📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 162

บทที่ 162
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ข้าวเริ่มหุง กยองฮาตั้งน้ำใส่หม้อ อีกทางหนึ่งก็เตรียมทำเครื่องเคียง อย่างกิมจิผักกาดขาวสด

เขาตวงน้ำใส่ถ้วย โรยเกลือหยาบลงไปพอสมควร แช่ผักกาดพักไว้ง่ายๆ ก่อนจะย้ายมาเตรียมซอสปรุงรส

“โอ้โห กลิ่นอะไร…”

รยูเฮจินจับจ้องสังเกตการณ์ มองหอมหัวใหญ่ กุ้ยช่าย และต้นหอมถูกซอยเป็นฝอย ของที่ควรเตรียมก็เตรียมรอไว้ใช้ขั้นตอนต่อไปเรียบร้อยแล้ว ถัดมาเป็นการทำเครื่องเคียงเพิ่ม นั่นคือ ยำต้นหอม วัตถุดิบทั้งหมดเก็บมาจากในแปลง

ท่าทางการขยับมือในแต่ละขั้นตอนของกยองฮาไม่ธรรมดาเลย ลื่นไหลไม่มีตัดขัด เครื่องเคียงเสร็จแล้วก็หันมาหั่นผักกับสมุนไพร ไม่นานน้ำในหม้อก็ส่งเสียงเดือดปุดๆ กยองฮายังจะต้มกระทั่งซุปใสใส่ถั่วงอก รยูเฮจินอดตกใจไม่ได้

“ทำหมดทุกอย่างพร้อมกันไม่งงเหรอ”

“ผมทำแบบนี้ตลอดเวลาอยู่ที่ร้านครับ”

“หมายถึงทำอาหารหลายๆ เมนูพร้อมกันทีเดียวน่ะเหรอ”

“ครับ” กยองฮาตอบเขินๆ

รยูเฮจินกล่าวชมจากใจจริง

“โปรฯ จริงนี่หว่า โปรฯ มาเอง”

ชาซึงอุนได้ยินก็หัวเราะกว้าง

“โปรฯ จริงสิ คิดว่า โปรฯ เก๊รึไง”

“โปรฯ เก๊ที่ไหน นี่เขาโปรฯ โก (กยองฮา) ต่างหาก” รยูเฮจินเล่นลิ้น

ชาซึงอุนหัวเราะทะเล้น

“คิกๆๆๆ ตัวเองเล่นมุกแบบนี้เก่งจริงๆ”

“อย่างน้อยก็ต้องมีเก่งกันบ้างสิ อย่างสองอย่างก็ยังดี ไม่มีอะไรให้ทำ ใครจะมาชมล่ะ”

“ปกติวิ่งทำโน่นนี่นั่นต้อนรับแขกกันหัวหมุน รอบนี้เหมือนเป็นฝ่ายถูกเขาต้อนรับยังไงไม่รู้ แอบรู้สึกผิดนิดๆ เชฟโก ไม่มีอะไรให้เราทำอีกเหรอ”

“ไม่มีครับ พักเถอะครับ” กยองฮาตอบสั้นๆ

จะบอกว่าชาซึงอุนกับรยูเฮจินไม่มีอะไรทำเลยก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะทั้งคู่คุยจ้อไม่หยุด คล้ายมีหน้าที่เอ็นเตอร์เทนกยองฮาไม่ให้เหงาอย่างไรอย่างนั้น

“ฉันชอบทำอาหาร แต่ยิ่งพอได้มายืนข้างๆ ก็ยิ่งทึ่ง ดูสิ แครอทขนาดเท่ากันเป๊ะทุกชิ้นเลย”

“อย่างกับศิลปินแน่ะ ว่าไหม”

“เออใช่ๆ อึ้งไปเลย นี่ ชอบทำอาหารอยู่แล้วตั้งแต่แรกใช่ไหม”

“นั่นเรียกว่าคำถามเหรอ ต้องชอบสิถึงได้ทำ อีกอย่างนะ ถ้าใจไม่รักทำแบบนั้นไม่ได้หรอก”

