ทุกภูมิภาค ตั้งแต่จอนจูถึงควังจู ตั้งแต่เทกูถึงปูซาน ล้วนต้อนรับการมาเยือนของกยองฮาอย่างอบอุ่น เขาออกทัวร์แฟรนไชส์ในประเทศเกาหลีรวมทั้งหมดสี่เที่ยว โดยทิ้งท้ายจบไว้ที่สาขาซกโช่และคังนึง
“เหนื่อยเลยนะครับท่านประธาน” จินโอกล่าว
“มีอะไรให้เหนื่อยกัน ฉันแค่ไปทำอาหารอย่างเดียว…” กยองฮาบอก
“ทำอาหารนี่ไม่เหนื่อยเหรอครับ”
“ถ้าคิดว่าเหนื่อย คงทำมาไม่ถึงวันนี้แน่ๆ”
ขนาดคิดเองเออเองยังรู้สึกได้เลยว่า อาหารทั้งหมดที่เขาทำเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันมีจำนวนมหาศาล กยองฮาได้สกิลการปรุงอาหารครบหมื่นครั้งเมื่อนานมาแล้ว เริ่มไต่จากเลเวลน้อยๆ จนมาถึงเลเวล 5 – 6 และตอนนี้ก็กำลังตั้งหน้าตั้งตาคอยเลเวล 7 อยู่
กยองฮาลงมือทำอาหารครั้งใด เหมือนก้าวเข้าสู่สภาวะไร้กาลเวลา
จินโอนึกถึงคำพูดของมยองฮุน ฝาแฝดคนพี่
‘ถ้าลองได้ทำงานอยู่ที่เดียวกัน จะอดนับถือเขาไม่ได้… ที่พี่เล่ามาชักจะเข้าใจแล้วล่ะ’
บุคคลที่ทั้งขยันขันแข็งและรักในหน้าที่ของตัวเองนั้นหายากยิ่ง
ทุกวันนี้ ต่อให้เป็นงานที่ตนชอบแค่ไหน นานวันเข้าก็ไปไม่สุด หยุดที่การเอาเงินเป็นตัวตั้งทั้งนั้นไม่ใช่หรือ จินโอเองก็ยังหลุดจากกรอบนี้ไม่ได้ แต่มยองฮุนไม่ใช่ เขากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
“เจ้าของสาขาจอนจูกับควังจูฝีมือเป็นยังไงครับถ้าเทียบกับพี่ผม” จินโออยากรู้
เจ้าของสาขาจอนจูกับควังจูที่เขาอ้างถึง จัดเป็นสองคนที่มีความสามารถโดดเด่นมาก สังเกตได้จากหลักฐานซึ่งก็คือ ตราสัญลักษณ์รับรองที่เรียงกันเป็นตับอยู่หน้าร้าน
“อืม ฟันธงไม่ได้ แต่คนเก่งเท่ามยองฮุนน่าจะไม่มีหรอก”
คำตอบนั้นเรียกร้อยยิ้มให้ปรากฏบนใบหน้าของจินโอได้ทันที ขนาดกยองฮายังยอมรับความสามารถมยองฮุนผู้เป็นพี่ชายเลย อย่างนี้จะไม่ให้ปลื้มใจได้อย่างไร
“ตอนอยู่บ้าน มยองฮุนทำอาหารบ่อยไหม”
“บ่อยครับ”
“แล้วพวกอาหารที่ทำล่ะ” กยองฮาโยนหินถามทางเผื่อไปอย่างนั้น
เดาว่า คงปล่อยเหลือ ไม่ก็เททิ้ง แต่คำตอบจินโอดันเหนือความคาดหมาย
“พี่เอาไปแจกจ่ายที่สลัมครับ”
“มยองฮุนชอบช่วยเหลือคนยากไร้เป็นปกติอยู่แล้วเหรอ”
“ไม่ครับ เท่าที่เห็น ผมมองว่าทัศนคติพี่เริ่มไปเปลี่ยนหลังจากพบท่านประธานครับ”
สองคนคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้กันไปเรื่อยเปื่อย ไม่นานก็เข้าเขตกรุงโซล
หลังจากที่กยองฮาแยกกับจินโอ ก็ตรงเข้าบ้าน เปลี่ยนมาใช้รถอีกคันเพื่อไปหาจีฮยอนตามนัด
จีฮยอนรออยู่ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งซึ่งไม่ค่อยมีคนและไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก สวนแห่งนี้พวกเขาค้นพบโดยบังเอิญครั้งก่อนโน้น ตอนเดินเล่นเคียงกันบนทางปูหินในพระราชวังชังกยอง
เมื่อกยองฮานั่งลงข้างๆ จีฮยอนก็เอ่ยโพล่งขึ้น
“พี่ นอนลงค่ะ”
“หา ตรงนี้น่ะเหรอ?”
“ค่ะ ไม่น่าเป็นไร ไม่เห็นมีคนเลย”
กยองฮาสองจิตสองใจแต่ก็ยอมทำท่ากึ่งหมอบบนม้านั่ง จีฮยอนตบตักตัวเอง ปุๆ บ่นอุบ
“ใครให้นอนที่พื้นคะ นอนตรงนี้นี่”
กยองฮาทั้งอึ้งทั้งตกใจ กลืนน้ำลายเอื๊อก จีฮยอนเห็นอีกฝ่ายลังเลอยู่นั่น จึงขมวดคิ้วงามพลางออกคำสั่ง
“เร็วๆ สิคะ นอนตะแคงนะ”
ในเมื่อไม่อาจขัดขืน กยองฮาเลยได้แต่ยอมตาม เอียงตัวแนบหน้าด้านข้างลงบนตักสาวน้อยแบบเครียดๆ เกร็งๆ
‘เดี๋ยวนะ จีฮยอน ขาอ่อน…’ หัวใจเขาเต้นกระหน่ำจนแทบวาย
ส่วนจีฮยอนนั้นตรงกันข้าม นอกจากจะไม่สะทกสะท้าน เธอยังหยิบไม้แคะหูขึ้นมาโชว์หน้าตาย
“หนูอยากลองทำอะไรแบบนี้มานานแล้วค่ะ เห็นไหม อุตส่าห์เตรียมอุปกรณ์มาด้วยเนี่ย” เธอกระซิบ
น้ำเสียงออดอ้อนน่าเอ็นดูเสียจนกยองฮาอดไม่ไหว ยิ้มออกมาทั้งตา จีฮยอนทำหน้าขรึม ประกาศเหมือนคุณหมอในห้องผ่าตัดกำลังจะลงมีด
“ถ้าเจ็บต้องรีบบอกนะคะ”
“อะ… อื้ม”
ท่าทางจะมีกยองฮาคนเดียวที่ตื่นเต้น
‘อีกเดี๋ยวถ้าเกิดให้เราพลิกตัว จะทำไงดี ยะ…อย่าเพิ่งคิดเลย…ไหม…’
อันความคิดลามกนั้น หากเริ่มแล้วยากจะหยุดยั้ง กยองฮาเค้นสมองนึกถึงเหล่าภิกษุในวัด เลียนแบบท่าทางของผู้ทรงศีลที่สงบสว่างมุ่งทางนิพพาน ส่วนจีฮยอนก็ยังลงมือไม่ได้หยุด
“สะอาดกว่าที่คิดแฮะ แคะหูบ่อยเหรอคะ”
“กะ ก็ไม่บ่อยขนาดนั้น…”
“อืม… ที่คลินิกหูคอจมูกบอกว่า คนเราไม่ต้องแคะหูบ่อย เพราะร่างกายทำความสะอาดตัวเองอยู่แล้ว สงสัยจะจริง เอ๊ะ เจอแล้วตรงนี้นิดหนึ่ง”
จีฮยอนเหมือนขุดเจอขุมทรัพย์ จดจ่ออยู่แต่กับการแคะหูให้กยองฮา ไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น
ด้วยความจั๊กจี้ที่ไม้แคะเข้าๆ ออกๆ ช่องหูยุกยิก ผสานเข้ากับความนุ่มหยุ่นของขาอ่อนที่กำลังหนุน กยองฮาจึงรู้สึกผ่อนคลาย สบายจนเริ่มง่วง
จังหวะที่ตากำลังจะปิดนั้นเอง จีฮยอนก็หยิบกระดาษทิชชู่ออกมาป้ายเช็ดขี้หูจากไม้ ชูให้กยองฮาดู
“พี่ ดูนี่สิคะ มีก้อนใหญ่เบิ้มด้วย” เธอร้องอย่างดีใจ
“อะ… อา… ใหญ่จริง มันอยู่ในหูพี่ได้ยังไงน่ะ…”
กยองฮาเห็นด้วยกับเธอ ทำเอาจีฮยอนยิ่งได้ใจ แฮปปี้ดี๊ด๊า
“เนอะๆ ว่าแต่ ไม่เจ็บตรงไหนใช่รึเปล่าคะ”
“ไม่เจ็บเลย มือเราเบาออกขนาดนี้”
ในพุ่มไม้ไม่ไกลจากม้านั่งเท่าไหร่นัก มีเหล่าบอดี้การ์ดพิทักษ์กยองฮายืนประจำการสอดส่องความปลอดภัยอยู่ดังเช่นทุกครั้ง การต้องมาเห็นคู่รักหนุ่มสาวงุ้งงิ้งกุ๊กกิ๊กหวานชื่นกันจะๆ ขณะปฏิบัติหน้าที่ถือเป็นความทรมานขนลุกขนพองอย่างหนึ่งก็ว่าได้
“วันนี้…เกินไปนะ…”
“เห็นด้วยครับ นับวันยิ่งหนักข้อนะครับผม”
แน่นอนอยู่แล้ว ความรักยิ่งนานวันยิ่งถลำลึกนี่ จะให้ทำอย่างไร
“เนื้อหารายงานวันนี้คงไม่ต้องใส่รายละเอียดหรอกมั้ง?”
“ครับ คร่าวๆ ก็น่าจะพอครับ”
ชายฉกรรจ์เหล่านี้เป็นปุถุชนคนธรรมดามาก่อนจะเข้าเป็นบอดี้การ์ดประจำทำเนียบประธานาธิบดี ฉะนั้นย่อมคาดเดาตามสัญชาติญาณได้ว่า ฉาก ‘เลี่ยนๆ’ อย่างการจูบจะต้องตามมาในไม่ช้า และนั่นทำให้จินตนาการบรรเจิดเตลิดไปไกล
“เอาล่ะ ขออีกด้านค่ะ” จีฮยอนสั่ง
กยองฮาลุกขึ้นแบบเก้ๆ กังๆ ย้ายตัวไปนั่งลงฝั่งขวา เพราะหากเขาพลิกตัวทั้งอย่างนั้น ใต้กระโปรงมีอะไรเขาคงเห็นหมด
“อ้าว จะไม่แคะอีกด้านเหรอคะ”
“ตะ ต้องมานั่งฝั่งนี้ก่อนสิ”
จีฮยอนไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องย้ายไปย้ายมา
“กลับมาหันดีๆ แล้วนอนลงมาค่ะ”
ภาพกยองฮาสูดหายใจลึก รูจมูกบานๆ หุบๆ ทำเอาจีฮยอนระเบิดขำกลิ้งจนปวดท้อง
“อะฮ่าๆๆ ทำหน้าอะไรของพี่ หนูเพิ่งเคยเห็น”
“นะ…หน้าตลกเหรอ”
“มากค่ะ”
กยองฮาเขินหนัก จึงแก้เก้อโดยการลุกกลับมานั่งที่เดิม หลับตาปี๋นอนตะแคงซ้ายหนุนตักจีฮยอนอีกครั้ง
ไม่ต้องสงสัยเลย หากเขาลืมตา คงเห็นไปถึงไหนต่อไหน
จีฮยอนตั้งอกตั้งใจปั่นๆ แคะๆ หูให้กยองฮาอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็หยิบทิชชู่ออกมาปาดขี้หู อวดกยองฮาอีกรอบ
“พี่คะ ได้อีกก้อนแล้ว นี่ๆ”
“อะ อื้อ” แต่คราวนี้กยองฮาไม่ยอมลืมตา
จีฮยอนเพิ่งจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะ ลืมตาได้ค่ะพี่ ไม่เป็นไร หนูมีกางเกงด้านใน”
เธอสวมกระโปรงสั้นๆ เต้นบนเวทีมาแล้วไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ปกติต้องมีกางเกงซับในกันโป๊อยู่แล้ว จะเรียกว่าไอเท็มจำเป็นก็ได้
“อะ…โอเค” ปากบอกเช่นนั้น แต่ให้ตายอย่างไรก็ยังไม่ยอมลืมตา
จีฮยอนต้องอธิบายซ้ำ
“คิดซะว่าหนูสวมกางเกงขาสั้นก็ได้!”
กยองฮายอมเปิดเปลือกตา แต่ก็รีบเหลือบมองฟ้าทันที
“หะ…เห็นแล้ว”
ปฏิกิริยาของกยองฮาน่าขำเกินไปมาก จีฮยอนหยุดหัวเราะไม่ได้ เดี๋ยวๆ ก็หลุดเสียงคิกออกมา
“โอย ทำไมตลกขนาดนี้ หนูขำพี่จนท้องแข็งไปหมดแล้วนะ มองปกติก็ได้ ไม่เชื่อกันเลย”
คงเพราะภาพลักษณ์ต่างจากตอนทำอาหารชนิดหน้ามือเป็นหลังมือจึงยิ่งทำให้รู้สึกตลก จีฮยอนขำหนักจนต้องปาดน้ำตา ก็พอดีกับที่ผู้จัดการฮันกังช่อลเดินยักคอตรงเข้ามาหา
กยองฮาได้ยินเพียงเสียงฝีเท้า รีบร้อนตั้งท่าจะลุกนั่งตรงๆ แต่จีฮยอนกดเขาไว้ไม่ให้ขยับ
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่ผู้จัดการมาน่ะ มีอะไรรึเปล่าคะ”
ฮันกังชอลรู้ดีอยู่แล้วว่าจีฮยอนกับกยองฮากำลังคบกัน จึงไม่ได้ใส่ใจท่าทางพลอดรักของทั้งคู่นัก
“เหมือนเห็นอะไรขยับแวบๆ อยู่หลังต้นไม้”
นั่นแหละ จีฮยอนถึงได้ตื่นตัว
“จะบอกว่า มีคนมองเราอยู่เมื่อกี้เหรอคะ”
“อือ ถ้าที่ฉันเห็นไม่ใช่ผีนะ… เป็นเงาดำๆ สองเงาทางด้านโน้น แต่พอเดินเข้าใกล้ก็หายไป อยู่เฉยๆ ตรงนี้ก่อนล่ะ ขอไปสำรวจแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวมา”
ฮันกังช่อลไม่รู้แม้แต่น้อยว่าบอดี้การ์ดสองคนได้ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ ซ่อนตัวเงียบกริบเรียบร้อยแล้ว จึงทำแค่เดินวนเวียนจับตาดูบริเวณใกล้เคียง ระหว่างนั้น กยองฮาก็ยันตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรง
“จีฮยอน”
“พี่คะ”
ทั้งคู่เปิดปากเรียกอีกฝ่ายขึ้นมาพร้อมกัน novelgu.com
“ระ…เราพูดก่อน”
“ไม่เป็นไร พี่พูดก่อนเลยค่ะ”
กยองฮารวบรวมความกล้า
“เราสองคน… เปิดตัวออกสื่อดีไหม”
สีหน้าจีฮยอนแปรเปลี่ยนหลากหลาย
“ได้เหรอคะ” เธอตกใจ
“อื้อ พี่โอเคนะ ห่วงแต่ก็เรานั่นแหละ”
“ที่จริง หนูน่ะห่วงพี่”
“อ้าว พี่เหรอ? ทำไมล่ะ”
“ก็พี่ดังจะตาย แฟนคลับล้นบ้านล้นเมือง”
“เรื่องนั้น เรานั่นล่ะจีฮยอนที่น่าจะมีปัญหามากกว่าอีก”
“ไหนๆ ก็ไหนๆ บอกพี่เลยก็ได้ว่าหนูน่ะเตรียมใจมาตั้งแต่แรกแล้วค่ะ แอบคบกันลับๆ แต่มาโดนจับได้ทีหลัง ไม่สู้ยืดอกประกาศออกไปตรงๆ แต่แรกคิดว่าดีต่อใจแฟนคลับมากกว่าด้วยค่ะ”
เมื่อต่างคนต่างคิดเผื่ออีกฝ่าย ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นเช่นนี้
กยองฮากังวลว่า ไอดอลอย่างจีฮยอนอาจโดนผลกระทบรุนแรง ส่วนจีฮยอนนั้นเกรงว่าเชฟชื่อดังอย่างกยองฮาอาจงานเข้า เจอปัญหาใหญ่ให้ต้องวุ่นวายตามแก้
ลึกๆ แล้ว จีฮยอนอิจฉาคู่รักที่คบกันเปิดเผยมาก เพียงแต่เธอไม่เคยแสดงออกทางสีหน้าให้กยองฮาสังเกตเห็นได้ ทว่า แม้ใจทั้งคู่จะตรงกันและเห็นด้วยในเรื่องเดียวกัน ก็ยังมีอุปสรรคก้อนโตที่ยังรอให้ข้ามผ่าน
“บริษัทฯ จะอนุญาตไหมนะ” กยองฮาเปรย
จีฮยอนทำหน้าเชื่อมั่น
“ไว้หนูจะลองไปคุยแบบจริงๆ จังๆ ดูค่ะ”
***
ข่าวการคบกันของกยองฮาและจีฮยอนขยายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วผ่านสื่อแทบทุกช่องทาง
[เปิดตัวความรักระหว่างเชฟโกกยองฮาและจีฮยอน!]
[ยืนหนึ่ง! รู้จักกันตั้งแต่สมัยอยู่ร้านฮันอุลสาขารอง]
[ข่าวเด่น ร้อยปีมีหน! เชฟมือหนึ่งคบหาดูใจท็อปไอดอล]
.
.
.
เปิดทีวีก็พบรายงานข่าวคู่รักดารา เปิดหนังสือพิมพ์หรืออินเทอร์เน็ตก็พบเรื่องอัปเดตความรัก ทั้งในบล็อก เว็บบอร์ดคาเฟ่ รวมไปถึงสื่อโซเชียลอื่นๆ ด้วย
หมีง่วง: ทวงคืนจีฮยอนของพวกเราจากเชฟโก!
– ดอกไม้ผลิ: ฝ่ายเสียหายน่าจะเป็นเชฟโกกยองฮามากกว่าเหอะ จีฮยอนของพวกเรา คือไรอะ…
– หมึกยักษ์ลวก: นี่ดูถูกจีฮยอนของพวกเราเหรอ จีฮยอนน่ะเทพธิดาเชียวนะ
– ร้องไห้เหมียนหมา: เชฟพี่โกคือบุรุษที่ต่อไปจะครองโลกด้วยอาหาร กวาดมาหมดแล้วทั้งทำเนียบปธน. ทั้งเหล่าท่านผู้นำ อเมริกา จีน แล้วก็เยอรมัน เห็นรึเปล่าว่าแต่ละคนโดนตกแล้วเป็นยังไง
– เรนโบว์: แต่ละท่านเป็นตัวแทนผู้นำระดับชาตินะคะ ใช้คำว่าโดนตก ไม่เกินไปหน่อยเหรอ
ปฏิกิริยาของฝูงชนที่เสพข่าวคู่รักดาราเป็นไปอย่างหลากหลาย ต่างคนก็ต่างความคิด แต่ประเด็นร้อนที่ตอนนี้ชาวเน็ตส่วนใหญ่มุ่งแสดงความเห็นมากที่สุด คือ คู่ควรไหม ฝ่ายไหนน่าเสียดายกว่ากัน ซึ่งกลุ่มที่กำลังอิจฉาริษยาก็ไม่ใช่ไม่มี
บ้านในเมือง: ไม่เคยมองเชฟพี่โกมุมนี้เลยอะ นึกว่าจะตาสูงกว่านี้ จีฮยอนมาได้ไง
– สาวขาเมาธ์: เห็นด้วยเลยค่ะ ต่อให้ดังแค่ไหน อย่างมากก็เป็นแค่ไอดอล
– จิ้งจอกเชื่องช้า: ผิดหวังกับเชฟโกกยองฮาหนักมาก แบบนี้คือ ดูคนที่หน้าตากับรูปร่างแท้ๆ
กยองฮาอ่านคอมเมนต์ทั้งหลายผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วก็รู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่
“อย่าไปคิดมากเลย เวลาผ่านไปเดี๋ยวก็ดีเอง”
ประโยคให้กำลังใจนั้น เรียกเสียงสดใสจากจีฮยอนได้ทันที
[เปล่าคิดมากเลยค่ะ หมดนั่นก็แค่เพราะว่าเขาให้ความสนใจเรา หนูแอบกลัวว่าพี่จะเสียใจมากกว่าอีก…]
“ทำไมคิดยังงั้นล่ะ”
[หนูเป็นไอดอล ออกงานแต่ละทีก็โดนบุลลี่เป็นประจำอยู่แล้ว จากพวกกลุ่มแอนตี้น่ะค่ะ]
อย่าได้ดูถูกพลังอันดำมืดของความอิจฉาในใจผู้หญิง
สื่อต่างๆ ออกข่าวจีฮยอนครั้งใด เป็นต้องมีคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าสวยด้วยมีดหมอบ้างล่ะ อ่อยเก่งบ้างล่ะ ว่ากันไปสารพัด แต่สำหรับกยองฮานั้น เขาสงบใจได้เป็นปกติ
“พี่ก็ไม่ได้โกรธมากนะ คงเพราะเป็นผู้ชายด้วยล่ะมั้ง”
[พวกผู้ชายเองก็เจ็บหนักกันเยอะอยู่นะคะ พวกที่โดนนักเลงคีย์บอร์ดทำร้ายน่ะ]
“งั้น…หรือว่าพี่จะประหลาดกว่าชาวบ้าน”
กยองฮาคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้กับจีฮยอนทางโทรศัพท์ต่อ จู่ๆ ซุนกุกก็โผล่เข้ามา กระซิบเสียงค่อย
“ผมขอไปดื่มเบียร์แป๊บหนึ่งนะพี่ เดี๋ยวมาครับ”
กยองฮาพยักหน้าอนุญาต
ซุนกุก แดเนียล และเดอชอว์น สามสหายรวมก๊วนกันไปร้านเหล้าแถวริมถนนคนเดิน
ออเดอร์ตามเมนูไปแล้ว เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าทั่วร้านมีแต่เสียงสนทนา ไม่ก็ถกเถียงกันเรื่องคู่รักดาราทั้งสิ้น บางโต๊ะคุยกันออกรสประหนึ่งเคี้ยวเป็นกับแกล้มเบียร์ก็ไม่ปาน
“บ้าบอ ไม่อยากเชื่อ เชฟพี่โกกับจีฮยอนคบกัน”
“จริง บ้าไปแล้ว อย่างจีฮยอนเนี่ยนะ”
“คิดสิคิด ไม่เคยได้ยินรึไง ผู้หญิงน่ะขอแค่สวยก็พอ ความสวยชนะทุกอย่าง”
“ศัลยกรรมเลยไม่ได้ทำมาเปล่าๆ ปลี้ๆ ไงยะ ผิดที่พวกผู้ชายนั่นแหละ”
หาใช่แค่กลุ่มผู้หญิงเท่านั้นที่รู้สึกขมปร่าในใจ เหล่าหนุ่มๆ เองก็กำลังถอนหายใจอย่างหงุดหงิด
“จากนี้ค่าตัวจีฮยอนตกฮวบแน่”
“อือ ซวยหน่อยก็ต้องยอมรับกันไป”
“แต่อย่างน้อย คบกับเชฟโกกยองฮาก็ค่อยยังชั่ว ถือว่าไม่เสียดาย”
แดเนียลเงี่ยหูฟังคำซุบซิบนินทารอบๆ ตัวเพื่อเก็บข้อมูล
“โต๊ะแถวนั้นคุยเรื่องอาจารย์อแฮะ”
“เป็นอะไรกันไปหมดเนี่ย” เดอชอว์นก็ซื่อบื้อไม่น้อยไปกว่ากัน
ซุนกุกรีบส่งสัญญาณให้เพื่อนต่างชาติเงียบเสียง
“ชู่ว”
“ทำไมล่ะ”
“เดี๋ยวรู้กันหมดหรอก รู้ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ในนี้อาจจะมีคนจำหน้าพวกเราได้ก็ได้”
วันนั้น ซุนกุก แดเนียล และเดอชอว์น ได้แต่นั่งดื่มเบียร์อย่างสงบเสงี่ยม เรียบร้อยแล้วก็กลับบ้านพร้อมกัน
***
ล่วงเข้าวันใหม่
คอมเมนต์ที่แต่เดิมมีมหาศาลยิ่งมีมากเข้าไปอีก แม้ข้อความแสดงความยินดีจะน้อยกว่าข้อความทะเลาะกัน แต่อย่างน้อยๆ ก็ชวนให้ใจชื้นได้บ้าง เพราะความเร็วในการเพิ่มจำนวนของคอมเมนต์ลดลงบ้างแล้วจากเมื่อวาน
เมื่อถึงเวลาร้านเปิดแต่ละคนก็ได้ค้นพบว่า ลูกค้าดูจะสนอกสนใจเรื่องคู่รักดารากันหนักมากตั้งแต่เช้า
“เรื่องจริงใช่ไหมคะ ที่เถ้าแก่คบกับคุณจีฮยอน”
“อ่า ครับ จริงครับ”
ลูกค้าส่วนใหญ่จะเค้นถามเอากับพวกพนักงาน มีบ้างที่ถ่อเข้ามาถึงหน้าครัว วิงวอนขอร้องให้กลับไปคิดใหม่อีกทีได้ไหม เหตุการณ์ดำเนินวนซ้ำเช่นนี้จนเกือบเที่ยงวัน
“พี่ ออกมาสักครู่สิครับ” ซุนกุกเรียก
“มีเรื่องอะไรรึ”
“เรื่องจากทำเนียบฯ ครับ…”
กยองฮาครุ่นคิด
‘จะให้ไปทำอาหารอีกแล้วรึเปล่า’
ซุนกุกไม่ได้ตรงไปที่เคาน์เตอร์ในห้องอาหาร สิ่งที่เขาทำคือเปิดประตูร้านค้างไว้ทั้งอย่างนั้น
ด้านนอกมีรถยนต์สีดำจอดเรียงยาวเป็นแถว ทันทีที่กยองฮาเดินออกมา บุรุษชุดสูทสีดำก็โค้งทำความเคารพอย่างสุภาพ เปิดประตูที่นั่งเบาะหลังเชื้อเชิญให้เขาขึ้นไป นี่คือรถส่วนบุคคลของท่านประธานาธิบดี
“ไม่พบกันนานเลยนะครับ” มุนอินโฮรีบทัก คล้ายรออยู่นานแล้ว
“ครับ กรุณาให้เกียรติมาถึงนี่ มีเรื่องอะไรหรือครับท่าน”
“ขึ้นมาก่อนเถอะ ผมขอเวลาครู่เดียวพอ”
ไม่เคยมีใครขึ้นรถแล้วมีโอกาสได้นั่งข้างๆ ประธานาธิบดี
ครั้นกยองฮาที่มึนๆ งงๆ ก้าวขึ้นไปนั่ง ประตูรถก็ปิด พร้อมกับที่มุนอินโฮกล่าวยิงตรงเข้าประเด็น
“พอดีว่า หนึ่งเดือนหลังจากนี้เราจะมีการประชุม G20 กัน ผมอยากขอความเห็นสักหน่อยว่า เชฟโกกยองฮาจะสามารถรับหน้าที่ดูแลด้านอาหารงานประชุมให้ได้ไหมน่ะครับ”