รถแวนหรูกำลังพาสาวๆ พริตตี้เกิร์ลแล่นไปบนทางด่วนพิเศษสายยองดง[1]ด้วยความเร็ว เนื่องจากอีเวนท์อีกที่หนึ่งที่ต้องไปเข้าร่วมจัดอยู่ที่คังนึง[2]
ตารางออกงานแน่นเสียจนไม่มีใครมีเวลานั่งกินข้าวได้เต็มมื้อ เมื่อจบงานออกรายการเพลง ก็ต้องซิ่งรถวิ่งขึ้นเหนือมาทั้งอย่างนั้น
ภายในรถแวนอื้ออึงด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวายของสาวๆ ก่อนที่บรรยากาศจะสงบลง ตอนนี้เหลือเพียงเสียงหายใจเบาๆ เป็นจังหวะเท่านั้น เหมือนว่าทุกคนจงใจเลือกที่จะหลับเพื่อต่อกรกับความหิว
จีฮยอนเองก็กำลังต่อกรกับความคิดถึงด้วยการคิดถึงมากกว่าเก่าเพื่อเอาใจตัวเอง
‘ดีจังเลย นานแล้วที่ไม่ได้ยินเสียงพี่กยองฮาแบบนี้’
เธอกลัวใครจะสังเกตเห็นเข้า จึงไม่อาจโทรศัพท์อย่างโจ่งแจ้งได้
เสียงพูดทีละคำ ทีละคำของกยองฮาก็ทำให้ความทรงจำหวนคืนกลับมาอีกครั้งท่ามกลางการใช้ชีวิตที่ยุ่งจนแทบลืมไปหมดแล้วว่าอะไรเป็นอะไร
ร้านฮันอุล
เถ้าแก่ผู้ใจกว้างมีเมตตา
หัวหน้าครัวผู้อ่อนหวานอบอุ่น
ซุนกุกผู้จริงจังจริงใจ
และพี่กยองฮาผู้สมาร์ทดูดีมีเสน่ห์ ไหนจะอาหารอร่อยๆ ที่พี่ทำให้กินอีก…
‘อย่าให้ได้แวบไปร้านเชียวนะ… จะไปหาพี่กยองฮา แล้วก็กินข้าวหมดสองถ้วยเลยคอยดู’
จีฮยอนบังคับตัวเองจนสุดท้ายตาก็ปิด หลับตามคนอื่นๆ ไปในท่าที่ปากขมุบขมิบเหมือนกำลังน้ำลายสอ
***
ณ ห้องประชุมทีมรายการ ‘ชีวิตนี้มีรสชาติ’ ช่องวาไรตี้ค้นหาผู้มีความสามารถและพรสวรรค์ด้านอาหารประจำสถานีโทรทัศน์KBC
“นักเขียนมินได้เค้าโครงโปรแกรมอาทิตย์หน้าบ้างหรือยัง”
“ค่ะ คิดไว้แล้วค่ะ ถ้าโปรดิวเซอร์ปาร์คเห็นด้วย ฉันจะลองเดินหน้าประสานงานไปทางร้านที่เปรยๆ กันไว้เมื่อหลายวันก่อนดูเลย จำได้ไหมคะ ร้านตามสั่งชื่อฮันอุล”
“อ๋อๆ พูดถึงร้านนั้น… ร้านที่แบบว่า ตอนนี้ฮ็อตมากในเฟซบุ๊กนั่นใช่ไหม”
“ใช่เลยค่ะ”
เป็นร้านที่ลือกันปากต่อปากอย่างหนาหูว่าอร่อย
ใครที่ไปเยือนร้านกลับมาเป็นต้องเอ่ยชมชนิดออกนอกหน้า อวยกันไม่มียั้ง และหากพิจารณาจากจุดที่ว่าฮันอุลเป็นเพียงร้านอาหารตามสั่งธรรมดา ก็จะเห็นได้ว่านี่เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน
“ฟังที่นักเขียนมินพูดแล้ว ผมถึงนึกออกว่าเห็นผ่านตาในเน็ตมาบ้างเหมือนกัน ฟีดแบ็คเขาไม่ธรรมดาจริงๆ”
“ถ้างั้นให้ฉันประสานดูเลยมั้ยคะ”
“อืม… ร้านอยู่ไม่ไกลจากที่นี่พอดี ไม่แน่ถ้าจัดการดีๆ อาจจะได้ภาพเจ๋งๆ ถ่ายเสร็จยังเหลือเวลาอีก ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว โอเค! โปรแกรมอาทิตย์หน้าเอาร้านฮันอุลนี่แหละ”
“ได้ค่ะ… นี่ ยุนยองจ๊ะ ได้ยินแล้วใช่ไหม เดี๋ยวเลิกประชุมแล้วลองติดต่อดูเลยนะ ได้ผลยังไงมารายงานฉันด่วน”
“รับทราบค่ะ คุณมิน”
ลียุนยอง นักเขียนบทน้องเล็กของทีม เมื่อได้รับมอบหมายงาน หลังเลิกประชุมเธอก็วิ่งโร่ไปยกหูโทรศัพท์ทันที ทำอย่างกับการกลับไปที่โต๊ะตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ฝืนใจเสียเหลือเกิน
***
กริ๊งงงง
“เฮ้ย ซองช่อล รับโทรศัพท์หน่อยสิ”
“ครับพี่”
ซองช่อลไม่รีรอรีบไปที่แคชเชียร์ ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมา
“สวัสดีครับ ร้านฮันอุลครับ”
[สวัสดีค่ะ จากสถานีโทรทัศน์ KBC นะคะ]
ได้ยินแล้วซองช่อลก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน
“ขออภัยครับ เราไม่มีเดลิเวอรี่”
[… คะ? อ๋อ ไม่ใช่อย่างนั้น… คือ ไม่ทราบว่าเคยได้ยินชื่อรายการ ‘ชีวิตนี้มีรสชาติ’ บ้างไหมคะ พอดีว่าทางนี้ให้ช่วยประสานขอทางฮันอุลไปถ่ายทำรายการเพื่อแนะนำร้านอร่อย ดิฉันเลยโทรมาเพราะอยากสอบถามว่า เถ้าแก่สนใจหรือเปล่าน่ะค่ะ]
“ถ่ายทำรายการเหรอครับ อ่า… ถ้าอย่างนั้น ถือสายรอสักครู่นะครับ”
ซองช่อลวิ่งแจ้นไปที่ครัว
“เถ้าแก่ มีสายเข้าจากสถานีโทรทัศน์ครับ”
“สถานีโทรทัศน์? จู่ๆ สถานีจะโทรฯ มาทำไม”
“โทรจากรายการทางโน้นเขาน่ะครับ ที่ชื่อ ชีวิตนี้มีรสชาติ… ลองรับสายดูก่อนแล้วกันครับ”
“อืม…”
กยองฮาชะงัก ตอนนี้ไม่ว่าเรื่องใด เขารู้สึกยังไม่พร้อมใจจะทำ เหตุผลนั้นชัดเจน ดูได้จากแถวลูกค้าที่เข้าคิวกันตั้งแต่หน้าร้าน ทะลุประตูร้าน ยาวเหยียดออกไปด้านนอกร้าน
‘แวบไปรับโทรศัพท์แค่แป๊บเดียว สำหรับเรามันคงรู้สึกไม่นานหรอก แต่คนรอคงไม่คิดอย่างนั้นแน่’
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง กยองฮาก็พูดขึ้น
“ซองช่อล ก่อนอื่นขอโทษฝั่งโน้นให้หน่อย แล้วก็ถามเบอร์ติดต่อไว้นะ ตอนนี้ยุ่งมากคงคุยอะไรไม่ได้ เดี๋ยวพี่จะติดต่อกลับไปเอง… บอกไปอย่างนี้แล้วกัน”
“อ่า ครับ”
ซองช่อลกลับไปที่แคชเชียร์ ยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาใหม่ ส่วนกยองฮาก็สลัดความคิดไร้สาระทั้งหลายทิ้งไป หันมาเริ่มทำอาหารอย่างตั้งอกตั้งใจเต็มที่
***
“คุณมินคะ”
“อ้อ ยุนยอง ติดต่อดูแล้วใช่ไหม เขาว่าไงบ้าง”
“คือ… คือ ทางโน้นบอกว่าตอนนี้ยุ่งมาก เดี๋ยวจะติดต่อกลับมาเองทีหลังน่ะค่ะ”
มินจูฮยอน นักเขียนบทตัวหลักของรายการชักสีหน้าเล็กน้อย ก่อนจะถามต่อ
“ทีหลัง? ทีหลังนี่เมื่อไหร่”
“เห็นว่าร้านจะปิดตอนสามทุ่มนะคะ”
“นั่นมันดึกเกินไปนะ”
“อ่า ค่ะ ก็… ก็เลย… หนูเลยบอกไปว่า ดึกไปหน่อยนะคะ…”
“ดึกไปหน่อยนะคะแล้ว?”
“เขายืนยันว่าลูกค้าเยอะจริงๆ เขาเลี่ยงไม่ได้ค่ะ… แต่ไม่ว่ายังไงหนูขอร้องไปแล้วว่า ให้ติดต่อกลับมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ”
‘โอ้โห มีความเล่นตัว จะมาลีลาว่าค่าตัวแพงงั้นเหรอ’
ลียุนยองยังจัดว่าเป็นเด็กใหม่ สั่งสมประสบการณ์มาก็แค่ครึ่งปี ดังนั้นเธอจึงยังไม่รู้วิธีแสดงจุดยืนของตัวเอง แล้วใช้มันให้เป็นประโยชน์ มินจูฮยอนจึงตัดสินใจจะใช้โอกาสนี้พิสูจน์ให้ยุนยองเห็นว่า สถานีโทรทัศน์เราแข็งแกร่งและทรงอิทธิพลขนาดไหนสำหรับคนนอก
‘อยู่ในนี้ยังเป็นน้องเล็กก็จริง แต่พอออกไปโลกภายนอก ไปเผชิญหน้ากับคนอื่น มันต้องเข้มแข็งมั่นใจให้ได้ตลอดเวลาสิ… สอนแบบนี้จะเข้าใจไหมนะ…’
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ไม่ใช่หรือ
และสิ่งที่ยุนยองเห็นด้วยตาอยู่ขณะนี้ คือภาพมินจูฮยอนยกหูโทรศัพท์
***
“อ่า เถ้าแก่ สถานีโทรทัศน์อีกแล้วครับ”
“…ว่าไง มีอะไรอีกเหรอ”
“เขาขอเรียนสายครับ…”
กยองฮาพ่นลมออกทางจมูก ซองช่อลเดาว่า ยังไงเดี๋ยวกยองฮาก็คงทนไม่ไหว ออกมารับสายเองนั่นแหละโนเวลกูดอทคอม
‘สถานีโทรทัศน์เลยนะ…’
ทว่า เขาเดาพลาดไปไกล กยองฮานั้นไม่แม้แต่จะขยับเท้าก้าวออกจากครัว เขายังอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือ ส่งเสียงเหมือนแจ้งให้ทราบว่า ขอตัวนะ
“ซองช่อล เมื่อกี้อธิบายความจำเป็นของฝั่งเราให้ทางนั้นฟังดีแล้วแน่นะ”
“แน่สิครับ”
“งั้นกลับไปลาเขาแล้ววางสายได้เลย ยกหูโทรศัพท์ออกจากแป้นด้วย”
ซองช่อลตาโต แต่ก็ยังทำตามที่กยองฮาสั่งโดยไม่ปริปากบ่น
กยองฮายังคงไม่มีเวลาได้พัก เขายังร่อนตะหลิว ร่อนกระทะไปมา ทำอาหารไปอมยิ้มแหยๆ คิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อย
‘นั่นสินะ เขาก็คงหยิ่งอยู่บ้าง…’
อันที่จริง หากจะบอกว่าไม่สนใจจะออกรายการสักนิดก็คงเป็นการโกหก นี่อาจเป็นโอกาสให้เขาได้สร้างชื่อเสียงจนสั่นสะเทือนวงการแบบสุดๆ ก็ได้ ใครจะรู้ล่ะ แต่จะให้ไปทุ่มความสำคัญกับสิ่งอื่นนอกเหนือจากการทำอาหารที่สร้างให้เขาเป็นเขาในวันนี้… ไม่มีทางเด็ดขาด ต้องขอบคุณการทำอาหารด้วยซ้ำ ที่ทำให้กยองฮามีความเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น ฉะนั้นที่เขาตัดสินใจไปเมื่อครู่ เขาไม่เสียใจเลยแม้แต่น้อย
‘ไอ้เราก็ไม่ได้หันมาทำอาหารเพราะอยากเด่นอยากดังตั้งแต่แรกอยู่แล้วนี่นา…’
เพราะไร้ซึ่งความอยาก เขาจึงไร้ซึ่งความเสียดาย
“พี่ ขอข้าวผัดกิมจิกับแกงเต้าเจี้ยวหน่อยครับ!”
“โอเค”
เสียงตะโกนของซุนกุก เรียกสติเขากลับมา
จริงสินะ ช่วงเวลาที่ใครสักคนมาหาเขาด้วยเรื่องอาหาร นั่นแหละคือเวลาที่มีความสุขที่สุดสำหรับเขาแล้ว
กยองฮายกหม้อดินและกระทะเหล็กวางบนเตาไฟ เผาความคิดไร้สาระที่เหลือทิ้งไปจนหมด
***
ความอัปยศอดสูบังเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ต่อหน้ารุ่นน้องที่กำลังกระอักกระอ่วน ลียุนยองคล้ายๆ จะสัมผัสได้ จึงหลบออกไปอย่างเห็นแก่หน้ารุ่นพี่ แต่มินจูฮยอนนั้น ด้วยความที่ไม่ได้สัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้นานแล้ว เธอจึงรู้สึกรับไม่ได้
“โอ๊ย ขายหน้าชะมัด”
นี่มันเรื่องอะไรกัน ตั้งแต่ได้ขึ้นมาเป็นนักเขียนหลักก็นึกไม่ออกเลยว่าเคยถูกหยามขนาดนี้หรือเปล่า…
‘กะอีแค่เถ้าแก่ร้านอาหารเล็กๆ… กล้าฉีกหน้ากันแบบนี้เลยเหรอ งั้นก็มาวัดกันสักตั้ง’
เธอออกมาหน้าสถานีโทรทัศน์ เรียกแท็กซี่ เปิดประตูขึ้นนั่งทันที
“ไปสี่แยกย่าน XX ค่ะ”
“ครับ”
แท็กซี่แล่นมาประมาณ 10 นาที พอใกล้ถึงที่หมาย มินจูฮยอนก็เข้าใจโดยพลัน เพราะแถวเข้าคิวอันยาวเหยียดของผู้คนที่ฝั่งตรงข้าม บอกคำตอบให้เธอแล้วนั่นเอง
พิกัดของร้านมีจุดดึงดูดความสนใจตั้งแต่ป้ายที่แขวนไว้ว่า ‘ร้านอาหารตามสั่ง ฮันอุล’เลยทีเดียว
‘ที่บอกว่าไม่มีเวลารับโทรศัพท์เพราะยุ่งจนไม่ได้ลืมหูลืมตา…สงสัยจะไม่ได้พูดเล่นๆ แฮะ’
กระนั้นความขุ่นข้องหมองใจก็ใช่ว่าจะคลายกันง่ายๆ… ไม่มีทางเสียล่ะ
ยิ่งกว่านั้น ที่น่ากระอักเลือดและรู้สึกว่าหยาบคายที่สุดไม่ใช่แค่การตัดสายก่อนเท่านั้น แต่ยังมีวิธีดูแลคู่สายด้วยการยกหูโทรศัพท์ออกจากแป้นอีกด้วย…
“ลุงคะ รบกวนยูเทิร์นตรงข้างหน้านี้แล้วจอดเลยนะคะ จอดที่คนต่อแถวกันตรงหน้าสุดเลยค่ะ”
“จะไปร้านฮันอุลเหมือนกันสินะครับ”
จู่ๆ คนขับแท็กซี่ก็ทักขึ้นมาเหมือนจะรู้ดี มินจูฮยอนแปลกใจจึงถามกลับ
“ไม่ทราบว่าเคยไปมาแล้วเหรอคะ”
“ยังเลยครับ วันธรรมดานี่แถวยาวมาก ผมเลยยังไม่เคยลองเองสักที แต่ไม่กี่วันก่อนลูกสาวผมซื้อแกงห่อหนึ่งกลับบ้านมา บอกว่าให้พ่อ โอ้โห! มันอร่อยมากจริงๆ ครับ ใจจริงก่อนจะได้กิน ผมผ่านไปผ่านมามองแถวยาวๆ ทุกวันก็คิดในใจว่ายืนทำอะไรกัน ตอนนี้เข้าใจแล้วครับว่าทำไม”
แท็กซี่กำลังรอจังหวะกลับรถ
“รสชาติเป็นยังไง ลองเล่าละเอียดๆ ได้ไหมคะ” มินจูฮยอนถามซ้ำอีกครั้ง
“อืม ก็… พอบอกให้อธิบายจริงๆ เลยไม่รู้จะพูดยังไงเลยนะเนี่ย คือมันอร่อยมาก อร่อยสุดๆ อร่อยจริงๆ เดี๋ยวอีกสักครู่คุณได้ทานก็จะรู้เอง เอาล่ะครับ… ถึงแล้ว”
“นี่ค่ะค่าโดยสาร ขอบคุณนะคะ”
ทันทีที่ลงจากแท็กซี่ มินจูฮยอนก็พุ่งตัวไปที่ประตูร้าน คว้าหมับเข้าตรงที่จับประตู จังหวะนั้นเอง เธอก็ถูกกระแสต่อต้านบางอย่างโหมเข้าใส่อย่างไม่ทันตั้งตัว
………………………..
[1] อยู่แถบคังวอนโด (ทางเหนือค่อนไปทางตะวันออกสุดของเกาหลี)
[2] อยู่ในคังวอนโดเช่นกัน ฝั่งตะวันออกติดทะเล