“เอ้า เขาว่าพรสวรรค์หรือจะสู้พรแสวงไม่ใช่รึไง”

“อ่อ! ถูก พรสวรรค์หรือจะสู้พรแสวง แต่พรแสวงหรือจะสู้ใจรัก”

“งั้นเชฟพี่โกจัดอยู่ในประเภทสุดท้ายใช่ไหม” ชาซึงอุนถามกลับ

รยูเฮจินนิ่งไป ก่อนตอบอย่างขึงขัง

“อืม เท่าที่ฉันดูนะ น่าจะอยู่หมดเลยทั้งสามประเภท มีทั้งพรสวรรค์ ทั้งพรแสวง แล้วยังใจรักอีก!”

“มีคนแบบนั้นอยู่ในโลกนี้ด้วยเหรอ” ชาซึงอุนเปรย

รยูเฮจินพยักเพยิดไปทางกยองฮา

“มีสิ อยู่นั่นไง”

เป็นอันว่าเห็นตรงกัน เพราะหาไม่แล้ว จะให้มุ่งมั่นประหนึ่งทั้งชีวิตอุทิศเพื่อการทำอาหารเช่นนี้ไม่ได้แน่

‘นี่สินะเขาถึงเรียกว่าคนละชั้น ต้องฝึกฝนขนาดไหนถึงจะชำนาญแบบที่เห็น? ลื่นไหลมาก ไม่มีการทำอะไรเปล่าประโยชน์เลยแม้แต่ครั้งเดียว’ ชาซึงอุนชมเชยอยู่ในใจ

ตัวเขาเองก็ชื่นชอบการทำอาหาร งานอดิเรกคือติดตามดูคลิปวีดีโอของเหล่าเชฟชื่อดัง ทว่า ต่อให้เป็นเชฟมิชลินสองดาว กระทั่งสามดาว ก็ยังมีพลั้งพลาด… ออกท่าทางยกมือยกไม้โดยไม่จำเป็นก็บ่อย

“การใช้มีดก็นุ่มนวลสุดๆ พวกผักต้องไม่รู้สึกตัวแน่ๆ ว่ากำลังโดนหั่น” รยูเฮจินพึมพำเบาๆ

เขากำลังพูดถึงวัตถุดิบทั้งหมดที่ถูกหั่นเรียงรายกันอย่างงดงามด้วยมือกยองฮา

สองคนคุยตลกโปกฮาไป กยองฮาก็ทำซอสปรุงรสกับลวกผักไปเรื่อย จังหวะที่เขาสะบัดข้อมือ ใช้ตะหลิวคลุกเคล้าผักสมุนไพร เสียงฮือฮาก็ดังขึ้น

“โปรฯ ชา ดูนั่น ผักกำลังแดนซ์อยู่บนกระทะล่ะ”

“แท็งโก้ป่ะ หรือลีลาศ”

“ม่าย น่าจะวอลทซ์มากกว่า”

“เห็นด้วย!”

กยองฮามองคนทั้งคู่ จากนั้นก็ยิ้มร่าไม่แพ้กัน

“อ๊ะ ข้าวหุงใกล้สุกแล้ว” จู่ๆ รยูเฮจินก็ลุกพรวด

ที่จริงกยองฮาไม่เคยหุงข้าวด้วยหม้อโลหะมาก่อน นี่เป็นครั้งแรก แม้การซาวข้าวหรือกะปริมาณน้ำจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่เขาไม่รู้เลยว่า ข้าวจะสุกตอนไหนและออกมาลักษณะไหน เคราะห์ดีที่รยูเฮจินเข้ามาเสริมช่องโหว่นี้ไว้พอดี ทันทีที่เปิดฝาหม้อ ควันก็พวยพุ่ง เมล็ดข้าวอวดความมันวาวแข่งกัน

“โหหหห โปรฯ ชา มาดูนี่เร็ว สุดยอดโคตรๆ แค่เปลี่ยนคนซาวข้าวใหม่ ข้าวที่หุงออกมาคือคนละเรื่องแบบหลังมือเป็นหน้ามือ”

ชาซึงอุนก้าวฉับๆ ตามไป แล้วก็ต้องอุทาน

“โอ้โห กินแค่ข้าวเปล่าๆ ก็คงอร่อยเหาะแล้ว หอมจนไม่รู้จะบรรยายยังไง”

“ก่อนควันจะรั่วออกหมด เราปิดฝากันเถอะ”

นายองชิกพร้อมด้วยตากล้อง แบกกล้องปรี่เข้ามา

“แป๊บหนึ่งสิครับ ให้เราถ่ายเก็บไว้ก่อน จะได้เห็นว่าถึงไหนแล้ว…”

เอาเข้าจริง พอมายืนชิดหม้อโลหะ ภาพที่เห็นก็เรียกน้ำลายให้ไหลมาสอเต็มปาก กลิ่นข้าวหอมกรุ่นพรากวิญญาณโดยแท้

‘หยุดมองได้แล้ว เดี๋ยวไม่พ้นขีดอันตราย…’

ตากล้องเองก็ยืนกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ ไม่ต่างกัน นายองชิกใช้ตบะและความอดทนขั้นสูง ลากตากล้องที่รากงอกไม่คิดจะไปไหนให้ถอยฉากออกมา

“ฮ่าๆๆ คุณตากล้องอย่างกับตอกตัวเองติดพื้น”

“เป็นไงคะ ดูน่าอร่อยไหม”

“โห นี่แหละของจริง ดูดีมาก น้ำลายแทบหก เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็นข้าวสีสวยวิบวับแบบนั้น”

บนแคร่เตี้ยๆ เต็มไปด้วยอาหาร มีทั้งกิมจิสดที่ทำจากผักกาดขาว ต้นหอมคลุกซอส และผักสดหลากชนิดในชามทองเหลืองใบโต

“โว้ว สีสันไม่ธรรมดา ดูเป็นบิบิมบับที่ทั้งหรูทั้งแพงสุดๆ ว่าไหม”

นอกจากนี้แครอท ต้นโทราจี ผักโขม ถั่วงอกซุกจูนามุล และไข่เจียวซอยก็มีส่วนช่วยทำให้ทุกอย่างดูแพงขึ้นไปอีก

นายองชิกมองแล้วมองอีกเหมือนยังไม่ได้สติ ส่วนกยองฮานั้นต้มซุปใสใส่ถั่วงอกเสร็จเรียบร้อย กำลังทอดไข่ดาวเพิ่ม เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว นายองชิกก็ต้องกลืนน้ำลายเอื๊อกอีกครั้ง ซอสปรุงรสที่สีดูค่อนไปทางเทว็นจัง (เต้าเจี้ยว) มากกว่าโคชูจัง (พริกแดง) กระตุ้นความอยากอาหารได้อย่างรุนแรง

“ใช่เลย สไตล์แบบนี้ ตรงรสปากฉันเลย…”

นายองชิกเหมือนถูกผีสิง ปรากฏตัวหน้ากล้อง โผล่เข้าไปในฉากแบบไม่รู้ตัว

“สตงสไตล์อะไร ไปโน่นไป ชิ่วๆ!” ชาซึงอุนได้ทีขี่แพะไล่

ระหว่างนักแสดงและผู้กำกับ เรียกได้ว่ามีเส้นกั้น ขีดแบ่งอย่างชัดเจน นายองชิกรู้ดีแก่ใจ แต่จะให้ถอยแบบที่เคยทำนั้นลำบากกินแรงเหลือเกิน

‘ตั้งสติโว้ย อีหรอบนี้มีหวังได้โผล่เข้าไปทุกฉากแน่’

จังหวะที่นายองชิกกลับสู่อ้อมกอดกลุ่มทีมงาน ฝาหม้อโลหะก็ถูกยกเปิด ข้าวสวยถูกคดใส่ลงในชามทองเหลือง

“โฮ่ ตักแจกเลยรึ ปกติได้เป็นถ้วยเงินแบบฝาปิดหนิ”

“เดี๋ยวก็ต้องเทรวมกันในชามอยู่ดีไม่ใช่เหรอ”

“เออๆ ใช่”

รยูเฮจินเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้ รีบเห็นด้วยกับชาซึงอุน ส่วนกยองฮาก็ยังไม่หยุดมือ ใช้ช้อนจ้วงตักซอสปรุงรส เคาะลงในชามทองเหลืองให้ด้วย

“ร้านนี้เค้าเซอร์วิสดีเป็นบ้า” รยูเฮจินแหย่

ชาซึงอุนกลับกังวล

“ใส่ตั้งสองช้อน จะไม่เค็มเกินเหรอ”

“ไม่เค็มแน่นอนครับ”

ชาซึงอุนฉีกยิ้มอวดฟันขาวเรียงตัวสวย พยักหน้าให้กยองฮา

“คงเพราะเชฟพี่โกยืนยันเอง ดูน่าเชื่อถือขึ้นมาทันที”

ทุกคนต่างรู้ดีว่า ชาซึงอุนกับรยูเฮจินเคมีเข้ากันดีแค่ไหน แต่วันนี้คล้ายพิเศษกว่าปกติ สองคนแข่งกันพูด คุยกันไม่หยุดปาก นายองชิกที่ตั้งสติได้แล้วคอยกำกับอยู่ใกล้ๆ มองไปรอบๆ ก่อนจะเปรยเบาๆ пᴏᴠᴇʟɢu.ᴄoᴍ

“แบบนี้มีหวังตัดต่อได้ห้าหกตอนแหงๆ”

“กำลังคิดเหมือนกันเลยค่ะ” นักเขียนคิมมินจูเห็นด้วย

ซอสปรุงรส ข้าวสวย และผักต่างๆ คลุกเคล้าเข้ากัน อวดโฉมน่ารับประทานชนิดเหนือจินตนาการ

“โอย ดูสิๆ”

รยูเฮจินดันชามบิบิมบับผักสดไปที่หน้ากล้อง ทำให้นายองชิกควบคุมตัวเองไม่ไหวอีกหน เข้ามาใกล้เกินไปแล้ว กลิ่นหอมฟุ้งกระจายหนักขนาดนี้ ใครมันจะไปอดใจไหว

“ขอชิมหน่อย คำเดียวพอครับ” เขายื่นมือออกไป

รยูเฮจินตีมือดัง เพี๊ยะ

“เดี๋ยวเถอะ! ไม่มีอะไรให้ปล้นแล้วเหรอ จะมาปล้นข้าวเรากิน”

ทีมงานต้องลากตัวนายองชิกพาออกไปที่อื่น

จากนั้นไม่นาน

วงบิบิมบับผักสดที่มีเครื่องเคียงเป็นกิมจิสด ต้นหอม และซุปใสใส่ถั่วงอกก็เริ่มบรรเลง บิบิมบัมผักสดที่คลุกจนได้ที่เข้ากันดีทุกส่วนผสมถูกตักขึ้นมาหนึ่งช้อน ก่อนจะส่งเข้าปากเพื่อลิ้มรส

ชาซึงอุนกับรยูเฮจินเหมือนเหลือแต่กายหยาบเปล่าๆ

ความเงียบเกิดขึ้นเพียงครู่เดียว จากนั้นช้อนที่สอง สาม สี่ ก็ตามมา แต่ละคำถูกดาราหน้ากล้องทั้งสองเคี้ยวอย่างละเอียด ลิ้มรสอย่างทั่วถึง

‘รสชาติแบบนี้มีอยู่จริงบนโลกรึ เป็นไปได้ยังไง’

ในปากเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของผักและสมุนไพร ความขมถูกเฉลี่ยจนกลมกล่อมด้วยซอสปรุงรสอร่อยล้ำ แต่ละส่วนเสี้ยวเหมือนกำลังละลายอย่างนุ่มนวล… ทุกช้อนสร้างความประทับใจให้สาดซัดเข้ามาดั่งคลื่นโหม พร้อมกับความทรงจำช่วงที่เอะอะกระเซ้าเย้าแหย่กันกลางแปลงผักก็หวนกลับมาให้ระลึกถึงอีกด้วย สติไม่หลุดลอยสิจึงจะเรียกว่าแปลก

“พูดอะไรกันบ้างสิครับ อร่อยใช่ไหมครับนั่น” นายองชิกถาม

หลงเข้าดินแดนแห่งบิบิมบับผักสดไปแล้วแน่ๆ สองคนดูเหมือนจะกู่ไม่กลับจริงๆ เสียด้วย ไม่มีใครตอบเขาสักคน ทว่า แม้จะไม่ได้ตอบออกมาเป็นประโยค สีหน้าแต่ละคนก็อธิบายชัดแจ้ง

บิบิมบับผักสดในปากพวกเขาตอนนี้ รสชาติล้ำยิ่งกว่าล้ำ!

***

เวลาเดียวกัน อีซอจุนเพิ่งได้ข่าวที่ทำให้ช็อคคาที่

“หยุดๆๆ เดี๋ยวนะ เมื่อกี้บอกว่าเชฟโกกยองฮามาเหรอ”

[ทราบมาว่าอย่างนั้นนะครับ]

เสน่ห์ของเขาอยู่ที่แก้มทั้งสองข้าง ซึ่งเวลาโกรธจะกระตุกไม่หยุด

“ทำไมถึงไม่เรียกฉันด้วย”

[ไม่ได้ออกซีซันนี้อยู่แล้วนี่ครับ]

เขาคืออีซอจุน ดารานักแสดงมากความสามารถ หนึ่งในสมาชิกทีมรายการหนึ่งวันสามมื้อ

แรกเริ่มเดิมที ตัวดำเนินรายการหลักๆ จะถ่ายทำแบบสลับกันไปเรื่อยๆ หากเทปไหนมีอีซอจุน ก็จะไม่มีชาซึงอุนกับรยูเฮจิน และหากเทปไหนมีชาซึงอุนกับรยูเฮจิน ก็จะไม่มีเขา จะบอกว่าแต่ละกลุ่มเป็นตัวแทนของหมู่บ้านเกษตรกรรมสลับกับหมู่บ้านชาวประมงก็คงได้ อีซอจุนยังคงเหวี่ยงไม่เลิก

“ไม่สิ ฝั่งนั้นก็มีคนทำอาหารเก่งอยู่แล้ว ทำไมต้องให้เชฟโกกยองฮาเข้าไปเสริมอีกล่ะ ควรจะเรียกมาช่วยฉันมากกว่าไม่ใช่เหรอ ถึงจะถูกต้องตามหลักเหตุผล”

ที่บอกว่า ‘คนทำอาหารเก่ง’ นั้น หมายถึงชาซึงอุน

[ผมเองก็ไม่ทราบครับ ได้ยินข่าวจากโปรดิวเซอร์นายองชิกมาเท่านี้ครับ]

อีซอจุนถึงกับกัดฟันกรอด

“ตอนเราถ่ายทำนี่ใช้เอาใช้เอา เหนื่อยจนร่างแทบแหลก แต่กับคู่นั้นนี่เอาสวรรค์มาประเคน เฮอะ อีกอย่างนะ คนที่ขอให้พาเชฟโกกยองฮามาแจมด้วยคือฉันนะโว้ย”

[ครับ ทราบดีครับ แต่ตอนนั้นเชฟโกบอกว่างานยุ่งมาก ปลีกตัวไม่ได้นี่ครับ]

“บ้าเอ๊ย คำว่าทรยศมันเป็นแบบนี้นี่เอง นายองชิก…” ตอนนี้กระทั่งหน้า หูหัวก็แดงไปหมด

จองฮยอกกล่าวตบท้าย

[ผมมีหน้าที่รายงานเฉยๆ งั้นขอตัวก่อนนะครับ แค่นี้ครับ]

“เฮ้ย เดี๋ยว จองฮยอก”

[ครับ?]

“ไม่มีขอทงขอโทษอะไรเลยใช่ไหม”

[ไม่มีอยู่แล้วครับ โปรดิวเซอร์นาปกติก็เป็นคนแบบนั้นนี่ครับ]

วางสายแล้ว อีซอจุนยังคงโกรธนายองชิกเท่าเดิม ไม่ลดลง

“คนเราทำตัวทุเรศแบบนี้ได้ยังไง เย้ยคนอื่นด้วยวิธีนี้งั้นเหรอ ไอ้เรารึขอร้องแทบเป็นแทบตาย…”

แต่ ณ เวลานี้ นอกจากก่นด่ากับตัวเองคนเดียว ก็ไม่มีวิธีแก้ปัญหาอื่นอีก

***

ใช่ว่านายองชิกจะแฮปปี้ดี๊ด๊าดังที่คาด อาการไม่เรียกว่าดีเท่าไหร่

เขากำลังขูดข้าวที่ติดก้นหม้อโลหะออกมาชิม

“แค่เมล็ดข้าวยังหอมมาก ข้าวสวยอร่อยได้ขนาดนี้เลยนะเนี่ย”

นายองชิกส่งเสียงดังอย่างชื่นชม ทีมงานรอบๆ ต่างก็ส่ายหน้า เพราะท่าทางคุดคู้อยู่เหนือหม้อข้าวนั้น ดูน่าสงสารจนไม่รู้จะว่าอย่างไร เท่านั้นไม่พอ เขายังถูกรยูเฮจินข่มเหงซ้ำอีก

“เฮ้ย ยังอีก ยังจะขูดหม้ออีก ยิ่งวุ่นวายกับมันข้าวก็จะยิ่งติดหนึบ ลำบากคนล้างนะ”

ชาซึงอุนเรียกรยูเฮจิน

“ที่รัก หม้อข้าวเดี๋ยวฉันขัดให้ ตัวเองไปตกปลามาให้หน่อยปะ”

“เอางั้นเหรอ”

ทึงนยางโดคือเกาะ สามารถเพาะปลูกได้ จับปลาก็ได้เช่นกัน

รยูเฮจินเตรียมสุ่มดักปลากับเบ็ดตกปลา ข้างๆ มีกยองฮาตามมาต้อยๆ

“ผมไปด้วยได้ใช่ไหมครับ”

“แน่นอนอยู่แล้ว ว่าแต่ไม่เหนื่อยเลยเหรอ เข้าครัวคนเดียวแทนเราทุกคน ถ้าเหนื่อยจะนอนสักงีบก็ได้นะ”

“ไม่ดีกว่าครับ ยังมีโน่นนี่น่าสนใจให้ดูอีกเยอะแยะ”

ชาซึงอุนเหลือบมองกยองฮา จากนั้นเอ่ยปากบ้าง

“งั้นฉันไปด้วยได้เปล่า เรื่องขัดหม้อข้าว ปล่อยให้คนที่กินคนสุดท้ายรับผิดชอบไป…”

ประโยคนั้นตั้งใจให้นายองชิก ซึ่งแทบจะรวมร่างเป็นหนึ่งเดียวกับหม้อโลหะได้ยิน

“เดี๋ยวก่อน ต้องมาขัดเองสิครับ ข้าวนี่ผมได้กินไปไม่กี่เมล็ดเองนะ แถมพวกคุณสองคนก็ซัดบิบิมบับแสนอร่อยไปคนละตั้งสองชามด้วย”

อันที่จริง พวกเขาสองคนกินสักสามชามยังไหว แต่ทำไม่ได้ เพราะข้าวหมดหม้อ

“บ้าน่า ปกติเขาให้คนที่กินสุดท้ายล้างทั้งนั้นแหละ”

ครั้นพูดจบ ดาราหน้ากล้องทั้งสามก็ออกจากบ้านไป ทิ้งนายองชิกให้บ่นอุบอยู่คนเดียว

“ความละอายไม่มีสักนิด แค่เครื่องเคียงก็ยังฟาดเรียบ ไม่เหลือไว้ให้บ้างเลย”

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset