📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 161

บทที่ 161
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

จังหวะที่กยองฮาลืมคำพูดไปชั่วครู่ คิมมินจูก็กล่าวเสริมบ้าง

“แค่ได้ลองเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างเดียวก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ แล้วล่ะค่ะ”

พูดผิดมีสิทธิ์ชีวิตเปลี่ยน นายองชิกมองคิมมินจูแรง แต่ไม่ถึงขนาดอาฆาต

ใครบ้างเล่าที่ชอบความลำบาก หากสังเกตดาราหน้ากล้องทุกคนมาจนถึงตอนนี้จะรู้ได้ไม่ยาก คิมมินจูเพิ่งสำเหนียกว่าตัวเองพูดอะไรออกไป จึงรีบร้อนเอาสีข้างแถ

“โฮะๆ ฉันหมายถึง เก็บภาพพวกรวงข้าว ผักกาดหอม หรือพวกต้นงาผลิดอกออกผล อะไรเทือกๆ นั้นน่ะค่ะ”

นายองชิกเข้ารับลูกต่อทันที

“ไม่ใช่การปลูกผักทำนาใดๆ ทั้งสิ้นครับ อย่างมากคือเด็ดใบงาหรือเก็บผักกาดหอมที่เขาปลูกไว้แล้วเท่านั้น รับปากได้ว่า ไม่มีเรื่องใช้แรงงานให้ต้องเหนื่อยแน่นอนครับ”

ทว่า สิ่งที่กยองฮาคิดกับสิ่งที่สองคนกังวลอยู่นั้น ต่างกันโดยสิ้นเชิง

‘ได้ลองปลูกเองก็น่าสนุกไปอีกแบบนะ…’

นายองชิกยื่นนามบัตรออกมา ใจเขาคิดว่า กล่าวสั้นๆ เน้นๆ ได้ใจความไปเลยน่าจะดีที่สุด

“ตอนนี้เป็นช่วงพักเบรกใช่ไหมครับ งั้นเราขอตัวก่อน ไม่อยากรบกวนเวลาเชฟนานๆ ครับ แล้วก็นี่ นามบัตรผม หากสนใจเมื่อไหร่ ติดต่อผมได้ตลอดนะครับ”

“อีกนิดหนึ่งนะคะ สถานที่ที่เราจะไปกันรอบนี้ อากาศดีมากถึงมากที่สุดเชียวค่ะ”

นักเขียนคิมมินจูแง้ม พยายามช่วยจูงใจ พอดีกับที่ซองช่อลเดินลงมาพร้อมชาโซโลมอนในขวดพลาสติก นายองชิกกับคิมมินจูเหมือนนัดกันทางโทรจิตอีกหน กำลังจะลุกขึ้นยืนกันอยู่แล้ว รีบย่อตัวนั่งลงไปใหม่

จะให้พลาดชารสชาติสุดยอดเช่นนี้ได้อย่างไร ไม่มีทาง

***

หลังเจมินกลับจากโรงเรียนมักถูกยุนซึลจูงมือไปหาคุณยายด้วยกันที่ร้านขายเครื่องเคียงเสมอ วันนี้ก็ด้วย

ช่วงพักเบรกผ่านพ้นไป ร้านเปิดรับลูกค้าอีกครั้ง ผู้ที่จองผ่านระบบมาแล้วต่างเข้าจับจองที่นั่งจนเต็มอย่างรวดเร็ว จังหวะนั้น มยองฮุนก็เอ่ยขึ้นมาแบบเกร็งๆ

“เฮียครับ ผมขออนุญาตพักสักครู่ได้ไหมครับ”

“หืม เป็นอะไร ไม่สบายตรงไหนรึเปล่า”

“กล้ามเนื้อน่าจะกระตุกนิดหน่อยครับ ปวดขาแปลกๆ…”

มยองฮุนไม่เคยพูดว่าตัวเองไม่สบายมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว อย่าว่าแต่กยองฮาเลย พนักงานครัวคนอื่นๆ ยิ่งไม่คิดว่าเป็นการเสแสร้งแกล้งทำ

“งั้นไปโรงพยาบาลเลย หรือไม่ก็กลับบ้านไปพักได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องงาน”

“ไม่เป็นไรครับ ขอผมพักสักยี่สิบสามสิบนาทีพอ ขออนุญาตใช้ห้องตรงนั้นสักครู่นะครับ”

มยองฮุนโบกมือจากนั้นชี้ไปที่ห้องเล็กๆ ในครัว กยองฮาอนุญาตโดยไม่ค้าน

“โอเค นั่งพักดูก่อน ถ้ายังไม่ดีขึ้นก็กลับได้เลย”

“คงไม่ถึงกับต้องออกงานกลับบ้านหรอกครับ บางทีกล้ามเนื้อมันชอบกระตุกขึ้นมากะทันหัน ปกติพักสักครู่ก็หายครับ” ว่าแล้วเขาก็ผลุบเข้าไปในห้อง

กยองฮามองตามหลังมยองฮุนหนึ่งแวบ ก่อนหันไปสนใจทำอาหารต่อ ท่าทางมือไม้ยามจัดการวัตถุดิบช่ำชองชำนาญเหมือนที่เป็นมา ทว่า ความรู้สึกเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย กยองฮาไม่เคยรู้เลยว่า วัตถุดิบแต่ละชนิดมีแหล่งกำเนิดต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำอย่างไร คำว่า หมู่บ้านเกษตรกรรมจึงติดลั่นอยู่ในหู เรียกความสนใจได้ทันที

‘ลองไปดูสักครั้งก็ไม่เลวนะ’

จะงานหนักใช้แรงงานแค่ไหน กยองฮาไม่หวั่น แค่ได้เห็นเจ้าผักหลากประเภทเติบโตทีก็น่าจะเป็นประสบการณ์ที่มีค่าหาได้ยากแล้ว สมองคิดไป มือก็ทำอาหารไปตามความเคยชิน วัตถุดิบขาดออกจากกันเป๊ะดั่งนำไม้บรรทัดทาบ กรรมวิธีทุกขั้นตอนถูกมยองฮุนซึ่งกำลังแอบมองตาแทบถลนผ่านช่องประตู เก็บรายละเอียดไว้หมดแล้ว กล้ามเนื้อกระตุกอะไร เหลวไหลทั้งเพ เป้าหมายแท้จริงของเขา คือ ต้องการดูอย่างละเอียดว่ากยองฮาปรุงอาหารอย่างไรต่างหาก

‘ผู้ที่รู้จักวิเคราะห์ คือผู้ที่ได้รับชัยชนะ’

มยองฮุนคิดว่า ตนต้องทำพลาดแน่ๆ บางขั้นตอน ผลลัพธ์จึงไม่ได้ออกมาตามที่คาด

เพื่อการวิเคราะห์ที่สมบูรณ์เต็มร้อย มยองฮุนถึงขนาดจดจำลักษณะการถือวัตถุดิบ ตลอดจนระยะเวลาที่ส่วนผสมทั้งหมดลงไปอยู่ในหม้อดิน

ปี๊บ

ตัวเลขจับเวลาที่แสดงค่าบนมือถือถูกถ่ายโอนไปยังสมุดโน้ตทันที

‘สามนาที สิบสองวิ ยี่สิบเก้า…’ แม้แต่หลักมิลลิวินาทีก็จะมองข้ามไม่ได้

เรื่องฝึกไว้ว่ากันทีหลัง ตอนนี้สิ่งสำคัญคือ ต้องวิเคราะห์ให้ถูกและจดให้ละเอียดก่อน

***

หลายวันให้หลัง

ชายหนุ่มหล่อเหลาสูงยาวเข่าดีปรากฏตัวที่ทึงนยังโด เกาะที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสรวงสวรรค์แห่งทะเลทางใต้

“ที่นี่ดีเหมือนกันแฮะ”

มาสก์แบบคนเมืองกับใบหน้าเล็กๆ ไว้หนวดอย่างมีสไตล์ ทำให้ลุคของเขาดูไม่ค่อยเข้ากับทิวทัศน์เกาะเสียเท่าไหร่ ยิ่งเมื่อเทียบกับนายองชิกแล้ว ฝ่ายหลังดูธรรมดาบ้านๆ ไปเลย

“ก่อนอื่นคือ ที่นี่ห่างไกลมลพิษครับ”

ชายหนุ่มปรายตามองนายองชิกแรงๆ หนึ่งแวบ

“เตรียมจะใช้งานหนักๆ เหมือนเดิมสินะ”

“โหย ไม่หรอกครับ แหม่ แล้วคุณชาซึงอุนก็เก่งอยู่แล้ว ไม่ต้องให้บอกก็ทำเองได้หมดทุกอย่างนี่ครับ”

ชาซึงอุนคนนี้คือดาราชื่อเสียงโด่งดังที่เป็นทั้งนายแบบในวงการรันเวย์และโฆษณาไม่พอ ยังจะเป็นนักแสดงภาพยนตร์และพิธีกรรายการวาไรตี้อีก ครองตำแหน่งทุกอย่างจนอาจเรียกเขาว่านักเอ็นเตอร์เทนหาตัวจับยากก็คงได้ เรื่องหน้าตาไม่ต้องให้บรรยายมาก ฝีมือการทำอาหารก็ยอดเยี่ยมเป็นที่กล่าวขาน

ชาซึงอุนกำลังก้าวสู่ยุคทองครั้งที่สองในชีวิต

“ฉันชอบทำอาหาร ไม่ได้ชอบทำไร่ไถนาเท่าไหร่”

นายองชิกแหย่เล่นอย่างเป็นกันเองตามนิสัย

“โหย พวกผมจะกล้าสั่งให้ไปทำนาได้ยังไงครับ”

“สัญญาแล้วนะ”

“แหะๆๆ” นายองชิกหัวเราะแห้งๆ อย่างมีเลศนัย

ชาซึงอุนชักหวั่นใจลึกๆ

‘ก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ดีวุ้ย’

นายองชิกผู้นี้ขึ้นชื่ออยู่ว่า เป็นโปรดิวเซอร์ช่างเลือกปฏิบัติเสียด้วย

เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้มาทำงาน (?) ที่นี่ สถานที่ถ่ายทำนี้ มีหลายอย่างน่าสนใจให้เดินชม

“โอ้ มีฟืนอยู่ในลานอเนกประสงค์ซะด้วย บ้านก็สวย”

นายองชิกชี้ไปที่ด้านหนึ่ง

“ฝั่งโน้นมีเตาหุงต้มอีกนะครับ”

“โอ้โห อันนี้สร้างได้ดีจริงๆ”

ไม่หมดเท่านั้น ด้านในยังมีตู้เย็นตั้งไว้รอต้อนรับฤดูร้อนด้วย

ผู้ที่ปรากฏตัวในเรือเที่ยวถัดมา สร้างความยินดีแก่ชาซึงอุนเป็นอย่างมาก

“มาเร็ว ตัวเอง”

เจ้าของภาพลักษณ์ละมุน วิธีพูดทะลึ่งทะเล้นเปี่ยมอารมณ์ขัน แต่ฉลาดและมีความรู้รอบตัวกว้างขวาง คือ รยูเฮจิน

“เอ้า โปรฯ ชา มาถึงก่อนอีกแฮะ”

“อือ ไม่มีอะไรทำ ร้อนก็ร้อน รีบมาจะได้รีบพักผ่อน”

ชาซึงอุนพูดเองก็รู้สึกทะแม่งๆ เอง ซึ่งรยูเฮจินจับความรู้สึกได้

“โปรดิวเซอร์นาไม่ได้สั่งให้ทำอะไรเลยรึไง”

“อ่า ยังนะ”

“น่ากลัวล่ะงานนี้ คนเราจู่ๆ ทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนเนี่ย”

นายองชิกหัวเราะกลบเกลื่อน ลึกๆ เขาค่อนข้างวางใจ เพราะต่อให้ตั้งทีมเมมเบอร์ไว้แค่นี้ สองคนก็จัดการทำโน่นทำนี่ไปเรื่อยๆ เองได้ อย่างไรเขาก็มีเนื้องานนำไปออกอากาศแน่นอน

“มันแปลว่าอย่างนั้นได้ด้วยเหรอ”

“เออสิ ยิ่งเป็นเวลาแบบนี้ ยิ่งต้องตื่นตัวไว้”

นายองชิกทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ถึงสายตาดาราหน้ากล้องที่มองเขาอย่างระแวดระวัง

“ให้เราอยู่เฉยๆ แบบนี้เนี่ยนะ?” ชาซึงอุนถามอย่างอึดอัด

“ตามสบายเลยครับ อยากทำอะไรก็ทำ หิวก็หาทาน น่าจะโอเคแล้วนี่ครับ”

รยูเฮจินย่นหน้าผาก สะบัดคอดังกร๊อบ สายตาขุ่นๆ

“นั่นไง แปลว่าเราจะอดตายก็ช่าง ไม่สนใจเสียอย่าง สรุปคือรอบนี้ให้ใช้วิถีสปาร์ตันหาทางรอดเอาเองใช่ป่ะ”

รยูเฮจินร่วมถ่ายทำรายการนี้ไม่ใช่แค่หนสองหน นับว่าประสบการณ์แก่กล้าอยู่บ้าง คำพูดบวกกับสีหน้าเขาดูน่าขันเสียจนเหล่าทีมงานอดไม่ไหว หัวเราะพรืด

“วันนี้จะมีแขกรับเชิญพิเศษนะครับ”

“แขกพิเศษ? ใครอะ” ชาซึงอุนสงสัย

รยูเฮจินขมุบขมิบ เบะปากทำเสียงกระแนะกระแหน

“ก็พิเศษทุกรอบล่ะจ้ะ”

ทีมงานระเบิดหัวเราะกันอีกรอบ

“พิเศษจริงๆ ครับคราวนี้” นายองชิกทำหน้าขรึม ตอบจริงจังโนiวลกูดอทคอม

“งั้นก็คือวันนี้พิเศษใส่ไข่นิดๆ” ชาซึงอุนตอบรับ

รยูเฮจินคงสีหน้าเมื่อครู่ไว้อย่างเดิม เพิ่มเติมคือพยักหน้า หมายความว่าเขาไม่เห็นเป็นสำคัญเท่าไหร่

ครั้นหยุดกล้องเพื่อพักกันครู่หนึ่ง ชาซึงอุนก็พึมพำ

“อันที่จริงใครจะมาก็ไม่น่าเกี่ยวกับเรานะ เราก็แค่หุงข้าวทำกับข้าว ส่วนเขาก็ไปจับปลามาให้ได้ จบ”

“อือฮึ” รยูเฮจินเห็นด้วย

นายองชิกเปรยแกมแย้ง

“ถึงยังงั้นก็ช่วยทำท่าดีใจ รอต้อนรับแขกหน่อยสิครับ”

“โอ๊ย อันนั้นมันต้องทำอยู่แล้ว ที่ผ่านมามีใครไม่ทำบ้างล่ะ แหม่”

บรรยากาศคุ้นเคยเป็นกันเอง เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ทีละนิด

ชาซึงอุนกับรยูเฮจินไปเดินรอบหมู่บ้าน ประหนึ่งชมนกชมไม้สูดอากาศบริสุทธิ์

“ที่นี่ของกินเยอะใช้ได้แฮะ”

“เมื่อกี้แอบเห็นแพะด้วย น่าจะเป็นแพะที่คุณซอจินเลี้ยงไว้ ออกลูกมาเพียบเชียว”

“เราเข้าไปรีดนมได้ไหม เห็นว่านมแพะสรรพคุณดีมากๆ เลยนี่”

“คิดว่าได้นะ ตอนมาถ่ายทำรอบก่อนโน้นยังเคยเอานมมันมาทำอาหารกันเลย”

ทั้งคู่คุยไปพลาง เดินไปพลาง เมื่อกลับมาที่จุดเดิมก็เห็นว่ามีแขกมาเพิ่ม รอบตัวผู้มาใหม่รายล้อมแน่นไปด้วยทีมงาน

“ใครมาน่ะ” รยูเฮจินอดความอยากรู้ไว้ไม่ไหว เดินเข้าไปร่วมวงมุงบ้าง

“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้พบครับ ผม โกกยองฮาครับ” กยองฮาเอ่ยทักทาย

รยูเฮจินดีใจหนัก

“เชฟพี่โก! โอ้โห รายการเราไม่ไก่กาเลยนะเนี่ย! เชิญคนไม่ธรรมดา นัดเจอตัวยากมาที่นี่ได้หมดเลย”

ฝ่ายชาซึงอุนนั้นช็อคค้าง

“เดี๋ยวสิ เชิญสุดยอดเชฟมาแบบนี้ แล้วจะให้ฉันทำอะไรล่ะ”

นายองชิกเอาคำตอบเดิมกลับมาวนใช้ซ้ำ

“ก็อย่างที่เรียนให้ทราบไงครับ อยากทำอะไรก็ทำ ตามสบายครับ”

“แล้วเรื่องของกิน…?” ชาซึงอุนถามกลับ

นายองชิกตอบสั้นๆ

“ก็ต้องหาเอาสิครับ”

“นั่นไง ว่าแล้วไง คิดแล้วเชียวว่าต้องมาไม้นี้” รยูเฮจินทำหน้าเบ้

นายองชิกสู้กลับด้วยการทำหน้าหนาปูกระเบื้องสามชั้น

“ที่จริงวันนี้ ฉันก็หวั่นๆ เหมือนกัน… ควรหาวัตถุดิบเตรียมไว้ให้จะดีกว่ารึเปล่า” เขากระซิบ

นักเขียนตัวหลัก คิมมินจูเอ่ยตอบตามที่คิด

“ถ้าหาวัตถุดิบเตรียมไว้ให้ แบบนั้นก็กลายเป็นรายการภัตตาคารยูกันพอดีสิคะ ให้หาเอาจากแหล่งธรรมชาติมาทำอาหารกันเองดีกว่าแน่นอนค่ะ”

“ถึงอย่างนั้นก็น่าจะมาเจรจากันก่อนนะ”

“มื้อเย็นอนุญาตให้ทำพวกหมูสามชั้นย่างได้ น่าจะโอเคไหมคะ”

นายองชิกพิจารณาก่อนตัดสินใจเด็ดขาด เนื่องจากเห็นด้วยว่าเป็นทางออกที่ไม่เลว ระหว่างนั้น สองหนุ่มรยูเฮจินกับชาซึงอุนก็ช่วยกันขนย้าย จัดเตรียมข้าวของที่จะต้องใช้ พลางหันไปบอกกยองฮา

“เชฟพี่โกอยู่ที่นี่แหละครับ วัตถุดิบสำหรับทำอาหาร เดี๋ยวผมกับโปรฯ ชาจะไปหามาให้เอง”

“ไม่เป็นไรครับ ผมไปด้วย”

ชาซึงอุนถามย้ำ

“จะเป็นคนทำอาหารด้วย แล้วก็หาวัตถุดิบด้วยเหรอครับ”

กยองฮายิ้มละไม

“ครับ ตั้งใจไว้แบบนั้นครับ ผมถึงได้มา”

***

ลมทะเลพัดผ่านร่างทั้งสาม ปัดเบาๆ ผ่านปลายจมูก

รยูเฮจินชี้ไปที่ผักโตเต็มวัย

“ดูโน่น สิ่งที่เรียกว่าพืชผักน่ะ ไม่ใช่สักแต่งอกขึ้นมาหรอกนะ มันต้องมีการเคลื่อนไหวช้าๆ จากเมล็ดเล็กๆ คอยรับแสงแดด รับลม ดูดน้ำ ดูดพลังพื้นดินอยู่นานกว่าจะโตได้อย่างที่เห็น”

“เรื่องแค่นั้น ใครๆ ก็รู้น่า” ชาซึงอุนแหย่

กยองฮาช่วยโต้ด้วยรอยยิ้ม

“แต่พอได้มาเห็นกับตาจริงๆ ผมกลับรู้สึกต่างจากที่เคยรู้มาเลยครับ”

“ใช่ มองผ่านจอไม่เหมือนมาเห็นเองอยู่แล้วล่ะ…” ชาซึงอุนเห็นด้วย

กยองฮาเป็นคนขอร้องให้ทั้งคู่ใช้คำพูดกับเขาแบบธรรมดา ไม่ต้องสุภาพครับๆ ทุกคำก็ได้ เพราะต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน อีกทั้งต่อไปก็น่าจะได้เจอกันบ่อยๆ บรรยากาศจึงดีขึ้นทันตา

“ว่าแต่ทำไมทำอาหารเก่งขนาดนั้นนะ เดิมทีมีพรสวรรค์ เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ใช่ไหม”

รยูเฮจินไม่ลังเลที่จะตีสนิทกยองฮา ส่วนชาซึงอุนก็แดกดันรยูเฮจินทันที

“รู้ๆ กันอยู่ยังจะถามเพื่อ?”

“เอ้า ก็ฉันไม่รู้เรื่องอาหารนี่หว่า ใช้วัตถุดิบแบบเดียวกัน แต่รสชาติออกมาคนละเรื่องทุกที ไม่รู้ทำไม”

“พวกโปรฯ เกมหรือนักแข่งรถ จะแพ้ชนะอยู่ที่คนครองคีย์บอร์ดกับพวงมาลัย การทำอาหารก็เหมือนกันนั่นล่ะ”

ชาซึงอุนอธิบาย รยูเฮจินบ่นอุบ

“อ่าๆ ตรรกะง่ายๆ แบบนั้น ไม่ทันคิดแฮะ”

กยองฮาแย้มยิ้มอารมณ์ดี มองสองคนโต้วาทีเถียงกันไปมา

“เออ แล้วมื้อกลางวันเราจะทำเมนูอะไรดี ออกมาแล้วแต่ยังไม่มีเป้าหมาย”

“เชฟพี่โกจะทำอะไรให้พวกเรากินดีล่ะ”

แต่ละคนทำตัวน่าหยิกเสียเหลือเกิน กยองฮาเสนอเมนูที่แอบคิดๆ ไว้ล่วงหน้า

“แถวนี้ผักเยอะ ทำบิบิมบับ (ข้าวยำเกาหลี) ทานกันไหมครับ”

***

การเฟ้นหาพืชผักที่รับประทานได้เป็นไปอย่างง่ายดายกว่าที่คิด

ชาซึงอุนส่งสายตาขอโทษขอโพยไปทางกยองฮา ด้วยเห็นว่ากยองฮาเหมาทำหมดทุกหน้าที่คนเดียว

“ฉันไม่ต้องช่วยก็ได้จริงเหรอ”

“ครับผม พักไปก่อนนะครับ”

รยูเฮจินเองก็กลายเป็นคนว่างงาน ถ้าไม่นับเรื่องถูกไหว้วานให้หยิบโน่นล้างนี่…

“จานที่จะล้างหมดแล้วเหรอ โปรฯ ชา มือฉันว่าง เดี๋ยวล้างหน้าให้ไหม”

“ล้างเท้าให้ด้วยเลยสิ ฮ่าๆๆๆๆ”

มีคนทำหน้าที่สร้างเสียงหัวเราะ โหวกเหวกโวยวายขนาดนี้ กยองฮาไม่มีเวลาให้เบื่อแม้แต่น้อย

ไฟจากฟืนเริ่มลุกโหมได้ที่ น้ำในหม้อโลหะก็เริ่มเดือดปุด สองอย่างนี้เป็นฝีมือจัดเตรียมของรยูเฮจินกับชาซึงอุน ส่วนกยองฮารับหน้าที่ซาวข้าว

สองหนุ่มช่างจ้อกระซิบกระซาบกัน

“ดูเอาละกัน ยอดฝีมือตัวจริงต้องทำเองหมด ขนาดซาวข้าวยังไม่ยอมให้คนอื่นทำเลย”

“ซาวข้าวก็ต้องมีกลยุทธ์ด้วยเรอะ อย่าง…ล้างยังไงไม่ให้สารอาหารรั่วไหล?”

“อาจจะมีก็ได้ นี่สุดยอดเชฟนะโว้ย”

ชาซึงอุนตอบ พลางมองกยองฮาซาวข้าวอย่างตั้งใจ อืม มีบางอย่างแตกต่างจากคนทั่วไปจริงเสียด้วย

‘ขยับมือยังไงถึงได้ละมุนแบบนั้นนะ เหมือนกำลังนวดเมล็ดข้าวเลย…’

ข้าวที่ซาวเรียบร้อยถูกรยูเฮจินย้ายไปเทลงในหม้อโลหะ

“รู้สึกได้ว่า มันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ว่าไหม” รยูเฮจินกล่าว ตามองลงไปที่หม้อโลหะ

ชาซึงอุนที่อยู่ห่างออกมาไม่ได้ตอบคำ ทำแค่พยักหน้าเห็นด้วย

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset