบิดเสียงหัวเราะ

“ฮ่าๆๆ น่ารักจัง”

อีฮีช่อล ซึ่งเป็นนักร้องอยู่แต่เดิมและได้เข้ามาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการทำหน้ากังวล

“พาสต้ากับราบกกีจะแข่งกันอีท่าไหน เมนูอิตาเลียนขึ้นชื่อปะทะเมนูตามสั่งเนี่ยนะ”

เนื่องด้วยความเป็นกรรมการจึงพูดเปรียบเทียบออกมาตรงๆ ขนาดนั้นไม่ได้ แต่จากข้อคิดเห็นส่วนตัวเขาที่ท้วงติงเรื่องการเอาอาหารอิตาเลียนชั้นสูงมาแข่งกับอาหารเกาหลีสามัญชนนั้น เขาไม่ได้พูดโอเวอร์เกินไปเลย

“ฮัลโหล ‘ทานโทษนะ ถ้าไปอิตาลี ราบกกีก็กลายเป็นอาหารชั้นสูงเหมือนกันล่ะจ้ะ หรือจะเถียง?” คิมกูรอแย้งทันที ทว่า เสียงตอบรับกลับแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน

ระหว่างนี้ สองฟากเวทีทั้งซ้ายขวาที่จัดตั้งเคาน์เตอร์ทำอาหารของแต่ละฝ่ายไว้ ก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวแล้ว

เมื่อปลาหมึกแห้งและราชาอาหารตามสั่งแยกย้ายไปจัดการวัตถุดิบที่เตรียมมา โจซองจูก็ทำหน้าที่ดำเนินรายการต่อเพื่อไม่ให้เกิดสภาวะเงียบกริบในห้องส่ง โดยการจับประเด็นของคิงออฟแมสก์เชฟขึ้นมาพูด

“ขอทราบความคิดเห็นจากคิงออฟแมสก์เชฟคนปัจจุบันของเรา คุณหัวหน้าเชฟหมูหน่อยนะครับ คิดว่าอย่างไรครับ สองท่านนี้ ใครดูดุดันกว่ากัน”

หัวหน้าเชฟหมูผู้คว้าชัยชนะสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ส่ายหน้าหน่วงๆ

“หรือกำลังคิดว่า ทั้งคู่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคุณ?”

หัวหน้าเชฟหมูกอดอก พยักหน้าอย่างอวดดีประหนึ่งว่ารอให้ถามประโยคนี้นานแล้ว

“ดูความมั่นอกมั่นใจนี้สิครับ เยี่ยมไปเลย! เรามาคอยดูกันต่อไปนะครับว่าจะมั่นใจไปได้ถึงเมื่อไหร่ เอาล่ะ มาครับทุกท่าน ตอนนี้ดูเหมือนจะได้เวลาเริ่มปรุงอาหารกันแล้ว วัตถุดิบที่คุณปลาหมึกแห้งนำมามีเส้นสปาเก็ตตี้ เห็ดหลากชนิด กระเทียม และเครื่องปรุงอื่นๆ ที่ค่อนข้างเรียบง่ายครับ”

ปลาหมึกแห้งหยิบพริกช่องยางที่โจซองจูไม่ทันเห็นขึ้นมาโบกไปมาเป็นการเน้น โจซองจูยอมรับว่าตนพลาดไปนิด รีบอธิบายต่อ

“โอ้ว ผมไม่ทันมอง นี่คือพริกของช่องยางใช่ไหมครับ คิดจะใช้วัตถุดิบนี้มาตอบโจทย์รสเผ็ดในแบบที่ชาวเกาหลีชอบสินะครับ”

ปลาหมึกแห้งทำเพียงพยักหน้าเงียบๆ จากนั้นหลุบสายตาลงมองวัตถุดิบต่อ บอกเป็นนัยว่า จากนี้เขาจะเอาจริงกับการปรุงอาหารแล้วนะ

โจซองจูย้ายตัวเองไปหาราชาอาหารตามสั่ง

“เทียบกับทางโน้นแล้ว ทางนี้คุณราชาอาหารตามสั่งเตรียมกะหล่ำปลี โอเด้ง เส้นรามยอน ต้นหอมญี่ปุ่น แป้งต็อก และเครื่องปรุงอื่นๆ มา เหมือนจะเป็นวัตถุดิบมาตรฐานสำหรับทำราบกกีธรรมดานะครับ เป็นอย่างไรครับ มั่นใจไหมว่าจะเอาชนะคุณปลาหมึกแห้งได้”

“จะพยายามให้ถึงที่สุดครับ”

ราชาอาหารตามสั่งตอบคำถามอย่างรวบรัด จ้องเขม็งไปที่จุดจุดเดียวไม่วางตา

เป้าหมายก็คือทิศที่จีฮยอนนั่งอยู่

‘คิดอยู่เลยว่าใช่ไหม… ใช่จีฮยอนจริงๆ’

ตอนที่ราชาอาหารตามสั่งครุ่นคิดบางสิ่งอยู่ คิมกูรอก็มองเขาแล้ววิเคราะห์ พลางลูบคางตัวเองไปมา

“อย่างไรคนนี้ก็น่าจะเป็นนักแสดงเหมือนกัน ว่าไหม คอสตูมก็เรื่องหนึ่ง… แล้วดูก่อน ออร่านั่นไม่ใช่เล่นๆ เลย” คิมกูรอหันไปถามกรรมการข้างๆ

“อาจจะไม่ใช่ก็ได้นะ”

“เฮ้ย แหม่ ลองคิดดูนะ มันแปลกตั้งแต่ที่เตรียมอาหารตามสั่งมาแล้ว จะใช้เมนูตามสั่งเอาชนะไหวเรอะ”

ใครๆ ก็คิดเช่นนี้

เพราะอาหารตามสั่ง คือ ตัวแทนของอาหารราคาถูกที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้และมีอยู่ดาษดื่น ไม่รู้ว่ากรรมการด้านข้างโดนเป่าหูเข้าแล้วหรืออย่างไร จึงแสดงความคิดเห็นในทางเดียวกันออกมา

“จะว่าไปก็จริงนะ เอาอาหารตามสั่งมาสู้ให้ได้นั่งบัลลังก์คงยากน่าดู”

รายการนี้ แม้แต่เชฟชื่อดังยังมาเข้าร่วมแข่งขัน

คณะกรรมการส่วนใหญ่วิเคราะห์คล้ายๆ กันว่า อาหารตามสั่งไม่อาจเป็นคู่แข่งใครได้ ขนาดโจซองจูที่เป็นผู้ดำเนินรายการเองก็ยังคิดเช่นเดียวกัน

‘อาหารตามสั่งจะสู้เขาไหวจริงเหรอ มันไม่มีความเป็นอาหารชั้นสูงเลยด้วยซ้ำ… แม้ผลตัดสินจะขึ้นอยู่กับหลายฝ่ายก็เถอะ อย่าได้ประมาทพวกความรู้สึกเชียว ต่อให้ปรุงได้รสชาติเดียวกัน แต่อย่างไรคนก็ต้องเทคะแนนไปที่พาสต้ามากกว่าอยู่แล้วเห็นๆ’ คิดไปคิดมาจนชักจะสงสารฝ่ายนั้นขึ้นมานิดๆ ทีเดียว

ตอนนี้เอง การจัดการกับวัตถุดิบก็เริ่มขึ้น

ตักตักตักตักตัก

เสียงเช่นนี้พาให้นึกถึงละครเวทีนันทา[5] วัตถุดิบบนเขียงตรงหน้าปลาหมึกแห้งถูกหั่นซอยอย่างรวดเร็ว แม้สิ่งที่เขาเตรียมมาทั้งหมดจะเป็นของดีคุณภาพเยี่ยม แต่การใช้มีดกลับดูไม่คล่องแคล่วเท่าใดนัก เหมือนใจร้อนจึงเอาแต่รีบๆ หั่น

ตรงข้ามกับราชาอาหารตามสั่งที่ใช้มีดหั่นวัตถุดิบอย่างใจเย็น

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

ลักษณะการหั่นไม่ได้เร็วไปและไม่ได้ช้าไป วัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของราบกกีถูกหั่นออกเป็นชิ้นเท่าๆ กัน ทำเอาหัวหน้าเชฟหมู ผู้รั้งตำแหน่งคิงออฟแมสก์เชฟ ณ ตอนนี้ต้องชะงักมอง เนื่องจากรอบตัวราชาอาหารตามสั่งอบอวลไปด้วยบรรยากาศของผู้รู้ผู้ชำนาญ หน่วยก้านหรือก็ยอดเยี่ยม

‘สกิลการใช้มีดขั้นสูงเลยนะนั่น’

บางที เจ้าผักที่กำลังนอนให้หั่นอยู่อาจไม่ได้รู้สึกตัวด้วยซ้ำไป เพราะวินาทีที่คมมีดสัมผัสผิวกับวินาทีที่ขาดเป็นท่อน แทบจะเป็นเวลาเดียวกันก็ว่าได้

‘หรือว่า หั่นตามลวดลายวัตถุดิบ?’

………………………..

[1] ล้อเลียนผู้ดำเนินรายการ คิงออฟแมสก์ซิงเกอร์ตัวจริงที่ชื่อ คิมซองจู

[2] คิมกูรอ – ล้อเลียนคณะกรรมการตัวจริงที่ชื่อ คิมกูรา

[3] ต็อกบกกี – แป้งต็อกผัดซอส

[4] ราบกกี – คล้ายต๊อกบกกีที่เป็นแป้งต็อกผัดซอส แต่เพิ่มเส้นมาม่าหรือรามยอนเข้าไปด้วย

[5] ละครนันทา (Nanta Musical) เป็นการแสดงแนววัฒนธรรมเกาหลีแบบผสมผสานที่เน้นการสร้างจังหวะสนุกสนาน (เช่น การทุบ การเคาะ การตี) ไร้บทพูด บางการแสดงมีธีมเชฟด้วย (สร้างจังหวะจากการทำอาหาร)

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset