📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส - ตอนพิเศษ 23

ตอนพิเศษ 23
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

นกภูเขาในป่าลึกส่งเสียงร้องจิ๊บๆ

มานซูร์เดินย่ำไปตามเส้นทางที่โรยด้วยใบไม้ร่วงหลากสีฤดูผลัดใบ สูดหายใจลึกหอบเอากลิ่นยอดหญ้าที่อุ้มชุ่มฉ่ำด้วยน้ำค้างเข้าไปเต็มปอด บางคราเขาก็ยื่นมือออกไปสัมผัสล้อกับแสงอาทิตย์สะอาดใสที่ส่องลอดลงมากลางผืนป่าเขียวขจี รอบข้างแน่นขนัดไปด้วยพฤกษานานาพรรณ

แต่แล้ว จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเรียกหาตนก้องอยู่ในหู

“…กุมาร ราชกุมารพ่ะย่ะค่ะ”

“…หืม?”

ดวงตาเหม่อลอยของมานซูร์เริ่มจับโฟกัสได้ทีละน้อย

‘เห็นบางอย่างเข้าแล้วสินะคะ!’ ฮเยจีเผยยิ้มหวาน

ไวน์มัตสึทาเกะเอ็กซตราพรีเมียมเป็นเช่นนี้เอง เพียงสูดกลิ่นก็สัมผัสประสบการณ์พิเศษได้

มานซูร์คืนสติ เปรยเบาๆ

“สงสัยไม่ได้ดื่มไวน์นี่มานานล่ะมั้ง เหมือนกลิ่นจะหอมกว่าที่จำได้เยอะเลย”

“บางทีอาจเป็นเพราะขวดนี้คือระดับเอ็กซตราพรีเมียมน่ะค่ะ!”

“เอ็กซตราพรีเมียม!” ฮัสซันที่นั่งเก้าอี้ข้างๆ หลุดปากเสียงดังลั่น

สำหรับมานซูร์ แม้ระดับไวน์จะแตกต่าง แต่จิตใจที่ถูกก่อกวนจนปั่นปวนนั้นไม่ต่างกันสักนิด

‘ไม่ใช่พรีเมียม? แปลว่านี่คือไวน์มัตสึทาเกะแท้ๆ แบบเอ็กซตราพรีเมียมงั้นรึ’

ก่อนหน้านี้เขาได้ยินแว่วๆ ว่าไวน์มัตสึทาเกะพรีเมียมถูกประมูลไปในราคาหนึ่งล้านแปดแสนดอลลาร์สหรัฐฯ เช่นนั้น ลำพังแก้วนี้แก้วเดียวมูลค่าของมันจะขนาดไหนกัน มานซูร์ไม่อาจคำนวณได้โดยง่าย

‘เดี๋ยวนะ เดี๋ยวก่อน เจ้านี่หนึ่งขวด ต่อให้รวมที่เหลืออีกเก้าในสิบส่วน เทแล้วก็ยังได้แค่ครึ่งแก้ว…’

ราคาสุทธิของมันคงต้องผ่านเวทีประมูลนั่นแหละจึงจะทราบได้ อิงจากบรรยากาศการซื้อขายเหล้าหมักระยะหลังนี้ หากมีชนิดเอ็กซตราพรีเมียมโผล่ออกมาสักขวดล่ะก็ อย่างน้อยๆ ราคาต้องพุ่งถึงสองล้านแน่นอนไม่ต้องสืบ มานซูร์คะเนราคาในใจเสร็จก็ดึงหน้านิ่ง ไม่แสดงท่าทางใดๆ ออกไปให้เสียภาพลักษณ์ ส่วนฮัสซันกลับตรงกันข้าม มือเขาสั่นระริก

‘เงินเดือนสี่ห้าเดือนของเรา รวมกันได้ไอ้นี่แก้วเดียว…’

หากไม่ใช่ตอนนี้ เขาจะมีโอกาสรื่นรมย์กับความหรูหราแห่งชีวิตเช่นนี้อีกเมื่อไหร่หนอ ฮัสซันนึกขอบคุณมานซูร์กับกยองฮาอยู่ในใจ

“ถ้างั้นไหนลอง…”

มานซูร์จัดการกระดกหนึ่งกรึบ เพียงครู่สั้นๆ ใบหน้าก็ซับสีเลือด อิ่มเอิบสดใส

‘นี่มัน…สดชื่นซาบซ่าอะไรขนาดนี้!’

มันคือรสชาติแห่งผืนป่า

นอกจากคำนี้เขาก็ไม่รู้จะใช้คำไหนมาพรรณนาได้อีก ไวน์มัตสึทาเกะพรีเมียมราวหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับหัวใจแท้ๆ ของธรรมชาติอย่างไรอย่างนั้น มานซูร์ดื่มด่ำกับความรู้สึกส่วนตัวอยู่ครู่ใหญ่

“แค่ไวน์ยอดเยี่ยมแก้วเดียวนี่ก็คุ้มค่าสำหรับอาหารมื้อพิเศษวันนี้แล้วล่ะ” เขาวางแก้วลง

ฮัสซันยิ่งแล้วใหญ่ ถึงขนาดชื่นชมแสดงความประทับใจเสียเป็นเรื่องเป็นราว

“กระหม่อมรู้สึกว่า เพียงอึกเดียวความคิดจิตใจก็โปร่งโล่ง สองตากระจ่างสดชื่นเหลือเกินพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม จะว่าไปก็ใช่จริงๆ”

ฮเยจีได้ยินแล้วก็เสนออะไรบางอย่างแก่คนทั้งสอง

“ถึงยังไงนี่ก็คือไวน์ชนิดหนึ่ง ค่อยๆ ดื่มช้าๆ จะดีกว่าค่ะ อาจจะไม่ทำให้มึน แต่เมาได้ง่ายๆ นะคะ!”

“ขอบใจนะ เข้าใจล่ะ” มานซูร์พยักหน้า

ฮัสซันอึ้งอย่างไม่คิดจะปิดบัง

“เชฟกูครับ อย่าบอกนะครับว่า ฟังบทสนทนาของเราออกด้วย”

“ค่ะ! พอดีกำลังหัดเรียนภาษาอาหรับเป็นงานอดิเรกยามว่างค่ะ!”

คนถามถามเป็นภาษาอาหรับ คนตอบจึงตอบกลับด้วยภาษาเดียวกัน กระทั่งการออกเสียงและสำเนียงยังชัดเป๊ะ

รอบนี้มานซูร์เป็นฝ่ายเบิกตากว้าง

‘รูปร่างหน้าตากับความสามารถด้านการทำอาหารว่าโดดเด่นแล้ว ยังจะมีพรสวรรค์ด้านภาษาอีกรึ ช่างเป็นบุคลากรที่ล้ำค่าจริงๆ…’

มานซูร์มักให้ความสนใจกับทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสามารถหลากหลายอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

‘ดูๆ ไป อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเจ้าซาเยดเลยนะนี่…’

มานซูร์คิดถึงลูกชายที่ยังคงโสดไร้คู่ครองขึ้นมาทันใด

‘ถ้ายังไม่ได้คบหาดูใจกับใครอยู่ คงดีไม่น้อย’

แต่ให้เขาออกปากถามโต้งๆ ก็ดูจะเป็นการเสียฟอร์มไปนิด อีกทั้งมารยาทไม่ใช่ ดังนั้นจึงสงวนคำไว้

‘ไว้ค่อยแอบถามกับมิสเตอร์โกเอาแล้วกัน’

***

ฟู่ว- ฮู่ววว-

ฮัสซันหอบหายใจหนัก ส่วนมานซูร์นั้นภายนอกดูค่อนข้างน่าเป็นห่วงน้อยกว่าหน่อย ซึ่งแท้ที่จริง เขากำลังรักษาภาพพจน์ พยายามไม่แสดงออกกระโตกกระตากว่าร่อแร่ต่างหาก

‘โอย กินเยอะเกินไป!’

‘ไปๆ มาๆ กินเกินขนาดเฉยเลย…’

สองคนถูกความรู้สึกเผ็ดซัดโหมกระหน่ำ แต่ถึงอย่างนั้น ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ ทั้งคู่ก็ไร้ความมั่นใจว่าตนจะไม่พลาดซ้ำรอยเดิม

‘อึดอัดจะตายแล้ว กระเพาะเต็มจนไม่มีที่ว่างก็ยังอยากกินอีกวุ้ย!’

‘เคราะห์ดีที่เนื้อดันหมดก่อน เกือบแล้ว ไม่อย่างนั้นคงคุมตัวเองไม่ได้ กินไปเรื่อยๆ จนเผยความอัปยศออกมาต่อหน้าธารกำนัลแหงๆ’

มานซูร์เพิ่งวิเคราะห์อะไรบางอย่างได้ นั่นคือ มุมมองด้านประวัติศาสตร์ของเคบับ

จากนี้ไป เคบับต้องแบ่งเป็นยุคสมัยก่อนวันนี้ และหลังวันนี้

เนื่องด้วยพอมานซูร์ลิ้มชิมรสเคบับเนื้อแกะและไก่ที่หมักจากซอสโกชูจังและซอสถั่วเหลืองแล้ว เขาก็หยุดมือหยุดปากไม่ได้อีก จนลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง

‘ไม่อยากเชื่อว่าจะมีรสชาติแบบนี้อยู่ในโลกด้วย…’

มานซูร์ชักวิตกกังวลมากขึ้นทุกที

‘จากนี้ไป จะกินสเต็กเหนียวๆ ชืดๆ พวกนั้นลงได้ยังไง’

ฮัสซันก็เครียดไม่แพ้กัน

‘นี่ไม่ใช่ลาภปาก มันคือคำสาปชัดๆ ต่อไปนี้กินอะไรก็คงไม่ประทับใจแน่ แย่แล้ววว’

โครกกก-

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สมควรต้องจัดการอย่างด่วนจี๋วินาทีนี้คือ หน้าท้องที่บวมโป่งออกมาเหมือนลูกอ๊อด

หายใจว่าลำบากแล้ว ก้มตัวยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่ สุดท้าย มานซูร์อดรนทนไม่ไหว

“ฮัสซัน มียาช่วยย่อยบ้างไหม”

“กระหม่อมจะรีบไปหามาถวายพ่ะย่ะค่ะ” คล้ายรอคำนี้อยู่แล้ว ฮัสซันรีบกุลีกุจอลุกขึ้น

หลังจากร่วมรับประทานอาหารพร้อมกันฮเยจีก็ออกจากห้องไปครู่หนึ่ง ตอนนี้เธอกลับเข้ามา ในมือมีขวดน้ำเต้าติดมาด้วย ไม่รู้ด้านในบรรจุอะไรไว้

“ลองจิบนี่ดูสิคะ!”

“อะไรเหรอ”

“เครื่องดื่มค่ะ ช่วยระบบย่อยอาหารได้ด้วย!”

“โอ้! ดีๆ รีบรินมาชิมซิ”

ของเหลวเนื้อข้นสะท้อนสีเหลือบเขียวถูกรินลงในแก้วสองใบ หากพิจารณาแค่สีสัน สิ่งนี้ไม่น่าใช่เครื่องดื่ม ควรจะเรียกว่ายาต้มสมุนไพรมากกว่า ทว่า เมื่อยกจิบเข้าไปหนึ่งอึก กลับรู้สึกได้ถึงความหวานอร่อยอย่างที่ไม่คิดว่าจะมีอยู่จริง พาให้อารมณ์ดีขึ้นทันตา ครั้นพักทิ้งระยะครู่หนึ่ง ร่างกายก็เริ่มเบาสบายหายอึดอัดทีละน้อย

‘โอ้ววว- ออกฤทธิ์แล้วรึ!’

รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าระบบร่างกายกำลังทำการย่อยอาหารจริงๆ

“เครื่องดื่มนี้คืออะไรกันแน่น่ะ” มานซูร์ไม่อาจไม่ถาม

“น้ำบ๊วยค่ะ!”

***

ผลของการสวาปามอาหารมื้อหลักเข้าไปเต็มเหนี่ยว ทำให้ของหวานที่เตรียมไว้ต้องเหงาหงอย ไม่มีใครแตะต้องโน!วลกูดoทคอม

แม้จะได้อานุภาพของน้ำบ๊วยเข้ามาช่วยสลายความอึดอัดแน่นเฟ้อบ้างแล้ว ก็ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่เพื่อให้ท้องกลับมามีที่ว่าง มานซูร์ถือโอกาสออกไปเดินเล่นเพื่อเร่งระบบย่อยไปด้วยในตัว

แต่แล้ว จู่ๆ มานซูร์ที่เดินเลียบลัดเลาะตามกำแพงก็ชะงักเท้า ทำจมูกฟุดฟิด

‘นี่กลิ่นอะไร ทำไม…’

ความหอมที่โชยเข้าสู่โพรงจมูกเปี่ยมไปด้วยความหลากหลายและเข้มข้น เท้าทั้งสองพาร่างขยับย้ายตามกลิ่นไปทันที

ครั้นอ้อมตึกมาเจอลานหลังบ้าน เขาก็เห็นยองฮา

มานซูร์เดินเข้าไปหา กระแอมเป็นสัญญาณบอกว่า ฉันมาแล้วนะ

“อะแฮ่ม”

“อ้าว อากาศหนาวนะครับ ออกมาทำไม”

“ฉันท้องอืดน่ะ เลยอยากออกมาเดินเล่นสักหน่อย”

“ผมให้ฮเยจีเอาน้ำบ๊วยไปเสิร์ฟแล้วนี่ครับ หรือว่าท่านยังไม่ได้ดื่ม?”

“ดื่มแล้วๆ เลยขยับเคลื่อนไหวได้ขนาดนี้ไงล่ะ นั่นแหละ น้ำบ๊อยหรืออะไรสักอย่างนี่ สรรพคุณเยี่ยมยอดเลยนะ เห็นผลทันตา อืม… มันทำยากไหม”

“ก็ใช้เวลาอยู่ครับ แต่ขั้นตอนไม่มีอะไรยาก ถ้าชอบ เดี๋ยวผมเตรียมไว้ให้ท่านตอนขากลับนะครับ”

“ได้อย่างนั้นก็ดี ขอบใจมาก” มานซูร์ยิ่มเปรมปรีดิ์

อารามดีใจทำให้เกือบลืมไปว่าเขาเดินมาถึงที่นี่ทำไม ว่าแล้วก็ชี้ไปที่เตาหุงต้มสีออกเหลืองๆ ตรงหน้า

“กำลังเผาอะไรอยู่รึ กลิ่นดีจริงๆ”

“คั่วเมล็ดกาแฟครับ”

“คอฟฟี่บีนส์? ถ้างั้น…”

“ชาร์โคลโรสติ้งครับ คั่วเตาถ่าน”

ปากคุยไป มือก็หมุนไป ทุกครั้งที่กยองฮาทำเช่นนั้น กลิ่นหอมชวนหลงใหลก็จะฟุ้งกระจาย ช่างเป็นกลิ่นที่สูดเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ทว่า มานซูร์ซึ่งมีความรู้เฟื่องเรื่องกาแฟลึกไม่เบา กลับไม่สามารถคาดเดาสายพันธุ์ของเมล็ดบนเตาได้

‘ถ้าอย่างนั้น…’

มานซูร์สงสัย

“สูตรเบลนดิ้งของตัวเองใช่ไหม?”

การเบลนดิ้ง คือ การนำเมล็ดกาแฟตั้งแต่สองสายพันธุ์ขึ้นไปมาผสมกันในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อสร้างสรรค์กลิ่นและรสชาติให้ซับซ้อนแปลกใหม่ยิ่งขึ้น กยองฮาพยักหน้า

“ครับ ผมเอาเมล็ดห้าสายพันธุ์ สัดส่วนเท่าๆ กันมาคั่วรวมกันครับ”

“ว่าแล้ว… ถ้างั้นก็ต้องเรียกมันว่า โกเบลนดิ้ง ล่ะสินะ”

“รสชาติมันจะดีถึงขนาดเอาชื่อมาตั้งแบบนั้นได้รึเปล่า ผมก็ยังไม่แน่ใจครับ”

“เอ้า ใครว่าไม่ได้ล่ะ ของดีหรือไม่ ฉันเดาผลได้ตั้งแต่กลิ่นแล้ว ตอนนี้แค่อยากรู้อยากชิมเร็วๆ”

“ครับผม ได้ที่พอดี เสร็จแล้วครับ”

กยองฮายิ้มละมุน เปิดฝาเตาคั่วขึ้นพลางยกตะแกรงแยกออกมา จัดการเทเมล็ดกาแฟคั่วลงไปในเครื่องบดธรรมดาชนิดไม่อัตโนมัติ

ครึก- ครัก- ครึก- ครัก-

ทันทีที่เข้าสู่ช่วงบดเมล็ดกาแฟ กลิ่นก็หอมหวนเข้มขึ้นอีกหลายเท่า มานซูร์ได้แต่อุทานซ้ำแล้วซ้ำอีก

‘อาฮ้า วันที่ฉันก้าวเท้าสู่สรวงสวรรค์ คงได้กลิ่นแบบนี้เหมือนกันล่ะมั้งนี่’

มานซูร์หลับตาพริ้มนิ่งเพื่อดื่มด่ำกับกลิ่นหอมของกาแฟ กยองฮาปล่อยมือจากเครื่องบด ย้ายผงที่ได้ไปเทใส่บนกระดาษกรอง ก่อนจะเริ่มการชงกาแฟโดยรินน้ำที่ต้มใส่การอไว้แล้วลงไปช้าๆ

ระหว่างรอ บทสนทนาก็ดำเนินต่อไป

“อ้อ ที่จริงผมควรจะบอกตั้งแต่เมื่อกี้ ดันลืมซะได้ ขอบคุณมากนะครับ”

“หืม? เรื่องอะไร?”

“เรื่องการต่อเรือบรรทุกน้ำมันที่ชนะประมูลจากทาง UAE ไงครับ ท่านตัดสินใจโดยคำนึงถึงผมใช่ไหมล่ะครับ”

“อืม ก็นะ…”

“พอดีจู่ๆ บริษัทโจซอนก็แจ้งความจำนงมาที่ฮันอุล ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเงินบริจาคน่ะครับ สืบไปสืบมาผมก็คิดได้ว่าเรื่องน่าจะเป็นแบบนี้ ขอบพระคุณจริงๆ ครับ”

“โฮ่ๆ- ฉันไม่ได้ทำไปเพราะอยากได้คำขอบคุณหรอกนะ… ฮึ่มมม”

มานซูร์หัวเราะแห้งๆ ปกปิดความเก้อเขินในใจ อีกฝ่ายรับรู้ความตั้งใจของเขาแล้วเช่นนี้ ออกจะน่ายินดีด้วยซ้ำไม่ใช่หรือ

น้ำร้อนถูกเทลงบนผงกาแฟที่บวมตัว จับกันเป็นก้อนอีกหนึ่งรอบ ครานี้มานซูร์เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน

“ยังไงก็แล้วแต่ ฉันเป็นคนริเริ่มธรรมเนียมนี้คนแรก ฉะนั้น แขกรับเชิญลำดับต่อไปคงมาเยี่ยมเธอตัวเปล่าแบบไม่มีอะไรติดไม้ติดมือมาด้วยไม่ได้แน่ ไม่ต้องบอก เธอก็คงรู้ดีอยู่แล้วแหละ แต่ละคนชอบแข่งขัน ยอมแพ้เป็นที่ไหนกัน”

“นั่นสิครับ ทั้งขอบคุณทั้งเกรงใจ นอกจากอาหารแล้ว ผมก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไงดี…”

“แค่นั้นก็พอแล้ว ไม่สิ คนที่ไม่รู้จะทำยังไงดีน่าจะเป็นพวกนั้นมากกว่านะ เพราะอะไรรู้ไหม”

“ผมรอฟังคำอธิบายครับ”

มานซูร์จัดการพูดแทนทุกคนที่เขาอ้างถึง อาศัยจังหวะเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจไปด้วยเลยในตัว

“ฟังแล้วจะรู้สึกย้อนแย้งไหมนะ เอาเถอะ ในความเป็นจริง คนที่มีทุกอย่างเหมือนฉันทั้งความมั่งคั่ง ชื่อเสียง แล้วก็อำนาจ ถือว่าเป็นข้อดีทั้งนั้น แต่รู้ไหมว่าเขาเหล่านั้นต้องเจอกับความว่างเปล่าที่น่ากลัวแค่ไหน เพราะแค่โบกมือ ก็ได้ทุกอย่างมาครองง่ายๆ ฉะนั้น ย่อมต้องรู้สึกว่าชีวิตไร้ความหมาย”

“อา…”

“เพราะอย่างนี้ พวกคนรวยเยอะแยะถึงได้มีงานอดิเรกประหลาดๆ ที่คนธรรมดาไม่อาจเข้าใจได้ไง ไม่อย่างนั้น ภายใต้คำว่า นักชิม จะกลายเป็นข้ออ้างชั้นดีให้กระทำตัวโหดร้ายป่าเถื่อนต่ออาหารได้อย่างทุกวันนี้รึ”

ไหนจะตับฟัวกราส์ที่ได้จากห่านซึ่งถูกทารุณกรรม ไหนจะสมองลิงที่ได้จากการควักสดๆ ยามมีชีวิต พฤติกรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อให้ได้ลิ้มรสอาหารชั้นเลิศจริงหรือ ตัวมานซูร์นั้นไม่เห็นด้วยแม้แต่น้อย

“ความพินาศทั้งหมด มาจากการสนองความปรารถนาที่บิดเบี้ยวส่วนตนทั้งสิ้น ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะลิ้นของคนเหล่านั้นคุ้นชิ้นเฉพาะรสชาติเลิศล้ำ ทำให้ไม่เคยมีคำว่าพอไงล่ะ อะไรที่ไร้ความแปลกใหม่ ต่อให้รสชาติดีก็ไม่เสียเวลาเหลียวแล ที่ฉันพูดๆ มาทั้งหมดแค่อยากจะเกริ่นถึงพ่อครัวชาวเอเชียคนหนึ่ง ที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาบนโลกใบนี้ เขาทำอะไร เขาปอกลอกความเลวร้ายออกจากลิ้นของคนพวกนั้นซะหมดเปลือกด้วยอาหารที่เขาทำ แถมแต่ละเมนูของเขายังเป็นแค่อะไรพื้นๆ ที่หากินได้ทั่วไปด้วยนะ”

ฐานะของกยองฮาในใจทุกคน หาใช่พ่อครัวธรรมดาหรือเชฟบ้านๆ คนหนึ่ง

“มองอีกมุม จะบอกว่า เธอคือผู้มีพระคุณที่ช่วยต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย ประกอบร่างให้ชีวิตที่เกือบจะไร้ความหมายของคนเหล่านั้นสมบูรณ์ขึ้นมาก็ยังได้ ไอ้ความว่างเปล่าที่โคตรน่ากลัวและไม่รู้จะจัดการยังไงนั้น เธอกลับใช้อาหารเข้าแก้ไข ชี้ทางสว่างให้เขาได้เดิน เพราะอย่างนี้ทุกคนถึงพากันเทเงินเททองที่มีให้เธอได้อย่างไม่คิดเสียดาย”

จะมีคำชมเชยที่ไหนงดงามได้ถึงขนาดนี้ แถมคำชมนี้ยังมาจากปากของหนึ่งในบุคคลระดับโลกเสียด้วย แม้จะมีความอวดโอ่นิดๆ ก็เถอะ

กยองฮาแบ่งกาแฟที่เพิ่งชงเสร็จใส่ถ้วยสองใบ พยายามสงบจิตสงบใจทำตัวให้นิ่ง

“ลองชิมดูครับ”

“หืม …อืม ได้”

มานซูร์รับถ้วยกาแฟที่กยองฮายื่นมาให้แบบกะทันหัน ยกขึ้นลองจิบคำเล็กๆ

ปฏิกิริยาถัดมาก็ไม่ได้ต่างจากเวลาชิมอาหารอื่นๆ ของกยองฮาเท่าใด

‘ฮ้า- ความกลมกล่อมลงตัวนี้…’

รสชาติและกลิ่นอันหลากหลายก่อตัวขึ้นภายในปาก ม้วนลิ้นหนึ่งครั้งความอร่อยและความหอมก็แปรเปลี่ยนหนึ่งหน ปรากฏการณ์นี้ทำให้หัวใจมานซูร์เต็มตื้นฉับพลัน

‘หมดเสียทียุคเดิมๆ กาแฟถึงเวลาเปลี่ยนศักราชใหม่แล้วล่ะ’

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset