📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนพิเศษ 13

ตอนพิเศษ 13
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

เมื่อไหร่ที่กยองฮาเหยียดแขนออกกว้าง แป้งจะถูกยืดตามไปด้วยจนมีลักษณะคล้ายตังเมยาวเฟื้อย ขนาดก็บางลงทุกทีๆ ใครเห็นแวบแรกคงคิดว่าเขากำลังดึงเส้นบะหมี่โฮมเมด (Homemade) เป็นแน่ ครั้นแป้งบางลงเหลือประมาณเท่านิ้วชี้ กยองฮาก็พาดทั้งเส้นลงบนเขียง ยกมีดขึ้นมา

ซวบๆๆๆๆ-

เส้นแป้งถูกหั่นด้วยความเร็วสูง ขาดออกจากกันโดยมีขนาดราวๆ สองข้อนิ้วมือและเว้นระยะเท่ากันทุกชิ้น เมื่อหั่นเสร็จถึงได้สังเกตว่า รูปร่างเหมือนแป้งที่ใช้ทำต็อกบกกีไม่มีผิด

กยองฮานำทั้งหมดใส่ลงไปในน้ำเกลือที่ต้มจนเดือด จากนั้นสลับมาทำซอสปรุงรส ซึ่งก็คือ ซอสที่เขาใช้โคชูจังหมักที่เอง พริกป่นที่ปลูกและบดเอง น้ำเชื่อมที่เคี่ยวเอง และน้ำสต๊อกชนิดพิเศษที่ตุ๋นเองมาเป็นส่วนประกอบ กยองฮาเทวัตถุดิบทั้งหมดลงในชามสแตนเลสโดยกะปริมาณเท่าๆ กัน ยกตะเกียบขึ้นมาตีให้ทุกอย่างผสมผสานจนเนื้อสัมผัสข้นหนืดได้ที่ในเวลาอันรวดเร็ว ขั้นต่อไปก็ยกแป้งต็อกบกกีที่ลวกเสร็จขึ้นมาสะบัดให้สะเด็ดน้ำ เทรวดเดียวลงไปในกระทะที่อุ่นรอไว้ล่วงหน้า

ในตอนนั้นเอง ลีลาร่อนกระทะอันงดงามก็ทำให้นัยน์ตาพร่า

โกรก เกรก โกรก เกรก

‘ออกมาแล้ว ระบำต็อก!’

กระทะในมือกยองฮาสะบัดคราหนึ่ง แป้งต็อกแต่ละชิ้นก็ลอยหวือขึ้นไปกลางอากาศ

คำว่าระบำต็อกนั้น เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเรียกการเคลื่อนไหวอย่างอิสระของเหล่าต็อกทั้งหลาย ซึ่งคล้ายกำลังระบำพื้นบ้านอยู่ก็ไม่ปาน สมัยถ่ายทำรายการหนึ่งวันสามมื้อ ตอนที่เรตติ้งผู้ชมสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ก็คือ ตอนที่มีฉากร่อนระบำต็อกนี้เอง

‘มิลต็อก (ต็อกข้าวสาลี) ดูดซับเครื่องปรุงได้ดี แต่เนื้อสัมผัสจะเปื่อยๆ หน่อย เคี้ยวไม่สนุกเท่าซัลต็อก (ต็อกข้าวเจ้า) ทีนี้กยองฮาดันปิดจุดอ่อนของมิลต็อกด้วยการคั่วกรอบซะเลย สบายล่ะ’

ผิวนอกของชิ้นต็อกถูกความร้อนของกระทะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสวยงามทีละนิด ไม่มีชิ้นไหนที่สุกเกินหน้าเกินตาเพื่อนๆ ทุกชิ้นสุกเท่าๆ กันหมดจนผู้ชมพากันประหลาดใจ และที่น่าอึ้งหนักกว่าเก่าคือ กยองฮาไม่ได้ใส่น้ำมันเลยแม้แต่หยดเดียว ทว่า เนื้อต็อกกลับไม่ติดกระทะ ไม่มีการฝากรอยใดๆ ไว้ทั้งสิ้น กระทะยังสะอาดเรี่ยมเหมือนเดิม

‘ถ้าใช้น้ำมัน ไม่แน่ว่าอาจจะกรอบเร็วขึ้น แต่ต็อกที่อมน้ำมันเข้าไปเต็มๆ เจอกับน้ำซอสน่าจะยิ่งเปื่อยแหยะ รสสัมผัสเละเทะไม่ต้องสืบ’

ของทอดที่ราดน้ำซอสต็อกบกกีจนท่วมก็เช่นกัน

‘ตรงกันข้าม เมื่อต็อกคั่วเจอกับซอสข้นๆ จะไม่เปียกเละง่ายๆ ทำให้รักษาความกรอบไว้ได้นานกว่า’

จะว่าไป ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ย่านยองวอล ก็ไม่ได้ลิ้มรสต็อกบกกีแบบคั่วอีกเลย ผ่านมาแล้วสองปีเห็นจะได้

ซรู้ดดด-

นายองชิกนึกย้อนไปถึงภาพเมื่อครั้งนั้น ปากจึงชุ่มโชกไปด้วยน้ำลาย

‘อยากกินแล้ว อยากกินเร็วๆ!’

แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องเร่งให้ป่วยการ ถึงอย่างไรระดับความเร็วในการทำอาหารของกยองฮาก็เหนือเมฆอยู่แล้ว อีกทั้งยังโชว์ความเทพด้วยการใช้มือซ้ายคั่วต็อก มือขวาเทซอสกับน้ำสต๊อกพิเศษลงไปในกระทะแบนทรงกระบะสี่เหลี่ยม กวนต่อไปพลางๆ ให้ได้รับความร้อนทั่วถึง จนน้ำงวดลงจึงทำการเทต็อก โอเด้ง และต้นหอมญี่ปุ่นลงไป

กยองฮาเหลือบตามองนายองชิก

“ใกล้เสร็จแล้ว รอสักครู่นะครับ”

“อือ อื๋อ? อ่า ไม่ๆ ไม่เป็นไร ค่อยๆ ทำก็ได้”

แรกๆ ก็เกรงอกเกรงใจพูดกันอย่างสุภาพนอบน้อม หลังๆ สนิทสนมกันจนไม่รู้ว่าไปเริ่มเรียกพี่เรียกน้องกันตั้งแต่เมื่อไหร่ คงเพราะถ่ายทำรายการด้วยกันมาหลายปี ซึ่งก็ไม่ได้มีแค่นายองชิกคนเดียวที่สนิทกับกยองฮาเช่นนี้

“โว้ว~ บ้านสวยนะ กยองฮา”

อีซอจุนไปเดินรอบสนามมาแล้วรอบหนึ่งทั้งที่ยังสะพายกระเป๋าสัมภาระ

“เฮ้ย อย่ามัวแต่นั่งรากงอก หัดไปเดินดูโน่นดูนี่ซะบ้าง นั่งเฉยๆ หาพระแสงเรอะ ยังไง ถ้ากยองฮายังทำไม่เสร็จแกก็ไม่ได้กินอยู่ดี หรือที่นั่งอยู่นี่คือรีดน้ำลาย?” เขาจ้องหน้านายองชิกพลางเอ่ยกระทบกระเทียบ

“พี่ซอจุน เราไม่ได้อยู่หน้ากล้อง ไม่ต้องเก๊กตามคอนเซ็ปต์”

“อะไร ทำไม คอนเซ็ปต์ไหน ไร้สาระอีกแล้วไอ้นี่”

“อ๋อ รู้ล่ะ พี่ก็หิวเหมือนกันล่ะสิ โมโหหิวใช่ไหมถึงขู่ฝ่อๆ อย่างกับอะไร”

“เชิญพูดเลอะเทอะไปคนเดียวเหอะ”

ระหว่างที่ทั้งคู่เถียงกันอยู่นั้น…

ติ๊ง~

[ต็อกบกกีคั่วของมาสเตอร์สำเร็จแล้ว]

ในที่สุด หน้าต่างแสดงข้อความก็เด้งเตือน มีเพียงกยองฮาเท่านั้นที่มองเห็น

“เสร็จแล้วครับ หยิบจานด้านหน้ามาให้ผมหน่อย เดี๋ยวผมตักให้”

อีซอจุนเบียดนายองชิกกระเด็น พุ่งเข้าไปหยิบจานมายื่นให้กยองฮา

“ขอไข่ต้มด้วย”

“ฟู่วว ได้เลยครับ”

ทั้งสองคนรับอาหารแล้วก็มานั่งประจำที่ รอจนกระทั่งกยองฮาตามมานั่งด้วย ทั้งคู่จึงได้พร้อมใจกันยกส้อมขึ้นมา ไม่รู้ใครเร็วกว่าใคร

“จะทานให้อร่อยเลย!”

“ขอบใจที่เชิญมานะ”

นายองชิกจิ้มชิ้นต็อกกับโอเด้ง ปาดจ้วงซอสเต็มเหนี่ยวก่อนส่งเข้าปากทั้งคำ ส่วนอีซอจุนก็บี้ไข่ต้มผสมกับซอสจนข้นขึ้นอีกขั้น ตักชิมหนึ่งช้อนใหญ่

และแล้ว

“อื๊ออออ~”

“อื่ออ๊ากกก”

เสียงอุทานหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่สมองไม่อาจสั่งการให้ขยับเป็นคำพูดได้

‘อร่อย อร่อยจังโว้ย! กรอบด้วยหนึบด้วย บ้าไปแล้ว!’

‘คึกกก~ น้ำซุปกับซอสนี่มันใช่เลย งานศิลปะชัดๆ’

ปฏิกิริยาของทั้งคู่ไม่ต่างจากตอนที่ถ่ายทำหนึ่งวันสามมื้อ ช่วงออกอากาศยิ่งแล้วใหญ่ ทำเอาผู้ชมเกิดอารมณ์ร่วมอย่างมาก ตื่นเต้นไปตามๆ กัน กล่าวตรงๆ คือ สีหน้าของดาราหน้ากล้องแต่ละคนเหมือนไปโดนยาตัวไหนมา สุขีปรีดาเมาเคลิ้ม ลอยล่องไปในอวกาศ ส่งผลให้วันถัดมา มิลต็อกในซูเปอร์มาร์เก็ตถูกกว้านซื้อเป็นว่าเล่น เรียกได้ว่ากวาดเรียบยกชั้น

นายองชิกยังมีท่าทางเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือถึงกับยกทั้งจานขึ้นมากรอกต็อกบกกีกับน้ำซอสเข้าปาก อีซอจุนเดาะลิ้นใส่ภาพอันตะกละตะกลามของอีกฝ่าย

“จึ๊ๆ เฮ้ย กินช้าๆ ก็ได้ นี่แกกะจะกินสักกี่จานวะ หา!”

กยองฮาหันไปถามคนที่เมื่อครู่เพิ่งออกปากด่าคนอื่นอยู่หยกๆ

“พี่ซอจุนทานหมดแล้วเหรอ ผมไปตักให้อีกจานไหมครับ”

“อือ หืม? ไม่ๆ ไม่ต้อง นั่งอยู่นี่แหละ เดี๋ยวฉันไปตักเอง”

อืม

‘น่าจะทำต็อกบกกีหม้อไฟให้มันรู้แล้วรู้รอด’

***

หลังมื้ออาหาร สองคนนั่งผึ่งพุงด้วยกันอยู่ในศาลารับลม อีซอจุนนั่งไขว่ห้าง มองไปรอบๆ

“ฮ้า~ อยู่แบบนี้แล้วนึกถึงเมื่อก่อนเลย ศาลาพร้อม แปลงผักพร้อม ที่ก่อกองไฟยังพร้อม ยกกองมาถ่ายหนึ่งวันสามมื้อกันที่นี่ยังได้ ว่าปะ” เขาเปิดประเด็น

“นั่นสิ แว่วๆ ว่าพี่ซึงอุนกับพี่เฮจินช่วงนี้แอบว่าง ถ้ากยองฮาโอเค เรามาลอง…”

“เฮ้ย! ทำไมต้องไปเรียกเจ้าพวกนั้นด้วย จะถ่ายก็ถ่ายกับฉันนี่สิ พอแล้ว”

ด้วยลูกตื๊ออันจริงจังและต่อเนื่องของนายองชิก กยองฮาจึงตกปากรับคำยอมไปถ่ายรายการหนึ่งวันสามมื้อปีละหนึ่งครั้งจนถึงปีที่แล้ว และนอกจากซีซันแรกแล้ว ทุกซีซันจะมีอีซอจุนเสมอ เพราะชาซึงอุนกับรยูเฮจินตารางงานแน่นมาก นัดเวลากันไม่เคยลงตัวเสียที

“พี่ซอจุนกินรวบคนเดียวมาตลอด ถ่ายไปเยอะสุดแล้วนะ เสียสละให้คนอื่นสักครั้งไม่ได้เหรอ”

“หนอย แกล่ะ สละกยองฮาให้คนอื่นได้รึไง สมมติเขาไม่เลือกหนึ่งวันสามมื้อแล้วไปกับรายการอื่นแทน เดี๋ยว ขอนึกแป๊บ มีอะไรบ้างหว่า อ้อใช่! ไดอารี่ฮันนีมูนไง ยอมได้เหรอถ้าเขาไปรายการนั้นแทน”

“พี่ ไดอารี่ฮันนีมูนนั่นก็ของผมนะ”

“…อ้าวเรอะ งั้นยูรีโฮมสเตย์ล่ะ ไม่ใช่ของแกใช่ไหม”

ขณะที่ทั้งคู่กำลังถกเถียงประหนึ่งเจ้าตัวตอบตกลงเรียบร้อย ทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยถามแม้แต่น้อยนั้นเอง กยองฮาซึ่งแวบออกไปเอาของก็เดินกลับมาพร้อมถุงตาข่าย

“อะไรน่ะ”

“กระเทียมโทนครับ กะจะพักไปด้วยปอกไปด้วย ไม่ต้องสนใจผมนะ คุยกันตามสบายเลยครับ”

“เฮ้ย ได้ไง ต้อนรับอย่างดี มีของอร่อยให้กินตัวแตก ก็ต้องทำงานให้คุ้มค่าข้าวหน่อยสิ ว่าปะพี่ซอจุน”

“ไม่รู้เว้ย อย่ามาสั่ง อีกอย่างคนที่ล้างจานเมื่อกี้คือฉัน”

ปากพูดแบบนั้น แต่มือของอีซอจุนกลับหยิบกระดาษหนังสือพิมพ์มาปูรองบนแคร่ไม้ จากนั้นสามหนุ่มก็นั่งล้อมเป็นวง เริ่มปอกกระเทียมไป คุยโน่นคุยนี่ไปเรื่อยไม่ได้หยุด

“เออนี่ น้องสะใภ้เริ่มถ่ายซีรีส์แล้วใช่ไหม”

“ครับ”

“พวกที่กองถ่ายของน้องสะใภ้นะ บอกเลยว่าโชคเหนือชั้น ส้มหล่นยกสวน”

“หือ ทำไมล่ละครับ”

“ยังต้องถามอีก?”

นายองชิกเอาส่วนที่เป็นก้านกระเทียมชี้กยองฮา

“ก็นักรักเชฟพี่โก สามีนานาชาติของเราไม่มีทางอยู่เฉยแน่ๆ ไม่ใช่รึไง เดี๋ยวอีกไม่นานต้องส่งฟู้ดทรัค[1] ไปให้ชัวร์ อ่า นี่แค่คิดยังอิจฉา”

เขาจินตนาการภาพกยองฮาพาฟู้ดทรัคไปบุกกองถ่าย ทั้งที่ต็อกบกกียังนอนอิ่มอุ่นอยู่ในท้องก็ยังอุตส่าห์น้ำลายสอได้ ฝ่ายอีซอจุนเองก็มีทีท่าเสียดายเหมือนกัน

“ที่จริง ฉันได้ข้อเสนอจากฝันรักเชฟนักปรุงด้วยนะ ถ้ารู้ว่าน้องสะใภ้จะเล่นแบบนี้คงตอบรับไปแต่แรก”

“จริงเหรอ แคสบทอะไร”

“เถ้าแก่เรสเตอรอง”

“บทไม่เลวนี่ ทำไมไม่เอา”

“ก็ตอนนี้กำลังถ่ายหนังอยู่เรื่องหนึ่งนี่นา คิดๆ ดูแล้ว ถ้าให้วิ่งสองที่พร้อมกันร่างคงแหลกแน่ๆ ไม่ได้ฟิตเหมือนสมัยก่อนนะ แต่เอาจริงๆ จากใจ ถ้ารู้ว่าจะมีฟู้ดทรัคของกยองฮาด้วยนี่ ต่อให้ร้อนในเลือดกำเดาไหลพร้อมกันสองข้าง ยังไงก็ตอบรับ”

“แล้วสรุป โครงการส่งฟู้ดทรัคจะมีเมื่อไหร่” นายองชิกถามกยองฮา

“คงเร็วๆ นี้แหละครับ ยังไงก็ต้องไปอยู่แล้ว”

“อ่าฮะ แล้วเร็วๆ นี้น่ะคือเมื่อไหร่”

“เฮ้ย ถามซ้ำถามซากอะไรวะ อย่าบอกนะว่าตอนกยองฮาออกฟู้ดทรัค แกจะไปเติ่งรอที่กองถ่ายล่วงหน้า ทำทีเป็นว่า แหม่ บังเอิญจังเลยนะครับ พอดีค่อนข้างสนิทกับนักแสดงนิดหน่อย”

“…”

นายองชิกหมดคำจะเถียง ด้วยถูกแทงกลางใจดำเต็มๆ

ความเงียบดำเนินไปชั่วขณะ อีซอจุนที่มุ่งมั่นปอกกระเทียมก็ถามกยองฮาขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยโuเวลกูดoทคอม

“เออ กยองฮา ว่าแต่…ไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ”

“เรื่องอะไรครับ”

“ก็น้องสะใภ้ไง เข้าสู่วงการการแสดงเต็มตัวแล้ว อีกหน่อยน่าจะมีฉากจูบตามมาอีกเรื่อยๆ นะ”

“…”

ฮึกๆ ซื้ด-

กยองฮาที่เงียบไปพักหนึ่งสูดจมูกฟืด ดูจากอาการที่ใต้ตาเหมือนจะมีน้ำปริ่มๆ แปลว่า…

“กระเทียมเผ็ดจังครับ”

“เหรอ ฉันไม่เห็นจะเผ็ดเลย”

นายองชิกเอียงคอตอบแบบคนลืมพกไหวพริบมาด้วย ส่วนอีซอจุนนั้นเข้ารับลูกทันทีโดยการทั้งบีบทั้งเค้นจนน้ำตาร่วงเผาะ

“แว้ก! เผ็ดว่ะ เผ็ดๆๆ ดูนี่ดิ ดูตาฉัน น้ำตาไหลแล้ววว”

***

พรรครักจี – พรรคนี้รักน้องจีฮยอนคนเดียว

คือ คาเฟ่ที่ครั้งหนึ่งเคยมีสมาชิกเกือบสี่หมื่นคน จัดว่าไม่ได้ตั้งมาเล่นๆ และมีอิทธิพลพอสมควร แต่พอจีฮยอนแต่งงาน ทั้งยังลาออกจากวงการบันเทิง พรรครักจีจึงแขวนป้ายหยุดอัปเดตการเคลื่อนไหวไปถึงสองปีเต็ม สมาชิกลดน้อยถอยลงจนเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนเดิม มิหนำซ้ำสมาชิกส่วนใหญ่ยังเป็นประเภทล่องหน ไม่กด ไม่พิมพ์ ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น

ทว่า ข่าวการหวนคืนสู่วงการของจีฮยอนเปรียบเสมือนเชื้อเพลิง ดึงให้คาเฟ่ที่เคยร้างวังเวงเริ่มกลับมาอบอุ่นมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ต้องขอบคุณแอดมินฯ หรือผู้ดูแลคาเฟ่ที่ใช้นามแฝงว่า ‘รักจีฮยอน’ ที่ลงทุนเปิดห้องแชทใหม่ ผันตัวมาเป็นประธานการประชุมเสียเอง

วาระการประชุมคือ ร่วมสนับสนุนฟู้ดทรัคสำหรับกองถ่ายของจีฮยอน

[รักจีฮยอน] เรื่องฟู้ดทรัค เราจะเอาของบริษัทไหนกันดี

[มองแค่จีฮยอน] ไม่ได้ตกลงเลือกบริษัทของบ้านชเวจินซาไปแล้วเหรอ เมื่อก่อนก็ใช้บริการบ้านนี้ตลอดนี่

[รักจีฮยอน] ช่าย เพราะเมื่อก่อนยังไม่ค่อยมีตัวเลือกน่ะ ตอนนี้เหมือนบริษัทฟู้ดทรัคจะเปิดใหม่เยอะ ราคาก็ไม่ได้ทิ้งห่างกันเท่าไหร่ด้วย ไม่ทราบว่ามีใครพอรู้จักฟู้ดทรัคเจ๋งๆ สักเจ้าไหม

[G.H Lov] ช่วงที่จีฮยอนพักจากวงการ พอดีเราเข้าไปทำงานให้ซีพิงค์มัลติมิเดีย เลยพอรู้เรื่องฟู้ดทรัคอยู่บ้าง ก่อนอื่นควรตัดของมยองกากับครัวฮึงบูออกจากตัวเลือกซะ เพราะรสชาติไม่ได้เรื่องสุดๆ แถมบริการก็เละเทะมาก ขืนส่งไป มีหวังจีฮยอนของพวกเราถูกด่าฟรีแน่

[ฮากยองโกลูกเจี๊ยบ] งั้นก็เอาของบ้านชเวจินซานั่นแหละ ง่ายดี

[มองแค่จีฮยอน] เราเห็นด้วย

[G.H Lov] เราก็ว่าบ้านชเวจินซาโอเคอยู่นะ

[รักจีฮยอน] แล้วเมนูกับค่าใช้จ่ายกองกลางล่ะ

[จีฮยอนของเค้า] อ่า ขอแทรกนิดหน่อยได้ไหม

[รักจีฮยอน] มาๆ มีอะไรรึเปล่าจ๊ะ คุณจีฮยอนของเค้า

[จีฮยอนของเค้า] ถ้าเลือกฟู้ดทรัคของฮันอุล ทุกคนคิดยังไงเอ่ย

[รักจีฮยอน] ฮัลอุลเหรอ หมายถึงฮันอุลของเชฟโกกยองฮา?

[จีฮยอนของเค้า] ใช่แล้ว

[ฮากยองโกลูกเจี๊ยบ] โน โน โน เราคัดค้านร้อยเปอร์เซ็นต์

[G.H Lov] เราก็ว่างั้น ยังไงกองถ่ายมีจีฮยอนอยู่ เชฟพี่โกคงหาทางส่งไปเองนั่นแหละ ส่วนเราก็เรียกของเรากันเองต่างหากเหอะ

[มองแค่จีฮยอน] เดี๋ยวนะ ฮันอุลมีฟู้ดทรัคด้วยเหรอ

[จีฮยอนของเค้า] เห็นว่าเพิ่งเริ่มมาได้ไม่นานนะ

[ฮากยองโกลูกเจี๊ยบ] ยังไงก็ตาม ไม่ได้เด็ดขาด

[รักจีฮยอน] จริงๆ ที่ออกตัวค้านไม่ได้เต็มปาก… แบบว่าฮันอุลน่ะ เรื่องรสชาติกับคุณภาพคือ จบเกม

[G.H Lov] อืมจริง ว่ากันเรื่องรสชาติอย่างเดียวคงไม่มีที่ไหนสู้ฮันอุลได้

[จีฮยอนของเค้า] งั้นฮันอุลแล้วกันเนอะ งบค่าฟู้ดทรัคหนนี้เราขอรับผิดชอบเอง

[รักจีฮยอน] เฮือก!

[มองแค่จีฮยอน] โห ทุกรอบเลย… แอบรู้สึกผิด

[ฮากยองโกลูกเจี๊ยบ] ยืนยันเหมือนเดิมว่า คัดค้าน!

[G.H Lov] คุณจีฮยอนของเค้านี่ อายุก็ยังน้อยๆ ท่าทางจะไม่มีปัญหาเรื่องขนหน้าแข้งร่วง ถูกหวยมารึเปล่าน้า

[รักจีฮยอน] อืม เอาล่ะ งั้นขอใช้วิธีเปิดโหวตแบบที่ทำประจำแล้วกัน เริ่มที่บ้านชเวจินซาก่อน…

ในที่สุดฮันอุลฟู้ดทรัคก็ชนะไปด้วยคะแนนห่างกันเพียงแต้มเดียว

เจ้าของนามแฝง ‘จีฮยอนของเค้า’ ที่นั่งจ้องจอมอนิเตอร์ ผ่อนลมหายใจออกอย่างโล่งอกที่บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว

“ฟู่ววว- เกือบแล้ว”

“เกือบอะไรคะ”

“อ๋า เปล่าๆ ไม่มีอะไร”

จีฮยอนถามพลางขยับเข้ามาใกล้ กยองฮารีบพับปิดโน้ตบุ๊กทันที ก่อนจะรวบเอวเธอเข้ามากอดแน่น

“จีฮยอนน่ะ ของเค้า”

“หืม?”

……………………

[1] ฟู้ดทรัค หรือ รถอาหารเคลื่อนที่ การส่งฟู้ดทรัคไปให้ตามกองถ่าย เป็นธรรมเนียมปฏิบัติแสดงน้ำใจในวงการบันเทิงเกาหลี (มีทั้งจากแฟนคลับและจากดาราด้วยกันเอง)

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset