ครืด~ ครืด~
เสียงสมาร์ทโฟนสั่นด้วยสายเรียกเข้า มองหน้าจอก็รู้ว่าคือผู้กำกับคิมชิลฮวันที่รับผิดชอบกำกับดูแลซีรีส์เรื่องฝันรักเชฟนักปรุงนั่นเอง อีอึนซุกแตะเบาๆ ที่ปุ่มรับสาย
“ค่า~”
เธอตอบโดยใช้ซอกคอหนีบโทรศัพท์ไว้ สองมือวางกลับไปบนแป้มพิมพ์ กดต๊อกๆ แต๊กๆ ไม่ค่อยได้สนใจคู่สนทนาเท่าใด
แต่แล้ว…
“อะไรนะคะ?!”
อีอึนซุกตะโกน ลุกพรวดขึ้นกะทันหัน
“จริงเหรอ เมื่อไหร่ …ทราบแล้วค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันเตรียมตัวเลย อ้อ ขอบคุณมากนะคะที่โทรฯ มาบอกกัน”
เมื่อเธอกดวางสาย ผู้ช่วยที่เหลือก็ตกอกตกใจปรี่เข้ามาถาม
“มีเรื่องอะไรคะอาจารย์”
“ที่กองถ่ายเกิดเรื่องเหรอคะ”
อีอึนซุกตอบด้วยสีหน้าเป็นจริงเป็นจัง
“ฟู้ดทรัคมาน่ะ”
“…คะ?”
“พรุ่งนี้เที่ยง เชฟพี่โกจะขับฟู้ดทรัคมาด้วยตัวเอง!”
“…”
“ต้องไป ต้องไปให้ได้ ซึ่งถ้าจะไปแปลว่าต้องปั่นสคริปต์ของพรุ่งนี้ให้เสร็จล่วงหน้า… เด็กๆ เดี๋ยวเราจะงดการพูดคุยกันตั้งแต่ตอนนี้จนถึงพรุ่งนี้เช้า เริ่มปิดปากกันวินาทีนี้เลย รับรู้ทั่วกันนะ”
“ค่ะอาจารย์ ถ้างั้นเราตะ…โต้รุ่งเหรอคะ”
“ชู่ว~”
“…”
***
“คัท~”
ผู้กำกับ คิมชิลฮวันสีหน้าปลื้มปริ่ม
‘คึก- เกิดอะไรขึ้นเนี่ยทำไมทุกคนฮึกเหิม เล่นได้ดีจริงๆ’
สถานการณ์กลางกองถ่ายปกติมักแปรเปลี่ยนผกผันอยู่ตลอด เรื่องใหญ่ก็ดี เรื่องเล็กก็ดี มักโผล่มาแทรกซ้อนไม่ได้หยุดหย่อน ต่อให้วางตารางไว้อย่างรัดกุมก็เท่านั้น เพราะเกิดเหตุอะไรขึ้นหน่อยก็จำต้องเปิดกล้อง ถ่ายทำกันต่อยาวๆ ไป ในฐานะที่เขาเป็นผู้กำกับซึ่งถูกบังคับด้วยกรอบของเวลา จึงทั้งรักทั้งขอบคุณเหล่าดาราหน้ากล้องทุกคนเป็นพิเศษเมื่อมี NG (ถ่ายทำเสียหรือเทปเสีย) น้อยถึงน้อยที่สุด เช่นตอนนี้
“ยุนชอล ช่วยไปแจ้งให้หน่อยว่า เราจะพักกันสิบนาทีแล้วค่อยเริ่มเทคต่อไป”
“ครับผู้กำกับ”
เหตุผลที่สามารถเอ้อระเหยกินลมชมวิวเช่นนี้ได้ เพราะนักแสดงหนุ่มๆ สาวๆ เล่นได้ดีมาก ไม่มีแม้แต่จุดเดียวที่สะดุดหรือผิดพลาด ยิ่งพวกรุ่นใหญ่ ยิ่งไม่มีอะไรต้องกล่าวให้มากความ
‘ถ้ารักษาบรรยากาศคงที่แบบนี้ไปได้เรื่อยๆ ไม่แน่ วันนี้อาจมีลุ้นถ่ายเสร็จก่อนกำหนด’
สำหรับเหล่าทีมงาน ในความเป็นจริง การถ่ายทำเสร็จเร็วได้กลับบ้านก่อนกำหนดนั้นเป็นไปได้ แต่ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น เพราะนั่นแปลว่าเจอปัญหาหนักเลี่ยงไม่ได้เข้าแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาประเภทเก็บซีนไม่ได้ตามเป้าจึงต้องพับกล้องเลิกถ่าย ทว่า วันนี้นับเป็นกรณียกเว้น
