📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 172

บทที่ 172 (จบ)
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

­สามปีต่อมา นับจากวันนั้น

ฮันอุลเรสเตอรองสาขาดูไบว่างโหรงเหรง ไม่มีลูกค้าอื่นใด นอกจากครอบครัวหนึ่ง

วันนี้มานซูร์มารับประทานอาหารร่วมกับภรรยา ลูกสาว และลูกชายที่หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักน่าชังอย่างมาก

“พ่อๆ อันนี้อร่อยมากๆ”

“อันนี้ด้วย อร่อยจัง”

สายตาลูกสาวลูกชายที่มองไปยังบิดาเปี่ยมความเชื่อมั่นและรักใคร่

“ถ้าไม่พอ เดี๋ยวพ่อสั่งเพิ่มให้อีก”

กยองฮายืนกอดอกมองคนพูดนิ่งอย่างไม่ใคร่สบอารมณ์นัก จู่ๆ มานซูร์ก็เดินมาหา

“ฉันจะสั่งอะไรเพิ่มสักหน่อย เด็กๆ ชอบพุดดิ้งช็อกโกแลตกับทิรามิสุชาเขียวของเธอมากเลยนะนี่”

เขาเอ่ยสบายๆ เหมือนเป็นข้อเสนอธรรมดา (?) ที่อย่างไรกยองฮาก็ต้องฟัง อันที่จริงเขาเรียกหาพนักงานเสิร์ฟก็ได้ แต่ยังอุตส่าห์เดินมาสั่งด้วยตัวเองก็เพราะอยากรักษาความสัมพันธ์อันสนิทสนมเอาไว้

“ไม่รู้สึกบ้างเหรอครับว่า บางทีท่านก็ทำเกินไปหน่อย” กยองฮาบ่นเสียงเนือย

“ทำเกินไป? มีอะไรเกินไปด้วยรึ”

“ก็ที่เหมาทั้งร้านไม่ยอมให้ผมรับลูกค้า กับที่จัดการเรื่องค่าเช่าสถานที่เองหมดเลยไงครับ”

ชายงเททำตัวไม่ถูก ยืนหัวเดียวกระเทียมลีบแบบเขินๆ

แม้เขาจะติดสอยห้อยตามมาด้วยดังเช่นทุกครั้ง แต่หน้าที่ล่ามกลับไม่จำเป็นอีกต่อไป เนื่องจากกยองฮาบินไปประเทศโน้นประเทศนี้บ่อยเหลือเกิน ทำให้เริ่มสนทนาภาษาอังกฤษได้ ประจวบกับฝ่ายมานซูร์เองก็เริ่มใช้ภาษาเกาหลีง่ายๆ ได้มากขึ้นแล้วเหมือนกัน

“เข้าใจกันหน่อยสิ ถ้าไม่ใช่เวลาแบบนี้ ฉันแทบไม่มีโอกาสดูแลครอบครัวเลยนะ”

“นั่นก็เรื่องหนึ่งครับ แต่ท่านทำแบบนี้ทุกครั้งที่ผมมา อย่างนี้ผมก็แย่สิครับ”

“แย่ก็ต้องช่วยกันนะ ฉันอุตส่าห์อำนวยความสะดวกให้เธอตั้งเยอะแยะ” มานซูร์ดื้อ

กยองฮาพึมพำเบาๆ

“เอ… ต่อสัญญารอบใหม่เมื่อไหร่น้า”

เรื่องนี้คอขาดบาดตายสำหรับมานซูร์มาก ท่าทางของเขาคล้ายเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

“ก็ได้ เรื่องค่าเช่าที่ฉันจะไม่ยุ่ง แต่เรื่องจองร้าน ขอเถอะนะ”

กยองฮาเองก็ไม่ได้ต้องการจะดึงดันอะไรไปมากกว่านี้

“อืม ถ้าแค่นั้นผมยินดีจัดให้ครับ”

การสนทนาพาทีในลักษณะนี้ เป็นตัวบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าทั้งคู่สนิทสนมกันแค่ไหน

เมื่อสะสางธุระที่ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว กยองฮากับชายงเทก็เดินทางกลับเกาหลี

“ต่อไปคงไม่ต้องใช้ล่ามแล้วสิครับนี่”

“สงสัยเพราะเจอสภาพแวดล้อมบังคับบ่อยเข้า ชักจะคุ้น ฟังออกเองเฉยเลย”

“อ่า จริงครับ นั่นก็มีผล…”

เครื่องบินลงจอดที่ท่าอากาศยาน สมัยก่อนเป็นเช่นไร ปัจจุบันก็ยังเป็นเช่นนั้น ผู้คนหลั่งไหลมาล้อมรอบกยองฮา แห่กันถ่ายรูป ชุลมุนวุ่นวายไม่น้อย

‘อืม ไม่เห็นได้ลงไม้ลงมืออะไรเลย… แค่มาเดินข้างๆ ทำตัวเหมือนเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวงานแต่งงาน’

บอดี้การ์ดเข้าใจความรู้สึกชายงเทได้ทันที เคราะห์ดีที่แฟนคลับยุคนี้มีความสงบเสงี่ยมมากขึ้นแล้ว เรื่องประเภททึ้งผมดารา จับฉวยหรือดึงเสื้อผ้าที่ดาราสวมใส่ลดน้อยลงมาก อาจเพราะด้วยเรื่องข้อบังคับและกฎหมายซึ่งมีบทลงโทษต่อผู้กระทำผิดก็เป็นได้

เมื่อหลุดพ้นจากสนามบิน ทั้งหมดก็ตรงไปยังฮันอุลสาขารอง

ชายงเทกับบอดี้การ์ดจ้องกยองฮานิ่งขณะที่รถมาจอดเทียบหน้าร้าน แววตาวิบๆ กำลังฟ้องว่า ต้องการอยู่รับประทานอาหารต่อ ไหนๆ ทุกคนก็เดินทางเป็นเพื่อนเขา ดูแลเขาตลอดทริปดูไบ ฉะนั้นกยองฮาจึงอนุญาตแบบชิลๆ ไม่คิดมาก

“เข้ามาสิ”

ชายงเทและบอดี้การ์ดหน้าชื่นตาบาน

“ขอเอารถไปจอดให้เรียบร้อยก่อน แล้วเดี๋ยวตามไปครับ”

กยองฮาเดินเข้าร้าน ทว่า ลูกค้าแต่ละคนไม่มีใครรู้สึกถึงความมีตัวตนของเขาเลย เนื่องจากกำลังก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารเลเวล 4 อยู่นั่นเอง คนที่ตื่นเต้นดีใจ คือซองช่อลและมินซู

“เฮ้ย นั่นเถ้าแก่นี่”

“มาแล้วเหรอครับ”

“อื้ม ซุนกุกล่ะ”

“แวะกลับไปที่บ้านแป๊บหนึ่งครับ เห็นว่าวันนี้พวกชั้นหมักซอสจะมาส่งน่ะครับ” ซองช่อลตอบ

ตอนนี้ต่างจากเมื่อก่อนมาก ชื่อเจ้าของตึกเปลี่ยนมาเป็นชื่อกยองฮาแล้ว เนื่องด้วยนักลงทุนเจ้าของเดิมซึ่งอยากขยับขยายหาลู่ทางเก็งกำไรอสังหาฯ ปล่อยขายที่นี่ กยองฮาจึงจัดการเข้าไปซื้อไว้ บวกกับร้านข้างๆ ย้ายออกพอดี ร้านตามสั่งของเขาจึงกว้างขวางกว่าเดิมถึงเท่าครึ่ง ทำให้ลูกค้ามีโต๊ะนั่งมากขึ้น รับลูกค้าเพิ่มขึ้นได้อีกจำนวนหนึ่ง

กยองฮาพยักหน้ารับรู้

ขณะจะเข้าไปที่ครัวนั้นเอง ใครบางคนก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเขา

“กยองฮา”

ครั้นก้มมอง ก็พบว่าเป็นอีซอจุน

“มะ…มาเมื่อไหร่ครับเนี่ย”

“เมื่อกี้… ฉันกะเวลาให้พอดีตอนเครื่องลงน่ะ นั่งนี่ก่อนแป๊บหนึ่งสิ เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

กยองฮาหย่อนตัวนั่งไม่ทันไร อีซอจุนก็เปิดประเด็นเสียงค่อย

“ออกรายการภัตตาคารยูกันเถอะ น่านะ มันไม่โอเคตรงไหน”

ภัตตาคารยู คือ รายการแนะนำร้านอาหารที่ยังไม่เป็นที่รู้จักนักในต่างแดน

“ผมเคยบอกแล้วนี่ครับว่า ช่วงนี้ไม่คิดจะถ่ายรายการอะไร…” กยองฮาตอบหนักแน่น

สองคนคล้ายรู้ทางกันดีตั้งแต่ช่วงถ่ายทำรายการหนึ่งวันสามมื้อกับอีซอจุน เคมีทั้งคู่เข้ากันได้อย่างพิเศษ ซึ่งเป็นคนละแนวกับเคมีของชาซึงอุนและรยูเฮจิน ตอนนั้นอีซอจุนสนุกสนานเฮฮาประทับใจอย่างมาก หลังจบรายการจึงหมั่นแวะเวียนมาหากยองฮาทุกครั้งยามว่าง ทั้งคู่จึงสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ

“แต่ถ้ามีนายในรายการ ต้องสนุกมากแน่ๆ ช่วยเอาไปคิดใหม่อีกทีไม่ได้เหรอ ปกติพี่ชายอย่างฉันไม่ใช่คนขี้ตื๊อขนาดนี้ซะหน่อย”

“อ่า ไว้ลองคิดดูอีกทีแล้วกันครับ”

หากไม่แบ่งรับแบ่งสู้ อีกฝ่ายย่อมไม่ถอยให้แม้ครึ่งก้าว

‘บอกๆ ไปก่อนแหละว่าจะลองคิดดู เดี๋ยวค่อยอ้างว่าไปไม่ได้ทีหลัง…’

ทว่า ประโยคที่อีซอจุนพูดออกมา ทำเอากยองฮาสะดุ้งโหยง

“ปากบอกจะลองคิดดู แล้วตัวก็ไปไม่ได้ทีหลังใช่ไหมล่ะ” สายตาที่จ้องกลับมาดุร้ายราวอสรพิษ

กยองฮารีบแก้ตัวหน้าตาย

“เฮ้ย ใครจะไปทำแบบนั้นครับ”

คุยกันยึกยักอ้อมไปอ้อมมาจนจบ กยองฮาถึงได้เข้าครัวเสียที

ยุนซึลปราดเขามาหาดั่งตุ๊กแกเกาะกำแพงหนึบ

“พี่ชายคนโต!”

“กลับจากโรงเรียนแล้วเหรอ”

“ช่าย”

ยุนซึลบอกว่าที่โรงเรียนไม่มีอาหารกลางวันให้เพราะเด็ก ป. 1 คาบเรียนสั้นลงมาก ตรงกันข้าม เจมินที่ขึ้นป. 4 แล้วจำต้องกินอาหารกลางวันก่อน จึงจะกลับมาที่ร้านได้

ส่วนแม่ของด็อกโฮนั้นยังรักษาความคุยเก่งไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย

“เถ้าแก่กลับมาแล้วเหรอคะ ทราบหรือยังคะว่าคุณยายของยุนซึลไปตรวจสุขภาพมาล่ะ ทำคุณหมอตกใจไปยกหนึ่งที่นับวันแกยิ่งดูอ่อนเยาว์ลงเรื่อยๆ แถมยังมีแซวอีกว่า อยู่ได้ถึงอายุร้อยปีสบายๆ เชียวค่ะ ต้องขอบคุณอาหารที่เถ้าแก่ทำให้ แล้วพวกเหล้าหมักก็น่าจะมีผลด้วยเหมือนกัน แกบอกอย่างนั้นนะคะ…”

กยองฮาหัวเราะเสียงทุ้มนุ่ม

“เหรอครับ ถือว่าผมได้รับคำชมนะเนี่ย”

เขาสังเกตเห็นตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วว่า คุณยายสุขภาพดีและแข็งแรงขึ้นจริงๆ นั่นก็แปลว่า อาหารยิ่งปรุงออกมาได้เลเวลสูงก็ยิ่งอุดมด้วยสรรพคุณทางโภชนาการ

มยองฮุนและฮเยจีก็ทักทายกยองฮาอย่างยินดี ไม่น้อยหน้าพนักงานอื่น

“กลับมาแล้วเหรอครับ”

“เถ้าแก่มาแล้วเหรอคะ”

กยองฮามองทั้งคู่ด้วยสายตาไว้เนื้อเชื่อใจ

“อื้ม”

ตอนนี้ หากนับรวมเมนูแกงกิมจิ สองคนสามารถทำอาหารเลเวล 4 ออกมาได้ถึงสี่เมนู ส่วนแม่ของด็อกโฮยังทำได้เพียงสองเมนูคือ แกงกิมจิและแกงเต้าเจี้ยว… ตัวแกงกิมจินั้น หากใช้วัตถุดิบกิมจิเลเวล 4 ย่อมปรุงออกมาเป็นแกงเลเวล 4 อยู่แล้ว ดังนี้ จึงอาจมองว่า เธอทำสำเร็จแค่เมนูเดียว

‘ไอ้ฉันนี่พยายามแล้วพยายามอีกก็ยังตามเจ้าเด็กสองคนไม่ทัน เฮ้อ ยังดีที่ทำบะหมี่เย็นคลุกซอสพิเศษกับเขาได้บ้าง ถ้าแอบดูนาฬิกาจับเวลาน่ะนะ’

หลังจากวันที่มยองฮุนเหลือบๆ มองนาฬิกา กยองฮาก็เอาเครื่องจับเวลามาตั้งไว้ให้ในครัว แต่ฮเยจีกับมยองฮุนไม่ต้องพึ่งพามันอีกต่อไป

“พี่ชายคนโต เราไปหาปุ๊กกุกันไหม” ยุนซึลถาม เด็กหญิงเติบโตอย่างงดงามน่ารักยิ่งกว่าเมื่อก่อนเสียอีก

กยองฮาลูบผมยุนซึล

“ขอเวลาทำอาหารเดี๋ยวเดียวนะ ทำเสร็จแล้วเราค่อยไปกัน”

“โอเค”

ชายงเทกับบอดี้การ์ดเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าเปี่ยมความคาดหวัง

กยองฮามองทั้งคู่ก่อนสั่ง

“โต๊ะเต็มหมดเลย กินในครัวเอาแล้วกันนะ”

“ได้ครับ”

“เอ้า เลือกเมนูสิ”

***

[ขออภัยจริงๆ ครับ ตั้งใจอยากส่งของที่คุณภาพสูงกว่านี้ให้ แต่เราน่าจะมีข้อจำกัดครับ]

โรงผลิตสุราโครยอโทรศัพท์มาแจ้งข่าว กยองฮารีบอธิบาย ɴᴏᴠᴇʟɢᴜ.ᴄᴏᴍ

“บอกแล้วไงครับว่าไม่มีปัญหาเลย อีกอย่างคุณภาพที่ได้ตอนนี้ก็ดีมากอยู่แล้วนะครับ”

เขาพูดซ้ำๆ พยายามปลอบใจอีกฝ่ายจนกระทั่งวางสาย จากนั้นก็เปิดประตูคลังเก็บสุราเพื่อกวาดตาดูภายใน

แกร๊ก

เหล้าและไวน์หมักหลากสีหลายชนิดเรียงรายอยู่เต็มพื้นที่อันกว้างขวาง

‘เอาจริงๆ มีเยอะขึ้นกว่าเดิมมากเลย’

พอทดลองหมักโน่นนิด บ่มนี่หน่อย ทำไปทำมาผลลัพธ์ที่ได้คือเหล้าและไวน์เกือบสิบชนิดทีเดียว

และขวดที่เตะตาเขาที่สุดในบรรดาทั้งมวล คือ ไวน์โสมป่า กยองฮาเริ่มต้นจากไวน์โสมปลูก แล้วค่อยๆ ปรับสูตรมาเป็นไวน์โสมป่า แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่อาจไปไกลเกินกว่าเลเวล 3 ได้ เนื่องด้วยการเฟ้นหาโสมป่าที่เติบโตสมบูรณ์ด้วยตัวเองตามธรรมชาติเป็นเรื่องลำบากไม่น้อย

มดงานสามหน่วยช่วยกันขนขวดเปล่า วัตถุดิบ และสมุนไพรยาเดินเข้ามาทางประตูที่เปิดอ้าไว้

“วางตรงนี้ดีไหมครับ” ซุนกุกถาม

“อ่าฮะ” กยองฮาพยักหน้า

แดเนียลกับเดอชอว์นยกของเดินตามหลังซุนกุกต้อยๆ ก่อนจะวางลงเรียงกัน ตอนนี้ฝีมือทำอาหารของลูกศิษย์สองคนก็นับว่าพัฒนาไม่น้อยแล้ว แม้ระดับอาจจะยังเทียบฮเยจีกับมยองฮุนไม่ได้ แต่ก็นับว่ารุดหน้าขึ้นมาก มดงานทั้งสามกลืนน้ำลายเอื๊อกพร้อมๆ กันจนกยองฮาได้ยิน อาการเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นประจำเมื่อเหยียบย่างเข้ามาที่นี่

“ถูกใจขวดไหนก็เลือกกันเองนะ เอาเกรดพรีเมียมไปคนละขวด”

“ดะ ได้เหรอครับ” แดเนียลกับเดอชอว์นถามย้ำ

รอกยองฮาพยักหน้าอีกรอบ นั่นแหละ สองคนถึงได้โห่ร้องดีใจกระโดดโลดเต้น

แต่จู่ๆ ก็เคร่งเครียดขึ้นมาดื้อๆ

“เอาไวน์ราสเบอร์รี่ดี หรือเหล้ามัตสึทาเกะดีล่ะ”

“งั้นฉันต้องเลือกระหว่างเหล้าเทียนหม่า ไม่ก็ไวน์ดอกฮะงิสินะ” เดอชอว์นพึมพำ

ซุนกุกได้ยิน เลยเสนอแนะแกมจิกกัดไปหนึ่งดอก

“ไวน์ดอกฮะงิเถอะ น่าจะเบาหน่อยไหม คราวก่อนไม่ได้หลับได้นอนเลยไม่ใช่รึไง”

ระหว่างที่พวกรักพี่เสียดายน้องง่วนตัดสินใจเลือกของกันอยู่ กยองฮาก็หันไปรับโทรศัพท์จากฮงกยองนัก

[ครับ ฮงกยองนักเองครับ อีกประมาณยี่สิบนาทีผมน่าจะถึง ไม่ทราบว่า มีเกรดเอ็กซตราพรีเมียมบ้างรึเปล่าครับ]

“มีครับ รอบนี้รับหมดเหมือนเดิมไหมครับ”

[ถ้าได้แบบนั้นก็จะขอบคุณมากๆ เลยครับ บ่นกันเข้ามาเยอะเหลือเกิน ผมนี่รับเละ…]

“งั้นเดี๋ยวผมเตรียมไว้ให้ครับ”

กยองฮาเดินไปยังมุมที่มีฟางกองสุมอยู่ ปัดๆ ออกให้พอมองเห็นแท่นปิดคล้องแม่กุญแจใหญ่หนาแข็งแรง ครั้นเขาล้วงกุญแจออกมาไขเปิดและยกแท่นออก บันไดห้องใต้ดินก็เผยโฉม กยองฮาเดินอย่างระมัดระวังลงไปด้านล่างอันเป็นที่เก็บเหล้ากับไวน์บ่มระยะสอง มีทั้งใกล้จะครบกำหนดและครบกำหนดแล้ว

“ไหน ขอดูหน่อยซิ อืม มีแค่สามขวดเอง”

สนนราคาขวดหนึ่งอย่างต่ำก็หกร้อยล้าน อย่างมากหน่อยก็พันล้านวอน ทั้งนี้ กยองฮาไม่ใช่คนกำหนดมูลค่าในตลาด หากแต่เป็นลูกค้าทั้งหลายที่ปั่นให้มันสูงขึ้นเรื่อยๆ… ปัจจุบัน จำนวนสมาชิกวงการประมูลก็เริ่มมากขึ้นทุกที มีกระทั่งพวกที่ยอมข้ามทวีปจากฝั่งอังกฤษและอเมริกามาเพื่อเข้าร่วมงานประมูลของเกาหลีโดยเฉพาะด้วยซ้ำ

จังหวะที่กยองฮาถือไวน์เดินขึ้นบันได ก็มีสายเรียกเข้าอีก

[ฮัลโหลเฮีย ผมเองครับ มินช่อล]

“อ้อ มินช่อล ว่าไง มีเรื่องอะไรรึเปล่า”

[ผมกำลังจะแต่งงานครับเฮีย ขออนุญาตโทรฯ มาแจ้งไว้ อยากเชิญเฮียมาร่วมงานให้ได้ครับ]

“เมื่อไหร่ๆ”

[วันอาทิตย์หน้านี้ครับผม]

“เจอกัน”

[จริงๆ นะครับ?]

“ใครเขาโกหกกันทุกวันล่ะ ไอ้นี่”

หลังวางสายไม่นาน ฮงกยองนักก็มาถึงตามเวลาที่บอกไว้เป๊ะ ท่าทางดีอกดีใจอยู่ลึกๆ

“รอบนี้ได้เอ็กซตราพรีเมียมตั้งสามขวดเลยเหรอครับ เอาไงดี ส่งไปจีนขวดหนึ่งไหมครับ”

“ทางโน้น ไม่ต้องก็ได้มั้งครับ เห็นขอมาแค่เกรดดีกับเกรดพรีเมียมเฉยๆ นะ”

“ท่านนั้นเขาขอร้องเองเลยสินะครับ”

กยองฮานึกถึงแจ็ค หม่า

“ครับ”

***

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นไปอย่างราบรื่น ส.ส. คิมมินซอกประสบความสำเร็จ ได้ดำรงตำแหน่งต่ออีกหนึ่งสมัย และเวลานี้เจ้าตัวก็กำลังแชร์ความตื่นเต้นดีใจของตนอยู่ที่ฮันอุลสาขารอง

“ฉันคิดๆ ไว้ว่า จะไม่มาเหยียบที่นี่แล้วถ้าไม่ได้รับเลือก”

“อ้าว ทำไมล่ะครับ”

“เพราะไม่มีคุณสมบัติมากพอจะได้กินแกงเต้าเจี้ยวฝีมือเธอน่ะสิ”

“ตรรกะแปลกมากครับท่าน”

มาดามฮว่างกยอง-อกผู้เป็นภรรยาก็อยู่ด้วย

“ที่รัก เดี๋ยวทานข้าวเสร็จ ขอฉันแวะร้านเครื่องเคียงสักครู่ค่อยกลับนะคะ”

“ได้ๆ ซื้อของอร่อยๆ มาเยอะๆ เลยนะ จะเอาบัตรเครดิตไหม”

“แหม… ฉันมีเงินนะคะ มีเยอะกว่าคุณหลายเท่าด้วย”

เดิมที พื้นเพครอบครัวเธอมั่งคั่งไม่ธรรมดาอยู่แล้ว มาดามมองสามีที่หัวเราะปากกว้าง ก่อนจะค้อนใส่พอเป็นพิธี กยองฮารู้ดีว่าทำไมเธอจึงไปที่ร้านเครื่องเคียงอยู่บ่อยๆ นั่นก็เพราะพนักงานประจำร้าน ได้แก่ แม่ของจองอู แม่ของฮียอน และคุณยายชเวบกซุนมีความเป็นกันเอง พูดคุยสนิทสนมกับเธอได้อย่างเข้าขา บางครั้งเธอก็รั้งอยู่ที่ร้านเป็นครึ่งค่อนวัน จนลูกค้าที่ไม่ใช่ลูกค้าประจำเข้าใจผิดว่าเธอเป็นพนักงานไปอีกคน

“เออ ว่าแต่ อาทิตย์นี้เธอมีงานสำคัญไม่ใช่เหรอ”

“อ่า ครับ แต่ไม่ได้มีอะไรมาก แค่ไปทำอาหารอย่างเดียวครับ”

“แค่ทำอาหารงั้นรึ งานของเธอนับเป็นเกียรติยศของประเทศชาติเลยนะ แบบนี้ไม่เรียกว่าใหญ่และสำคัญรึไง”

กยองฮาเขิน ทำหน้าไม่ถูก

‘ฟังเรื่องแบบนี้กี่หนๆ ก็ไม่ชินสักทีแฮะ’

***

เป็นเช่นที่ส.ส. คิมมินซอกกล่าวไว้

ไม่กี่วันให้หลัง การประชุมจตุรภาคีอันมีสหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีใต้ และเกาหลีเหนือเป็นประเทศสมาชิกก็เริ่มขึ้น

สงครามเย็นระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือที่คุกรุ่นตลอดมา วันนี้กลับสงบเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว

‘เคยเห็นแต่ในจอ ไม่นึกเลยว่าจะอร่อยขนาดนี้จริงๆ’ ท่านผู้นำสูงสุด คิมจองอึนนึกชื่นชมอยู่ในใจ

มุนอินโฮถามอย่างให้เกียรติ

“อาหารถูกปากหรือไม่ครับ”

“ตอบแบบไม่โม้ ก็คงต้องบอกว่า อร่อยจนลืมหายใจทีเดียวครับ”

เมนูที่ผู้นำแต่ละท่านได้ลิ้มรสกันวันนี้ล้วนเป็นอาหารเลเวล 5 ทั้งสิ้น ด้วยปัจจุบัน เพียงกยองฮาลงมือปรุงก็ได้ออกมาเป็นเลเวล 5 แล้ว มุนอินโฮมองสมาชิกองค์ประชุมที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารอย่างไม่สนใจฟ้าดินแล้วก็เริ่มกังวลลึกๆ

‘บรรยากาศควรจะชื่นมื่นปรองดองสักหน่อย อีหรอบนี้เดี๋ยวคงได้สนใจคุยกันแต่เรื่องอาหารอีกแน่’

เป็นเช่นนั้นก็ไม่แปลก การประชุมจตุรภาคีวันนี้นับเป็นครั้งที่สองแล้ว

อันอิลเทกับชินยองฮีเป็นพยานในเหตุการณ์มาสองหน ยังคงรู้สึกประหนึ่งถูกรางวัลสลากกินแบ่ง

“นี่ถ้าไปถึงขั้นรวมประเทศจริงๆ คงได้ขึ้นหน้าประวัติศาสตร์แหงๆ ว่าไหมครับ แต่คงเป็นไปไม่ได้หรอกเนอะ”

“มันไม่ง่ายเหมือนอย่างที่พูดน่ะสิคะ”

จนบัดนี้ทั้งคู่ยังตื่นตาตื่นใจไม่หาย

***

กยองฮาเสร็จจากการทำอาหารนอกสถานที่ ก็กลับมาพบจีฮยอนรอต้อนรับอยู่ที่บ้าน

“ผ่านไปด้วยดีไหมคะ”

“อื้ม คุณแม่ล่ะ?”

“ยังไม่กลับมาเลยค่ะ บอกแค่ว่าจะไปโยนโบว์ลิ่งกับเพื่อนๆ”

อียองซุกมีงานอดิเรกใหม่คือ การเล่นโบว์ลิ่งร่วมกับหมู่เพื่อนฝูง

“กินข้าวเย็นรึยัง” กยองฮาถามจีฮยอนเสียงหวานปานน้ำผึ้งจะหยดมดจะขึ้น

“ยังค่ะ”

“ทำอันนั้นให้ เอาไหม”

“หมายถึงเมนูที่ฉันชอบที่สุดรึเปล่าคะ”

“อ่าฮะ”

“เอาค่ะ ทำให้หน่อยน้า”

การประกอบอาหารเริ่มขึ้นที่เคาน์เตอร์แบบไอร์แลนด์ขนาดใหญ่

จีฮยอนเข้าไปช่วยเป็นลูกมือให้ สายตาก็มองกยองฮาอย่างพินิจพิจารณา

‘ทำอาหารนี่มันยากจริงๆ… ไปขอให้ฮเยจีสอนเพิ่มซะหน่อยดีไหมเรา’

ช่วงนี้จีฮยอนเรียนคอร์สทำอาหารอยู่ ทั้งยังเป็นนักเรียนดีเด่นที่ตั้งใจเรียนสม่ำเสมอด้วย ใจลึกๆ เธอหวังว่า สักวันจะสามารถทำอาหารตั้งโต๊ะได้อย่างสวยงามหรูหรากับเขาบ้าง

กยองฮาทำข้าวผัดกิมจิให้จีฮยอนเสร็จเรียบร้อย

“ของพี่ล่ะคะ”

“ไม่เป็นไร กินมาแล้ว”

ขณะที่จีฮยอนยกช้อนตั้งท่าจะตัก กยองฮาก็เอ่ยถาม

“ไม่เสียใจแน่นะ”

“เรื่องอะไรคะ”

“ที่ออกจากวงการ ไม่เป็นไอดอลแล้วน่ะ”

จีฮยอนส่ายหน้า ดูน่ารักเหลือเกิน

“แบบนี้ดีกว่าเป็นไหนๆ ค่ะ ตอนนั้นทำไมคิดไม่ถึงก็ไม่รู้นะคะ มีใครคนหนึ่งที่เกินกว่าฝันอยู่ข้างตัวแล้วแท้ๆ…”

“หรือไม่ก็ลองวางแผนดูไหม พักสักหน่อยแล้วค่อยกลับไปใหม่ ดาราสมัยนี้แต่งงานแล้วก็ยังทำงานต่อได้นะ”

“ขอดูก่อนค่ะ แค่คิดเรื่องพี่ก็ไม่ว่างแล้ว งานล้นมือ”

กยองฮาได้ยินคำนั้นก็แย้มยิ้มอารมณ์ดี

“รีบกินเถอะ เดี๋ยวเย็นหมด”

จีฮยอนตักหนึ่งช้อนส่งเข้าปาก จากนั้นร่างก็สะท้านอย่างรุนแรงแรง หน้าตาตื่นร้องเรียกยองฮา

“พี่คะ มองเห็นสวรรค์อีกแล้วล่ะ”

ปฏิกิริยาของจีฮยอนไม่แปลกแม้แต่น้อย เพราะจานที่กยองฮาเพิ่งทำให้ คืออาหารเลเวลสูงสุด หรือ

[ข้าวผัดกิมจิเพอร์เฟ็กต์สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ] เลเวล 7 นั่นเอง

ซึ่งก็แน่นอนว่า นอกจากสมาชิกในครอบครัวเขาแล้ว ยังไม่เคยมีใครได้ลิ้มลองมาก่อนแม้แต่คนเดียว

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset