อียองซุกอัปโหลดรูปฮเยซูที่ถ่ายไว้เมื่อกลางวันส่งเข้าไปในกลุ่มแชท
สองสามรูปนั้นทำเอาเหล่าป้าๆ เอะอะวุ่นวายเป็นการใหญ่
- โอ๊ยตายแล้ววว นี่มันตุ๊กตาชัดๆ ตุ๊กตาตัวน้อย
- รับแต่ส่วนดีของพ่อกับแม่มาล้วนๆ เลยนะนี่
- ฉันขอเอารูปนี้ไปตั้งเป็นวอลเปเปอร์มือถือได้ไหม
- คราวหน้าถ้าหลานมาเที่ยวเล่นที่บ้าน อย่าลืมเรียกด้วยนะ โอย ลมจะจับ สวยน่ารักเหลือเกิน
อียองซุกส่งรูปทิ้งไว้อย่างเดียว ไม่ได้พิมพ์ข้อความอะไรใดๆ ต่อทั้งสิ้น เธอเพียงมองหน้าจอที่มีแต่คำชมหลั่งไหลมาไม่หยุด อมยิ้มอย่างสุขใจ
“ยังไม่นอนเหรอครับ”
กยองฮางับปิดประตูห้องเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาหา อียองซุกวางมือถือลงบนโต๊ะ
“อืม กะจะดูสะใภ้แม่รับรางวัลก่อนแล้วค่อยนอนน่ะ”
จีฮยอน ณ ตอนนี้อยู่ที่ฝรั่งเศส ไม่ได้บินกลับเกาหลีพร้อมสองพ่อลูก เนื่องจากเธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในงานเทศกาลภาพยนตร์เมือนคานส์ ครั้งที่ XX
“ฮ่าๆ กว่าจะเริ่มพิธีแจกรางวัลก็อีกหลายชั่วโมงโน่นครับ อีกอย่าง ยังไม่แน่ด้วยว่าจะได้หรือไม่ได้ แม่ไปนอนก่อนเถอะครับ”
“ไม่ได้ๆ ให้นอนตอนนี้ก็ไม่หลับหรอก อีกเดี๋ยวไว้ถ้าง่วงค่อยนอน ลูกนั่นแหละน่าจะเหนื่อย ไปนอนไป ฮเยซูหลับแล้วสินะ?”
“เพิ่งกล่อมจนหลับแล้วก็ออกมานี่แหละครับ งั้นนานทีปีหน สนใจชนแก้วกับลูกชายสักหน่อยไหมครับ”
“โอเค ดี เอามาๆ”
กยองฮารีบเดินไปที่ตู้เย็นสำหรับเก็บไวน์และเหล้าหมักโดยเฉพาะ อียองซุกไปแบ่งกับแกล้มแห้งๆ ใส่จาน แล้วเดินกลับมายังห้องนั่งเล่น บนโต๊ะตอนนี้ มีไวน์ราสเบอร์รีเอ็กซตราพรีเมียมตั้งเคียงคู่กับกับแกล้ม
มือยกแก้ว ปากก็ขยับคุยกัน อียองซุกมีความสุขกับการสลับกันถามสลับกันตอบกับลูกชายเหลือเกิน
ทว่า จู่ๆ เธอก็เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“รู้ไหมว่า ตอนไหนที่แม่ภูมิใจแล้วก็มีความสุขที่สุดที่มีลูกเป็นลูกชาย”
“อืม- ตอนได้เห็นหลานมั้งครับ หรือว่าตอนผมพาลูกสะใภ้แสนดีมาหา?”
“ฮุๆ สองอย่างนั้นมันแน่อยู่แล้ว ยังมีอีก แม่นี่ภูมิใจจนไม่รู้จะอธิบายยังไง รู้สึกขอบคุณอย่างไม่มีที่สิ้นสุด”
“ตอนไหนครับที่พิเศษขนาดนั้น”
“ตอนที่สมาชิกฮันอุลของลูกพยายามมาเทคแคร์ดูแลแม่”
“…หืม?” กยองฮาเอียงคอ ไม่แน่ใจว่ามารดาพูดถึงเรื่องอะไร
อียองซุกเริ่มต้นเล่าสิ่งที่ลูกชายไม่เคยได้รู้ออกมาให้ฟัง
“ช่วงที่ลูกยุ่งจนไม่มีเวลา หรือไม่ก็ออกไปต่างประเทศนานๆ ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ แม่ จะมีเถ้าแก่อัน คุณยองฮี มยองฮุน ซุนกุกแล้วก็ฮเยจี อืม จริงๆ ก็มีอีกหลายคนที่หมั่นติดต่อมาหาแม่เป็นครั้งคราว ไม่ก็แวะมาเป็นเพื่อนคุยให้แม่ถึงบ้าน พูดไม่หมดหรอก”
“อา…”
“อ้าว ไม่รู้เลยเหรอ”
“ไม่รู้เลยครับ ไม่เห็นมีใครแสดงท่าที…”
มุมปากอียองซุกระบายเป็นรอยยิ้ม หัวเราะเบาๆ พลางอธิบายต่อ
“นี่แหละ แม่ถึงบอกว่าลูกชายแม่น่ารักน่าภูมิใจจนอยากจะขอบคุณเหลือเกิน รอบกายมีแต่คนจิตใจดีงามรายล้อม มันแปลว่าลูกดูแลพวกเขาอย่างดีเสมอมาไงล่ะ”
“ผมไม่เห็นได้ทำอะไร…”
“พูดแบบนั้นไม่ได้สิ ลูกคิดว่าจะหาคบใครที่หาเงินเก่ง ความสามารถเยอะสักคนมันง่ายนักรึ แม่ถึงได้ชื่นใจที่ลูกชายแม่ประสบความสำเร็จมาไกลมาก แล้วแทนที่จะดูแลวัตถุ ลูกหันมาดูแลคนเป็นอันดับแรก เติบโตได้ดิบได้ดีด้วยตัวคนเดียวทั้งที่พ่อแม่ก็ขาดๆ เกินๆ ไม่เคยได้ทำอะไรให้ลูกเป็นเรื่องเป็นราวเลยสักครั้ง ขอบใจนะลูก ขอบใจมาก”
“อา ผมน่าจะเมานิดๆ แล้ว ร้อนจัง”
กยองฮาหาข้ออ้าง ลุกยืนแบบเก้ๆ กังๆ
“ขอออกไปสูดอากาศแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวมาครับ”
“ไปเถอะ”
กยองฮารีบร้อนเดินหนีออกมา อียองซุกมองตามหลังลูกชายแล้วก็ได้แต่ยิ้มปริ่มยกแก้วไวน์ขึ้นแตะริมฝีปากอีกหน
***
ตอนเช้ามืด
กยองฮาเอาผ้าห่มมาคลุมให้มารดาซึ่งเผลอหลับไปบนโซฟาทั้งอย่างนั้น คว้าไวน์ที่เหลือติดขวดไม่เท่าไหร่ออกไปยืนนอกระเบียง ส่วนมืออีกข้างก็ถือสมาร์ทโฟน กดยิกๆ ส่งข้อความ
- อาการเป็นยังไง ไหนบอกซิ
[อ๊ะ! พี่ของเค้า ยังไม่นอนแฮะ!]
กยองฮาหัวเราะพรืดกับข้อความที่ตอบกลับมาเร็วเหนือความคาดหมาย ดูทรง อีกฝ่ายน่าจะเฝ้ารอเขาติดต่อไปหาจนกำสมาร์ทโฟนค้างไว้ในมือเป็นแน่โนเวลกูดอทคอม
[ฮเยซูหลับแล้วเหรอคะ]
- อื้อ ก่อนนอนสั่งไว้อีกแน่ะว่า ถ้าแม่ออกทีวีเมื่อไหร่ให้ปลุกด้วย เอาไงดี?
[ปล่อยแกนอนไปเถอะค่ะ ผลลัพธ์เป็นยังไงก็ยังไม่รู้เลย…]
- โอเค งั้นเอาตามที่รักบอกแล้วกัน ว่าแต่ โอเคจริงเหรอ เมื่อวานเห็นหลับๆ ตื่นๆ นี่
[สบายมากค่ะ …ที่จริงเมื่อกี้แอบง่วง เบลอไปนิดหนึ่ง แต่ได้กาแฟจากคาจึอามาเติมพลัง ตอนนี้ตาใสแจ๋ว!]
- หา? คาจึอาไปถึงคานส์เลยเหรอ
[ค่ะ ฉันเห็นแล้วยังตกใจ แต่ก็ดีใจน้า]
แม้จะได้รับข่าวสารอยู่ตลอดว่ามานซูร์กำลังเร่งดำเนินธุรกิจกาแฟแบบเชิงรุก แต่กยองฮานึกไม่ถึงแม้แต่น้อยว่าคู่หูเขาจะรุกไปถึงเมืองพักผ่อนทางตอนใต้ของฝรั่งเศส จนกระทั่งตั้งสาขาขึ้นมาได้เช่นนี้
[ร้านคนแน่นมาก ทุกคนร้องหาแต่โกเบลนดิ้งแหละ ฮรี่~]
- เอาน่ะ อย่าตื่นเต้นมากนักนะ ไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหน ที่รักก็คือนักแสดงอันดับหนึ่งในใจพี่อยู่ดี
[แฮร่~ ได้ประโยคนี้ ดีกว่าได้รางวัลเป็นไหนๆ อ๊ะ! ฉันต้องไปแล้วค่ะ ไว้คุยกันนะ]
- โอเค
ติ๊ง~
จีฮยอนส่งรูปถ่ายแนบมาใต้ข้อความสุดท้ายด้วยหนึ่งรูป เป็นภาพเซลฟี่ที่ถ่ายด้วยตัวเอง
เธอสวมชุดเดรสแสนสง่าสีขาวล้วน งดงามจนตาพร่า เพียงได้เห็น ต่อให้ทำหัวใจหล่นหายหาไม่เจอก็คุ้มค่า กยองฮาใช้แววตาทั้งรักทั้งหลงมองหน้าจอนิ่งนาน ก่อนจะวางสมาร์ทโฟนลงบนโต๊ะน้ำชาเล็กๆ เปิดช่องถ่ายทอดสดการประกาศรางวัลเทศกาลภาพยนตร์ทิ้งไว้เสียงเบา เอนตัวพิงราวระเบียง แล้วใช้เพียงหูสองข้างคอยฟังความคืบหน้า
เช้ามืดขนาดนี้ กลางเมืองตรงโน้นยังคงสว่างด้วยแสงไฟ
กยองฮามองทิวทัศน์ราตรีจากไกลๆ จากนั้นก็ก้มลงมองขวดไวน์ในมือโดยไม่ตั้งใจ
“สูตรอาหาร …หน้าต่างรายละเอียด”
ใช่แล้ว เขามองสูตรอาหารไม่เห็น อาการนี้เริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทันได้สังเกต
แน่นอนว่า ด้วยคราวเคราะห์ที่จู่ๆ หน้าต่างบอกรายละเอียดอาหารก็หายไป กยองฮาจึงต้องผ่านช่วงเวลาที่ลำบากตรากตรำไม่น้อย แต่นั่นก็ผ่านมาสักระยะหนึ่งแล้ว
อาศัยการฝึกฝนและจดจำด้วยประสาทสัมผัสทั้งหมด หลอมรวมให้กลายมาเป็นทักษะความชำนาญติดตัว ถึงจุดนี้กยองฮาจึงไม่หวั่นเกรงอะไรอีก ทว่า ความรู้สึกโหวงภายในที่เกิดขึ้นคงช่วยไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้เป็นไป ด้วยสิ่งพิเศษนี้ กยองฮาได้ทั้งฝีมือการทำอาหารและมีชีวิตที่แสนจะสมบูรณ์แบบมาครองไม่ใช่หรือ
จู่ๆ ความคิดหนึ่งก็วาบขึ้นมา
‘เราไม่มีอะไรให้ต้องวิ่งหาอีกแล้วนี่ เพราะงั้นความสามารถนั้นคงย้ายไปอยู่กับใครสักคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือล่ะมั้ง’
หากเป็นเช่นนั้นจริง เขาจะอยู่เฉยได้อย่างไร กยองฮารีบยกขวดไวน์ชนกับอากาศว่างเปล่าตรงหน้า หวังในใจลึกๆ ว่า ใครก็ตามที่ได้รับความสามารถนั้นไปจะดำเนินชีวิตดีๆ มีอนาคตที่เจิดจรัสสดใสไม่ต่างจากเขา
[เอาล่ะครับ ถึงเวลาประกาศผลรางวัลสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในงานเทศกาลภาพยนตร์เมือนคานส์ ครั้งที่ XX แล้วนะครับ …ผู้ที่คว้ารางวัลนี้ จะเป็นใคร!]
กยองฮาซึ่งเงี่ยหูตั้งใจฟังทุกประโยคค่อยๆ ระบายยิ้มกว้างขึ้นทีละนิด





