📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 27

บทที่ 27
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

­เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ยอดขายของร้านซังดุงงีตกฮวบลงจนเริ่มเห็นชัด ร้านฮันอุลนั่นเองที่เป็นตัวการดึงลูกค้าไปหมด ฉากที่ลูกค้าประจำในวันวาน เดินเข้าร้านฮันอุลในวันนี้กลายเป็นเรื่องปกติที่เห็นเป็นประจำ

แฝดน้องที่พักหลังมักหน้างอง้ำอยู่เป็นนิจหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาไถหน้าจอสำรวจทิศทางเทรนด์

[มีใครรู้จักร้านฮันอุลบ้าง แกงเต้าเจี้ยวอร่อยบ้าบอไม่พอ ข้าวผัดกิมจิก็อร่อยบ้าบอเช่นกัน]

[แกงเต้าเจี้ยวอร่อยจนแทบร้องขอชีวิตนี่รู้ดี แต่ข้าวผัดกิมจิก็ด้วยเหรอออ]

ระหว่างคอมเมนต์ มีบางข้อความพาดพิงมาถึงร้านซังดุงงี

[ของซังดุงงีก็อร่อยนี่]

[ซังดุงงีอร่อยอยู่ แต่ถ้าเป็นแกงเต้าเจี้ยวกับข้าวผัดกิมจิ คือร้านนั้นมันคนละชั้นกับฮันอุลอ่ะ ขออวยนะ]

ก่อนหน้านี้สี่วัน ข้าวผัดกิมจิที่กยองฮาทำไต่ระดับขึ้นเลเวล 4 ตามหลังแกงเต้าเจี้ยวไปแล้วเรียบร้อย ความจริงข้อนี้เป็นสิ่งที่ฝาแฝดพี่น้องทำอย่างไรก็ไม่มีทางได้รู้

แฝดน้องสังเกตเห็นพี่ชายตัวเองมีอาการเศร้าสลดเหมือนคนหัวใจสลาย

‘งั้นไม่ต้องเล่าให้พี่ฟังดีกว่า เล่าไปก็ใช่ว่าจะได้ไอเดียอะไรชัดเจนเสียเมื่อไหร่’

อีกอย่าง ขืนบอกความจริงแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ใครจะรู้… พี่อาจได้รับความกระทบกระเทือนจนเป็นโรคทางใจขึ้นมาก็ได้

‘ไอ้แกงเต้าเจี้ยวถ้วยนั้นใช้สูตรอะไรกันหว่า คนที่โคตรมั่นใจในตัวเองอย่างพี่ยังยอมรับว่าอร่อย…’

รสชาติมันช่างพาให้เสพติดได้อย่างรุนแรงเหลือเกิน ช้อนแรกชักชวนให้ตักช้อนที่สอง จากนั้นตักไปตักมา ช้อนก็ขูดเอาก้นถ้วยเสียแล้ว

‘ไม่…มั้ง?’

จู่ๆ ก็เหมือนมีแผนที่ผืนใหญ่กางแผ่ตัวเองออกมาในหัวเขา

ซูมเข้าไปเป็นภาพคนครัวยืนอยู่ในมุมหนึ่งของร้านเก่าๆ กำลังหยิบผงฝิ่นโรยลงไปในอาหาร มีกระทั่งภาพคนครัวคนเดิมหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัว ลั่นไกโป้ง จบชีวิตตัวเอง

ว่าแต่ ทำไมเขาถึงเอาข่าวสังคมเลอะเทอะประเภทนั้นมาโยงเข้ากับเรื่องร้านคู่แข่งได้ล่ะเนี่ย

‘เฮ้ย ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นหรอก ที่นี่บราซิลรึไง[1]…’

แฝดน้องรู้สึกอนาจตัวเองที่คิดอะไรเหลวไหลเสียเป็นจริงจัง เกือบจะรู้สึกละอายขึ้นมาเลยทีเดียว

สุดท้ายก็ไม่ใช่แค่แฝดพี่เท่านั้นที่มีสีหน้าเหมือนคนสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ไป

“เฮ้อ…”

แฝดน้องพยายามปลอบใจพี่ชาย

“พี่ อย่าไปใส่ใจมากนักเลย ลูกค้าฮันอุลตอนนี้เยอะก็จริง แต่คนเรามันจะกินแค่แกงเต้าเจี้ยวทุกวันไปได้สักกี่น้ำกันล่ะ จริงไหม”

“แกงเต้าเจี้ยวไม่ใช่ปัญหาเดียวที่เราเจอสักหน่อย” แฝดพี่ตอบด้วยเสียงอ่อนระโหยโรยแรง

“มีอะไรอีกเหรอ”

“หลังหมดช่วงอีเวนท์แล้ว เราจะทำยังไงต่อ”

“เอ่อ…”

นั่นแหละ สีหน้าน้องชายจึงเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม ดำคล้ำไม่แพ้พี่ชาย

เขาลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็เอ่ยปากอย่างเกรงๆ

“พี่ ไม่ต้องอะไรมาก ลองยืดช่วงโปรลดราคาออกไปอีกหน่อยดีไหม จริงอยู่ว่าอาจจะใช้เวลานานสักนิดในการกลับมากู้ส่วนที่เราเสียไป แต่ถ้าคำนวณจากต้นทุนที่มี เรายังอยู่ได้สบายๆ ไปอีกอย่างน้อยครึ่งปีไม่ใช่เหรอ ระหว่างนั้นค่อยมาหาวิธีกัน…”

น้องชายยังพูดไม่ทันจบ พี่ชายที่นิ่งฟังอย่างเฉยชาไม่แสดงท่าทีตอบรับหรือปฏิเสธก็เดินหายเข้าไปในครัว ไม่พูดอะไรสักคำเดียว

‘อีกไม่นานหรอก คงได้ปิดกิจการแน่’

เพราะรู้จักพี่ชายตัวเองดีว่าเป็นคนมั่นใจในฝีมือตัวเองแค่ไหน น้องชายจึงทำได้แค่ถอนหายใจคนเดียวเงียบๆ

***

เวลาเดียวกัน ณ ร้านนาดึลรี

แม้แมลงวันทั้งหลายที่เชิญตัวเองเข้ามาเป็นลูกค้าชั้นดีให้แก่เถ้าแก่ชินจะดูน่ารำคาญแค่ไหน เจด็อกที่เอาแต่เล่นสมาร์ทโฟนอย่างสบายใจไร้กังวล ดูน่ารำคาญและเกะกะลูกตายิ่งกว่าหลายเท่านัก

“จับแมลงวันหน่อยโว้ย!”

มันก็น่าอารมณ์เสียอยู่หรอก ไอ้หมอนี่ไม่รู้จักแม้แต่คำว่าสำนึกเลยหรือยังไง เห็นร้านว่างโล่งขนาดนี้ อย่างน้อยต้องทำหน้าวิตกกังวลบ้างสิถึงจะเรียกว่าปกติ ทว่า สำหรับคนอย่างเจด็อก อย่าพยายามมองหาสีหน้าเช่นนั้นเลย เพราะหาไม่เจอแน่นอน

และตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าคุณเขาดูอะไรอยู่ ถึงเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

ยั่วโมโหกันเข้าไป…

‘ไฟไหม้บ้านจะวอดวายอยู่แล้ว มันยังเอาพัดมาโหมกระพืออีก…’

สถานการณ์ของนาดึลรีล่าสุด ขนาดเปิดร้านจนถึงดึกดื่นก็ยังมียอดขายแตะๆ แค่แสนวอนเท่านั้น

ไหนจะค่าวัตถุดิบ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าเช่ารายเดือน… ไม่ต้องนับรวมภาษีก็เห็นแล้วว่ามีช่องให้เงินไหลออกราวน้ำรั่ว แน่นอนว่าในบรรดาค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ต้องไหลออกไป ค่าแรงของเจด็อกคือสิ่งที่ทำให้เถ้าแก่โมโหที่สุด

นายจ้างคิดอย่างไร ตนจะรู้หรือไม่รู้ก็ช่าง อย่างไรเจด็อกก็ไม่พอใจอยู่ดี

‘อะไรกันนักหนาวะ วัยทองกำเริบอีกแล้วล่ะสิ นี่เรามีหน้าที่ต้องจับแมลงวันหรือไง’

ในมุมมองของเจด็อก ชีวิตเขาตอนนี้ไม่เลวเลย ในโลกนี้จะมีสักกี่ที่กันที่ให้เขาทำงานสนุกลุกนั่งสบาย กินเงินเดือนเปล่าๆ ไปวันๆ อย่างที่นี่ ถ้าตัดเถ้าแก่เจ้าอารมณ์ที่เอะอะก็โมโหแบบตอนนี้ออกไปล่ะก็… เพอร์เฟ็กต์สุดๆ

เจด็อกยกไม้ตีแมลงวันขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตอนนั้นเอง ประตูร้านก็เปิดออก มีลูกค้าก้าวเข้ามาในร้าน

“โอ้ ยินดีต้อนรับครับ!”

เถ้าแก่ชินโค้งทักทายจนลิ้นปี่แทบลงไปตีกับสะดือ เขาต้อนรับสุดใจเช่นนี้เพราะนานๆ ทีจะมีลูกค้าแวะเวียนมา แต่ความสุขที่เปลี่ยนเป็นความโศกชั่วเสี้ยววินาทีมีอยู่จริง

“เอ๋? ไม่น่าใช่ที่นี่นะพี่”

“หืม? แต่นี่ย่าน XX แล้วนะ”

“ชื่อร้านตามที่เห็นจากเฟซบุ๊กคือฮันอุล ร้านนี้คนละชื่อกันเลยไม่ใช่เหรอ”

“เออแฮะ”

คู่รักคู่หนึ่งชะงักอยู่ตรงประตู จากนั้นก็ถอยตัวเองออกจากพื้นที่หายลับเข้ากลีบเมฆไปโดยเร็ว

เถ้าแก่ชินรู้สึกแย่ที่คู่รักเข้ามาแทงใจดำเขาแล้วก็จากไป แต่ที่แย่กว่านั้นคือ ความเป็นจริงอันโหดร้ายที่ทำให้อกซ้ายเขาเจ็บปวดร้าวราน

มัวแต่ยื้อร้านที่ใกล้เจ๊งเอาไว้มันจะมีประโยชน์อะไรเล่า

‘ถึงจะได้คืนเบี้ยประกันแค่นิดเดียว แต่รีบๆ จัดการให้จบๆ ไปซะอาจจะดีกว่า…’

***

สภาพการณ์ของร้านฮันอุลสาขารอง แตกต่างจากร้านคู่แข่งทั้งสองร้านราวฟ้ากับเหว ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน คนก็ท่วมท้นล้นประตู พอลูกค้ามากเข้ามากเข้า ก็กลายเป็นที่ร่ำลือไปทั่วทั้งย่านโน!วลกูดoทคอม

“เห็นว่ามีคนถ่อมาจากต่างจังหวัดด้วยนะ อร่อยขนาดนั้นจริงเหรอ”

“อือ ของเขาดีจริง”

“ถึงงั้นก็เหอะ นี่รอนานมากไปแล้วนะ… ยืนเข้าคิวอย่างเดียวก็ 40 นาทีแล้วเนี่ย”

ลูกค้าที่เข้าแถวอยู่ ต่างก็ถือบัตรคิวในมือกันคนละใบ

เนื่องจากยังไม่มีเครื่องกดบัตรคิวอัตโนมัติ จึงจำเป็นต้องใช้ปากกาเมจิกเขียนเลขบนกระดาษแจกแก้ขัดไปก่อน และเพื่อให้ลูกค้าที่ยืนรอได้หย่อนก้นนั่งบ้าง จึงต้องเอาเก้าอี้พลาสติกไปตั้งไว้ให้ ซึ่งก็มีไม่พอจนดูน่าสงสาร

ภายในร้านโกลาหลยิ่งกว่า

“พี่คะ!”

“ครับ ไปเดี๋ยวนี้ครับ!”

ออเดอร์เยอะ เครื่องเคียงจำพวกกิมจิก็ร่อยหรอลงเยอะเช่นกัน

“เถ้าแก่ เครื่องเคียงน่าจะต้องทำเพิ่มนะคะ” แม่ของด็อกโฮ[2]ที่เข้ามาเป็นผู้ช่วยครัวกล่าว

นอกจากอาหาร เครื่องเคียงฝีมือกยองฮาก็เลเวลอัพเลื่อนระดับกับเขาแล้วเหมือนกัน

ลูกค้าชายวัยสามสิบคนหนึ่งที่ยืนตักเครื่องเคียงแบบบริการตัวเองอยู่ หันไปทางครัวแล้วส่งเสียงเรียก

“ขอโทษนะครับ โอเด้งผัดซอสหมดแล้วอ่ะครับ”

“รบกวนทานอย่างอื่นไปก่อนได้มั้ยครับลูกค้า โอเด้งผัดซอสต้องใช้เวลานานหน่อยครับผม” กยองฮาตอบ

ลูกค้าฟังแล้วก็ทำหน้าสุดแสนจะเสียดาย

“โอเคครับ คราวหลังช่วยทำโอเด้งผัดซอสเยอะๆ เลยนะครับ”

“ครับ ต้องขออภัยด้วยครับ”

ที่จริงโอเด้งผัดซอสที่ทำไว้นั้นไม่ได้น้อยเลย เขาทำเผื่อในปริมาณที่มากยิ่งกว่าเมื่อก่อนอีก แต่เพราะลูกค้าทั้งหลายต่างจ้วงตักกันไปเสียพูนจานจึงได้หมดเร็ว

ท่าทางเสียดายสุดซึ้งของลูกค้าที่หันหลังกลับไป ทำให้แม่ของด็อกโฮอมยิ้ม พลางพูดกับกยองฮา

“เถ้าแก่นี่ ถ้าเปิดร้านขายเครื่องเคียงอย่างเดียวต้องไปได้สวยแน่ค่ะ คราวก่อนฉันเอากลับไปให้เด็กๆ ชิมก็ชอบกันมาก ชมเปาะว่าอร่อยสุดๆ หาว่าของที่แม่ทำเทียบไม่ได้ด้วยซ้ำ”

‘ร้านเครื่องเคียงเหรอ…’ กยองฮาเก็บคำนั้นแปะไว้ในใจ

***

เวลานี้ร้านใกล้จะปิดแล้ว

อันอิลเทตั้งใจแวะมาเยือนที่สาขารองด้วยตัวเอง

“โอ้โห ฝั่งนี้ ขนาดเวลานี้แล้วยังไม่ค่อยมีโต๊ะว่างเลยเหรอ”

“ที่ตั้งร้านดีมีชัยไปกว่าครึ่งครับ ต้องขอบคุณเถ้าแก่นั่นแหละครับ”

“ฮ่าฮ่า เกี่ยวกันที่ไหน! ฝีมือการทำอาหารของเธอมันไม่ธรรมดาต่างหากเล่า เออ ว่าแต่ ยุ่งแบบนี้จ้างคนเพิ่มสักหน่อยจะดีกว่าไหม ฉันดูๆ แล้วเหมือนจะตึงมือไม่เบาเลยนะ”

“ผมว่าจะจ้างผู้ช่วยครัวเพิ่มอีกสักคนอยู่เหมือนกัน… ได้ใช่ไหมครับ?”

“แน่นอนอยู่แล้ว! ฉันเคยบอกแล้วนี่ เรื่องของสาขานี้เธอตัดสินใจเองได้เลยทั้งหมด”

ตั้งแต่วินาทีที่เปิดร้านวันแรก อันอิลเทก็มอบอำนาจการบริหารสาขารองทั้งหมดให้กยองฮาไปแล้ว และผลลัพธ์นั้นก็แสดงให้เห็น ณ ปัจจุบันว่า สาขารองแซงหน้าสาขาหลักไปแล้วเรื่องยอดขาย ต่อให้เกิดความรู้สึกอยากแทรกแซงก็คงทำไม่ได้และคงไม่ดี

“ถึงฉันจะพูดหลายครั้งแล้วก็เถอะ แต่อยากให้คิดเสียว่ามันคือร้านของเธอ แล้วบริหารในแบบที่เธอสบายใจซะ ตอนนี้เธอเองก็กลายเป็นเถ้าแก่แล้วนะ ไม่ต้องมาคอยถามความเห็นคนโน้นคนนี้แล้ว”

“ขอบคุณนะครับที่กรุณาผมขนาดนี้ ถ้างั้นการรับสมัครคนครัว ผมจะคุมการสัมภาษณ์เอง ไว้ได้คนเมื่อไหร่จะแจ้งให้ทุกคนทราบนะครับ”

“ฮ่าฮ่า ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก”

“คุยอะไรกันอยู่คะ ดูสนุกเชียว?”

ชินยองฮีเข้ามาในร้าน กลางวงสนทนาพอดี

“ยินดีต้อนรับครับหัวหน้า”

“สวัสดีค่ะ คุณกยองฮา เอ๊ะ ไม่สิ เถ้าแก่โก” ชินยองฮียิ้มอ่อนโยนรับการทักทาย

“เอ๊ะ หัวหน้า ปิดร้านแล้วไม่ได้กลับบ้านเลยเหรอครับ” อันอิลเทมองเธออย่างแปลกใจเล็กน้อยพลางถาม

“อุ๊ยตาย ไม่รู้หรือคะ สาขารองอยู่ตรงมุมถนนที่จะเลี้ยวไปบ้านฉันพอดี”

“อ้อ… เคยบอกแล้วหรือเปล่านะ ยังไงก็เถอะ มานั่งนี่สิครับ” อันอิลเทกวักมือเรียก

กยองฮาเดินไปยกเก้าอี้มาให้ชินยองฮี ทันทีที่เธอหย่อนตัวลงนั่ง อันอิลเทก็พูดต่อ

“ไม่ใช่อะไรหรอก กยองฮา ที่จริงฉันมีเรื่องสำคัญอยากปรึกษาด้วยนิดหน่อยเลยตั้งใจมาหา…”

“เรื่องปรึกษาหรือครับ… เรื่อง…”

“คืองี้”

จากนั้น ข้อเสนอที่ไม่คาดฝันก็หลุดออกมาจากปากเขา

……………………………..

[1] “ที่นี่บราซิล” มาจากเรื่อง Fast and Furious เป็นคำประชด ในเชิงว่า บราซิลมีด้านมืดจำพวกค้ายาเสพติด ของเถื่อน อิทธิพลคนชั่ว ตำรวจรับส่วย ฯลฯ กฎหมายจึงทำอะไรสิ่งเหล่านี้ไม่ได้

[2] คุณแม่ในเกาหลี เวลาเรียกกันและกันมักจะใช้ชื่อลูกและเรียกเป็น คุณแม่ของXX

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset