📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 171

บทที่ 171
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

­G20 คือ การประชุมร่วมครั้งสำคัญระหว่างสุดยอดผู้นำระดับโลกจากยี่สิบประเทศ

นับว่าเป็นเวทีที่ออกจะใหญ่เกินตัวไปมากสำหรับเชฟหนึ่งคน…

“ฉุกละหุกมากเลยนะครับ ว่าแต่…เพื่อบอกผมเรื่องนี้ ท่านถึงกับมาเองเลยหรือครับ” กยองฮาถาม

มุนอินโฮส่ายหน้า แย้มยิ้มเป็นมิตร

“ผมมีธุระนอกเมือง ไหนๆ ที่นี่ก็อยู่ในเส้นทางขากลับ เลยถือโอกาสแวะเสียหน่อยน่ะครับ”

มุนอินโฮไม่ชอบพูดในสิ่งที่ไม่จำเป็น การใส่สีตีไข่ปั้นคำพูดให้ฟังสวยหรูรังแต่จะทำให้บทสนทนาออกนอกประเด็นไปไกล และการกล่าวสรรเสริญเยินยอก็ไม่เหมาะสมนักในบริบทนี้ กยองฮาที่เขารู้จัก หาใช่คนทะเยอทะยานขนาดวิ่งไล่ตามชื่อเสียง เงินทอง หรือความก้าวหน้า

เงียบกันไปครู่หนึ่ง

“ผมจะทำครับ” กยองฮาตอบอย่างลูกผู้ชายตัวจริง

บัดนี้ กยองฮารู้ตัวแล้วว่า ตนมีข้อได้เปรียบที่แตกต่างจากคนทั่วไป ขอแค่เขาลงมือทำอาหารเมื่อใด ความกลัวและความเครียดทั้งหลายจะละลายหายไปราวหิมะถูกความร้อน ฉะนั้น ต่อให้ต้องรับงานใหญ่กว่าที่เคยทำมา ก็ไม่น่าจะมีผลอะไร

‘กังวลล่วงหน้าไปเองรึเปล่านะเรา’

มุนอินโฮผ่อนลมหายใจ กล่าวตรงๆ ไม่ปิดบัง

“ผมคิดมากไปเองแท้ๆ”

“คิดมากเรื่องอะไรครับ”

“สมมติว่าถูกเชฟปฏิเสธ จะจูงใจวิธีไหนดีน่ะครับ…”

กยองฮาลองทบทวนคำตอบตัวเอง ก่อนจะตอบกลับไปอย่างจริงใจไม่แพ้กัน

“ผมคิดแล้วคิดอีก ยังไงก็คงตกลงอยู่ดีครับ”

“โฮะๆๆ”

รอยยิ้มและสายตาแบบผู้ใหญ่ใจดีของมุนอินโฮ สร้างความอบอุ่นประทับใจแก่กยองฮาไม่น้อย

***

แจ็ค หม่ารู้สึกสับสน

“เพราะอะไรกัน?”

ตลาดประมูลในประเทศจีนไม่เคยทำให้เขาผิดหวังแม้แต่ครั้งเดียว จำนวนเม็ดเงินที่ไหลบ่าเข้ามา มีมากกว่าเดิมอย่างน้อยสามเท่า มากหน่อยก็เกินห้าเท่า แต่กยองฮากลับยืนหยัดอยู่จุดเดิมไม่หวั่นไหว เห็นได้ชัดจากปริมาณเหล้าและไวน์หมักที่เขาส่งมา จำนวนนั้นเรียกได้ว่าคงที่เกือบจะเท่าเดิม!

“ไม่ถูกต้อง ไม่เข้าใจเลย ถ้าเขาเอาจริงจะต้องได้เป็นอภิมหาเศรษฐีชั้นนำของโลกแน่นอน”

ชาวเกาหลีที่ข้ามประเทศมาเอาดีในแผ่นดินจีนแล้วกอบโกยเงินได้ก้อนใหญ่มีให้เห็นจนนับไม่ถ้วน ชาวบ้านเขาร่ำร้องอยากเข้าสู่ตลาดจีนจนหลอดลมจะอักเสบ มิสเตอร์โกดันมองเงินเหมือนมองก้อนหิน

แปลกน่ะแปลกอยู่หรอก แต่นี่มันแปลกเกินกว่าสามัญสำนึกจะคิดหาเหตุผลมารองรับได้ สังคมทุกวันนี้นับถือเงินและอำนาจไม่ใช่หรือ ขอเพียงมีเงินในมือก็ไม่ต้องกลัวใคร ขี้คร้านผู้คนจะมารายล้อม อยากใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญเบิกบานใจเท่าไหร่ก็ย่อมได้

“ความสามารถเหลือเฟือ แต่ดันไม่เอา…”

เรื่องช่างเหลวไหลเสียจนแจ็ค หม่าหลุดหัวเราะ

ขณะคิดเพลินๆ รถยนต์ก็มาจอดที่หน้าจวนท่านผู้นำ

เขาจัดแจงเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย จากนั้นเดินตรงเข้าไปเพื่อพบกับท่านผู้นำสูงสุดของประเทศ

“ไม่ได้พบกันนานนะ” สีจิ้นผิงดูตื่นเต้นยินดีผิดปกติกว่าวันใด

“สุขกายสบายใจดีไหมครับท่าน”

“ยิ่งกว่าสุขกายสบายใจอีก ต้องขอบคุณประธานหม่าที่ทำให้แข็งแรงขึ้นทุกวันๆ จนรู้สึกได้เลยทีเดียว”

“ขอบคุณผมหรือครับ?”

“ประธานหม่าเป็นคนเอาเหล้าหมักมาฝากฉันเองไม่ใช่หรือ นั่นล่ะแหล่งพลังงานของแท้”

เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ แจ็ค หม่าก็รู้สึกได้เช่นกันว่า เหล้าหมักพรีเมี่ยมช่วยให้เลือดลมร่างกายไหลเวียน กำลังวังชาพวยพุ่ง ด้วยเหตุนี้เขาถึงได้จับจ้องธุรกิจของมิสเตอร์โกตาเป็นมัน

แจ็ค หม่าหยุดคิด เปลี่ยนมาแสดงสีหน้าลุแก่โทษ

“ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงที่รอบนี้เหล้าพรีเมี่ยมหลุดมือ หาไม่ได้เลยครับท่าน พวกนักธุรกิจเกาหลีแต่ละกลุ่มก็ตึงมือไม่ใช่เล่น ไม่น่านิ่งนอนใจเลยจริงๆ…”

“ฮ่าๆ ไม่เป็นไรๆ ฉันนี่แหละที่ต้องขอโทษ ทุกครั้งมีแต่รับของดีจากประธานหม่าอยู่ฝ่ายเดียว”

อาจเพราะทั้งคู่ชื่นชอบเหล้าพรีเมี่ยมเหมือนกัน จึงสามารถเข้าใจหัวอกของอีกฝ่ายได้ไม่ยาก และเวลาสนทนาเรื่องเช่นนี้ สีจิ้นผิงมักมองว่าแจ็ค หม่าคือสหายสนิทคนหนึ่ง

“ผมลงทุนกับมิสเตอร์โกไปค่อนข้างมาก แต่เขามีแผนของตัวเอง ไม่ยอมทำตามข้อเสนอของผมเลยครับ”

แจ็ค หม่าเล่าเหมือนกำลังระบายความอัดอั้น

“คงไม่ได้มีแต่ประธานหม่าคนเดียวหรอกนะ” สีจิ้นผิงเปรย

“ยังไงนะครับ”

“หมายถึงคนที่ถูกใจมิสเตอร์โกน่ะ เคยคิดหาเหตุผลบ้างไหมล่ะ ว่าทำไมเขาเหล่านั้นถึงจูงใจมิสเตอร์โกไม่สำเร็จ”

แจ็ค หม่าแย้ง

“เคยครับ ผมเห็นว่าคนเหล่านั้นยังจริงใจไม่มากพอครับท่าน”

“จริงใจด้านไหนล่ะ เงินทอง? หรืออนาคตที่จับต้องได้? ฉันกลับมองว่า เป็นเพราะทัศนคติของมิสเตอร์โกไม่เหมือนใครต่างหาก เขาศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวเองมาก”

“เชื่อมั่นในตัวเองหรือครับ”

“นอกจากเรื่องอาหารแล้ว เขาไม่เคยสนใจอะไรเป็นพิเศษเลยไม่ใช่หรือ”

แจ็ค หม่าย่นคิ้วเข้าหากันโดยไม่รูตัว

“นั่น…”

“ลองแจกแจงดูดีๆ สิ จะเห็นว่าการที่มิสเตอร์โกเป็นแบบนั้น อาจทำให้เขาพัฒนารุดหน้าอย่างก้าวกระโดดก็ได้ เท่าที่ฉันรู้มา เขามุ่งมั่นแต่เรื่องทำอาหารอย่างเดียว ต่อให้ต้องเข้าไปข้องแวะเรื่องธุรกิจก็มีคนอื่นคอยจัดการเป็นทัพหน้าให้ตลอดทุกครั้ง”

คนอื่นที่กล่าวถึง คือ อันอิลเท

สีจิ้นผิงอธิบายต่อ

“หากที่ผ่านมา เขาเอาแต่วิ่งไล่อนาคตข้างหน้าลูกเดียว ตอนนี้คงค้างเติ่งอยู่ตรงไหนสักแห่ง นี่เพราะเขาทำตรงกันข้าม ถึงได้ยิ่งวิ่งยิ่งไกล ตัวประธานเองก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ ฉันหมายถึงเรื่องมองการณ์ไกลน่ะนะ”

แจ็ค หม่าพยักหน้าเห็นด้วย สีหน้าแช่มชื่นขึ้นบ้าง

“วันนี้ผมได้เรียนรู้จากท่านหลายอย่างเลยครับ”

“เทียบกับเหล้าดีๆ ที่ประธานหม่าให้ฉันไม่ได้หรอก”

ผ่านมาครู่ใหญ่แล้ว สีจิ้นผิงก็ยังมีสีหน้าตื่นเต้นอยู่ไม่คลาย คล้ายจะตื่นเต้นหนักยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

“กำลังจะมีเรื่องดีเร็วๆ นี้ใช่ไหมครับท่าน” แจ็ค หม่าอดถามไม่ได้

“เรื่องดีมากทีเดียว พรุ่งนี้แล้วสินะที่ฉันจะได้พบมิสเตอร์โก นานมากแล้วจริงๆ ที่ไม่ได้ลิ้มรสอาหารของเขา บางครั้งฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นเชลย โดนอาหารฝีมือเขาควบคุม…”

“มิสเตอร์โกจะมาประเทศจีนหรือครับ”

สีจิ้นผิงยิ้ม แต่กลับส่ายหน้า

“คงได้พบกันในงานประชุมระดับโลก G20 น่ะ”

***

หากกล่าวว่า ณ ที่แห่งนี้มีแต่ดาวฤกษ์สุกสว่างมารวมกันก็คงจะไม่เกินไป

เพียงผู้นำสูงสุดของแต่ละประเทศยืนอยู่เฉยๆ ก็สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงสถานะอันยิ่งใหญ่

ในบรรดาดาวฤกษ์หลายดวง ตัวแทนที่สว่างสุกใส เปล่งรัศมีเฉิดฉายเหนือทั้งมวลคือ ผู้นำของสองประเทศ G2 ซึ่งได้แก่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและท่านผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งสองยืนขนาบซ้ายขวา มีมุนอินโฮผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ถูกหนีบอยู่ตรงกลาง

ผู้นำประเทศอื่นๆ แอบสังเกตการณ์ห่างๆ

“ท่าทางท่านๆ ด้านนั้นจะกำลังเจรจาเรื่องลึกซึ้งละเอียดอ่อน”

“ต้องเป็นเรื่องสืบเนื่องจากเกาหลีเหนือแน่ๆ ครับ”

เรื่องที่เกาหลีเหนือหมั่นซักซ้อมยิงขีปนาวุธหาใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นวันนี้หรือเมื่อวาน ฉะนั้น การมีมาตรการบังคับให้ต้องตื่นตัวตั้งรับจึงเป็นเรื่องสมควรยิ่ง แทบทุกคนคาดเดาไปในทางเดียวกันอย่างไม่ต้องสงสัย

ภายหลัง นายกรัฐมนตรีเยอรมนีถึงกับเข้าไปร่วมวงด้วย ทำให้ผู้นำบางคนเหมือนถูกทิ้งโดดเดี่ยว

ผู้นำที่ว่า คือ นายกรัฐมนตรีประเทศญี่ปุ่น

“กำลังสนทนาประเด็นเกาหลีเหนือหรือครับ…?”

เขาเดินเข้าไปถามอย่างนุ่มนวล แต่โชคไม่เข้าข้าง ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่หันมาตอบรับ ทรัมป์กับสีจิ้นผิงนั้นแน่นอนว่ายังคงคุยกันเมามัน ไม่รับรู้สิ่งอื่นใด แต่อังเกลา แมร์เคิลก็ดันเป็นไปกับเขาด้วยโuเวลกูดoทคอม

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ชินโซ อาเบะ รู้สึกเสียเกียรติไม่น้อย

‘ทำไม?’

ต่อให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นทุกวันนี้ไม่ได้ดีเท่าเมื่อก่อน ก็ไม่น่าถึงขนาดถูกมองข้ามเป็นอากาศธาตุเช่นนี้ และหากว่ากันตรงๆ ด้วยสถานะของญี่ปุ่น นับว่ายังอยู่เหนือเยอรมนีด้วยซ้ำไม่ใช่หรือ

คิดอีกที อาจไม่มีใครได้ยินเขาจริงๆ ก็ได้ ดังนั้น อาเบะจึงยอมเสียเกียรติเดินเข้าไปอีกครั้ง

“หากจะสนทนาเรื่องเกาหลีเหนือ ก็ต้องรวมญี่ปุ่นเข้าไปด้วยสิครับ!”

ทรัมป์ขมวดคิ้วย่นหน้าผากอย่างน่าเกลียดน่ากลัว คล้ายแสลงใจไม่อยากได้ยินปัญหาที่ถูกอ้างถึง

“เรื่องพวกนั้นเอาไว้คุยกันในห้องประชุมสิ”

สหรัฐฯ และญี่ปุ่นไม่อาจพูดได้เต็มปากว่ามีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน

เพราะหลังจากทรัมป์เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เขาก็มักว่ากล่าวติติงฝั่งญี่ปุ่นแรงๆ เสมอ ไม่ว่าจะเรื่องการค้าหรืออาวุธยุทโธปกรณ์ ส่วนสีจิ้นผิงก็ใช่ว่าจะยินดีต้อนรับอีกฝ่าย สังเกตจากแววตาก็รู้ได้

จังหวะนั้น

“แค่สองสามวันก็พอค่ะ ได้โปรด ให้ฉันยืมตัวมิสเตอร์โกหน่อยเถอะนะคะ” แมร์เคิลหันไปเอ่ยกับมุนอินโฮ

สีจิ้นผิงไม่อาจนิ่งดูดาย

“เรื่องนั้น สมควรเป็นทางเราก่อน…”

อาเบะยืนนิ่ง สีหน้ามืดครึ้ม

‘อะไรกัน คุยกันจริงจังด้วยเรื่องแค่นี้รึ?’

ด้วยคิดว่าต้องเป็นประเด็นระดับชาติแน่นอน เขาจึงได้ยอมวางอีโก้แล้วเดินเข้าไปขอร่วมวงอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกขมปร่าที่ถูกเมินนั้นคงต้องถือว่าแล้วกันไป ส่วนที่คุยกันอยู่ อาเบะจับสังเกตได้ว่าไม่น่าเกี่ยวข้องกับเรื่องทางประวัติศาสตร์ ผู้นำทั้งสี่น่าจะมีประสบการณ์พิเศษบางอย่างร่วมกัน ทั้งยังไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองและเศรษฐกิจด้วย เช่นนี้แล้ว ความสนิทสนมกลมเกลียวย่อมไม่ธรรมดา

ผู้นำทั้งสี่เคลื่อนห่างออกไปเรื่อยๆ อาเบะซึ่งเป็นฝ่ายเข้าหาแต่ไม่ได้รับความสนใจ กลับเป็นที่จับตามองและวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา

“นายกฯ ญี่ปุ่นสงสัยจะถูกเขี่ยออกจากลิสต์แล้ว”

***

เหล่าผู้นำตัวแทนแต่ละประเทศมารวมกัน ณ สถานที่จัดเลี้ยงต้อนรับ

ประธานาธิบดีมุนอินโฮ ถูกขนาบข้างด้วยผู้นำสหรัฐฯ และจีนเหมือนเคย ส่วนแมร์เคิลนั่งฝั่งตรงข้าม…

เป็นผลให้ประธานาธิบดีปูตินแห่งรัสเซียสนอกสนใจเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างมาก

“อาหารของมิสเตอร์โกสุดยอดขนาดนั้นเลยหรือครับ”

“ขอแค่ได้ชิม ถึงกับลืมวิธีพูดจาไปเลยล่ะค่ะ” แมร์เคิลตอบตรงๆ

“แบบนี้ยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่ ขอคาดหวังดูสักทีแล้วกันครับ” ปูตินยิ้มอ่อนๆ

เมนูที่ออกมาเสิร์ฟค่อนข้างธรรมดา

ที่ไม่ธรรมดาคือ ปฏิกิริยาของผู้ร่วมโต๊ะ

“เพิ่งเคยได้ชิมอะไรแบบนี้นะเนี่ย”

“ฟักทองหวานนึ่งสุกนุ่มลิ้นอย่างกับไอศกรีม…”

นุ่มขนาดละลายบนลิ้นทีละน้อยได้ รสชาติลึกล้ำที่ค่อยๆ เผยตัว สามารถกล่าวได้เต็มปากว่า เยี่ยมยอด ความเพลิดเพลินในรสชาติที่ได้รับทำให้ไหล่เขาสะท้านขึ้นคราหนึ่ง ปูตินส่งสายตาดุร้ายไปที่สีจิ้นผิง อีกฝ่ายเคยลิ้มลองของดีปานนี้กลับไม่คิดจะแง้มให้เขารู้บ้างเลย หากมีการเกริ่นถึงสักหน่อย เขาคงหาทางมาเยือนเกาหลีแล้ว แม้จะไม่มีในกำหนดการก็ตาม

อาเบะก็ตกใจไม่แพ้กัน

‘นี่ อาหารนี่ ฝีมือคนปรุงขึ้นมาจริงๆ รึ’

อาเบะไม่เคยพบอาหารชนิดไหนสร้างความรื่นรมย์แก่ประสาทสัมผัสทั้งห้าได้ถึงเพียงนี้มาก่อน เนื้อฟักทองสะท้อนสีทองอร่าม หอมหวานกว่าฟักทองนึ่งทั่วไปชนิดเทียบกันไม่ได้ รสชาติสุดท้ายที่ปลายลิ้นก็อร่อยพอเหมาะไม่ติดเลี่ยน ความประทับใจยังคงวนเวียนอยู่ในปาก

ไม่นาน ฟักทองหวานนึ่งสุกทั้งชิ้นก็หายวับไปไม่เหลือแม้แต่เปลือก กระทั่งเปลือกยังอร่อย!

“ฟักทองหวานนึ่งสุกนี่ ขอเติมเรื่อยๆ ไม่ได้หรือครับ”

อาเบะถามตามใจคิด ความเถรตรงนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากรอบทิศได้ทันที

เมนูเรียกน้ำย่อยจานถัดมาดึงความสนใจได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

“อืม~ เมนูนี้คืออะไรครับ”

“ปลาสเกตนึ่งครับ”

หลายคนที่ลงมือชิมมีทีท่าประหลาดใจ

“เนื้อปลารสชาติกล่มกล่อมได้ขนาดนี้เชียวหรือครับ นึกว่าเค้ก”

“ฉันชักไม่ชอบอาหารที่ได้ทานเมื่อวันสองวันก่อนซะแล้วค่ะ”

“เกินที่จินตนาการไว้อีกครับ ไม่เคยทานอะไรที่ไหน อร่อยแบบนี้เลย”

ใครที่ได้ชิมเป็นต้องออกปากชมไม่หยุด บางคนมองมุนอินโฮด้วยสายตาอิจฉา

“ประธานาธิบดีมุนนี่โชคดีจริงๆ มีสุดยอดเชฟมือหนึ่งอยู่ข้างกาย…”

มุนอินโฮยิ้มอารมณ์ดี

“ผมไม่ได้เก็บเขาไว้ข้างตัวหรอกครับ แค่เขาเป็นคนเกาหลีผมก็ภูมิใจมากแล้วครับ”

ครั้นอาหารหลัก ซึ่งก็คือ สเต็กชิ้นอวบหนาออกมาเสิร์ฟ บรรยากาศก็โลดขึ้นสู่จุดสูงสุด

ชิ้นเนื้อถูกมีดหั่นพอดีคำก่อนส่งเข้าปาก จากนั้นความชุ่มฉ่ำของเนื้อก็ทะลักล้น ทุกคนล้วนง่วนอยู่กับการเคี้ยว ด้วยกลัวจะต้องมาเสียดายภายหลังหากความฉ่ำนั้นไหลย้อยมาตามร่องปากโดยไม่ทันระวัง เพียงหนึ่งหยดก็ไม่ควรต้องสูญเปล่า ฉะนั้นจึงไม่มีใครคุยกันเลย ต่างคนต่างก็จดจ่อกับอาหารตรงหน้าเท่านั้น ประหนึ่งกำลังร่วมโต๊ะอาหารภาคบังคับก็ไม่ปาน

ยิ่งไปกว่านั้นคือ ผู้นำที่รับประทานหมดก่อน เริ่มหันมองสเต็กในจานคนอื่นที่ยังรับประทานไม่หมดอย่างอิจฉา

‘ขอแบ่งมาสักคำคงไม่ได้แน่’

ไม่ได้แน่นอน เพราะผู้นำเช่นเขาแจ้งเจตจำนงไว้ว่าต้องการเมนูอาหารฮาลาล (ของชาวมุสลิม) และผู้ที่ปรุงอาหารฮาลาลก็ต้องเป็นชาวมุสลิมด้วย ทางทำเนียบฯ จึงได้มีการจัดเลือกเชฟไว้ต่างหากเพื่อการนี้

‘เข้าไม่ถึงจริงๆ อร่อยอะไรขนาดไหนกัน แต่ละคนถึงกลายเป็นแบบนั้น…’

***

เมื่อเหล่าผู้นำได้ลิ้มชิมรสของหวานชื่อทิรามิสุชาเขียว ก็นั่งเหม่อลอยคล้ายใจยังวนเวียนอยู่กับรสชาติไม่คลาย เหมือนในปากยังคงมีเทศกาลเฉลิมฉลองต่อเนื่องไม่หยุด ความขมมาพร้อมความหวาน ความนุ่มนวลมาพร้อมความประณีตละเมียดละไม กลิ่นหอมสดชื่นยังช่วยทำให้บรรยากาศการประชุมอบอุ่นชื่นมื่นขึ้นไปอีกขั้น

เบื้องหลังการปรุงอาหารวันนี้ กยองฮาไม่ได้ตั้งสมาธิจดจ่อเป็นพิเศษแต่อย่างใด เนื่องจากจำนวนคนค่อนข้างเยอะ และอีกทั้งหากเทียบกับอาหารเกาหลี เมนูตะวันตกของเขายังคงเป็นเลเวล 4 เท่านั้น ทว่า อย่างน้อยก็เป็นเลเวล 4 ที่เกือบๆ จะขึ้นเลเวล 5 แล้ว ดังนั้น แต่ละเมนูที่นำออกเสิร์ฟจึงไร้จุดบกพร่องให้ติติง

“เชฟวันนี้ ผมขอเสนอให้ตั้งเป็นเชฟประจำทุกงานครับ คิดว่ายังไงกันบ้าง” นายกฯ อาเบะกล่าว

วันนี้อาเบะกลายเป็นตัวชูโรงสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้งานประชุมไปเสียแล้ว สิ่งที่เขาเสนอขึ้นมาเมื่อครู่เป็นไปเพื่อโยนหินถามทางทุกคนเคยได้ชิมอาหารฝีมือกยองฮานั่นเอง

“เห็นด้วยครับ/ค่ะ”

หลายคนรีบคล้อยตาม บ้างยกมือ บ้างตะโกนตอบ ไม่ต้องพูดถึงทรัมป์ สีจิ้นผิง และแมร์เคิล กระทั่งปูตินยังพยักหน้าเหมือนเป็นเรื่องสมควรยิ่ง อย่างไรก็ต้องจัดให้เป็นไปตามนั้นอยู่แล้ว

มุนอินโฮกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

‘เดี๋ยวสิพวกท่าน คิดเองเออเองทั้งนั้น ยังไม่ได้ถามเชฟสักคำ…’

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset