📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนพิเศษ 3

ตอนพิเศษ 3
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

­กิ๊งก่อง~

“พี่ชายใหญ่มาแล้วววว!”

ยุนซึลวิ่งโร่ไปยังโถงทางเข้าบ้าน เสียงเจมินดุน้องไล่กวดตามหลัง

“ซึล! บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าวิ่ง!”

ครอบครัวชเวบกซุนเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในอพาร์ทเมนท์ขนาด 32 พย็อง (ประมาณ 106 ตรม.) ได้ไม่นาน

ด้วยพลังเงินเก็บจากการมัธยัสถ์สุดขีด บวกกับเงินกู้โครงการสินเชื่อสำหรับพนักงานฮันอุลที่เริ่มมีขึ้นเมื่อต้นปี ทำให้ชเวบกซุนสามารถบรรลุฝัน มีบ้านเป็นของตัวเองได้ในที่สุด สองพี่น้องดีใจจนแทบจะโผบินเพราะได้มีอาณาเขตพื้นที่ส่วนตัว และชเวบกซุนเองก็มีความสุขเหลือเกิน สุขไหนจะเทียบเท่าปัจจุบันนี้อีกหนอ

เธอไม่เคยลืมบุญคุณของสมาชิกฮันอุลแม้ชั่ววินาทีเดียว โดยเฉพาะความรู้สึกขอบคุณที่มีต่อเถ้าแก่กยองฮาซึ่งมากมายเกินกว่าจะกล่าวหมด ยายเฒ่าไร้ค่าที่เคยเดินไปไหนก็ถูกเขาตะเพิดไล่กลับตั้งแต่หน้าประตูได้รับการว่าจ้างให้เข้าเป็นพนักงานร้านเครื่องเคียงโดยไม่รังเกียจเดียดฉันท์ เท่านั้นไม่พอ ค่าแรงแต่ละเดือนที่ปรากฏในสมุดบัญชีธนาคารก็อู้ฟู่เสียจนบัดนี้เธอก็ยังไม่ชิน และเหนือสิ่งอื่นใด เด็กน้อยที่ขาดความอบอุ่นสองคนกลับได้รับความรักเอ็นดูอย่างจริงใจ เติบโตอย่างรวดเร็วงดงามไร้บาดแผล ชเวบกซุนมองหลานๆ เมื่อใดเป็นต้องพลุ่งพล่านในความรู้สึกทุกครั้ง ทุกห้วงเวลาคล้ายมีแต่เรื่องที่น่าจดจำ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ด้วยใจที่อยากทดแทนบุญคุณแม้เพียงน้อยนิด ชเวบกซุนจึงถือโอกาสจัดงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ไปพร้อมกันเสียเลย แน่นอน หากว่ากันด้วยฝีมือทำอาหาร แขกส่วนใหญ่ที่มาวันนี้เก่งกว่าเธอแทบทั้งสิ้น อาศัยว่า ตอนนี้เธอยังมีกำลังทำไหว จึงปรารถนาจะทำทุกเมนูด้วยมือตนเอง

“คุณยาย พวกเรามาแล้วคร้าบ” อันอิลเททำหน้าที่เป็นหัวขบวน พาสมาชิกคนอื่นๆ เดินตามเข้ามา

ยุนซึลนั้นเหมือนเช่นทุกครั้ง หนูน้อยเกาะกยองฮาหนึบ สมดังฉายา หน่วยเฝ้ากยองฮา ที่รู้กันทั่วฮันอุล

เมื่อสองปีก่อนตอนกยองฮาแต่งงาน เด็กหญิงตัวจ้อยทำราวกับรู้เรื่องผู้ใหญ่เสียมากมาย กระจองอแงว่าตนสัญญากับพี่ชายใหญ่ไว้ อย่างไรก็จะแต่งงานกัน ตามด้วยการร้องห่มร้องไห้จนไม่รู้จะต้องง้องอนกันท่าไหน

แต่ตอนนี้เรื่องเกิดกลับตาลปัตร จะใช้คำว่าหักมุมก็คงได้ เพราะคนที่ยุนซึลชื่นชอบที่สุดรองจากกยองฮากลายเป็นจีฮยอน

“เข้ามาเลยค่ะทุกท่าน”

“ขอบคุณที่เชิญนะครับ โอ้โห บ้านน่าอยู่มาก!”

“แหม ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ หิวกันแล้วใช่ไหม เชิญนั่งด้านโน้นเลยค่ะ”

บนโต๊ะในห้องรับแขกมีอาหารนานาตั้งเรียงรายพร้อมสรรพ รอให้ลงมือรับประทานได้ทันที

“ตายล่ะ บอกแล้วไม่ใช่เหรอครับว่าไม่ต้องลำบากเตรียมอาหารเอง ทำยังไงคนเดียวหมดนี่ล่ะครับ”

“ถ้าให้ทำคนเดียวคงเหนื่อยจริงอย่างว่าค่ะ พอดีฉันได้แม่ของจองอูกับแม่ของฮียอนแวะมาช่วยตั้งแต่เมื่อวานน่ะค่ะ ยังไม่ทันได้เหนื่อยด้วยซ้ำ”

“อ่า อย่างนี้นี่เอง”

“ยาย หนูด้วย หนูก็ช่วยนะ”

“อ้อ ยังมีหลานๆ ที่น่ารัก มาช่วยยายกันคนละไม้คนละมือด้วยค่ะ”

“แหะๆ~”

ยุนซึลยิ้มภูมิใจ เงยหน้ามองบรรดาผู้ใหญ่รอบๆ

ผู้ใหญ่ทั้งหลายมัวแต่พากันยิ้มเอ็นดูหนูน้อยสิบขวบ ท่ายักไหล่ดุ๊กดิ๊กแสนจะไร้เดียงสา บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นชื่นมื่น แต่แล้วก็เกิดเหตุอารมณ์สะดุด

“เอ๊ะ อะ อ้าว?” หลายคนหลุดปากอุทาน

เผาะ-

จู่ๆ ชเวบกซุนก็น้ำตาร่วง

“เป็นอะไรไปครับ คุณยาย…”

“ตายจริง ดูฉันทำตัวเข้าสิ ขอโทษนะคะ” เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาทิ้ง

“มีเรื่องไม่สบายใจอะไรรึเปล่าครับ” อันอิลเทถามสิ่งที่ทุกคนกำลังคิด

“ไม่ค่ะ ไม่ใช่… คือว่า นานแล้วที่ลูกชายกับภรรยาจากไป ญาติสนิทก็ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว ครอบครัวเว้าๆ แหว่งๆ มาตลอด วันหยุดยาวนี่จะเศร้ามากหน่อยค่ะ ลำพังยายแก่ตัวคนเดียวอย่างฉันน่ะชินชา สบายมาก แต่พอคิดถึงหลานๆ ต้องมาเหงาหงอย เพื่อนก็ไม่มี มันเลยปวดใจทุกครั้งน่ะค่ะ”

“อา…”

“พอบ้านมีคนเยอะแยะแบบนี้ ก็ทั้งไม่อยากเชื่อ ทั้งมีความสุขมาก ตื้นตันใจจนน้ำตาไหลออกมาเอง ขอบคุณมากจริงๆ นะคะ ทุกท่านเลย”

ชเวบกซุนน้ำตาเริ่มเอ่อคลออีกหน หลายคนก็เริ่มตาแดงรื้นไปตามๆ กัน

“โถ่ คุณยาย พวกเราไม่เห็นได้ทำอะไร…” อันอิลเทส่ายหน้า แอบกดตาที่ชักจะบวมๆ

เวลาแบบนี้ต้องมีแอลกอฮอล์แล้วกระมัง

“ว่ากันตามตรง พวกเราก็ใจเดียวกัน รู้สึกไม่ต่างกันหรอกนะครับ”

เจ้าตัวไม่อยู่ตรงนี้พอดีเสียด้วย

“ถ้าจะมีใครได้รับคำขอบคุณ คนนั้นควรเป็นเถ้าแก่โก”

อันอิลเทอาศัยความกรึ่ม เผยความจริงจากใจ

“ทุ่มทั้งชีวิตเพื่อขอบคุณเขาก็คงไม่พอ…”

“ใช่เลย! เถ้าแก่ของพวกเรา สุดยอดที่สุดของที่สุด!”

ฮเยจีที่เพิ่งหัดดื่มแอลกอฮอล์รีบเข้าร่วมขบวนการอวยเถ้าแก่

“ถ้าจะให้พูดขอบคุณเฮียกยองฮา วันนี้ โต้รุ่งก็ไม่จบหรอกครับ”

“จองอูของฉันที่เคยฝันจะเป็นผู้พิพากษา เปลี่ยนมามองเถ้าแก่โกเป็นฮีโร่ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ นี่หันมาขยันเรียนทำอาหารจริงๆ จังๆ จนแม่งงไปหมดแล้วค่ะ”

ระหว่างที่สลับกันเอ่ยคนละประโยคสองประโยคนั้น

“…หืม?”

ครั้นกยองฮาซึ่งถูกยุนซึลลากไปทัวร์ห้องเดินกลับมา ก็ตกเป็นเป้าสายตากลางวงล้อมทันที ทุกคนพร้อมใจกันเงียบเสียง

“มีอะไรติดหน้าผมรึเปล่าครับ”

กยองฮาถามพลางหันมองไปรอบๆ

***

แจ็ค หม่ากำขวดไวน์มัตสึทาเกะในมืออย่างร้าวรานใจ

‘ทำใจไว้ระดับหนึ่งแล้วนะ แต่ถึงอย่างก็ไม่ควรโดดมาถึงล้านแปดแสนดอลล่าร์ได้’

สีจิ้นผิงที่ลือกันว่าเป็นนักดื่มตัวยง บัดนี้ไม่แม้แต่จะชายตามองสุราใดหากไม่ใช่เหล้าหรือไวน์หมักของโกกยองฮา และในจำนวนนั้น ไวน์มัตสึทาเกะครองตำแหน่งพิเศษที่หนึ่งในใจเขาไปเรียบร้อยโรงเรียนจีน

แรกๆ เขาชื่นชอบเหล้าเทียนหม่าเป็นหลัก แต่คืนวันผันผ่าน ของโปรดชนิดถอนตัวไม่ขึ้นกลับกลายเป็นไวน์มัตสึทาเกะ

‘อย่างน้อยที่ลงทุนไป ได้กลับมาเป็นขุมกำลังทางอำนาจก็นับว่าไม่เสียเปล่า ช่วยไม่ได้ล่ะนะ’

ไวน์มัตสึทาเกะที่ประมูลมารอบนี้ เขาตั้งใจจะให้มันเป็นของขวัญพิเศษในวันคล้ายวันเกิดของท่านผู้นำสีจิ้นผิงนั่นเอง

แจ็ค หม่าจินตนาการภาพสีจิ้นผิงหัวเราะร่าอย่างยินดีเพื่อปลอบประโลมใจตน ทว่า เงามืดครึ้มบนสีหน้ากลับไม่เลือนไปง่ายๆ เช่นทุกที เพราะข่าวการลาพักร้อนของโกกยองฮาส่งผลต่อเขาไม่น้อย

‘รอบนี้ผ่านไปด้วยดี แต่รอบหน้าล่ะ จะทำยังไง’

แจ็ค หม่ามอบเหล้าและไวน์หมักให้แก่ท่านผู้นำทุกๆ ครึ่งปีมาโดยตลอด สีจิ้นผิงจะร่ำสุราเกลี้ยงขวดในเวลาเฉลี่ยประมาณหกเดือน

‘เจ้าหนุ่มโกกยองฮานั่น ต่อให้เอาร้อยล้านไปกองต่อหน้า ก็ไม่ยอมออกนอกกฎของตัวเอง…’

แถมตอนนี้ โกกยองฮาขึ้นทำเนียบมหาเศรษฐีชื่อดังกับเขาแล้วด้วย โยนสักหลายร้อยล้าน ไม่สิ สักหลายพันล้านไปให้ ก็ยังไม่แน่ว่าจะยอมเหลือบตามามอง เพียงเขาวางขวดไวน์ฝีมือตัวเองลงขายในท้องตลาด โบกมือเบาๆ ครั้งเดียว ก้อนเงินก้อนทองก็โถมเข้าใส่ จะยังมีอะไรให้ต้องกล่าวมากความ

‘ไว้อับจนหนทางจริงๆ ค่อยหาทางผ่อนปรน’

เท่าที่สังเกตได้ โกกยองฮาเป็นคนโอบอ้อมอารีและใจอ่อนมาก ดูแลหวงแหนคนรอบข้างอย่างกับอะไรดี

‘ถ้ารู้แต่แรก คงเข้าไปตีสนิท ผูกสัมพันธ์ฉันท์มิตรตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว ฮึ่ม’

ใครจะว่าอย่างไร จุดกำเนิดความภาคภูมิใจอันไร้ที่สิ้นสุดของแจ็ค หม่าก็ยังคงอยู่ที่คำว่า ร่ำรวยมั่งคั่ง เป็นเหตุให้เขาไม่รู้จะต่อกรอย่างไรกับบุคคลที่ชื่อโกกยองฮา ผู้ซึ่งมองเงินประหนึ่งมองก้อนหิน

‘ไม่มีวิธีซื้อตัวเจ้าหนุ่มนั่นเลยรึไงนะ’

ยิ่งคิดมาก ความเครียดก็ยิ่งรุมเร้า

“ท่านประธานใหญ่ครับ เจอแล้วครับ!”

ผู้ติดตามคนสนิทกล่าวอย่างตื่นเต้นขณะเดินเข้ามารายงานข่าวดี

“เจอช่องทางเข้าหาและสร้างความสนิทสนมกับโกกยองฮาแล้วครับผม”

“โอ้ งั้นรึ ว่ามาเร็ว”

“อีกไม่นาน เขาจะก่อตั้งมูลนิธิด้วยเงินส่วนตัวครับ”

“มูลนิธิ? งั้นก็น่าจะเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรสินะ เดี๋ยวก่อน ไหนว่าจะพักทุกอย่างไม่ทำอะไรเลยไม่ใช่รึ แล้วทำไม…”

“เท่าที่สืบทราบมา เห็นว่าเรื่องตั้งมูลนิธินี้ เขาเริ่มดำเนินการเงียบๆ มาตั้งนานแล้วครับ เพียงแต่ไม่มีใครรู้”

“อือฮึ่ม มูลนิธิ…”

การก่อตั้งหรือสร้างมูลนิธิในประเทศเกาหลีใต้นั้น ทางกฎหมายไม่อนุญาตให้เป็นไปเพื่อการค้า หรือเพื่อเพิ่มพูนผลกำไรทางธุรกิจอย่างเด็ดขาด กระทั่งตัวผู้ก่อตั้งเองก็ไม่อาจถือสิทธิ์จัดการทรัพย์สินของมูลนิธิได้ ทว่า เมื่อมีกฎหมายก็ย่อมมีช่องโหว่ เศรษฐีมีอันจะกินไม่น้อยใช้มูลนิธิเป็นเครื่องบังหน้า ทั้งฟอก แปรรูปทรัพย์สิน หาช่องเลี่ยงภาษี และอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ แก่ตนและพวกพ้องมาโดยตลอดโนiวลกูดอทคอม

แม้จะมีการเรียกร้องหลายวาระให้พิจารณาอุดช่องโหว่ทางกฎหมาย แต่เหล่าผู้ก่อตั้งมูลนิธิ ตลอดจนผู้สืบทอดแทบทั้งหมดแห่กันออกมาแก้ต่าง ใส่อารมณ์แสดงความบริสุทธิ์กันชนิดน้ำลายแตกฟอง สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเรื่องผลประโยชน์ส่วนตน ดังนี้ จะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับความโลภของมนุษย์เลยก็คงไม่ได้

สำหรับแจ็ค หม่า เขาไม่อยากจัดโกกยองฮาเข้าไปรวมกับบุคคลประเภทนั้น

‘ดูจากพฤติกรรมการตัดสินใจทุกครั้งก็รู้แล้ว เรื่องนี้ก็ไม่น่าจะมีเป้าหมายอื่นแอบแฝงหรอก…’

เป้าประสงค์ของเจ้าตัวจะเป็นอย่างไร ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ การก่อตั้งมูลนิธิของกยองฮาต่างหากคือใจความสำคัญ โอกาสทองของแจ็ค หม่ามาถึงแล้ว

‘ถ้ามอบเงินบริจาคสักก้อนในนามบริษัทอาลีบาบา แบบนี้ไม่ต้องใช้เงินส่วนตัวก็มีหน้ามีตา สร้างภาพลักษณ์อันดีให้โกกยองฮาเห็นได้นี่?’

แต่จะเดินหน้าเรื่องนี้ ก็ยังนับว่ามีอุปสรรคอยู่บ้าง สีจิ้นผิงให้ความสำคัญกับเรื่องใด มีหรือเขาจะไม่รู้

‘ท่านผู้นำยังเข้มงวดด้านนโยบายรักษาความมั่นคงของชาติ ป้องกันการรั่วไหลของแหล่งเงินทุนสู่ต่างประเทศอยู่เหมือนเดิมรึเปล่านี่สิ…’

ประเด็นมันอยู่ที่ไวน์หมักอย่างเดียวนี่เอง หาใช่เรื่องอื่น อืม เช่นนั้น ก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะไม่ได้รับความเห็นชอบ

แจ็ค หม่าหันไปสั่งคนสนิท

“จับตาดูความเคลื่อนไหวของฝั่งนั้นให้ดีๆ ถ้าเรื่องก่อตั้งมูลนิธิของเขาได้รับอนุมัติเมื่อไหร่ รีบแจ้งฉันโดยด่วน ก่อนที่ข่าวจะแพร่ออกไปให้พวกแร้งรุมทึ้ง เราต้องได้รู้ก่อนใครทั้งหมด ชื่ออาลีบาบาต้องจารึกอยู่บรรทัดบนสุดของรายนามผู้บริจาค เข้าใจความหมายของฉันไหม”

“รับทราบครับ ท่านประธานใหญ่!”

แจ็ค หม่ามั่นใจเต็มเปี่ยม ไม่มีความคิดแม้แต่น้อยว่าตนจะถูกขัดแข้งขัดขาระหว่างทาง

หาได้รู้ไม่ว่า เวลาเดียวกันนั้น หลายประเทศทั่วโลกก็กำลังเร่งดำเนินการแบบเดียวกันอยู่

***

“หือ?”

จีฮยอนที่เพิ่งอาบน้ำเรียบร้อย หย่อนตัวลงนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้งไม่ทันไรก็ต้องหันควับไปทางด้านหลัง ด้วยภาพสะท้อนในกระจกดึงความสนใจเธอไว้ บางสิ่งวางปริ่มอยู่ขอบโต๊ะหัวเตียง

“…อีกแล้วเหรอ”

จีฮยอนยิ้มกว้าง เดินไปหยิบมันขึ้นมา

บทละครนั่นเอง

เริ่มตั้งแต่หลายวันก่อน เจ้าบทละครนี้ช่างรู้ดีเหลือเกินว่าเธอจะมองเห็นง่ายๆ ได้อย่างไรบ้าง มันมักปรากฏตัวในลักษณะนี้เสมอ โผล่ไปอยู่ตรงโน้นทีตรงนี้ที ตามจุดต่างๆ ทั่วบ้าน จีฮยอนนั้นไม่แม้แต่จะเปิดอ่าน เพียงนำไปสอดเก็บคืนบนชั้นหนังสือของกยองฮา

ทว่า ทำเช่นนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า บทละครก็ยังอุตส่าห์ออกมาโลดแล่น คอยเล่นซ่อนแอบผจญภัยล่าขุมสมบัติกับเธออยู่เรื่อย นึกภาพกยองฮาที่หมั่นพยายามย่องเอาสคริปต์มาวางแหมะไม่ให้เธอรู้ รอยยิ้มก็ผุดพรายขึ้นมาอีก

“…น่าร้ากกก” จีฮยอนอดยิ้มไม่ได้จริงๆ

มาถึงจุดนี้เธอก็ทำเมินหัวใจของเขาไม่ลงอีกต่อไป แต่จะให้โกหกว่าอ่านจบแล้วโดยไม่เคยยื่นมือเปิดดูสักหนก็ทำไม่ลงและไม่สามารถทำได้ จีฮยอนหยิบบทละครที่ถูกม้วนไว้ขึ้นมาแนบอก เดินวนไปเวียนมาลังเลอยู่ในห้องเป็นนาน ก่อนจะถอนหายใจเฮือก นั่งลงบนเก้าอี้

“เอาน่ะ แค่ลองอ่านเล่นเฉยๆ” เธอคิดซ้ำๆ ว่าตนนั้นจิตใจมั่นคงเหนือคนทั่วไป

ตอกย้ำจนตัวเองมั่นใจ ถึงได้ตัดสินใจพลิกเปิดหน้าแรก

“อ่อ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเชฟนี่เอง”

ตั้งแต่วันที่ได้รับกล่องของขวัญ จีฮยอนก็กลัวมาตลอดว่าจะหวั่นไหว ทำให้ไม่เคยได้อ่านแบบจริงๆ จังๆ เสียที

“แคสต์คนเข้าเล่นบทอึนจูแน่เลย”

ซงอึนจูในซีรีส์ คือ ตัวละครหนึ่งที่ทำงานเป็นผู้ช่วยเชฟอยู่ในครัวประจำโรงแรม เป็นเพื่อนรักเพื่อนสนิทกับยูฮานาซึ่งเป็นนางเอก จะบอกว่าเป็นนางรองที่สำคัญไม่แพ้บทนางเอกก็ว่าได้

“โห~ ดูบทพูดดิ เยอะชะมัด”

ซงอึนจูมีอุปนิสัยหรือคาแรคเตอร์เปิดเผย เข้าหาง่าย เป็นมิตร และสดใสร่าเริงอย่างมาก

ในบางฉากมีสัดส่วนบทพูดมากกว่านางเอกอย่างยูฮานาเสียด้วยซ้ำ

“เป็นเด็กสาวที่นิสัยตรงข้ามกับเราเลยแฮะ”

แต่ยิ่งอ่านเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกได้ว่า ภายในของตนกับซงอึนจูมีหลายจุดที่คล้ายกันมากเหลือเกิน

ในบท เธอสูญเสียบิดาตั้งแต่ยังเล็ก ส่วนมารดาก็หวังจะให้ลูกสาวรับภาระด้านการเลี้ยงชีพ ทำให้ต้องเลือกระหว่างการเป็นลูกสาวแสนดีเชื่อฟังผู้ใหญ่ หรือการเดินตามฝันแม้จะต้องบากบั่นเพียงไร ซงอึนจูอึดอัดคับข้องใจตลอดมา เพราะโลกชีวิตจริงและโลกที่ตนใฝ่ฝันตีกันยุ่งเหยิง จีฮยอนย้อนนึกถึงสมัยที่ยังเป็นเด็กฝึก ความเหนื่อยยากแต่ละห้วงเวลาเรียงรายกันออกมาสวัสดีไม่หยุด

มือที่พลิกกระดาษสคริปต์ทีละหน้า ทีละหน้าค่อยๆ หน่วงช้าลงทุกที

***

“อาจารย์!”

มีแขกที่ไม่ได้พบกันนาน มาหาถึงบ้านกยองฮา

“เข้ามาให้ไว”

“อาจารย์~”

ผู้ที่ส่งเสียงตะโกนเรียกชัดถ้อยชัดคำ ไม่เหมือนชาวต่างชาติแม้แต่น้อยนั้นหาใช่ใครอื่น เดอชอว์นนั่นเอง เขาระริกระรี้กระดี๊กระด๊าพุ่งตัวลัดสนามหญ้ามากอดกยองฮาหมับเข้าทีหนึ่ง

“คิดถึงอาจารย์จะตายอยู่แล้วครับ”

“ผมก็ด้วยครับ”

แดเนียลเอ่ยเสริมอยู่ด้านหลัง น้ำเสียงตื่นเต้น

ช่วงที่กยองฮาแต่งงาน ศิษย์สองคนมีอันต้องบินกลับประเทศไปก่อน วันนี้รวมตัวกันครั้งแรกในรอบสองปี

“เออๆ เข้าใจว่าคิดถึง… แต่ปล่อยฉันแล้วคุยกันดีๆ ไม่ได้เหรอ”

“อ่า ขอโทษครับ”

เดอชอว์นนั้นพละกำลังมหาศาล กล้ามเนื้อก็ยืดหยุ่นไม่ธรรมดาสมเป็นชนชาติผิวดำ ท่อนขาและต้นแขนขณะที่กอดอาจารย์ขยับตั้งท่า หากไม่เอ่ยห้ามไว้ก่อน ไม่แน่ว่าจะกระชับแน่นเข้า จบที่ถูกอุ้มทั้งตัวขึ้นหมุนเป็นวง

“โอเค เป็นไง สบายดีไหมล่ะ ได้ยินว่ามีร้านของตัวเองแล้วนี่ ทั้งคู่เลย”

“สบายดีครับ เรื่องร้านก็เป็นเพราะมีอาจารย์นั่นแหละครับ ไม่งั้นคงได้แต่ฝัน ไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง…”

สิ่งที่แดเนียลกล่าว ไม่ใช่การสรรเสริญเยินยอตามมารยาทแม้แต่น้อย

ช่วงที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในเกาหลี ได้รับการดูแลจากอาจารย์อย่างดี ค่าตอบแทนหรือก็สูงกว่าฝีมือเสียอีก แถมยังปะเหมาะได้พบแองเจิ้ลอินเวสเตอร์ (นักลงทุนประเภทพ่อพระที่ให้ทุนจากทรัพย์สินส่วนตัว) จนมีโอกาสได้เปิดกิจการ ทำเรสเตอรองของตัวเองเร็วกว่าแผนการที่วางไว้มาก

“จุดพิจารณาหลักๆ ที่เราได้รับการสนับสนุนขนาดนี้ น่าจะเป็นเพราะประสบการณ์ที่เคยทำงานให้อาจารย์มาหลายปีแหละครับ”

“ใช่เลย แล้วอาจารย์เองก็เข้มงวดเรื่องการบริหารกับคุณภาพมากไม่ใช่เหรอครับ เดี๋ยวนี้ ใครที่ออกมากินข้าวนอกบ้านเป็นต้องบอกว่า ฮันอุลเรสเตอรองคือสุดยอด”

“ยังมีอีกนะครับ ลือกันให้ทั่วแน่ะว่า คนที่ยังไม่เคยมาฮันอุลเรสเตอรองอาจจะมีบ้าง แต่คนที่ลองได้มาสักหนหนึ่งแล้ว ไม่มีใครเคยหยุดแค่หนแรก ต้องมีหนที่สองสามเสมอ”

“พอ ไม่ต้องมาโอเวอร์เลย”

“พูดจริงๆ ทั้งนั้น…”

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset