ช่วงพักเที่ยง
นานแล้ว ที่จินโอไม่ได้แวะมาพบอันอิลเทที่สำนักงานมูลนิธิเช่นนี้
“เถ้าแก่ เอ้ย ไม่ใช่ ท่านประธาน ผมมาแล้วครับ”
“โอ้ๆๆ ดูๆๆ ใครกันเนี่ย”
อันอิลเทสาวเท้าเข้าไปคว้ามือแฝดน้องจินโอมาจับไว้แน่น
“นายจินโอ ไม่สิ ผู้จัดการจอง จะหาเงินก็ได้ ทำอะไรก็ดี แต่อย่างน้อยควรไปมาหาสู่กันสักหน่อยนะ หืม นี่มันกี่เดือนเข้าไปแล้ว อีกเดี๋ยวคงนึกหน้าไม่ออกแน่”
“ฮ่าๆ ผมต้องยิ่งยุ่ง ถึงจะยิ่งดีต่อบริษัทไม่ใช่เหรอครับ”
“พอๆ เราหามาเยอะพอแล้ว จากนี้ลดงานลงหน่อย ออกไปใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง รู้ไหม เจอหน้ามยองฮุนทีไรฉันนี่ทั้งละอายทั้งรู้สึกผิด ที่ปล่อยให้เธอวิ่งวุ่นอยู่ข้างนอกทั่วสี่ทิศอย่างนั้น ใครเห็นเข้าคงได้ด่าฉันลับหลังว่าใช้งานเธอหนักเกินไป ฉะนั้น ขอร้องล่ะ หืม?”
“รับทราบและเข้าใจความหมายของท่านประธานครับ ถึงไม่ทัก ผมก็วางแผนในใจไว้แล้วว่า ปีหน้าแทนที่จะหาทางขยับขยาย ผมจะหันกลับมามุ่งพัฒนาศักยภาพตัวเองให้มากขึ้นครับ อีกอย่าง รอบนี้ก็จัดการเรื่องสัญญาสำคัญกับเจ้าใหญ่ได้เรียบร้อยแล้วด้วย เลยได้เข้ามาวันนี้ คิดว่าควรปรึกษาท่านประธานก่อนจะตัดสินใจเดินหน้าน่ะครับ”
“อืม ไอ้ฉันมันก็เห็นดีเห็นงามกับทุกเรื่องที่เธอคิดจะทำนั่นแหละ ฉะนั้นไม่ต้องมัวนั่งหาทางอยู่คนเดียว คุยกับฉันสักนิดสักหน่อยเถอะ เผื่อช่วยได้”
อันอิลเทเกรงว่าหากหมดธุระแล้ว จินโอจะลุกพรวดขอตัวกลับทันที เลยหาทางรั้งไว้โดยการเปลี่ยนเรื่องคุยเสีย
“เอ้า นั่งก่อนๆ”
“ครับผม”
สองคนหย่อนตัวลงบนโซฟา หันหน้าเข้าหากัน มีโต๊ะคั่นตรงกลาง
“ยังไม่ได้กินอะไรมาล่ะสิ” อันอิลเทถาม
“ครับ เพราะงั้นตอนมาที่นี่ ผมเลยแวะเข้าไปบอกที่ร้านไว้ก่อนแล้วว่ารบกวนส่งข้าวขึ้นมาให้ด้วย ของท่านประธานรับเป็นแกงกิมจิใช่ไหมครับ”
“อืม เมนูเดิมเหมือนกันทุกวันอยู่แล้ว”
ผ่านไปไม่เท่าไหร่ ก็มีเสียงเคาะประตู
“อาหารมาส่งครับ”
ทีแรกคาดไว้ว่าคงเป็นพนักงานทั่วไป แต่พอประตูเปิดออก คนที่เข้ามาด้านในกลับเป็นมยองฮุน แฝดคนพี่
“อ้าว พี่ ตอนนี้กำลังยุ่งได้ที่เลยไม่ใช่เหรอ”
“ฮเยจีอยู่ ไม่เป็นไร”
มยองฮุนตอบพลางยกอาหารมาตั้งบนโต๊ะ จินโอรีบเข้าไปช่วย สองคนคุยกันต่อ
“ฮเยจีบอกว่าจะดูเอง ไหนๆ ขึ้นมาแล้วก็กินข้าวที่นี่ซะให้เรียบร้อยค่อยลงไปก็ได้ นานๆ ทีแกจะมา เลยอยากให้ใช้เวลาด้วยกันน่ะ”
“แหม่ ขอบใจจริงๆ ว่าแต่ ปล่อยให้รับผิดชอบหน้าเตาคนเดียว ไม่เป็นไรแน่นะ”
มยองฮุนทิ้งตัวลงนั่งข้างจินโอ พยักหน้าตอบ
“อือ ฝีมือฮเยจีระยะหลังนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ ดูแค่ท่าทางนี่ แทบจะเหมือนเฮียกยองฮาเป๊ะ”
“โหววว- ขนาดนั้นเลย?”
“แต่รสชาติยังทิ้งห่างอีกไกล”
“ก็ว่าอยู่ ถ้าเรื่องรสชาติ ใครในโลกหล้ามันจะไปเอาชนะเฮียได้เล่า”
จินโอย้อนนึกถึงเรื่องราวในอดีต สมัยที่ตนเคยพยายามยืนหยัดเคียงข้างแฝดพี่เพื่อต่อสู้ล้มฮันอุลกับกยองฮาลงให้จงได้ แต่สุดท้ายถูกลูบคมจนสูญเสียความมั่นใจครั้งใหญ่ พี่ชายย้ายตัวเองเข้าไปทำงานอยู่ภายใต้กยองฮา ส่วนตนก็กลายมาเป็นคนฮันอุลเต็มตัว ทว่า จวบจนบัดนี้ เขาไม่เคยนึกเสียใจแม้แต่นิดเดียว ออกจะตรงกันข้ามด้วยซ้ำ
‘บางที ครั้งนั้นอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตเลยก็ได้นะ…’
จินโอคือผู้มีทักษะพรสวรรค์ด้านการทำธุรกิจ จุดนี้ทุกคนต่างยอมรับ แต่ตัวเขาเองกลับรู้สึกขัดเขินกับคำเยินยอเหล่านั้น
‘เอาจริงๆ ที่เรามาไกลได้แบบนี้ก็เพราะมีชื่อของเฮียกยองฮาหนุนหลังอยู่หรอก นอกจากขยันวิ่งโร่ไปมา เราก็ไม่ได้ทำอะไรเลย…’
การทำธุรกิจประกอบกิจการนั้น หากไม่บังคบตนให้กระพริบตาถี่ๆ จมูกอาจถูกคู่แขงเฉือนเอาไปได้โดยไม่รู้ตัว จินโอตระหนักถึงความเป็นจริงในข้อนี้ดียิ่งกว่าใคร ด้วยเขาเริ่มใช้ชีวิตในฐานะนักธุรกิจเร็วกว่าคนวัยเดียวกันมาก
อย่างไรก็ดี เมื่อมองย้อนกลับไป หลังจากที่มอบกายถวายหัวให้ฮันอุล ทางเดินของเขาก็ราบรื่นสะดวกสบายมาตลอด ไม่ว่าจะไปที่ใด ไม่ว่าเมื่อไหร่ เพียงขานชื่อกยองฮา ผู้คนทุกเพศทุกวัยทุกชนชั้นจะรู้ได้เองว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร
‘เอาแค่เมื่อไม่กี่วันก่อนก็ชัดแล้ว’
ล่าสุด ทางการได้ออกประกาศมาว่า ธุรกิจอาหารของโรงเรียนจะมีการเปิดให้ร่วมเสนอราคาประมูลครั้งยิ่งใหญ่เป็นประวัติการณ์ กล่าวคือ องค์กรสามารถทำสัญญากับโรงอาหารประจำโรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมถึงโรงอาหารของมหาวิทยาลัยภายใต้สังกัดมูลนิธิมยองซองเป็นระยะเวลาห้าปีเต็มได้ ฉะนั้น เพียงได้รับเลือก องค์กรก็ถือว่าถูกรางวัลที่หนึ่ง ตีแจ็คพอตแตกได้เลย
จินโอเพิ่งรู้ว่า ในประเทศเกาหลีใต้มีคนประกอบธุรกิจด้านอาหารมากมายปานนี้ก็เมื่อตอนเขาส่งใบสมัครไปแสดงเจตจำนงเข้าร่วมงาน ยิ่งไปกว่านั้น คู่แข่งที่เห็นล้วนเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งสิ้น สนามประลองครั้งนี้นับว่าไม่ง่ายเลยสักนิดเดียว แต่แล้วเมื่อเปิดฝาวงล้อล้วงลูกบอลออกมาตรวจสอบเลขที่ออก ปรากฏว่า บอลทุกลูกเป็นหมายเลขเดียวกันล้วน ซึ่งก็คือชื่อ ฮันอุล นั่นหมายความว่า ฮันอุลชนะการประมูลมาได้แบบขาดลอย
ส่วนเบื้องหลังการลงคะแนนเสียงเลือกองค์กรที่มาเข้าร่วมประมูลครั้งนี้ ก็ต้องขอบคุณการสนับสนุนอย่างเต็มเหนี่ยวจากหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ อันได้แก่สมาคมผู้ปกครองทั้งหลาย ด้วยความที่กยองฮามีทักษะโดดเด่น มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงและเข้มงวดด้านคุณภาพมาก ทัศนคติดีงามที่เขามีต่ออาหารบวกกับภาพลักษณ์ทางโทรทัศน์ที่เห็นกันอยู่บ่อยครั้งมาตลอดหลายปี มัดรวมกันเป็นปัจจัยหลักที่เติมความน่าเชื่อถือและเชื่อมั่นไว้ในใจของทุกคนอย่างแน่นหนา
ไม่หมดเท่านั้น กล่าวแบบย่นระยะเข้ามาอีกขั้นหนึ่งก็ต้องบอกว่า ท่านประธานอีแห่งมูลนิธิมยองซองเองก็เป็นผู้หนึ่งที่นับถือกยองฮาไม่น้อย เพราะกยองฮาผลักดันให้อาหารเกาหลีมีชื่อเสียงขจรไกล สร้างเกียรติยศน่าภาคภูมิแก่ประเทศชาติ
นี่ยังไม่นับรวมการประกาศผลรายบุคคลจากฝั่งโรงอาหารมหาวิทยาลัยมยองซองอีก เรื่องของเรื่องคือ โรงอาหารสามในสี่แห่งเลือกที่จะลงคะแนนให้ฮันอุล สรุป ฮันอุลกวาดเรียบทั้งกระดานจริงๆ
‘เรามันก็แค่คนที่เอาช้อนมาวาง ตอนเขาจัดโต๊ะอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วน่ะนะ’
สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด กลับเป็นทัศนคติและผลตอบรับของเหล่าองค์กรคู่แข่ง ดูทรง น่าจะมีสักแห่งสองแห่งที่สู้สุดใจไม่ยอมแพ้ แต่กลายเป็นว่าไม่มีเสียงก่นด่าหลุดรอดออกมาให้ระคายหูเลยสักนิด ทุกฝ่ายต่างยอมรับโดยดี หันหลังเดินกลับกันอย่างเป็นปกติมาก ทำให้จินโอรู้สึกประทับใจ ยากจะอธิบาย
‘สถานะของเฮียในวงการอาหาร ต้องใช้คำว่าไร้เทียมทานไงล่ะ’
จินโอคิดๆ มาถึงตอนนี้ก็หยุด เพราะได้ยินอันอิลเทกล่าวแทรกขึ้นมาพอดี
“รีบกินเถอะทุกคน”
“ครับท่านประธาน”
แกงกิมจิของอันอิลเท ข้าวราดบุลโกกิผัดปลาหมึกของมยองฮุน และข้าวราดบุลโกกิของจินโอ ทั้งสามเมนูนี้มยองฮุนลงมือปรุงด้วยตัวเอง จินโอตักข้าวเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยอยู่หลายคำ ก่อนจะชูนิ้วหัวแม่โป้งให้
“อร่อยมากเลยพี่ ฝีมือพัฒนาไปอีกขั้นแล้วสิเนี่ย”
“พัฒนงพัฒนาอะไร นานๆ กินทีล่ะไม่ว่า”
มยองฮุนแก้ตัวหน้านิ่ง แต่อันอิลเทกลับส่ายหัว รีบรับช่วงต่อ
“ไม่นะ ฉันก็คิดเหมือนจินโอ โดยเฉพาะพักหลังๆ นี้ มยองฮุนทำอร่อยขึ้นกว่าเดิมเยอะจริงๆ ฉันชอบมาก เวรี่กู้ด”
ว่าแล้ว อันอิลเทก็ชูนิ้วหัวแม่โป้งขึ้นมาสมทบอีกคน มยองฮุนเขินจนต้องเฉไฉ หันไปหยิบรีโมท
“ทีวีหรูจังครับ เปิดดูได้ไหมครับ”
“ตามสบาย”
ครั้นภาพปรากฏขึ้นบนจอก็เห็นว่าเป็นรายการข่าว
[มาที่ข่าวต่อไปนะคะ เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานสดๆ ร้อนๆ เลยทีเดียว นั่นก็คือ ประเด็นที่บริษัท STS โจซอนเฮยังจับมือทำสัญญา รับต่อเรือบรรทุกน้ำมันจากทาง UAE ค่ะ วันนี้สถานการณ์ตลาดหุ้นจึงคึกคักตั้งแต่เช้าเลยก็ว่าได้ หุ้นที่เกี่ยวข้องทุกตัวมูลค่าสูงขึ้น…]
ที่มยองฮุนเปิดทีวีก็เพื่อจะเปลี่ยนบรรยากาศเท่านั้น เสียงผู้ประกาศเลยข่าวเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ส่วนตัวเขาก็หันมาจดจ่อกับอาหารตรงหน้าต่อ แต่อันอิลเทดันสนใจเนื้อข่าวขึ้นมากะทันหัน
“เอ๊ะ เดี๋ยวนะ UAE นี่มัน อาหรับเอมอะไรสักอย่างไม่ใช่รึ”
“…เอมิเรตส์ครับ”
“เออๆ ใช่ แล้วรองนายกฯ เขาน่ะ มานซูร์ใช่ไหม”
“ถูกครับ”
“ฮืม- ว่าแล้ว…”
“ทำไมเหรอครับ” จินโอสงสัย
อันอิลเทนิ่งเรียบเรียงความคิด จากนั้นจึงกล่าว
“ฉันแค่ลองเดาเฉยๆ สมมติว่าการประมูลครั้งนี้คนที่ชื่อมานซูร์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจไม่ทางใดก็ทางหนึ่งล่ะ?”
“อะไรนะครับ”
“สังเกตเอาจากข่าวทีวีกับหนังสือพิมพ์น่ะ จู่ๆ STS ก็กระชากสัญญาต่อเรือมาได้เฉยๆ โดยไม่มีใครคาดฝัน เรื่องเหลือเชื่อแบบนั้น มันก็อดคิดไม่ได้ว่าอาจจะมีเบื้องหลัง พวกเธอก็รู้นี่ว่ามานซูร์เอ็นดูเถ้าแก่โกของเราขนาดไหน”
“โห แต่ว่า…แบบนั้นออกจะเหมือนพล็อตหนังเกินไปนะครับท่านประธาน”
“อ้าวเหรอ ฮ่ะฮ่า” อันอิลเทชักเขิน หลบตามาตักแกงอีกช้อนเข้าปาก
ปิ๊บปี๊บบบ~
อินเตอร์โฟนดังแทรกขึ้นมาได้จังหวะ อันอิลเทกดปุ่มรับสาย เสียงของซออึนจู ลอดออกมาจากลำโพงว่า ‘ทะ… ท่านประธานคะ’ ในลักษณะเหมือนกำลังตระหนกกับอะไรบางอย่าง
“มีเรื่องอะไรรึ”
[ตะ…ตอนนี้มีโทรศัพท์ติดต่อเข้ามา ต้องการสอบถามเรื่องการเป็นผู้สนับสนุนเงินบริจาคค่ะ]
“หรือครับ?”
[ค่ะ เป็นสายจาก STS…]
“ที่ไหนนะ”
[บริษัท STS โจซอนเฮยังค่ะ]
“…”
อันอิลเทกับจินโอวางช้อน จ้องหน้ากันตาไม่กระพริบ
‘อย่าบอกนะ…?’
‘เรื่องจริงเหรอเนี่ย?’ пᴏᴠᴇʟɢu.ᴄoᴍ
ระหว่างที่แลกแววตากันด้วยความรู้สึกสับสนปนประหลาดใจนั้นเอง
[โอนสายให้ดีไหมคะ หรือจะให้แจ้งว่าตอนนี้กำลังพักรับประทานอาหารกันอยู่ ไว้…]
“ไม่ต้องๆ โอนมาเลยแล้วกันครับ”
อันอิลเทยกหูโทรศัพท์ขึ้นมา
“ฮัลโหลครับ อ้า…ครับ สวัสดีครับ ผมอันอิลเท ประธานมูลนิธิฮันอุลครับ…อ่า ครับ หรือครับ…อ้อ อย่างนี้นี่เอง… อะไรนะครับ? ข้อตกลงร่วม? …ห้าปี? ครับ ครับ…อ่า จะเข้ามาที่นี่หรือครับ?”
อันอิลเทไม่ลืมส่งสัญญาณมือให้พี่น้องฝาแฝดกินกันไปก่อนไม่ต้องรอเขา แต่จินโอเองก็ยังไม่ทันได้จับช้อนเช่นกัน เพราะมีสายเข้าจากลูกน้องพอดี
กริ๊งงง~
“อ้อ ว่าไงซึงจู…หา? ที่ไหนนะ …STS โจซอน? เขาทำไมนะ …หา? อยากทำสัญญาโรงอาหารบริษัท?…ไม่ต้องประมูล ยิงตรงมาที่เราเลยเหรอ”
สองคนคุยโทรศัพท์ต่างสายพร้อมกันและยังวางสายตอนนี้ไม่ได้ มยองฮุนจึงถือโอกาสจัดการข้าวในจานตัวเองจนหมดเรียบร้อยก่อนใคร
“…ใช่จริงด้วย เพราะเฮียกยองฮา ประเทศเราถึงได้สัญญาต่อเรือ”
เขาเปรยข้อวิเคราะห์ของตนอย่างมั่นใจ
***
และแล้วก็ถึงวันนี้ที่รอคอย วันที่ซีรีส์เริ่มฉายเป็นวันแรก
สมาชิกฮันอุลซึ่งเลิกงานปิดร้านเสร็จสรรพต่างแห่ไปรวมตัวกัน ณ บ้านของกยองฮา ข้ออ้างสำหรับเหตุผลในการรวมพลนั้นอยู่ที่จอยักษ์กลางแปลงขนาดหนึ่งร้อยห้าสิบนิ้ว
ขณะนี้เจ้าจอบิ๊กเบิ้มกำลังรับภาพจากลำแสงโปรเจ็คเตอร์ที่กยองฮาเพิ่งได้รับเป็นของขวัญจากอันอิลเท ความละเอียดของมันสูงถึง 4K ทีเดียว
“โว้โฮ่ว~ ชัดแจ๋ว ภาพอย่างเทพ”
“ฮ้า- ถ้าได้ดูบอลบนไอ้นี่คงสุดยอดมากๆ”
“เถ้าแก่คะ! ก่อนซีรีส์จะมา เราเปิดรายการอาหารกันเถอะ!”
ทางโน้นทางนี้ส่งเสียงฮือฮาแสดงความตื่นเต้น อันอิลเทขยับเข้ามาทำลับๆ ล่อๆ ยึกยักหัวไหล่ จากนั้นก็เอานิ้วจิ้มเข้าที่สีข้างกยองฮา
“เป็นไง เจ๋งไหม”
“ครับ ตบจอโรงหนังหน้าหงายเลยนะครับแบบนี้”
“เฮ้ย เอาจอโรงหนังมาเทียบได้ไง ทางโน้นน่ะต่อให้จอใหญ่กว่า ยังไงความละเอียดก็ได้แค่ FHD ไม่ได้ UHD[1] เท่าอันนี้หรอก”
พฤติกรรมตามแบบฉบับผู้บริโภคของอันอิลเทดูจะผกผันกับวัยพอสมควร จะกล่าวว่า ใกล้เคียงกับพวกเออร์ลี่อด็อปเตอร์ (Early Adopter) หรือกลุ่มคนล้ำสมัยใจเปิดกว้างรับนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอก็ยังได้ เมื่อไหร่ที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดล่าสุดออกสู่ท้องตลาด เขาเป็นต้องได้ลองสัมผัส ลองใช้ให้รู้กระจ่างก่อนถึงจะสบายใจนอนหลับแบบไม่กระสับกระส่าย
ผลิตภัณฑ์ชิ้นไหนที่ลองแล้วถูกใจ ก็จะออเดอร์แบบเดียวกันเพิ่มอีกหนึ่งชุด สั่งให้นำมาส่งที่บ้านนี้
ต้องขอบคุณในความเอื้อเฟื้อนั้นที่ทำให้กยองฮากลายเป็นมนุษย์ประเภทนั่งตีพุงเฉยๆ ก็ทันสมัยไปกับเขาด้วย และแน่นอนว่า ศัพท์แสงประเภท FHD หรือ UHD อะไรนั่น ฟังๆ แล้วก็ไม่ได้เข้าใจสักเท่าไหร่ สิ่งใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำอาหาร ความรอบรู้ของกยองฮาจะเป็นศูนย์ ยังดีหน่อยที่พอมีความสามารถในการเดาความหมายจากบริบทอยู่บ้าง
“แปลว่า ยังไงความละเอียดหน้าจอก็ดีกว่าของโรงหนัง ถูกไหมครับ”
“ถูกต้องนะคร้าบ”
อันอิลเทยังอวดไม่สาแก่ใจ เลยงอแงอยากจะให้ได้ใช้อุปกรณ์ความละเอียดสูงส่งนี้ พิสูจน์ให้มันรู้ไปเลยว่าของจริงเป็นอย่างไรด้วยการฉายซีรีส์ที่เปิดตัวตอนแรก
“โห- ตายๆๆ ชัดขนาดเห็นรูขุมขนนักแสดงอะ”
“อุ๊ยๆ นึกว่าโจมินอาจะผิวดี ที่ไหนได้ โบ๊ะเอาทั้งนั้น”
“เนอะๆ ดูจากจอที่บ้านคือไม่รู้เลย พอมาดูอันนี้เห็นหมดว่าหน้าลอยรองพื้นผิดเบอร์ ว้า”
ต่อหน้าอานุภาพแห่งความละเอียดสูงสุด ดาราทั้งหลายก็ไม่ต่างจากคนหน้าสดถูกเปิดเปลือยผิวพรรณหมดสิ้น มีเพียงคนเดียวที่ไม่ถูกความคมชัดทำร้าย นั่นคือ จีฮยอน
“อ๊ะ! มาแล้วๆ! พี่จีฮยอน!”
“โอ้โห จีฮยอนของฉัน ไม่สิ คุณนาย ทำไมผิวถึงได้ใสเด้งขนาดนั้นน้า”
“นวลเนียนอย่างกับผิวเด็กแน่ะ”
เนื่องจากพบปะเห็นหน้าจีฮยอนกันอยู่บ่อยๆ สมาชิกฮันอุลจึงค่อนข้างชินตากับความสวยของเธอจนเกือบจะรู้สึกเฉยๆ แต่ด้วยคุณภาพหน้าจออันโดดเด่นเช่นนี้ เลยสร้างการเปรียบเทียบระหว่างนักแสดงคนอื่นๆ ไปโดยปริยาย ทุกคนเพิ่งจะรู้สึกอีกครั้งว่าจีฮยอนนั้นงดงามล่มเมืองแค่ไหน และไม่ต้องสงสัย กยองฮานับเป็นข้อยกเว้น
อันอิลเทเห็นกยองฮาเงียบไป จึงเอานิ้วจิ้มสีข้างเขาอีกรอบ
“เป็นอะไร ทำไมนิ่งจัง”
“ผมเฉยๆ ครับ ไม่ได้รู้สึกแปลกตาอะไร”
“…เห็นหน้ากันตลอด สวยจนใจบางทุกวันอยู่แล้วสิ?”
“เปล่าครับ ทุกนาที ทุกวินาทีต่างหาก”
“…”
อันอิลเทฉุกคิดว่าไม่น่าถามเลย หาเรื่องให้คนโสดอย่างตนจุกไม่น้อย แต่แล้ว สายตาเจ้ากรรมก็บังเอิญเหลือบไปเห็นชินยองฮีอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เขาจึงค่อยๆ พลิ้วกายไปข้างๆ เธอ
“หัวหน้าครับ เราเองก็…”
“อะไรนะคะ”
“มะ…ไม่มีอะไรครับ”
ฝันรักเชฟนักปรุง ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในการออกอากาศตอนแรก
ทันทีที่ซีรีส์พ้นจากจอ ซองช่อลก็ชูสมาร์ทโฟนขึ้นเหนือศีรษะ โบกไหวๆ ส่งเสียงตะโกน
“ดูนี่สิครับ ฝันรักเชฟนักปรุงขึ้นแท่นคำค้นหาอันดับหนึ่งครับ พี่สะใภ้ก็ขึ้นอันดับสามล่ะ!”
ซุนกุกเองก็เป็นโทรโข่งช่วยประกาศข่าวดีอีกแรง
“โหดจัดๆ! เรตติ้งตอนแรกขึ้นถึง 35% แน่ะครับ”
ว้าว-! ทุกคนปรบมือรัวดั่งห่าฝน ส่งเสียงดีอกดีใจกันถ้วนหน้า เสียดายก็แต่จีฮยอนที่ติดงานในกองถ่าย ไม่สามารถอยู่ร่วมดื่มด่ำบรรยากาศไปกับเหล่าสมาชิก ณ ที่นี้ได้ แต่ละคนอยากกล่าวแสดงความยินดีกับเธอเหลือเกิน ทว่า ทำได้เพียงคอยให้กยองฮายกมือถือขึ้นมาก่อนเป็นคนแรก
“เถ้าแก่ ลองโทรฯ ดูสิครับ”
“โทรฯ เร็วๆ เลยค่ะ”
กยองฮายิ้มอายๆ หยิบมือถือขึ้นมา
เขากำลังจะแตะไปบนชื่อของจีฮยอนอยู่แล้วทีเดียว จู่ๆ หมายเลขที่ไม่รู้จักก็กระพริบวาบบนหน้าจอ
“…ครับ?”
[Excuse me. (ประทานโทษนะครับ) ]
เขากดรับสายมาแบบงงๆ ไม่ทันตั้งตัว เสียงจากฝั่งตรงข้ามหลั่งไหลมาเป็นภาษาอังกฤษ ฟังจากบทสนทนาและชื่อที่กยองฮาเอ่ยทวน ไม่รู้ทำไมจึงคุ้นหูจริง
“กอร์ดอน?”
“อย่าบอกนะว่าเป็น ‘ดี กอร์ดอน’ อะ!” ซองช่อลคนคลั่งเบสบอลเดาสุ่มไปเรื่อย
“ไม่น่าใช่! ต้องเป็นกอร์ดอน แรมซีย์แน่ๆ ค่ะ!” ฮเยจีปรบมือตะโกนโพล่งออกมา
กยองฮาปรายตามองครั้งหนึ่ง ก่อนพยักหน้าแทนคำตอบ
…………………………….
[1] FHD (Full HD) หมายถึง การแสดงผลหน้าจอที่มีความละเอียด 1920×1080 พิกเซล จัดเป็นขนาดความละเอียดยอดนิยม (หน้าจอสมาร์ทโฟนต่างๆ) ส่วน UHD (Ultra High Definition) นั้น หมายถึงการแสดงผลที่มีความละเอียดสูงถึง 3840 x 2160 พิกเซล (ที่ใช้คำว่า 4K เพราะต้องการสื่อว่า มีความละเอียดใกล้เคียงกับ 4000 พิกเซลมากที่สุด) สามารถสร้างรายละเอียดซับซ้อนได้มากขึ้นกว่าเดิมถึง 4 เท่า




