📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนพิเศษ 5

ตอนพิเศษ 5
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

­“ฮ้าว~”

แดเนียลกับเดอชอว์นออกมายืนนอกชานบ้าน บิดขี้เกียจแล้วนั่งลงสวมรองเท้าทั้งที่ยังไม่ตื่นดี

จู่ๆ ก็มีน้องหมาเวลช์คอร์กี้ตัวหนึ่งวิ่งฟ้าววว ผ่านหน้าไป

“ปุ๊กกุ! กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ กินหมดนั่นสักวันจะกลายเป็นหมูอ้วน~”

ยุนซึลวิ่งตามพลางตะโกนอย่างโมโห

“อ๊ะ!”

หนูน้อยสังเกตเห็นทั้งคู่ จึงหยุดฝีเท้ากะทันหัน เอ่ยทักพร้อมโค้งคำนับ ประสานมือไว้ตรงสะดือ

“คุณอาทั้งสอง อรุณสวัสดิ์ค่ะ หลับสบายไหมคะ”

“…อ่า สะ…สบายมาก ซึลล่ะหลับสบายรึเปล่า”

“สบายค่ะ! พอดีหนูกำลังยุ่ง ไว้ค่อยมาคุยกันนะคะคุณอา!”

มินซูนั้นย้ายถิ่นฐานตามครอบครัวไปตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน เด็กน้อยและลูกสุนัขเป็นคู่ซี้ที่ผูกพันกันมากเหลือเกิน มินซูลังเลสักพัก ก็ตัดสินใจให้ปุ๊กกุเปลี่ยนมาอยู่ในการดูแลของครอบครัวยุนซึลแทน

ยุนซึลมาบ้านกยองฮาวันนี้เพราะ หนึ่ง เป็นวันสุดสัปดาห์ และสอง เป็นวันรับคุกกี้ข้าวโอ๊ตสุดโปรดของปุ๊กกุ การมาที่นี่คือโชคในโชค เจ้าปุ๊กกุสามารถวิ่งเล่นรอบสวนกว้างขวางได้ตามใจ ไม่ต้องถูกล่าม

ตอนนี้ยุนซึลเข้าร่วมการวิ่งแข่งพร้อมกับมันอย่างดุเดือด ตัวการก่อเรื่องก็คือปุ๊กกุนั่นเอง มันอาศัยจังหวะที่ยุนซึลเผลอ คาบหมับเข้าที่คุกกี้ทั้งถุง สอยหลุดจากมือก่อนจะโกยแน่บออกมา

“แฮ่ก แฮ่ก ปุ๊กกุ โดนจับได้เมื่อไหร่ เจอตีก้นแน่!”

ใต้แสงอาทิตย์อ่อนๆ ยามเช้าตรู่ เด็กหญิงที่วิ่งไล่จับกับน้องหมาดูคล้ายภาพฝัน

มุมปากของสองคนที่นั่งมองแต่ไกลผุดรอยยิ้มอบอุ่นขึ้นมา นี่มันยิ้มคุณพ่อชัดๆ

“ซึลตอนเล็กๆ ก็ว่าน่ารักแล้ว โตมายิ่งน่ารักเข้าไปอีก”

“เนอะ”

“ว่าแต่ แดเนียล”

“มีอะไร”

“ทำไมยุนซึลถึงเรียกอาจารย์ว่า พี่ชาย แล้วเรียกพวกเราว่าคุณอาล่ะ”

“แบ่งแยกตามพื้นฐานความเป็นจริงไง”

“แบ่งแยกเชื้อชาติ?”

“ม่าย แบ่งแยกตามอายุใบหน้า เพราะพวกเราดูแก่”

“อ่า…”

“ไม่เคยได้ยินเหรอว่า เด็กโกหกไม่เป็นน่ะ”

“ระทมขมขื่นเหลือเกิน”

“ขมขนาดนี้ ชักอยากกินน้ำข้าวหวาน (ชิกฮเย) ยี่ห้ออาจารย์แล้วสิ ว่าไหม”

“ออฟคอร์ส (Of course) จัดไป”

ทั้งคู่ลุกพรวด สวมรองเท้าเหยียบส้นลวกๆ จ้ำอ้าวไปยังบ้านใหญ่

***

ตึ้กๆๆ

ปุดๆๆ

เสียงสับอะไรบางอย่างลอยเข้าหู ปลุกจีฮยอนให้ตื่นจากนิทรา

เธอขยี้ตาที่ยังง่วงงุ่นด้วยหลังมือพลางลุกจากเตียง ครั้นเดินออกมานอกห้องนอน กลิ่นหอมเรียกน้ำย่อยก็ตรงมากระทบปลายจมูกทันที กยองฮายืนอยู่ข้างหม้อดินที่เดือดจัด กำลังจัดการกับวัตถุดิบสำหรับโรยหน้าตกแต่ง

จีฮยอนเดินเข้าไปหาเงียบๆ ยื่นมือโอบสามีเบาๆ แนบศีรษะไปกับแผ่นหลังกว้าง

“ตื่นแล้วเหรอ”

“อืม~ ฉันกะจะเป็นคนเตรียมข้าวเช้าให้ซะหน่อย…”

กยองฮาตื่นตีห้า เวลาเดียวกันเป๊ะทุกวัน ต่อให้ต้องนอนดึกหรือเกือบโต้รุ่งก็มักไม่ค่อยตื่นผิดเวลา จีฮยอนจึงกลายเป็นคนที่ตื่นสายกว่าสามีเกือบทุกครั้งโดยไม่ตั้งใจ

“เกือบเสร็จแล้ว ที่รักไปอาบน้ำก่อนเถอะ”

การจะไล่ตามฝีมือทำอาหารของกยองฮาให้ทันคงเป็นไปไม่ได้ จะบอกว่าไม่มีทางก็คงใช่ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังอยากเป็นฝ่ายเตรียมอาหารเช้าให้สามีบ้าง แค่มื้อเช้าก็ยังดี ด้วยเหตุนี้ จีฮยอนจึงขยันขันแข็งหมั่นไปเข้าคลาสเรียนทำอาหาร

ทว่า สุดยอดปรมาจารย์ยิ่งกว่าอาจารย์ที่ไหน คือคนใกล้ตัวเธอนี่เอง มีเขาอยู่ข้างๆ ตลอด จีฮยอนจึงขยันได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องพับโครงการ

“ฉันกลายเป็นแม่บ้านจอมขี้เกียจไปแล้ว แย่จริง” จีฮยอนบ่นอุบ พยายามฝังหน้าลงกับหลังสามี

กยองฮาหันกลับมาทั้งอย่างนั้น ดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอดอย่างอ่อนโยน

“จะโทษตัวเองทำไม ที่รักตื่นเช้าไม่ไหว เป็นความผิดของพี่เอง”

“เอ้า ทำไมถึงเป็นความผิดของพี่… อ๊ะ…”

จีฮยอนถามกลับยังไม่ทันจบประโยคเสียงก็แผ่ว ทั้งหน้าแดงสดใส ด้วยนึกย้อนไปถึงห้วงสุขสันต์แสนหวาน ทว่าดุเดือดดั่งพายุโหมกระหน่ำเมื่อคืน

“คะ…คนขี้แกล้ง”

ขืนยังอยู่ตรงนี้ต่อ มีหวังหน้าคงเห่อร้อนจนจุดไฟติด จีฮยอนดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของกยองฮา เดินก้มหน้างุดตรงไปยังห้องน้ำ ส่วนคนขี้แกล้งนั้นหัวเราะกว้าง หันกลับมารวบรวมสมาธิทำอาหารต่อ

เมนูเช้าวันนี้คือ แกงเต้าเจี้ยว

หม้อดินที่ตั้งอยู่บนเตามีทั้งหมดห้าถ้วย ครบตามจำนวนคน

กริ่งหน้าประตูส่งเสียงได้จังหวะเป๊ะ เปิดประตูออกไปก็พบเดอชอว์นและแดเนียล ทั้งคู่ทักทายตามมารยาทด้วยท่าประสานมือโค้งคำนับ

“อรุณสวัสดิ์ หลับสบายไหมครับอาจารย์”

“อืม เข้ามาๆ กะเวลากันเก่งจริง ข้าวใกล้เสร็จแล้ว ฉันกำลังจะเดินไปปลุกอยู่พอดี”

“เอ้า! เตรียมเกือบเสร็จแล้วเหรอครับนี่”

“โถ่ รู้สึกผิดทุกทีเลย พวกผมน่าจะตื่นให้เช้ากว่านี้ จะได้มาช่วยอาจารย์”

“ตอนนี้เป็นแขก ไม่ต้องช่วยอะไรทั้งนั้นแหละ ไปนั่งไป”

“ครับผม!”

แต่ทั้งคู่กลับตรงเข้ามาในครัว หยิบเครื่องเคียงมาตักแบ่งบ้างล่ะ ยกจานชามไปวางบนโต๊ะบ้างล่ะ คนละไม้คนละมือเสียงดังก๊องแก๊งลั่นบ้าน และแน่นอนว่า ครู่ก่อนหน้า สองหน่อได้รับอนุญาตให้เปิดตู้เย็นเอาน้ำข้าวหวานออกมาซด จึงกระดกทีเดียวหมดแก้วไปแล้วเรียบร้อย

เมื่อจัดโต๊ะอาหารเสร็จ ยุนซึลก็เข้ามาได้จังหวะอีก

หอบหายใจหนักขนาดนั้น แปลว่า หนูน้อยวิ่งไม่ได้หยุดเลยตั้งแต่เมื่อกี้

“แฮ่ก…แฮ่ก…พี่ชายใหญ่ ปุ๊กกุมัน…แฮ่ก…แฮ่ก…หนูเพิ่งเคยเห็นมันวิ่งเร็วขนาดนี้…แฮ่ก…แฮ่ก”

“ไงล่ะ แล้วจับปุ๊กกุได้ไหม”

“ไม่ได้ค่ะ แง้ ทำไงดี ปล่อยไปแบบนี้มันต้องกินคุกกี้ของทั้งอาทิตย์หมดเรียบแน่”

“ไม่ต้องห่วงน่า เมื่อกี้ทำเผื่อไว้เยอะแยะ เดี๋ยวห่อให้ใหม่ก็ได้ ซึล เราน่ะมากินข้าวก่อน”

กยองฮาอุ้มยุนซึลขึ้นมา จับนั่งลงที่หน้าโต๊ะอาหาร

จีฮยอนเองก็โผล่มาได้จังหวะเช่นกัน แดเนียลกับเดอชอว์นรีบลุกทำความเคารพ

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณนาย หลับสบายไหมครับ!”

“อ้อ ค่ะ อรุณสวัสดิ์ค่ะ” จีฮยอนทักทายตอบอย่างเขินๆ ก่อนจะนั่งลงบ้าง

แม้จะผ่านมานานแล้ว เธอก็ยังคงเกร็งกับการทักทายเต็มพิธีการของสองคนอยู่เหมือนเดิม ไม่ชินเสียที

“สวัสดีค่ะพี่สาว”

“อุ๊ย ซึลของพี่ก็มาด้วยเหรอ”

“ค่ะ เอ๊ ทำไมเจอพี่ทีไร เหมือนจะสวยขึ้นทุกทีเลยล่ะคะ”

“หืม นะ…นั่น…ก็เพราะซึลของพี่จิตใจอ่อนโยนขึ้นทุกวันๆ ไง พี่ในสายตาก็เลยดูเป็นแบบนั้น”

“ไม่น่าใช่นะ พี่ชายเล็กชอบว่าซึลตลอด หาว่าเป็นเด็กสิบขวบนิสัยไม่ดี”

จีฮยอนส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางสามี

“เอาน่ะ จะเย็นชืดหมดแล้ว รีบกินกันเถอะ” กยองฮาจัดการเปลี่ยนเรื่องทันที

แดเนียลกับเดอชอว์นสูดหายใจลึกยาว ย้ำกับตัวเองก่อนหยิบช้อนและตะเกียบ

‘ครั้งนี้ต้องห้ามพลาด!’

‘กินช้าๆ ห้ามเสียมารยาทเด็ดขาด’

อันที่จริง ไม่ใช่พวกเขาไม่รู้ ต่อให้ตั้งมั่นสาบานตนขนาดไหน เพียงตักช้อนแรกเข้าปาก ทุกอย่างจะกลายเป็นโมฆะสลายไปกับสายลมโuเวลกูดoทคoม

ซรวบ~ ฮุบ ฮวบ

สองคนก้มหน้าก้มตากินเอาๆ ไม่สนใจฟ้าดิน หากใครที่ไม่รู้จักได้มาเห็นภาพนี้ อาจเข้าใจผิดคิดว่าทั้งคู่คือฟู้ดไฟท์เตอร์ แข่งกินเร็วกันอยู่ก็เป็นได้

‘โอย- ไม่อยากกลับประเทศเลยให้ตาย’

‘อยากหมกตัวอยู่ที่นี่ กินอาหารฝีมืออาจารย์ไปตลอดชีวิตจังโว้ย’

หม้อดินเกลี้ยงเกลาสะอาดเรี่ยมในเวลาไม่นาน สองคนร่างสะท้าน ยังคงอยู่ในห้วงความสุขไม่คลาย แต่แล้วจู่ๆ เดอชอว์นก็เหลือบตาไปทางยุนซึลที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ซึล”

“คะ คุณอา?”

“ถ้วยนั้นไม่เยอะไปหน่อยเหรอ กินคนเดียวน่ะ”

ยุนซึลเงยหน้าจ้องตาเดอชอว์น จากนั้นยกทั้งแขนขึ้นมาบังหม้อดินไว้ นั่งเฉียงๆ หันหลังให้เสียเลย

***

จุดประสงค์ที่แดเนียลกับเดอชอว์นมาเกาหลีครั้งนี้ เป็นเพราะต้องการได้ตราสัญลักษณ์รับรองของฮันอุล

แม้จะเคยเป็นครูฝึกคอยเทรนและสอนเชฟต่างชาติ เพื่อส่งไปประจำสาขาต่างประเทศมาก่อน แต่ทั้งคู่ก็ยังอยากผ่านสนามสอบอย่างเป็นธรรมจนได้รับตราสัญลักษณ์ฯ เช่นคนทั่วไปอยู่ดี ทั้งสองคนจึงไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยที่ต้องบินข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรมาไกลถึงเกาหลีอีกครั้ง

อีกเหตุผลหลักของการมาเยือนเกาหลี ย่อมเป็นกยองฮาซึ่งมีพระคุณดุจแผ่นฟ้า

ด้วยไม่ได้พบกันหลายปี ความรู้สึกจึงยิ่งเอ่อล้น ทว่า ไม่ทันไรก็ได้เวลาต้องลาจากเสียแล้ว ทั้งสองคนอยากจะถอนหายใจดังๆ จะให้ทำเช่นไรได้เล่า นอกจากมุ่งหน้ากลับคืนถิ่น ขณะกำลังระลึกถึงครอบครัวที่รออยู่ ณ บ้านเกิด ตลอดจนเพื่อนฝูงที่ทำงานด้วยกันนั้น ข้างกายสองคนซึ่งยืนนิ่งหน้าประตูใหญ่ก็มีตราสัญลักษณ์แบรนด์ฮันอุลของแท้แล้วเรียบร้อย

จากนี้เมื่อกลับไปถึง พวกเขาจะเอาตราฯ ของแท้แขวนหราไว้หน้าประตูเรสเตอรอง อวดความภาคภูมิใจ พร้อมทั้งรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของฮันอุล จะพยายามปั้นร้านของตนให้เป็นเรสเตอรองที่อาหารอร่อยที่สุดประจำภูมิภาคให้ได้

“ไม่ให้ไปส่งแน่นะ”

“แน่ครับ! พักอยู่ที่นี่ก็กินอยู่สบายซะจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้วครับ ถ้ายังจะต้องให้อาจารย์ไปส่งถึงสนามบินอีก พวกผมเกรงใจแย่เลย”

“โว้ว แดเนียล ภาษาเกาหลีเวรี่กู้ด! ผมคิดเหมือนเขาเลยครับ”

“อืม ได้ ไม่ขัดศรัทธาแล้วกัน รักษาเนื้อรักษาตัวดีๆ ล่ะ ไว้เจอกันใหม่”

“อาจารย์ งั้น…พวกผมขอกอดอาจารย์ส่งท้ายสักครั้งแทน ได้ไหมครับ”

“…”

กยองฮาหันรีหันขวาง เช็คให้แน่ใจว่ารอบข้างไม่มีใครอื่นจริงๆ จึงยอมอ้าแขนกว้างให้แดเนียลกับเดอชอว์นวิ่งเข้าใส่

***

คงเป็นเพราะตัวป่วนทั้งหลายกลับไปแล้ว กยองฮาที่ปิดประตูใหญ่ หันกลับมามองสนามหญ้าถึงรู้สึกว่า วันนี้มันดูโหรงเหรงว่างเปล่ามากกว่าที่เคยเป็น

“นี่เราทำบ้านกว้างเกินไปไหมหว่า”

สี่ปีก่อน เขาตัดสินใจซื้อบ้านที่รั้วด้านหลังติดกันเพื่อต่อเติมและขยายพื้นที่ จากนั้นช่วงที่แต่งงานก็ค่อยๆ ลามไปซื้อบ้านข้างๆ เพิ่มพร้อมกับทุบรั้วทิ้ง ที่ดินของบ้านด้านหลัง เขาเอาตึกออก แล้วปรับให้เป็นสนามหญ้าล้วน ส่วนบ้านด้านข้าง สร้างเป็นตึกแยกสำหรับให้แขกเข้าพัก ที่เหลือตกแต่งใหม่เป็นโกดังเก็บวัตถุดิบ

หากแดเนียลกับเดอชอว์นแต่งงาน บ้านเล็กที่เป็นตึกแยกนี้สามารถรับรองคู่แต่งงานใหม่ ใช้เป็นสถานที่ฮันนีมูนได้โดยไม่ต้องสนใจใคร อยู่ยาวๆ ไปเลย เกินสิบวันก็ไม่มีปัญหา

“บรรยากาศวังเวงไปหน่อย แต่เดี๋ยวก็ชินน่า”

กยองฮาเดินรอบสนามคนเดียวหนึ่งรอบทั้งที่ยังแบกของไว้ ก่อนจะหันฝีเท้าเปลี่ยนทิศทาง ตรงไปยังลานหมักที่อยู่อีกฟาก

บนลานนั้นมีไหขนาดเล็กและใหญ่ปะปนกันมากกว่าสามสิบใบ

ปัจจุบัน กยองฮาถึงกับลงมือหมักซอสต่างๆ รวมทั้งของดองด้วยตัวเองแล้ว เมื่อเกรดของวัตถุดิบสูงขึ้น ย่อมปรุงอาหารเลเวลสูงๆ ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม แต่ตอนนี้ไหต่างๆ ยังไม่มีอะไรให้นำไปใช้ กยองฮาจึงเลี้ยวไปด้านข้าง หยุดคุดคู้อยู่หน้าเสื่อ

“ไหนดูหน่อยซิ แห้งดีรึยัง”

กลีบดอกเก๊กฮวยนับไม่ถ้วน แผ่กระจัดกระจายอยู่บนเสื่อทั้งผืน

กยองฮาใช้ความสามารถพิเศษ เลือกกลีบที่ได้รับแสงแดดดีที่สุด โอบอุ้มความอบอุ่นอย่างเต็มที่ที่สุดทีละกลีบๆ ด้วยมือ จากนั้นใส่ลงในกระชอน ครั้นได้จำนวนมากเท่าที่ต้องการแล้ว ก็ลุกขึ้น ย้ายไปที่โกดังวัตถุดิบ

ฝาของภาชนะบางอย่างถูกเปิดออก พร้อมกับกลิ่นหอมหวานชื่นใจโชยมา มันคือน้ำผึ้งบัควีทจากเมืองควิเบก

ก่อนหน้านี้ ตอนที่ได้รับเชิญจากอดีตนายกรัฐมนตรีแคนาดา เขามีโอกาสได้ไปเยือนฟาร์มเลี้ยงผึ้ง จึงได้เลือกน้ำผึ้งติดมือกลับมาด้วย

“น้ำผึ้งประมาณนี้คงพอ”

กยองฮาถือน้ำผึ้งปริมาณเท่าที่จะใช้กับกลีบเก๊กฮวยกลับเข้ามาที่ครัว

เป็นที่รู้กันแพร่หลายมานานแล้วว่า ดอกเก๊กฮวยตากแห้งนั้น เมื่อเอาไปต้มดื่มจะสามารถลดความตึงเครียดและความกังวลได้ ส่วนความหวานของน้ำผึ้งก็มีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจอย่างดีเยี่ยม ยังไม่ต้องพูดถึงว่าแหล่งกำเนิดน้ำผึ้งนี้มาจากเมล็ดธัญพืชที่ชื่อบัควีท ซึ่งมีสรรพคุณบำรุงกำลัง ขนาดแพทย์แผนโบราณของเกาหลียังใช้เป็นสมุนไพรต่างยาด้วยซ้ำ กยองฮาตั้งใจใช้วัตถุดิบหลายแหล่เหล่านี้เพื่อทำชาเก๊กฮวยให้จีฮยอน

สองมือของเขาเริ่มขยับเคลื่อนไหว จดจ่อกับงานอีกครั้ง

***

นักเขียนอีอึนซุก มีฉายาในวงการโทรทัศน์ว่า นักเขียนมือทองแห่งคิงไมดาส[1]

แต่ต่อให้เป็นนักเขียนชื่อดังแค่ไหน ยังต้องมีผลงานสักชิ้นสองชิ้นที่อยากลบออกจากประวัติการทำงานอยู่บ้าง ทว่า สำหรับเธอนั้นเป็นข้อยกเว้น ผลงานบทละครทุกชิ้นที่สร้างสรรค์ผ่านมือนักเขียนอีอึนซุก ไม่มีแม้ชิ้นเดียวที่ไม่ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายชนิดเรตติ้งพุ่งกระฉูด กระทั่งสถานีโทรทัศน์หัวสูงหลายแห่งยังต้องยอมศิโรราบ เพื่อให้ได้ตัวเธอถึงขนาดยอมสงบศึก รวมพลังเป็นทีมอเวนเจอร์กับคู่แข่งอย่างเต็มใจ นอกจากนี้ บทละครที่เขียนโดยอีอึนซุกยังขึ้นชื่อด้วยว่า ไม่มีตัวละครไหนไร้มิติจนถูกทิ้งไว้นอกสายตา ฉะนั้นหลังปิดกล้อง อย่าว่าแต่นักแสดงหลัก ตัวประกอบทั้งหลายยังขายดิบขายดี ได้รับเชิญให้ไปเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณากันเป็นว่าเล่น นี่จึงเป็นเหตุให้เหล่าดารานักแสดงต่างก็ชะเง้อเฝ้ารอให้เธอเรียกตัว จนคอแทบยืดยาวเป็นยีราฟ หัวอกแทบหมกไหม้

โดยเฉพาะล่าสุด เรื่อง ‘ฝันรักเชฟนักปรุง’ ซึ่งใกล้จะเปิดกล้องในอีกไม่นาน เรียกว่าได้รับความสนใจมากจนไม่รู้จะมากไปกว่านี้ได้อย่างไรอีก ชื่อของนักเขียนอีอึนซุกที่เคยปรากฏทางเคเบิลทีวีอยู่ช่วงหนึ่ง บัดนี้ไปปรากฏอยู่บนช่องเครือข่ายสาธารณะแล้วโดยใช้เวลาเพียงสี่ปีเท่านั้น ขนาดยังไม่มีกำหนดการแน่นอนออกมาจากทางสถานีโทรทัศน์ช่องละคร SBC บรรยากาศยังชื่นมื่นน่ายินดีราวกับฉลองด้วยแชมเปญกันแล้วทีเดียว

ซีรีส์เรื่อง ฝันรักเชฟนักปรุง นี้ จะออกอากาศตอนแรกในอีกสามเดือนข้างหน้า เริ่มถ่ายทำในอีกสองสัปดาห์ ส่วนการอ่านบทร่วมกันจะเริ่มในสัปดาห์หน้านี้แล้ว ดังนั้นเรื่องการแคสติ้งคนเข้ารับบทต่างๆ ควรเสร็จเรียบร้อยตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ น่าประหลาดที่ยังเหลือตัวละครหนึ่งเว้นว่างมาตลอด บทของตัวละครรอง (นางรอง) นาม ซงอึนจูนั่นเอง ซึ่งก็ดูเหมือนจะยังออดิชั่นกันไม่จบเสียด้วยซ้ำ เป็นเหตุให้อีอึนซุกชักจะไม่สบายใจมากขึ้นทุกที

“จริงๆ เลย นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นคุณพี่ ฉันแหกหน้าเละไปหลายหนแล้ว รู้ไว้หน่อยก็ดีนะคะ”

“รู้น่า รู้ตัวอยู่หรอก ทั้งอยากขอบคุณ ทั้งอยากขอโทษ ฉันเลยเลี้ยงกาแฟอยู่นี่ไง”

“กาแฟตู้กดแทนคำขอโทษเนี่ยนะคะ แหม่ หวานหอมเหลือเกิน”

“น่านะ ช่วยหน่อยนะ ฉันมันไม่เหมือนคนอื่นเขา เป็นแค่พนักงานน้อยๆ รับเงินเดือนเท่าเบี้ยหอย”

“ฉันถึงได้บอกให้ยื่นใบลาออกแล้วมาทำงานให้บริษัทเราแทนไงคะ”

“ฉันก็อยากทำอย่างนั้นนะ แต่เธอก็รู้นี่ว่าท่านผู้หญิงประจำบ้านฉันเข้มงวดเหลือเกินกับอาชีพที่มันมั่นคง คุณเขาไม่อยากให้โลดโผน จะให้ทำยังไงเล่า”

“ไม่รู้ล่ะ โทษฐานที่ยืดเวลาจนมาถึงขั้นนี้ เตือนไว้ก่อนเลยนะคะว่าการออดิชั่นวันนี้ ฉันไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น แม่จะสับให้เละ รู้ไหมว่าพวกนักแสดงที่ออดิชั่นผ่านไปแล้วกับพวกต้นสังกัดแต่ละแห่ง จี้ถามกันมาจนจะบ้าตายอยู่แล้วว่าเมื่อไหร่ประกาศผล”

“จ้ะๆๆ ฉันเองไม่ได้จะขอโต้งๆ ให้รับเข้ามาแบบมีเส้นสายอะไรเลย ขั้นแรกเจอตัวก่อน พิจารณาแบบไม่อคตินะ แล้วถ้าเห็นว่าคงไม่รอด จะแหกก็แหกไปเลย ฉันจะไม่น้อยใจสักนิด”

อีอึนซุกกระดกแก้วกาแฟจนหมด นึกสงสัยในใจ

‘พี่ฮยอนซูไปมั่นใจอะไรจากไหนมาน่ะ’

อันที่จริง ตั้งแต่ตอนที่เขายื่นแฟ้มประวัติของอดีตไอดอลคิมจีฮยอนมาให้ อีอึนซุกก็ไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่แล้ว หลังจากนั้นแม้จะไล่ตามดูผลงานวาไรตี้ทั้งหมด เรื่อยมาจนถึงซีรีส์เรื่องสุดท้าย ก็ยังคงรู้สึกไม่ต่างจากเดิม

‘สวย น่ารัก ใช่ แต่ฟีลลิ่งมันไม่ได้น่ะสิ’

ไม่ใช่เธอไม่รู้ว่าช่วงหนึ่งจีฮยอนโด่งดังเป็นกระแสอย่างมาก จนทั่วประเทศพร้อมใจกันเรียกขานให้เธอเป็นน้องสาวแห่งชาติ ทว่า แม้จะอยู่ภายใต้สถานีโทรทัศน์เดียวกัน แต่พื้นเพรายการเพลงป๊อปกับรายการวาไรตี้ จัดว่าต่างจากฝั่งละครซีรีส์ราวอยู่คนละโลก

‘ซีรีส์เรื่องสุดท้าย คาแรคเตอร์ตัวละครแบนมาก แถมบทยังน้อยอีก ไม่รู้จะเอาอะไรมาวิจารณ์เลย’

จะบอกว่าคัดมาเพราะรูปร่างหน้าตา ดูจากในหมู่นักแสดงหญิงด้วยกันก็ยังไม่นับว่าโดดเด่นขนาดนั้น

ต่อให้อวยว่าเป็นไอดอลที่สวยนักสวยหนา เอาเข้าจริงเมื่อมายืนร่วมฉากกับนักแสดงมืออาชีพ ก็เห็นมานักต่อนักแล้วว่าล้วนพากันหมองซีด จนกลายเป็นตัวละครนอกสายตา

สำหรับกรณีของคิมจีฮยอน คล้ายมีความครึ่งๆ กลางๆ ไม่ตกเกณฑ์แล้วก็ไม่พุ่งเหนือเกณฑ์ อธิบายไม่ถูก

‘ยังไงก็แล้วแต่ จะแหกทั้งทีต้องไม่ให้เหลือความหวังเอาไว้เลย จะได้ไม่คาใจ’

ระหว่างที่อีอึนซุกจัดระเบียบความคิดอยู่นั้น

ก๊อกๆ

“อยู่ไหมครับ”

“อืม มาแล้วสินะ”

เบมยองฮวันที่นั่งอยู่มุมโต๊ะ เด้งตัวลุกขึ้น ตรงไปที่ประตู ส่วนอีอึนซุกเหลือบตามองนาฬิกาบนผนัง

เที่ยงสี่สิบนาที มาก่อนเวลานัดยี่สิบนาที

‘อันดับแรก เรื่องพื้นฐาน ถือว่าผ่าน’

ด้านหลังประตูที่เปิดออก มีใบหน้าซื่อๆ ของชายหนุ่มโผล่เข้ามา สงสัยจะเป็นผู้จัดการส่วนตัว

“สวัสดีครับ ผมคือชายงเท เป็นผู้จัดการส่วนตัวของพี่สะ-… อ่า ไม่สิ คิมจีฮยอนครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ”

ชายงเทกล่าวสวัสดีเบมยองฮวันหนึ่งรอบ จากนั้นหันไปสวัสดีอีอึนซุกที่นั่งไขว่ห้างบนโซฟาอีกหนึ่งรอบ พร้อมยื่นแฟ้มให้

ครู่สั้นๆ ให้หลัง

“สวัสดีค่ะ”

ใครบางคนเดินเข้ามาด้านใน กล่าวทักทายอย่างสุภาพอ่อนน้อม

“ฉัน คิมจีฮยอนค่ะ”

สายตาอีอึนซุกที่เหลือบมองจีฮยอนอย่างไม่ได้ตั้งใจ กลับจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าเธอนิ่งนาน สายตาเจ้ากรรมจู่ๆ ก็บังคับไม่ได้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

……………….

[1] คิงไมดาส ตามตำนานของกรีก คือผู้ที่ได้รับพรวิเศษจากเทพไดโอนีซุส โอบกอดพระธิดาของพระองค์จนกลายเป็นทองคำ

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset