“ครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรผิดพลาดหรือเปล่าครับ…”
หรือมีสิ่งแปลกปลอมปนเปื้อนลงไปในอาหารโดยที่เราไม่รู้ตัว?
กยองฮาถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล คิมมินซอกตอบคำถามด้วยการส่ายหน้าแรงชนิดที่ถ้ามีเสียงออกมาคงดังเหมือนพัดลม
“ไม่เลย ไม่ใช่อย่างนั้น พอดีแกงถ้วยนี้รสชาติเหมือนแกงบ้านเกิดฉันน่ะ ‘โทษนะ เธอเป็นคนคังจิน[1]หรือเปล่า”
“ผมคนโซลครับ”
“ถ้าอย่างนั้น เธอทำยังไงถึงได้แกงเต้าเจี้ยวรสชาติแบบนี้”
กยองฮาใช้ความคิดอย่างละเอียด ในหัวมีบางอย่างเกี่ยวกับคังจินที่เขาจดจำได้อย่างชัดเจน
“อ้อ คงจะเป็นเพราะเต้าเจี้ยวล่ะมั้งครับ ผมใช้เต้าเจี้ยวที่ส่งมาจากคังจินน่ะครับ”
รสชาติของเต้าเจี้ยวเองก็แตกต่างกันไปตามภูมิภาคเช่นเดียวกับพวกโคชูจัง[2] การปรุงแกงเต้าเจี้ยวเลเวล 4 นั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ เต้าเจี้ยวคังจิน ที่นั่นถึงกับมีหมู่บ้านเต้าเจี้ยวโดยเฉพาะ ถือเป็นแหล่งผลิตสุดยอดเต้าเจี้ยวเลยทีเดียว
คิมมินซอกทำหน้าเสียดายอยู่ครู่หนึ่ง… แค่ครู่เดียวเท่านั้น เนื่องจากความตั้งใจแรกของเขา คือ การตามหารสชาติ ไม่ใช่บ้านเกิด
“ไม่สิ ต่อให้ใช้เต้าเจี้ยวคังจินก็เถอะ จะทำออกมาให้ได้รสชาติอย่างนี้ไม่ง่ายเลยนะ ฉันกินแกงเต้าเจี้ยวคังจินมาไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งนะพ่อหนุ่ม”
อย่างไรก็ตาม วัตถุดิบสมัยก่อนกับปัจจุบันย่อมต่างกันอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น แกงเต้าเจี้ยวที่แม่เขาเคยต้มให้สมัยนั้นใช้เนื้อวัวแทนการใช้หอยลาย ผักต่างๆ ก็เก็บเอาสดๆ จากสวนที่ไร้สารเคมีด้วยมือตัวเอง… ไอ้การปลูกพืชผลในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลภาวะและฝุ่น pm 2.5 อย่างทุกวันนี้จะเอาอะไรไปเทียบได้เล่า ไม่ใช่แค่นั้น ร้านอาหารทุกร้านในคังจิน เขาก็ไปเยี่ยมเยียนมาจนครบ ทว่า ไม่มีสักร้านเดียวที่ทำรสชาติแบบนี้ได้
แกงเต้าเจี้ยวถ้วยนี้อาจมีความลับบางอย่าง เช่น รสมือแม่ ซ่อนอยู่ก็เป็นได้
“เรียนการทำอาหารมาจากไหนเหรอ”
“ผมแค่ทำไปตามสัญชาตญาณน่ะครับ”
บนหน้ากยองฮาไม่มีคำโกหกปนอยู่แม้แต่เศษเสี้ยว คิมมินซอกห่อเหี่ยว สีหน้าราวคนสิ้นหวัง
สมาชิกครอบครัวทั้งฝั่งพ่อและแม่เขาต่างก็เสียชีวิตไปไม่น้อยในยุคสงคราม เนื่องด้วยต้องเข้าร่วมกับหน่วยเยาวชนแห่งชาติเกาหลีที่แบ่งสรรตามหมู่บ้าน ตลอดชีวิตของแม่จึงต้องรับหน้าที่เลี้ยงดูลูกๆ แทนสามีที่จากไปตั้งแต่วัยหนุ่ม หลังจากนั้นคิมมินซอก บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนก็สอบผ่านเข้าเป็นทนายได้ ขณะที่กำลังจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ท่านก็มาด่วนจากไปเสียก่อน ไม่ทันได้รู้ว่าเขาได้เป็นถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และจนบัดนี้ตัวเขาเองก็ยังไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่ลูกกตัญญูอย่างเต็มที่เลยสักครั้งเดียว
เรื่องราวฝังใจในอดีตที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิด ทำเอาเขาจุกในอกจนแทบสะอื้น
ขณะนั้นเอง
“ท่าน ส.ส. เราต้องออกเดินทางแล้วครับ” ที่ปรึกษาอีกล่าวเตือนผู้เป็นนาย
ด้วยตารางชีวิตในแต่ละวันที่ต้องแข่งกับเวลา คิมมินซอกจำต้องลุกขึ้นยืน ก่อนจะเอ่ยปากบอกกับกยองฮาเป็นเชิงให้สัญญา
“ไว้จะมาใหม่นะ”
***
และแล้ววันนี้ที่รอคอยก็มาถึง วันเงินเดือนออกนั่นเอง
รอยยิ้มชุ่มชื่นหัวใจกระจายอยู่รอบมุมปากทุกคน ทั้งซุนกุก ซองช่อล มินซู แม่ของด็อกโฮ และแม่ของโบรา
“ถ้างั้นขอกลับก่อนนะคะ”
“ทุกคน กลับบ้านดีๆ นะครับ”
เมื่อพนักงานทั้งหลายออกกะกลับบ้านกันไปหมด อันอิลเทที่แวะมาที่สาขารองได้สักพักใหญ่แล้วก็หันไปทางกยองฮา ก่อนจะพูดขึ้น
“เหลือบางส่วนที่ยังคำนวณไม่เสร็จ… มานั่งก่อนสิ”
เขาหยิบบัญชีรายรับรายจ่ายที่ปรินท์อย่างดี กางออกมาเทียบให้กยองฮาดูแต่ละส่วนอย่างละเอียด
ในส่วนของเงินเดือน แม่ของด็อกโฮที่ตอนนี้รั้งตำแหน่งหัวหน้าครัวได้ไปสองล้านห้าแสนวอน แม่ของโบราที่เป็นผู้ช่วยครัวได้ไปสองล้านห้าหมื่นวอน ซุนกุกและซองช่อลที่เป็นพนักงานเสิร์ฟฝั่งห้องอาหาร คนแรกได้ไปสองล้านสองแสนวอน คนหลังได้สองล้านห้าหมื่นวอน… เหตุผลที่ซุนกุกได้มากกว่าซองช่อลอยู่แสนห้าหมื่นวอน เนื่องจากซุนกุกเข้างานเร็วกว่าอีกฝ่ายหนึ่งชั่วโมง และคนสุดท้าย มินซูที่เป็นพนักงานพาร์ทไทม์ ได้ไปล้านสองแสนวอน
เมื่อนำมาคำนวณรวมกันทั้งหมดก็จะได้จำนวนเงินที่อันอิลเทเคยบอกไว้ เงินเดือนพนักงานสาขารองหากเทียบกับสาขาหลักยังจัดว่าสูงกว่าเล็กน้อย ที่เป็นเช่นนั้นเพราะแต่ละคนทำงานหนักมากจริงๆ
แน่นอนว่าหากไม่นับกยองฮา ณ ปัจจุบัน ชินยองฮีผู้ประจำอยู่สาขาหลักและรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นสองล้านเจ็ดแสนวอนนั้นคือคนที่ได้เงินเดือนสูงสุดในบรรดาพนักงานของทั้งสองสาขา
อันอิลเทยังคงพูดต่อ
“เอาล่ะ นี่คือค่าไฟ นี่ค่าแก๊ซ แล้วก็ค่าวัตถุดิบ แบ่งทีละก้อน…”
เขาเป็นคนหนึ่งที่รอบคอบอย่างยิ่งเวลาต้องคิดคำนวณตัวเลข เมื่อใกล้จบการสาธยายเรื่องที่เกือบจะเรียกได้ว่าน่าเบื่อ อันอิลเทก็บุ้ยใบ้
“ทีนี้ถึงตาเธอลองตรวจนับดูแล้วว่า มีตรงไหนไม่ถูกต้องหรือเปล่า…”
กยองฮาส่องทีละช่องอย่างละเอียด จากนั้นพยักหน้าหงึกหงัก
“ถูกต้องหมดแล้วครับ”
“ถ้าอย่างนั้น กำไรสุทธิที่เหลือ คือสามสิบห้าล้านวอนสินะ ส่วนของเธอสิบล้านห้าแสนวอน ฉันเอาเข้าบัญชีให้แล้ว ลองเช็คดู”
แม้จะมีการตั้งสาขารอง ร้านก็ยังเป็นธุรกิจส่วนตัว ไม่ถือว่าเป็นนิติบุคคล ยิ่งกว่านั้น ทั้งคู่ร่วมกิจการเป็นหุ้นส่วนซึ่งสร้างร้านมาด้วยกันแต่แรก การแบ่งกำไรสุทธิตามวิถีผู้ร่วมกิจการจึงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
สาขารองที่กยองฮารับไปบริหารนั้นมีรายจ่ายมากพอควร ในบรรดารายจ่ายทั้งหมดไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งที่แพงกว่าอย่างอื่น คือ ค่าวัตถุดิบ กยองฮาเองก็รู้ตัวตั้งแต่แรก แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่ออยากใช้วัตถุดิบดีๆ จะมามัวเล่นแง่ลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลงก็ไม่ใช่ที่
“ขอบพระคุณครับ เพราะเถ้าแก่แท้ๆ ผมเลยพลอยสบายไปด้วย”
“เธอนี่นะ นั่นมันคำพูดฉันต่างหาก… เอาเถอะ ยิ่งพูดเดี๋ยวยิ่งยาว ฉันกลับก่อนล่ะนะ”
“ครับ ขับรถระวังด้วยนะครับ”
อันอิลเทโบกมือลาทั้งๆ ยังหันหลังอยู่ ด้วยท่าทางแบบที่ “คนคูลๆ” เขาทำกัน
กยองฮาหันกลับมาเตรียมปิดร้าน
“ดึกกว่าที่คิดแฮะ ต้องรีบหน่อยแล้ว”
หลังจากออกจากสาขารอง กยองฮาก็ขับรถไปซูเปอร์มาเก็ตใหญ่ทันทีด้วยจุดประสงค์เพื่อสำรวจชนิดชาที่จะนำไปวางเสิร์ฟลูกค้าบนห้องรับรองชั้นสอง ซึ่งเขาเตรียมไว้เป็นห้องรอคิว อันที่จริงใช้วิธีตั้งตู้กดน้ำไว้เฉยๆ ก็เพียงพอ แต่เขาอยากได้อะไรที่มากกว่านั้น
‘ธรรมดาไป โลกไม่จำ… ลองหาชาราคาไม่แรงดูก่อนเท่าที่ทำได้แล้วกันเนอะ’
ผู้ท้าชิงมีหลากหลายเหลือเกิน ตั้งแต่ชาข้าวบาร์เลย์ ชาชุมเห็ดจีน[3] ไปจนถึงชาสมุนไพร ชาต่างๆ นานาแข่งกันแสดงตนให้เขาเลือก
“ชาบาร์เลย์บางคนดื่มแล้วไม่สบายท้อง ชาสมุนไพรบางคนก็ไม่ชอบรสฉุนเผ็ด ชาชุมเห็ดจีนก็ไม่แย่ แต่ไอ้นี่น่าจะเข้าท่าที่สุด”
เขาเลือกอยู่พักใหญ่ สุดท้ายผู้เข้ารอบก็คือ ชาโซโลมอน[4]
ไม่มีเหตุผลอะไรเลิศเลอ แค่เขาจำได้รางๆ ว่าเคยดื่มเจ้าชาโซโลมอนนี้แล้วมันกลมกล่อมพอดีๆ ไม่เข้มไป แถมยังให้ความรู้สึกสดชื่นด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ชื่อของชาโซโลมอนก็ไม่ค่อยโด่งดังเป็นที่รู้จักสักเท่าไหร่ คนที่เคยดื่มน่าจะมีไม่มาก พยานปากสำคัญคือตัวเขาเองที่ขนาดอยู่มาจนป่านนี้ยังเคยดื่มแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
กยองฮาไม่เลือกชาถุง แต่เลือกหยิบชนิดที่เป็นราก ซึ่งสนนราคาที่หมื่นสามพันวอน
“อย่างแรกจบที่เจ้านี่ ไหนดูซิมีอะไรต้องซื้อเพิ่มอีก…”
ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ เป็นได้ทั้งโลกใหม่สวยงามและดินแดนล่อลวง
เมื่อได้ดูของเรียงรายที่มุมหนึ่งไปแล้วก็จะเกิดอาการอยากดูมุมอื่นๆ ต่อ ความต้องการซื้อก็จะพุ่งทะยานจนอาจเผลอหยิบติดมือมา กยองฮาหลับตาปี๋แรงๆ
‘อดทนไว้ ฮึบ เรายังเป็นแค่ไอ้หนุ่มห้องเช่า พื้นที่ก็มีอยู่น้อยนิดยังจะซื้ออะไรอีก’
ด้วยยอดขายของร้านที่เพิ่มขึ้น ตอนนี้เงินเดือนที่เขาได้จึงอยู่ที่สิบล้านวอนนิดๆ กยองฮามีเงินเก็บรวมๆ ในบัญชีตัวเองจนถึงปัจจุบันนับแล้วยี่สิบหกล้านเจ็ดแสนวอน
อีกไม่นานเงินที่เขาเก็บก็คงจะเพียงพอให้จ่ายค่าเช่าห้องเป็นรายปีไปเลยไม่ต้องจ่ายทีละเดือนแล้ว หรือไม่ ก็ย้ายไปหาห้องใหม่ที่กว้างขวางขึ้นแบบทูรูมที่มีห้องย่อยในห้องใหญ่แทน
นึกถึงคำพูดของอันอิลเทที่ครั้งหนึ่งเคยเปรยๆ กับเขาไว้
“เธอตั้งร้านอาหารเกาหลีเฉพาะทางเองก็ไม่เลวนะ”น่าจะพูดประมาณนี้มั้ง…
สุดท้าย ความหมายก็คือ เมื่อถึงเวลา ให้กยองฮาที่ปีกกล้าขาแข็งแล้วออกไปสร้างและบริหารร้านของตัวเองเสีย ฉะนั้นกยองฮาจะไม่ใช้เงินกับอะไรที่ไร้สาระเด็ดขาด เขาเก็บหอมรอบริบเอาไว้เพราะหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลราวเก้าหมื่นลี้ nᴏᴠᴇʟɢu.cᴏm
“วันนั้นจะมาถึงไหมนะ ไหนจะต้องย้ายบ้าน ไหนจะเรื่องให้ใช้เงินอีกเป็นภูเขาเลากา อย่างน้อยคงอีกหลายปีโน่นล่ะ… ฝันต่อไปก่อนแล้วกันเรา”
พูดคนเดียวเสร็จ กยองฮาก็เดินไปต่อแถวรอชำระเงิน ตอนนั้นเองที่มือถือส่งเสียงดังขึ้น เขามองหน้าจอดูว่าใครโทรฯ เข้ามา กดรับสายโดยมือหนึ่งยังถือชาโซโลมอนอยู่
“ครับแม่”
[แม่บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องให้เงินแม่ก็ได้ ยังจะส่งมาทำไมอีก]
“ก็ผมอยากอวดกับเขาบ้างนี่”
[แล้วเงินเรามีพอใช้เหรอ ไหนว่าเงินเดือนก็ไม่ใช่ว่าจะเยอะแยะ]
กยองฮาเริ่มส่งเงินไปให้แม่ตั้งแต่เขาวันที่เขาเข้าไปบริหารสาขารอง
ซึ่งก็ไม่ได้ตั้งใจจะบอกแม่ตรงๆ แต่แรกอยู่แล้วว่า เดือนหนึ่งๆ เขาหาเงินได้สิบล้านวอน เขาคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลาและยังไม่ใช่จังหวะเหมาะ อันอิลเทก็เสนอเช่นกันว่า ให้กยองฮามีร้านที่ใช้ชื่อตัวเองเสียก่อนค่อยสารภาพความจริง จะบอกว่าเพื่อความน่าเชื่อถือก็คงไม่ผิดนัก
“อย่างน้อยมีพอให้แม่ไว้ใช้ก็แล้วกันน่า”
[พอเลย เงินนี่เดี๋ยวแม่ส่งคืนให้ บอกเลขบัญชีมาเถอะ]
“ผมบอกว่าไม่เป็นไรไงครับ แม่เก็บไว้ซื้อของอร่อยๆ กินไม่ดีเหรอ เขาว่าต้องกินให้ดีๆ ถึงจะอายุยืนนะ”
[ลูกคนนี้นี่… ]
ระหว่างคุยโทรศัพท์ คิวก็ร่นไปจนถึงหน้าเคาน์เตอร์ชำระเงินพอดี กยองฮาวางชาโซโลมอนลง ก่อนจะพูดตัดบท
“ผมต้องไปแล้ว ไว้คุยกันนะครับ”
แล้วการคุยโทรศัพท์นานๆ ครั้งของแม่ลูกก็จบลง
***
การเข้ามาจับจองพื้นที่ของสื่อโฆษณาเป็นไปอย่างง่ายดายเกินคาด แทบไม่ต้องไปควานหาไกลจากที่ไหนเลย เพราะในกลุ่มลูกค้าเองบางคนก็เป็นสปอนเซอร์โฆษณาอยู่แล้ว ทีแรกกะจะหาสัก 6 เจ้า ไปๆ มาๆ ได้มาถึง 7 เจ้าเลยทีเดียว
รายรับทั้งก้อนเหลือเฟือขนาดหักออกไปจ่ายค่าเช่าสำนักงานสามแสนวอนแล้ว ยังได้เงินเปล่าๆ เพิ่มมาอีกสามแสนวอนต่อเดือน จะมีที่ผิดแผนไปหน่อยก็คือทีวี ที่ต้องเอามาตั้งด้านหลังเพิ่มอีกเครื่องหนึ่ง เนื่องจากลูกค้าร้องขอมาว่าให้ดูแต่โฆษณาระหว่างรอออกจะน่าเบื่อเกินไป และด้วยความที่ลูกค้าบางคนต้องรอนานถึงหนึ่งชั่วโมง เขาจึงไม่อาจเมินเฉยข้อเสนอนี้ได้
“ว้าว อร่อย! โทษนะคะน้อง อันนี้ชาอะไรเหรอ”
ลูกค้าถามถึงชาข้างตู้กดน้ำที่เพิ่งได้ชิม ซองช่อลผู้รับช่วงต่อขึ้นมาเก็บกวาดชั้นสองจึงตอบไปเท่าที่รู้
“ตรงข้างๆ เขียนไว้ว่าชาโซโลมอนนะครับ”
“อ่อ ค่ะ ชาโซโลมอนรสชาติแบบนี้เหรอเนี่ย ขากลับบ้านแวะซื้อกันดีไหม”
ประโยคนั้นพูดถูกครึ่งผิดครึ่ง ผิดเพราะชาโซโลมอนที่นี่ต้มอย่างดี รสชาติจึงลึกล้ำไม่เหมือนที่อื่น
“ถ้าต้มทานเองที่บ้างอาจจะไม่ได้รสชาตินี้นะครับ”
“อ้าว ทำไมล่ะคะ”
“เพราะเถ้าแก่เป็นคนต้มด้วยตัวเองน่ะสิครับ”
ชาโซโลมอนก็เข้าระบบเลเวลเหมือนกันกับอาหารชนิดอื่น แม้ชาจะยังอยู่ที่เลเวล 2 แต่ด้วยฝีมือของกยองฮา อย่างไรก็ต่างจากชาที่ต้มแบบไก่กาทั่วๆ ไปอยู่แล้ว
ลูกค้าไม่แม้แต่จะโต้เถียง กลับเห็นเห็นพ้องเสียอย่างนั้น
“อ่า อันนี้เถ้าแก่ก็เป็นคนทำหรอกเหรอเนี่ย ไม่ทำขายหน่อยหรือคะ”
“ครับ ยังไม่ขายครับ…”
นั่นเป็นประโยคคำถามที่พนักงานได้ยินจากลูกค้าอยู่เป็นประจำ
ก็คนที่อยากซื้อชาโซโลมอนกลับบ้านมีน้อยเสียที่ไหน บางทีเจ้าหล่อนอาจจะไม่ทันสังเกตว่า ตรงมุมข้างๆ โถชามีป้ายเขียนอธิบายสรรพคุณและผลข้างเคียงตั้งไว้ให้อ่านด้วย
สรรพคุณ
ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ลดค่าน้ำตาลในเลือด
มีสารซาโปนิน ช่วยต้านอนุมูลอิสระและมะเร็ง
มีทริปโตเฟน ช่วยคลายอาการนอนไม่หลับ
ช่วยการไหลเวียนของเลือด ทำความสะอาดหลอดเลือด
ช่วยให้รู้สึกอิ่ม เหมาะแก่การไดเอ็ต
ช่วยขจัดสารพิษและชะลอวัย ทำให้ผิวสวย
ผลข้างเคียง
ผู้ที่มือเท้าหรือหน้าท้องเย็นอยู่เป็นประจำ ดื่มแล้วอาจทำให้อาการแย่ลง
อาจทำให้ความดันโลหิตและอัตราการเต้นหัวใจสูงขึ้น
หลังพูดคุยกับลูกค้าเสร็จ ซองช่อลก็ลงมือทำความสะอาดห้องรับรอง ตาเหลือบมองรายการทีวีไปด้วย
‘สวมหน้ากากร้องเพลงกันยังไม่พอเรอะ เดี๋ยวนี้มีสวมหน้ากากทำอาหารด้วย ไอเดียประเสริฐจริงๆ บ้านเรา…’
รายการนี้เป็นที่นิยมมากกว่าที่คิด ต่างจากรายการที่ชอบเสียดสีทั่วๆ ไป ดูได้จากลูกค้าที่จ้องจอกันนิ่ง
“จะถอดหน้ากากราชาเหมียวแล้ว คิดว่าใคร”
“นั่นสิ พวกที่ตกรอบไปก่อนหน้า ส่วนมากไม่ใช่เชฟแต่เป็นดารานะ รอบนี้ก็คงจะดาราเหมือนกันล่ะมั้ง”
พูดก็พูดไป ซองช่อลไม่สนใจรายการดังกล่าวแม้แต่น้อย
‘รายการประเภทนี้สนุกตรงไหนหว่า รายการเพลงดีกว่าเยอะเลย จึ๊ๆ… เปลี่ยนช่องตอนนี้ไม่แน่อาจจะมีพริตตี้เกิร์ลก็ได้’ เขาหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะอยากดูรายการเพลงที่ฉายในเวลาเดียวกัน
ทำความสะอาดเรียบร้อย ซองช่อลก็ลงมาชั้นล่างมุ่งตรงไปยังครัว
“เถ้าแก่ มีลูกค้าถามมาอีกแล้วครับว่า ไม่ขายชาโซโลมอนเหรอ”
“เหรอ”
“ครับ”
กยองฮารับฟังซองช่อล แปะไอเดียเก็บไว้ในใจ
‘มีคนถามหาเยอะเกินคาด หรือจะอาศัยจังหวะนี้ขายชาด้วยเลยดี?’
……………………..
[1] คังจิน เป็นชื่อจังหวัดหนึ่งในภูมิภาคชอนลานัมโด (ทางใต้)
[2] โคชูจังมีลักษณะคล้ายน้ำพริกของไทย มีส่วนผสมคือ พริกสีแดงสด ถั่วเหลืองหมักเกลือ ซอสถั่วเหลืองและข้าวเหนียวนึ่ง
[3] ชาชุมเห็ดจีน ชื่อเกาหลีคือ คยอลมยองจาช่า มีสรรพคุณช่วยให้ดวงตาแจ่มใส
[4] ชาโซโลมอน ชื่อเกาหลีคือ ทุงกุลเลช่า มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย ช่วยการไหลเวียนเลือด บรรเทาอาการบาดเจ็บ วัยทอง