‘ดีจริง แค่ช่วงเตรียมเปิดกล้องครึ่งแรก ก็ไม่มีคนไหนนิสัยเสียหรือก่อดราม่าเลย ค่อยทำงานสนุกมีรสชาติหน่อย’
ขณะที่คิมชิลฮวันฮัมเพลงอยู่ในใจนั้นเอง
“เป็นไง ได้เรื่องบ้างไหม”
“อา ครับ”
ผู้ถามคือ อีซุนจอก ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าโผล่เข้ามาใกล้ๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่
เขาคือนักแสดงอาวุโสที่ยังคงเตะปี๊บดัง กระตือรือร้น และกระปรี้กระเปร่าอยู่เสมอ แม้อายุจะเกินแปดสิบปีแล้วก็ตาม
“นั่งตรงนี้สิครับ อาจารย์”
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องๆ แค่จะมาถามว่า ได้เรื่องไหม ภาพเป็นยังไงบ้าง”
“อ้อ ครับ เยี่ยมมากๆ เลยครับ ทุกท่านแสดงได้ดีกว่าที่ผมคาดไว้เยอะจริงๆ …อาจารย์ล่ะครับ เห็นว่ายังไง”
“ผู้กำกับว่าดี ฉันก็ต้องว่าดีสิ ความเห็นฉันมันจะไปมีประโยชน์อะไรเล่า”
“โถ่อาจารย์ สักหน่อยเถอะครับ”
“อืม ก็ได้ ถ้าจะให้วิจารณ์ตรงๆ คือ ทุกคนสมาธิดีมากนะ ฉันอยู่ตามกองโน้นกองนี้มานับไม่ถ้วนตลอดชีวิต แทบจะไม่เคยเจอนักแสดงกองไหนที่เข้าถึงบทบาทได้ดีขนาดนี้พร้อมกันทุกคนไม่มีตกหล่นแม้แต่คนเดียว ฉะนั้น ทุกคนถือว่าวิเศษมาก ทำดีก็ต้องบอกว่าดีใช่ไหม ผู้กำกับคิมก็ไปชื่นชมพวกเขาให้มากสักหน่อย ขี้คร้านจะยิ่งมีกำลังใจ ฮึดสู้มากกว่าเดิมอีกเป็นสิบเป็นร้อยเท่า”
“ครับผม! จะจำให้ขึ้นใจเลยครับ”
“อ้อใช่ ยังมีอีก”
“ครับ เชิญครับอาจารย์”
อีซุนจอกหันซ้ายหันขวาดูลาดเลา ก่อนจะเขยิบเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว ลดเสียงลงหนึ่งระดับ
“ผู้กำกับคิม พอมีชาเหลือบ้างไหม”
“ชาเหรอครับ …อา หมายถึงชาเก๊กฮวยใช่รึเปล่าครับ”
“ชู่ว”
“อา ครับๆ”
แปลกแต่จริง ณ กองถ่ายซีรีส์นี้ ทุกเช้ามักมีภาพอันน่ามหัศจรรย์มาให้ได้ชมกัน นักแสดงทุกคนที่มาถึงแล้ว เป็นต้องแห่แหนกันเข้าไป ใช้ใบหน้าทำการเช็คอินตรงรถตู้ของจีฮยอนก่อนอันดับแรก ตัวการก็คือ ชาเก๊กฮวยที่ผู้จัดการชายงเทขนติดรถมาด้วยนั่นเอง แรกๆ จีฮยอนพกใส่กระติกน้ำร้อนส่วนตัวมา แบ่งกันจิบเพียงไม่กี่คน แต่ไปๆ มาๆ เสียงลือเสียงเล่าอ้างเริ่มแพร่กระจาย เกินกำลังที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้หมด ดังนั้น หลังจากพิจารณาแล้ว จึงจัดการเปลี่ยนมาเป็นตู้กดน้ำร้อนขนาดยี่สิบลิตรให้มันรู้แล้วรู้รอด บรรจุชาเก๊กฮวยมาเต็มปริ่มเพื่อการแจกจ่ายโดยเฉพาะ
แต่ถึงอย่างนั้น เพียงแค่ครึ่งวันเช้า ชาก็เกลี้ยงตู้อย่างรวดเร็วราวถูกเจาะรั่ว
ไม่ต้องอ้างถึงพวกทีมงาน เอาแค่นักแสดงที่พกกระติกน้ำร้อนมาเองเข้ามากดกันไปคนละหนึ่งรอบ ชาก็ลดฮวบถึงก้นตู้แล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้ดื่มกันฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย จึงออกจะน่าละอายอยู่บ้างหากร้องขอให้เพิ่มปริมาณ จีฮยอนเองก็เคยบอกไม่ใช่หรือว่า ชานี้ สามีต้มมาเป็นพิเศษให้เธอ ไม่ใช่ของที่วางขายตามท้องตลาด
นักดื่มชาตัวยงผู้เลื่องชื่อเช่นอีซุนจอกจึงได้แต่หัวอกหมกไหม้
“มีใช่ไหม”
“ครับ เหลืออยู่นิดๆ หน่อยๆ ครับ”
“งั้นเทให้ฉันสักแก้วนะ ติดไว้ก่อน วันหลังค่อยคืน”
“ฮ่าๆ ไม่ต้องครับไม่ต้อง เอาไปเลย สักครู่นะครับ”
คิมชิลฮวันหยิบกระติกน้ำร้อนในกระเป๋าข้างตัวขึ้นมา ยื่นให้อีซุนจอก
“เขย่าดู น่าจะเหลือสักครึ่งหนึ่งได้ครับ ดื่มหมดแล้วเอาแค่กระติกมาคืนผมก็พอครับ”
“โฮ่… ได้จริงๆ รึ”
“ครับ ปกติผมชอบกาแฟมากกว่าชา…”
อย่างนั้นหรือ? โกหกทั้งเพ
‘แต่ตอนนี้ กาแฟแพ้ชาเก๊กฮวยแล้วล่ะ อาจารย์’
ลึกๆ ในใจ คิมชิลฮวันเสียดายไม่น้อย ทว่าชาเก๊กฮวย ก็ยังแพ้ความสำคัญของซีรีส์
จุดนี้ เขาต้องยอมแลกกิเลสส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของคนหมู่มาก อดทนเท่าไหร่ก็ย่อมได้ ได้แน่นอน แม้มือที่ยื่นส่งกระติกน้ำจะสั่นอย่างยากจะควบคุมก็ตาม
“ขอบใจนะ จะดื่มให้อร่อยเลย” อีซุนจอกรับมาถือไว้ จากนั้นเดินกลับไปที่รถของตัวเอง
ระยะนี้ชาเก๊กฮวยเริ่มขาดแคลน หากเปิดฝากระติกสุ่มสี่สุ่มห้าในที่ที่มีสายตาหลายคู่จับจ้อง เป็นไปได้ว่า กลิ่นสดชื่นหอมหวานของมันจะดึงให้คนมารุมล้อมประหนึ่งผึ้งฝูงใหญ่ หรือบางทีอาจหนักหนากว่านั้น อีซุนจอกรีบเทชาเก๊กฮวยออกมาดื่มทันที อมไว้ในกระพุ้งแก้มเล็กน้อย
“อื่อฮื่อ~ ชื่นใจจริงๆ”
เขาพลิกลิ้นไปมา ลิ้มรสชาติชาและเก็บความหอมให้มากที่สุด จึงค่อยกลืนก่อนที่ชาจะหายร้อน ชาเก๊กฮวยไหลลงหลอดอาหาร ส่งความอุ่นวาบไปที่ท้องน้อยก่อนแผ่ขยายไปทั่วกายทีละนิดๆ ครั้นทั้งร่างอบอุ่น เลือดลมเดิน พลังงานก็เริ่มไหลเวียน นี่สินะที่เขาเรียกว่า ยาบำรุง
รู้สึกแข็งแรงขึ้นไม่พอ ไออุ่นยังพาให้ผ่อนคลาย ซึ่งไม่แต่เฉพาะร่างกายเท่านั้น จิตใจก็ด้วย อีซุนจอกอยู่ในภาวะปลอดโปร่ง สุขกายสบายจิต สมองก็คิดสงสัยบางอย่าง
‘หรือว่า ที่เด็กๆ ไม่ตื่นเต้นกันเลย แสดงกันเต็มที่ได้แบบนั้นเพราะชานี้มีส่วน? ต้องขอบคุณชาเก๊กฮวยด้วยสินะ’
***
“ทำยังไงถึงเล่นได้ดีขนาดนั้นคะ พี่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้แน่ๆ เลย ขนาดไม่ได้อยู่หน้ากล้อง ฉันมองพี่เฉยๆ ยังนึกว่าเป็นอึนจูตัวจริง เกือบหลุดพูดไม่เพราะแบบเพื่อนๆ คุยกันแล้วไหมล่ะ”
“หืม? ไม่มั้งงง… แต่ก็ขอบใจนะที่ชมกัน”
“อุ๊ย~ ฉันพูดจริงน้า” อีโกอึนพูดจากใจ ไม่ได้แค่ชมเปล่าๆ
ระยะนี้ จีฮยอนเข้าฉากที่ไหน ต่อบทกับใคร เป็นต้องได้รับคำชมล้นหลามจนไม่รู้จะหันฟังทางไหนก่อน ยามอยู่หน้ากล้อง เธอสามารถวิเคราะห์และเข้าถึงบทบาทได้ดีชนิดไร้ที่ติ ยามพักกล้องก็ยังกระตือรือร้นเอาใจใส่ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้องรอบข้างเสมอ ดังนั้นไม่ยากเลยที่ใครๆ ก็พากันรักเธอ
“พี่ว่า เรานั่นล่ะโกอึนที่เก่งสุด รู้มานานแล้วว่าเก่ง แสดงดี แต่เนี่ย ดูกี่ทีเป็นต้องอุทานทุกรอบ”
“ทั้งหมดก็เพราะได้นี่ช่วยไงคะ!”
อีโกอึนชูกระติกน้ำร้อนขึ้นทันที
“นี่ ชาเก๊กฮวยที่พี่ให้! แค่ได้ดื่มสักอึกก่อนเข้าฉากนะ โอ้โหแปลกมาก ฉันสบายใจจนรู้สึกเหมือนกองถ่ายเป็นบ้านตัวเอง ทีนี้พอใจมันโล่งไม่ตื่นเต้นเลยสักนิด ก็โฟกัสกับบทตัวเองได้ดีกว่าเดิมล่ะมั้งคะ”
“อา…”
จีฮยอนได้แต่พยักหน้า
“แถมพอถามคนอื่นๆ นะ ทุกคนก็เป็นเหมือนกันหมดเลยค่ะ พี่เชื่อไหม รุ่นพี่เจจองกับพี่ชินอูก็บอกว่ารู้สึกคล้ายๆ แบบนี้ อ้อ! พี่มินอาก็ด้วย เนอะๆ”
โจมินอาที่จิบชาอยู่ พยักหน้าเห็นด้วย เธอนั่งอยู่บริเวณเดียวกัน จะว่าใกล้ก็ไม่ใช่ ห่างก็ไม่เชิง ทิ้งระยะแบบงงๆ
“…อืม” ɴᴏᴠᴇʟɢᴜ.ᴄᴏᴍ
“เห็นไหมๆ สรุปก็คือ ต้องขอบคุณพี่จีฮยอนนั่นแหละ! ขอบคุณนะคะพี่”
“ได้ไง พี่ไม่เห็นได้ทำอะไรเลย ทุกคนชอบชาเก๊กฮวยขนาดนี้ พี่สิต้องขอบคุณมากกว่า ถ้าเอาที่เราบอกไปเล่าให้พี่เขาฟังคงแฮปปี้ดีใจสุดๆ แน่”
จู่ๆ แววตาอีโกอึนก็ไหววูบ
“พี่? หมายถึงคุณเชฟใช่ไหมคะ”
“อื้อ พี่กยองฮา”
“อา สมมติว่า อืม… งั้น… คือ…” อีโกอึนอึกๆ อักๆ
จีฮยอนมองท่าทางของสาวน้อยแล้วก็ยิ้มกว้าง
“ถามมาได้เลย ไหน ว่าไง มีอะไรรึเปล่า”
“คือ ไม่ทราบว่า คุณเชฟเขาจะมีอีเวนท์บ้างไหมคะ เช่น พวกฟู้ดทรัค ฟู้ดทรัค แล้วก็ฟู้ดทรัคน่ะค่ะ”
ประโยคนั้นคล้ายโยนหินถามทางแบบลังเลนิดๆ แต่ความคาดหวังกลับแรงกล้าอย่างมาก จีฮยอนเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่ได้รู้เลยว่า ระหว่างนี้ คนรอบข้างต่างเงี่ยหูแอบรอฟังคำตอบอย่างจดจ่อไปด้วย
“อาจจะยังนะ พอดียังไม่ได้คุยกันเลย” สุดท้ายเธอก็ยอมตอบ
“อา…”
บรรยากาศกระอักกระอ่วนในพริบตา อีโกอึนรีบร้อนแก้ไขสถานการณ์
“มะ…ไม่เป็นไรค่ะ พี่ก็ยุ่ง คุณเชฟก็ยุ่ง ก็ต้องเป็นงั้นอยู่แล้วล่ะเนอะ ไม่ต้องสนใจที่ฉันถามหรอกน้า ฮะๆ ฮ่าๆ”
“แต่ว่ายังดีนะ แฟนคาเฟ่พี่เพิ่งแจ้งมาว่า พรุ่งนี้เที่ยงจะส่งฟู้ดทรัคมาให้”
“ว้าว~ จริงเหรอ ของที่ไหนคะ”
“เอ… เรื่องนั้นไม่รู้เหมือนกัน”
“ยังไงก็แล้วแต่ แปลว่าพรุ่งนี้เราจะมีลาภปากเพราะพี่ เย้ๆ จะกินให้ตัวแตกไปเลย ขอบคุณล่วงหน้านะคะ!”
อันที่จริง กยองฮาเกริ่นความตั้งใจเรื่องฟู้ดทรัคให้จีฮยอนฟังอยู่หลายครั้งหลายหน แต่ตัวเธอเองกลับเอาชนะความตั้งใจนั้นด้วยการปฏิเสธแข็งขันเด็ดขาด
‘กินข้าวฝีมือพี่แล้วไม่มั่นใจเลย เล่นบทรันทดไม่ได้แน่นอน’
ช่วงแรกๆ จนถึงกลางๆ เรื่อง ชีวิตตัวละครซงอึนจูจัดว่าทุกข์ทรมานคับแค้นไม่น้อย บทเศร้าจึงมีค่อนข้างเยอะตามไปโดยปริยาย จีฮยอนยังจำหายนะบนโต๊ะหม้อไฟกองทัพได้ไม่ลืม ความย้อนแย้งอันเป็นที่มาให้เธอตะขิดตะขวงใจ
‘ไม่ได้ๆ เกิดเราไปยิ้มร่าเอาตอนที่ต้องบีบน้ำตาอีกนะ ตายๆๆ’
ฉะนั้นเธอถึงได้ห้ามนักห้ามหนาว่าอย่ามา แต่เมื่อดูท่าทางกยองฮาที่เหมือนฟังหูซ้ายทะลุหูขวาแล้วนั้น จีฮยอนก็ได้แต่อ่อนใจแกมหวั่นใจ
‘ตงิดๆ แฮะ ไม่ช้าไม่นาน อาจจะโผล่มาแบบปุบปับรับโชค…’
***
วันต่อมา
“อุ๊ย คุณนักเขียน สวัสดีค่า~”
“โฮะๆ ดีใจที่ได้เจอกันนะคะคุณชินเอ”
อีอึนซุกปรากฏตัวกะทันหัน ณ กองถ่าย ทุกคนทางหนึ่งดูยินดีเมื่อพบหน้าเธอ อีกทางหนึ่งก็รู้สึกประหลาดใจ ยกเว้นผู้กำกับคิมชิลฮวันที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น เขาอาศัยช่วงพักจัดการประกาศออกโทรโข่งให้แหล่านักแสดงทราบข่าวกันอย่างทั่วถึง
“ฮัลโหลๆ มื้อเที่ยงของทุกท่านวันนี้ เราจะมีฟู้ดทรัคนะครับ อภินันทนาการจากแฟนคาเฟ่ของคุณจีฮยอนครับผม”
“โอ้ว~ ขอบคุณนะ จะทานให้อร่อยเลย”
“จะทานให้อร่อยเลยครับ ขอบคุณนะครับ”
แม้ทั่วกองถ่ายจะระดมปรบมือ แต่ดูทรง น่าจะพอรู้ๆ กันอยู่ก่อนแล้วผ่านปากต่อปาก จึงไม่แปลกใจนัก
“อ่า เอ่อ เดี๋ยวครับ เดี๋ยวก่อน ผมยังพูดไม่จบ ทุกท่านจะไม่อยากทราบกันหน่อยเหรอครับว่า เป็นฟู้ดทรัคของใครมาจากไหน” คิมชิลฮวันกล่าวต่อ
“…หรือว่า”
“ไม่มั้ง…”
“เชฟพี่โก?”
“ถูกต้องนะคร้าบ”
“จริงเหรอ บ้าไปแล้ววว!”
“โอ้วๆๆ- !”
เหล่านักแสดงจากที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง พริบตาเดียวก็แทบจะเก็บสีหน้าตื่นเต้นดีใจไว้ไม่ไหว อย่างไรก็ตาม ทอดสายตามองทั่วทั้งกองถ่าย มีเพียงคนเดียวที่รู้สึกตรงกันข้ามชนิดคนละโลก
‘…พี่ ไม่ได้นะ อย่าน้า’
เสียงวิงวอนที่สะท้อนกลับไปกลับมาภายในใจของจีฮยอน พลันถูกกลบสนิทด้วยเสียงแตรสั้นๆ จากฟู้ดทรัคคันหนึ่ง
ปิ๊น ปิ๊น
เจ้าฟู้ดทรัคกำลังแล่นเข้ามายังลานจอดรถ พ่วงท้ายมาด้วยรถเทรลเลอร์ที่แปะป้ายแบรนด์ ‘ฮันอุล’ ขนาดมโหฬาร
ประตูฝั่งคนขับเปิดออกเมื่อล้อหยุด บุคคลที่ก้าวลงมายืนหาใช่ใครอื่น กยองฮานั่นเอง
“สวัสดีครับ”
ว้าว ว้าว ว้าว-
ฝูงชนมะรุมมะตุ้ม หลั่งไหลไปยังทิศทางเดียวกันทันที
“คุณพระคุณเจ้า ตัวจริงหล่อสุดๆ ไปเลย”
“โหๆๆ ดูหุ่นดิ น่าเป็นนายแบบมากกว่าเชฟนะ”
เมื่อมีคนประเภทที่เอาแต่ยืนอุทานฮือฮาอย่างเปิดเผย ก็ย่อมมีอีกประเภทที่ไม่พูดพร่ำทำเพลงมัวละล้าละลัง
“โอ้ว ยินดีที่ได้พบกันครับเชฟ ผมกับภรรยาเป็นแฟนคลับตัวยงของเชฟเลย ช่วงนี้ขอแค่มีเวลาว่างเถอะ เป็นต้องเปิดย้อนดูรายการอาหารเก่าๆ ของเชฟอยู่เรื่อย ดูบ่อยจนไม่แปลกหน้าสักนิดเลยครับ โฮะๆ”
“ฮืมมม หลานฉันฝากภารกิจมาว่า เจอคนอื่นไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเจอเชฟโกต้องขอลายเซ็นมาให้ได้เท่านั้น เพราะงั้นอีกเดี๋ยวช่วยเซ็นให้สักสองสามใบได้ไหม”
นักแสดงรุ่นกลางและรุ่นใหญ่นั้นส่วนมากอัธยาศัยดีเป็นกันเอง จึงเข้าไปประชิดตัวแสดงความเป็นแฟนคลับอย่างโจ่งแจ้ง ประหนึ่งดาวล้อมเดือน ดั่งดาราในหมู่ดาราด้วยกันเอง
จีฮยอนแม้จะภาคภูมิใจในตัวสามีเหลือเกิน ทว่า อีกใจหนึ่งก็ทั้งห่วงทั้งกังวล
‘ทำไงดีทุกคน แย่แล้ว…’
ระหว่างที่เธอวิตกอยู่คนเดียวนั้น
อี๊ดอ๊าด~
ซุนกุกและซองช่อลที่นั่งมาด้วยกันก็กำลังจัดการปลดสวิตช์อัตโนมัติของรถเทรลเลอร์ ก่อนจะยกผนังด้านข้างขึ้นสูง เผยให้เห็นด้านในตัวรถทีละน้อย ผู้คนที่มุงดูล้วนพุ่งความสนใจเข้าไปเต็มที่ เอ จะมีอาหารแบบไหนมาให้ยลกันน้า? จะหรูหราไหม จะหลากหลายไหม คงต้องคาดหวังกันหน่อยแล้ว ใช้ชื่อเสียงของเชฟโกกยองฮาเป็นประกัน
แต่เอาเข้าจริง เมื่อการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยนั้น
“หือ”
“เอ๊ะ”
ทุกคนล้วนแสดงความผิดคาดออกมาทันที