ที่กยองฮาคิดจะทำชาขาย ก็เพื่อจะอัพเลเวลให้ตัวเองไปเรื่อยๆ เท่านั้น เขาไม่ได้กะเอาเงินก้อนใหญ่อะไรอยู่แล้ว
‘คิดดีๆ ก่อน อย่าหวังกำไรนักเลยเรา อีกหน่อยไม่แน่ว่าต้องหันมาใช้วัตถุดิบอย่างดีเพิ่ม ส่วนนี้เอาไว้เป็นเงินเก็บพิเศษเล็กๆ น้อยๆ เถอะ…’
***
เวลาเดียวกันนั้น จีฮยอนกำลังคุยเรื่องสำคัญอยู่กับผู้จัดการฮันกังช่อล
“อะไรนะคะ คิงออฟแมสก์เชฟ[1]เหรอคะ”
“อืม เป็นกรรมการน่ะ”
“แล้วเมมเบอร์คนอื่นล่ะคะ” เธอถามต่อ
ผู้จัดการส่ายหน้าเบาๆ อยู่ในที
“น่าเสียดาย เราเข้าไปได้แค่คนเดียว”
จีฮยอนโดดเด่นเป็นที่จับตามองมากเป็นพิเศษยิ่งกว่าเมมเบอร์คนอื่นๆ ใช่เพียงเพราะความสวยน่ารักเท่านั้น ก่อนหน้านี้ที่ได้ไปออกรายหนึ่ง ซึ่งมีโอกาสแสดงความสามารถพร้อมกันทั้งกรุ๊ป จีฮยอนคือคนเดียวที่ฉายแววด้านความตลกโป๊ะ ออกท่าทางเฮฮาได้ ไหวพริบแพรวพราวจนดึงความสนใจผู้ชมได้อยู่หมัด
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะค่ะ จะให้หนูไปคนเดียวได้ยังไง…” เธอพูดไม่จบประโยค เสียงกลับแผ่วไปก่อน
ฮันกังช่อลกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขังหนักแน่นอย่างที่สุด
“นี่จีฮยอน… ฉันขอบอกอะไรไว้ล่วงหน้าหน่อยก็แล้วกันนะ เผื่อว่าเธอกำลังเข้าใจอะไรผิด ที่พูดมาทั้งหมดนี้ไม่ใช่ข้อเสนอ แต่เป็นการประกาศแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน รู้ใช่ไหมว่าเธอไม่ได้อยู่ในฐานะที่สามารถตอบรับหรือปฏิเสธอะไรได้ ทีนี้ก็คิดเสียว่าได้แบบไหนก็ดีทั้งนั้น แค่นั้นพอ”
ความหมายที่ฮันกังช่อลจะบอก คือ การอัดเทปออกรายการเพลงไม่ได้มีให้ทำกันทุกสัปดาห์
ยิ่งกว่านั้น ไอดอลกรุ๊ปที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วต่างก็ทยอยออกซิงเกิลใหม่อยู่เรื่อยๆ แข่งขันชิงชัยกันเองเป็นเรื่องปกติ ดังนั้น การมีที่ยืนบนเวทีเหนือผู้อื่นเพื่อแสดงตนให้เป็นที่จดจำมากขึ้นจึงค่อนข้างมีข้อจำกัด การออกรายการแสดงความสามารถของไอดอลก็เช่นกัน
“ฉันรู้ว่าเธอกังวลเรื่องอะไร แต่จีฮยอน… สิ่งนี้ไม่ได้มาเพื่อให้เธอได้ดีคนเดียวเสียหน่อย เธอต้องคิดสิว่า เพราะมีเธอ เมมเบอร์ทุกคนถึงได้ประโยชน์ร่วมกัน เมื่อเธอดังขึ้น ทั้งกรุ๊ปก็จะดังขึ้นด้วยกัน”
ถ้าจะให้ยกตัวอย่างหรือ… มีนับไม่ถ้วน
ไม่ว่าจะซูจินวงมิสบี จาโอรูวงเฟสตา ซอลยอนวงเอโอเอ หรือ จือหว่อวงไทวส์[2] จริงๆ เอาแค่รายชื่อวงน้องใหม่ล่าสุดก็ไม่รู้จะนับอย่างไรหมดแล้ว ไอดอลเหล่านี้ถือเป็นผู้กำบทบาทนำพาให้ชื่อเสียงของทั้งกรุ๊ปโด่งดังขึ้น อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการเรียกรายได้เข้าบริษัท
“เดี๋ยวบริษัทจะคุยกับเมมเบอร์ที่เหลือเอง ไม่ให้มีใครต้องน้อยใจแน่นอน ส่วนเธอก็ทำการบ้านให้หนักหน่อยล่ะ จากนี้ไปออกรายการแล้วจะทำอย่างไรให้ตัวเองเป็นจุดสนใจ ที่ฉันพูดเนี่ยเข้าใจใช่ไหม”
“ค่ะ…”
หากใครเห็นจีฮยอนในตอนนี้ ก็จะรู้เลยว่าเธอแค่อ้าปากตอบรับไปอย่างนั้นเอง
ฮันกังช่อลลดระดับความขึงขังลงหนึ่งขั้นเพราะอ่านใจจีฮยอนออก
“ดีเลย พรุ่งนี้ไม่มีอีเวนท์ พักผ่อนซะให้เต็มที่ ค่อยๆ ตกผลึกความคิดไปด้วยก็แล้วกัน”
***
ร้านขายเครื่องเคียงกำลังเป็นที่กล่าวขานกันอย่างแพร่หลายในหมู่สมาคมแม่บ้าน แค่วันเดียวชื่อเสียงก็ขจรไปไกลจนต่างจากวันก่อนลิบลับ เดี๋ยวนี้ถึงขั้นมีคนตั้งใจมาแวะร้านเครื่องเคียงของกยองฮาก่อนจะไปจ่ายตลาดเสียด้วยซ้ำ
ลูกค้าเกินครึ่งหากมาสายจะต้องได้บ่นกับความฮอตของร้าน ด้วยมาถึงแล้วต้องเจอสภาพเครื่องเคียงที่ขายหมดชนิดไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปที่ใช้ดอง
“คุณป้า ได้ยินว่าวันนี้มียำเห็ดใช่ไหมคะ”
“โอ๊ยตาย ทำไงดีล่ะคะเนี่ย ขายหมดไปสักพักแล้ว”
“อ้าว เพิ่งจะเปิดร้านได้ไม่กี่นาทีเอง ขายหมดแล้วเหรอ นี่รีบวิ่งมาซื้อแต่เช้าทั้งสภาพหน้าสดเลยนะ”
ทันใด ก็มีเสียงกระซิบกระซาบมาจากทางด้านหลัง
“ปล่อยเนื้อปล่อยตัวซะจริง หน้าตาก็ไม่ล้างมาจากบ้าน ขี้ตานี่ท่าจะยังไม่ทันได้แคะเลยมั้ง”
“…”
บ่นๆ อยู่ก็ถูกแซะให้ได้อาย คนบ่นจึงไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่จิ้มเลือกเครื่องเคียงที่มองเห็นบนชั้นหน้าร้านทีละอย่าง ทีละอย่าง
“เอาอันนี้ อันนี้ แล้วก็กิมจิกุยช่ายอันนั้นด้วยค่ะ ทั้งหมดรวมเป็นเท่าไหร่”
“หมื่นสองพันวอนค่ะ” แม่ของฮียอนตอบ ยื่นถุงที่ใส่เครื่องเคียงส่งให้ลูกค้า
แม่บ้านคนนั้นดึงถุงเอาไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างก็ยื่นเงินมาจ่าย
“ไหนๆ ก็ไม่มีเห็ดผัดซอสให้ วันนี้คิดแค่นี้แล้วกันนะ ตอนห่อก็เหมือนจะให้น้อยด้วย”
เงินที่ยื่นมาจ่ายคือหมื่นหนึ่งพันวอน
จังหวะที่แม่ของฮียอนเห็นจำนวนเงิน เธอคว้าถุงหมับ ดึงกลับมาใหม่ทันใดก่อนจะหลุดมือยื่นให้ไปทั้งถุง
“…!”
สายตาสองคู่ประสานงากันตูมตามกลางอากาศ เครื่องเคียงในถุงกลายร่างเป็นลูกตุ้ม แกว่งไปไกวมาตามแรงยื้อ
ผู้ที่ทำลายความเงียบขึ้นมาก่อนคือแม่ของฮียอน
“ลดให้ไม่ได้ค่ะ ถ้าลดให้คนหนึ่งแล้วคนอื่นๆ ไม่ได้ลด อีกหน่อยคงได้ปิดร้านกันล่ะ จะเอาอย่างนั้นหรือคะ”
“ดะ เดี๋ยวสิ นี่ก็ไม่ได้ขอให้ลดให้ทุกวันเสียหน่อย แค่วันนี้…”
อีกครั้งที่มีเสียงแซะดังมาให้ได้ยินจากด้านหลัง
“คุณนายคนนี้นี่ สงสัยคราวหน้าคงไม่อยากมาร้านนี้แล้วล่ะมั้ง บางคนเขาอ้อนวอนขอจ่ายเงินเพิ่มเพื่อจองของไว้ล่วงหน้ายังไม่ได้เลยนะ”
“…”
สุดท้าย แม่บ้านคนนั้นก็จ่ายเต็มราคาแล้วรีบหลบออกจากร้านเหมือนหนีอะไรอยู่
แม่ของฮียอนยิ้มทั้งตาให้ลูกค้าคนหลังที่ช่วยจัดการกับแม่บ้านงงๆ เมื่อครู่ให้ น่าแปลกที่ลูกค้าผู้นี้เข้ามาที่ร้านครั้งใด สายตาตนมักจะต้องแวะเวียนไปจดจ้องดูที่ข้อมือทุกครั้งไป
“มาแล้วหรือคะคุณผู้หญิง”
“ค่ะ ยำถั่วงอกยังเหลือใช่ไหมคะ”
***
“สวัสดีค่ะ”
“อุ๊ยตายแล้ว! ดูซิใครมา?!”
ตาของชินยองฮีหยีเป็นรูปจันทร์ครึ่งดวง
“เข้ามาเร็ว ไม่ได้เจอกันกี่เดือนแล้วเนี่ย โอ้โห เด็กๆ สาวๆ นี่ดีจริงๆ เลย หายไปแป๊บเดียวสวยขึ้นเป็นกอง ดูสิ”
จีฮยอนทำตัวไม่ถูกกับการต้อนรับที่ยิ่งกว่ายินดีต้อนรับเกินคาดเช่นนี้
“แหะๆ ไม่หรอกค่ะ หนูว่าหัวหน้าต่างหากที่สวยขึ้น ระหว่างนี้มีเรื่องดีๆ ใช่ไหมล่ะคะ”
นั่นไม่ใช่การชมตอบตามมารยาท ชินยองฮีดูเปลี่ยนไปจริงๆ ภายในไม่กี่เดือน แม้จะบอกไม่ได้ว่าตรงไหน ทว่า มองแล้วคนดูมีสง่าราศีสวยสดใสขึ้นกว่าเดิมมาก
“เรื่องดีเหรอ ก็ดีทุกวันนั่นแหละ”
ขนาดชินยองฮียุ่งอยู่ ยังอุตส่าห์ดึงมือจีฮยอนไว้ไม่ยอมปล่อย ทั้งคู่นั่งลงตรงข้ามกัน ชินยองฮีเริ่มเล่าเรื่องต่างๆ ระหว่างที่ไม่ได้เจอกันให้ฟังเป็นการอัปเดตข่าวคราว
จีฮยอนที่ตั้งอกตั้งใจรับฟังอยู่ ยิ่งฟังก็ยิ่งเก็บความประหลาดใจไว้ไม่ไหว
“สาขารอง? แล้วพี่กยองฮา… เป็นเถ้าแก่สาขาโน้นแล้วเหรอคะ”
“ก็ใช่น่ะสิ แถมเดี๋ยวนี้สาขารองน่ะยุ่งกว่าที่นี่หลายเท่า”
“หลายเท่า…อย่างนั้นคง…”
“เปิดร้านปุ๊บลูกค้าก็มาต่อคิวปั๊บ แล้วคิวก็ยาวไปทั้งวันเลยล่ะ”
“โห…”
ความรู้สึกแรกคือ ใจเต้นตึกตัก ได้ยินว่าพี่กยองฮาได้ดิบได้ดีขนาดนั้นก็หวั่นไหวใจกระเพื่อมตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ แต่แล้วรอยยิ้มที่กำลังจะแย้มออก กลับหยุดค้างกลางคัน
‘เอ๊ะ ถ้าอย่างนั้น…’
จริงๆ แล้วที่จีฮยอนแวะเข้ามาโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ก็เพื่อมาเซอร์ไพรส์กยองฮาเท่านั้น อยากจะรู้เหลือเกินว่าพี่กยองฮาเห็นตนแล้วจะยินดีแค่ไหน จะทำหน้าอย่างไร อยากรู้จนตัวเองนอนไม่หลับ พลิกไปพลิกมาทั้งคืน
‘คงไม่ได้เจอพี่กยองฮาแล้วล่ะ’
ความผิดหวังถาโถมจนพูดอะไรไม่ออก รู้อย่างนี้นัดแนะไว้ก่อนก็คงดี
‘โทรฯ ไปบอกตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์แล้วมั้ง ยุ่งเสียขนาดนั้น…’ จีฮยอนหน้างอโดยไม่รู้ตัว
ชินยองฮีที่แอบสังเกตอยู่เงียบๆ อมยิ้มเบาๆ
‘วัยรุ่นนี่ดีจริงๆ’
เธอทั้งตั้งใจ ทั้งเต็มใจทำตัวเป็นแม่สื่อสร้างสะพานรักให้วัยรุ่นน่ารักน่าชังเปี่ยมด้วยวุฒิภาวะคู่นี้ คิดดังนั้น จึงหยิบโทรศัพท์ออกมาถือไว้ใต้โต๊ะ เปิดแชตติ้งกลุ่มของร้านสาขารองขึ้นมา
[จีฮยอนมาที่สาขาหลัก! ดูท่าจะมีเวลาไม่มาก]
ตัวเลขแสดงผู้เห็นข้อความลดลง[3] อย่างรวดเร็ว ทำแบบนี้ ต่อให้กยองฮายุ่งเสียจนไม่มีเวลาเช็คมือถือก็ต้องมีสมาชิกคนอื่นส่งข่าวให้บ้างแหละน่า
ชินยองฮีหย่อนมือถือกลับลงไปในกระเป๋าอย่างเงียบเชียบ จากนั้นไม่ได้หยิบขึ้นมาดูผลตอบรับอีกเลย
‘คนเราคู่กันแล้วคงไม่แคล้วกัน ต่อให้ผลักให้ดันอย่างไร ใช่ก็คือใช่ ไม่ก็คือไม่ล่ะนะ’
ความรู้สึกของจีฮยอนที่มีต่อกยองฮาดูออกได้อย่างง่ายดายและชัดเจนยิ่งโนiวลกูดอทคอม
แต่อีกฝ่ายนี่… กระทั่งชินยองฮีเองยังไม่กล้าฟันธงมั่วๆ ซั่วๆ
‘ยัยหนูทั้งสวย ทั้งน่ารัก ทั้งสดใสแบบนี้ ผู้ชายคนไหนมันจะตาถั่วปฏิเสธได้…’
อยากรู้คำตอบชัดๆ ก็คงต้องรอดูกันต่อไป หากทั้งคู่ใจตรงกัน ใช้เวลาเพียงไม่นานประตูร้านจะต้องเปิดออก และกยองฮาจะต้องยืนอยู่ตรงนั้น ณ ตอนนี้ บทบาทของชินยองฮีคือถ่วงเวลาให้ได้นานที่สุดจนกว่ากยองฮาจะมา!
ชินยองฮีชวนจีฮยอนที่กำลังนั่งหงอยๆ คุยต่อ
“จริงสิ กินอะไรมาหรือยัง เลยเวลากินข้าวมาพอสมควรแล้วนี่นา ไหนๆ ก็มาแล้ว กินอะไรสักหน่อยค่อยไปเถอะ ให้น้าทำอะไรให้กินดี”
“เอ่อ หนู…”
พูดตามตรง ท้องของเธอส่งเสียงร้องจ๊อกๆ ตั้งแต่ยังยืนอยู่หน้าประตูร้านโน่น ทั้งข้าวทั้งน้ำ ไม่มีอะไรตกถึงท้องเป็นเรื่องเป็นราวเลยสักอย่าง ต้องหิวเป็นธรรมดา แต่ตอนนี้ความอยากอาหารบินหายไปหมดแล้วเมื่อได้ฟังเรื่องต่างๆ ที่ชินยองฮีเล่า
ลังเลอยู่ครู่ใหญ่ จีฮยอนก็เปิดปากตอบอย่างยากลำบาก
“ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่ เถ้าแก่ไปไหนล่ะคะ”
“เห็นว่ามีธุระต้องออกไปข้างนอกแป๊บหนึ่งน่ะ… ทำไมเหรอ อย่าบอกนะว่าจะไปแล้ว”
“ไม่ค่ะ ไม่ใช่อย่างนั้น คือ ถ้าเถ้าแก่กลับมาช้า หนูอาจจะต้องขอตัวกลับก่อน ไม่ทันได้สวัสดี เลยคิดๆ อยู่ว่าจะโทรฯ ไปหาก่อนก่อนดีหรือเปล่าน่ะค่ะ”
“ยุ่งมากล่ะสิท่า ยังอยู่ได้อีกนานไหม”
“ก็…”
จีฮยอนกะจะแวะร้านฮันอุลแค่ครู่เดียวแล้วตรงไปห้องซ้อมต่อเลย เป็นวันหยุดที่นานๆ ทีจะมีกับเขาบ้าง แต่ก็ดันมาเจอสถานการณ์อิหลักอิเหลื่อเสียนี่
“คงได้อีกสัก 30-40 นาทีค่ะ น่าจะไม่เป็นไร”
จีฮยอนพยายามสุดชีวิตในการหาเวลาแวะมาที่ฮันอุลให้ได้ เธอตอบตามที่คำนวณไว้แล้วในใจว่า จะสามารถรั้งอยู่ในร้านได้นานแค่ไหนโดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครมากนัก
ทว่า ตอนนี้สิ่งที่เห็นต่อหน้าเหมือนจะต่างจากที่คำนวณไว้มาก เพราะแม้จะเลยช่วงเที่ยงไปแล้วก็ยังมีลูกค้าเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย ชินยองฮีต้องผลุบๆ โผล่ๆ ไปมาระหว่างครัว คอยแวบมาดูเธอเป็นพักๆ ฉะนั้นหลังจากมองสถานการณ์แล้ว จีฮยอนจึงชักจะนั่งไม่ติดที่
‘วันนี้กลับก่อนแล้วกันเนอะ บอกไปว่าครั้งหน้าค่อยเจอกัน’
กรุ๊งกริ๊ง!
เสียงกริ่งประตูดังเป็นสัญญาณว่ามีคนเข้ามาในร้าน และนั่นทำให้เธอตัดสินใจได้ทันที
จีฮยอนยืดตัวขึ้นโดยพลัน กะว่าหากชินยองฮีออกมาจากครัวจะกล่าวอำลาให้เรียบร้อย และระหว่างที่ออกจากร้านก็จะโทรศัพท์ไปทักทายอันอิลเท ถามไถ่ทุกข์สุขเสียหน่อย
แต่แล้วแผนทั้งหมดที่วางไว้ก็กลับกลายเป็นไร้ความหมาย
“จีฮยอน”
“…!”
วินาทีนั้น ไหล่ของเธอสะท้านขึ้นมาอย่างแรง
เสียงที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน ทะลุทะลวงผ่านแผ่นหลังเข้ามาไม่พอ ยังทุบกระหน่ำลงที่หัวใจอย่างไม่มีเหตุผลด้วย ก้อนสะอื้นจุกอกจนแทบต้องหยุดหายใจ
ขณะที่ยังไม่พร้อมจะรับมือกับอะไรทั้งสิ้น เสียงฝีเท้าที่พาให้ใจหายใจคว่ำก็ค่อยๆ ใกล้เข้ามา
“จีฮยอน?”
เสียงเรียกชื่อครั้งที่สองของเขา ช่วยเก็บความรู้สึกที่ทำหล่นหายไปชั่วครู่เพราะความตกใจกลับมาอีกครั้ง
เสียงที่พาไปสู่อดีตที่ทั้งคิดถึง ทั้งผ่อนคลาย ทั้งเป็นสุข
แม้จีฮยอนจะรู้สึกประหลาดใจเพียงไร พอสงบจิตสงบใจได้ เธอก็กล้าหันไปเผชิญหน้าในที่สุด
“มาแล้วก็น่าจะบอกกันบ้างสิ”
ตอนนี้ปากเจ้ากรรมดันไม่ขยับง่ายๆ ดังใจคิด จะต้องพูดอะไร พูดอย่างไรดี ในหัวมันว่างเปล่าขาวโพลนไปหมดแล้ว… โอ๊ย น่าจะเอาเวลาที่พลิกไปพลิกมาเพราะนอนไม่หลับเมื่อคืนมาซ้อมพูด
“สบายดีไหม”
ดูสิ คนอะไร นิ่งได้น่าชังขนาดนี้ ทำตัวสบายๆ ไม่พอ ยังดูมั่นอกมั่นใจเกินร้อยไปอีก จะว่าไป หน้าซื่อๆ ท่าทีเหนียมอาย กับลักษณะการพูดแบบเดิมไม่มีให้เห็นแล้วแฮะ
ที่บอกว่า สถานการณ์สร้างคน คงจะจริงกระมัง ตอนนี้เป็นเถ้าแก่แล้วเลยไม่เหมือนเดิม
ความไม่คุ้นเคยอยู่เพียงชั่วครู่เดียวก็สลายไป
“กินข้าวแล้วหรือยัง ทำอะไรให้กินเอาไหม”
เสียงที่ถามอย่างอ่อนโยนนั้นกลับเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ปฏิกิริยาที่ร่างกายเธอมีต่อคำถามนั้นก็เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเช่นกัน ดูได้จากน้ำลายที่เริ่มสอ และภายในปากที่เริ่มรู้สึกถึงความหอมหวาน
จนแล้วจนรอด จีฮยอนก็คิดสิ่งที่อยากพูดออกมาได้
ปลายเท้าซ้ายที่ทิ้งน้ำหนักเยื้องไปด้านหลังจิกลงพื้นดังตึกตึก ตอบเสียงเล็กเบาราวกระซิบ
“… ค่ะ ทำให้หน่อย”
“หืม?”
“ข้าวผัดกิมจิค่ะ ทำให้หน่อย”
กยองฮายิ้มกว้างสว่างไสว พยักหน้าเป็นลำดับถัดมาอย่างที่มักทำเสมอ ชินยองฮีที่เห็นเหตุการณ์โดยตลอดหลีกทางอย่างเต็มใจ ให้กยองฮาได้เข้ามายืนในครัว
***
“คุณกยองฮา”
“ครับ หัวหน้า”
“ไม่รู้ล่ะสินะคะ”
“ไม่รู้เรื่อง… อะไรครับ”
“จีฮยอนไงคะ ก่อนคุณกยองฮาจะมา ฉันพยายามจะทำอะไรให้กินก็เอาแต่บอกว่าไม่เป็นไร แต่ทีนี้พอเป็นคุณกยองฮา แหม…คำแรกที่พูดเลยคือ ทำข้าวให้กินหน่อย โฮะๆ”
“ระ เหรอครับ”
“อุ๊ย อึกอักใหญ่เลย ไม่ได้เห็นตั้งนานแล้วนะคะเนี่ย”
“งะ งั้นเหรอครับ”
“สะบัดกระทะแล้วทำข้าวร่วงฉันก็เห็นนะคะ เหมือนมือจะแอบสั่นๆ ด้วยนี่”
“…”
ข้าวผัดกิมจิที่กยองฮาทำให้ ถูกจีฮยอนฟาดเรียบไม่เหลือซากเสียสองจานก่อนจะจากไป
“ถะ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ทิ้งร้านมานานมากแล้ว…”
“โฮะๆ ตามสบายค่ะ”
กยองฮาออกจากร้านมาอย่างรวดเร็ว ทันทีที่กลับมาถึงสาขารองก็เจอกับซองช่อล ซึ่งต้อนรับเขาด้วยท่าทางตื่นเต้นเกินเหตุ
“เถ้าแก่! ไปสาขาหลักมาใช่ไหมครับ!”
“อือ แล้ว?”
“งั้น มะ ไม่ทราบว่า ได้ทันเห็นจีฮยอนของผมแถวๆ นั้นบ้างหรือเปล่าครับ?”
“จีฮยอนของผม?”
“ครับ! พริตตี้เกิร์ล จีฮยอนไงครับ! เมื่อกี้ในแฟนเพจมีคนบอกว่าเห็นจีฮยอนในย่านแถวบ้าน เลยถ่ายรูปอัปให้ดูกัน ผมดูแล้วปรากฏว่าเป็นย่านสาขาหลักเราพอดี นี่เถ้าแก่ไม่เห็นเลยเหรอครับ”
“ต่อให้เห็นก็ต้องรู้ว่าใครเป็นใครก่อนสิจะได้บอกถูก”
“เอ้อ ก็จริง… งั้นดูรูปหน่อยไหมครับ ผมตั้งเป็นภาพวอลเปเปอร์ในมือถือไว้”
ถามจบ ซองช่อลก็หยิบสมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋ากางเกง แต่แล้วซุนกุกก็ผ่านมาหยิบสมาร์ทโฟนนั้นออกมาจากมือซองช่อล แล้วจัดการยัดผ้าเช็ดโต๊ะเข้าไปแทน
………………………………..
[1] คิงออฟแมสก์เชฟ (หน้ากากเชฟ) เป็นรายการล้อเลียนรายการจริง คิงออฟแมสก์ซิงเกอร์ที่สวมหน้ากากร้องเพลง (หรือเดอะแมสก์ซิงเกอร์ หน้ากากนักร้องของไทย)
[2] ล้อเลียน วงมิสเอ ซีสตาร์ เอโอเอ และ ทไวซ์
[3] ตัวเลขนับจำนวนผู้อ่านของ kakao talk โปรแกรมแชตที่คนเกาหลีนิยมใช้ จะนับจำนวนคนอ่านในกรุ๊ปแบบถอยหลัง เมื่อยังไม่ได้อ่านข้อความ จะเป็นเลขเท่าจำนวนสมาชิกกรุ๊ป เมื่ออ่านครบทุกคนแล้วหลังข้อความจะไม่มีเลข




