ด้วยความที่นักชิมแต่ละคนเชื้อชาติไม่เหมือนกัน ทว่า กลับเอ่ยชื่นชมออกมาเป็นเสียงเดียวกันได้ขนาดนั้น ความสนใจใคร่รู้จึงเริ่มก่อตัว
หากอิงตามรายงานของทหารลาดตระเวน ร้านฮันอุลสาขารองปรุงอาหารหลากหลายได้อร่อยมากก็จริง แต่ในเมนูทั้งหมด สิ่งที่อร่อยโดดเด่นเหนืออื่นใด คือ แกงกิมจิ
‘กินกันน่าอร่อยเหลือเกิน โอย น้ำลายสอ อยากชิมอาหารฝีมือสหายโกกยองฮาบ้างเลยนะนี่’
อาจเพราะท่านผู้นำกำลังดูคลิป ‘ม็อกปัง’ (ไลฟ์กินอาหารโชว์) อยู่ ยิ่งดูจึงยิ่งรู้สึกหิว สุดท้ายจึงร้องสั่ง
“เมนูวันนี้ ทำแกงกิมจินะ”
***
[ขายเหล้าหมักท้ากฎการแบน[1] เกิดอะไรขึ้น?]
ความสัมพันธ์ระอุกับเกาหลีใต้ขณะนี้สงบลงอย่างรวดเร็วผิดหูผิดตา เดิมที เกาหลีใต้เมินเฉยต่อสัญญาณเตือนของจีนมาโดยตลอด มุ่งเดินหน้าติดตั้งระบบ THAAD[2] โดยอ้างว่า จำเป็นต้องเตรียมตั้งรับการทดสอบนิวเคลียร์ของฝั่งเกาหลีเหนือ เห็นได้ชัดว่าระบบ THAAD นี้ เป็นต้นเหตุสร้างความขัดแย้งกับจีนในด้านผลประโยชน์… (ย่อความ) กระทั่งเหล้าหมักของเชฟโกกยองฮาเข้าสู่ตลาดจีน สร้างปรากฏการณ์ขายดีเป็นเทน้ำเทท่ากลางงานประมูล เช่นนี้ หากยังคงหย่อนยาน ไม่ยึดมั่นในอุดมการณ์รักษาระยะห่างกับเกาหลีใต้ อาจทำให้…
สีจิ้นผิงอ่านข่าวแล้ว ได้แต่กวักมือเรียกผู้ติดตามเข้ามา
“ไปบอกให้ลบข่าวนี้ออกซะ”
เขาไม่ได้อยากจะคว่ำบาตรเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเรื่องกิจการการค้าหรือดารานักแสดง โดยเฉพาะกับกยองฮา ยิ่งไม่มีความคิดจะกีดกันแม้แต่น้อย ถ้าให้จัดอันดับบุคคลมีชื่อเสียงมากความสามารถของเกาหลีที่ต้องการพาเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ แน่นอนว่าอันดับหนึ่งย่อมเป็นกยองฮาอย่างไม่ต้องสงสัย ความทรงจำดีๆ ในงานเลี้ยงรับรองครั้งเยือนประเทศเกาหลี ณ ทำเนียบประธานาธิบดียังคงติดตรึงและสร้างความประทับใจอยู่ไม่คลาย
ผู้ติดตามได้รับคำสั่งก็ทำความเคารพแข็งขัน
“รับทราบ จะรีบดำเนินการทันทีครับท่าน”
เมื่อในห้องเหลือสีจิ้นผิงอยู่คนเดียว เขาก็พึมพำกับตัวเองเบาๆ
“ทำไมสถานการณ์มันถึงลุกลามมาเป็นแบบนี้ได้…”
ขอเพียงไม่เกิดเรื่องยุ่งยากทางการทูตก็คงได้แวบไปเกาหลีมากกว่านี้อย่างน้อยสักหนสองหน แล้วนี่อะไร ข้าวตังก้นหม้อแสนอร่อยครั้งก่อนยังคงเพรียกหาเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่เลย
“ของที่เอามาไม่ได้ ก็ดันติดใจอยู่นั่นแหละ…” สีจิ้นผิงสั่นศีรษะแรงๆ อย่างทรมาน
ว่ากันว่า จิตใจมนุษย์นั้น ไม่ต่างอะไรกับต้นอ้อที่ไหวเอน ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ก็เช่นกัน
‘ลองส่งเทียบเชิญดูดีไหม ไม่ได้ๆ แบบนั้นประชาชนจะมองยังไง ยกเว้นจะปิดเป็นความลับ…’
ขณะที่สีจิ้นผิงกำลังสองจิตสองใจละล้าละลัง ไม่รู้ควรทำอย่างไรดี ก็ได้รับแจ้งว่ามีแขกต้องการเข้าพบ
แจ็ค หม่า หรือหม่าอวิ๋นนั่นเอง
และเช่นเดียวกับทุกครั้ง แจ็ค หม่านำเหล้าหมักติดมือมาเป็นของขวัญด้วย
“ฮ่าๆ ยังจะหอบอะไรมาอีก…”
“ก็…ผมเห็นทีไรเป็นต้องนึกถึงท่านทุกทีน่ะครับ”
ไม่เพียงแต่แจ็ค หม่า บุคคลอื่นที่เป็นเจ้าของธุรกิจดังหาตัวจับยากต่างก็ขยันมาเข้าพบสีจิ้นผิงกันทั้งนั้น และไม่เคยมีใครมาตัวเปล่า ทว่า ขนาดมีไวน์ราคาแพงเทียบชั้นเครื่องเงินเครื่องทองหรืออัญมณีมาฝาก สีจิ้นผิงยังปฏิเสธเด็ดขาดไม่ยอมรับไว้เลย มีแค่เหล้าและไวน์หมักเท่านั้นที่เป็นของยกเว้น ซึ่งแจ็ค หม่ารู้ดี
สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์บางคนทำตัวเป็นกระบอกเสียงป่าวประกาศเสียใหญ่โต เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร ยังดีหน่อยที่คำนึงถึงนโยบายความเป็นส่วนตัวจึงไม่ได้เปิดเผยชื่อจริงออกมา ใช้วิธีเฉไฉเรียกนามแฝง เช่น นักธุรกิจ ก. เจ้าสัว ข. อะไรทำนองนั้นแทน
“เอ๊ะ ขวดนี้เพิ่งเคยเห็น… ของนายโกกยองฮาหมักเองจริงรึ”
“ครับ เรียกว่า เหล้าเทียนหม่าครับ”
“เหล้าเทียนหม่า?” สีจิ้นผิงรู้จักเทียนหม่า เคยได้ยินชื่อผ่านๆ อยู่บ้าง
เพียงแต่ยังไม่เคยสัมผัสหรือลิ้มชิมรส แจ็คหม่าตั้งท่าอธิบาย
“ผมลองหาข้อมูลดูแล้ว เห็นว่าเหล้าหมักชนิดนี้แทบจะเทียบได้กับยาครอบจักรวาลเลยครับ สมมติว่า ยาอายุวัฒนะมีจริงในโลก ผมก็ว่าน่าจะเป็นไอ้นี่แหละครับ”
แม้จะใส่สีตีไข่ลงไปผสมกับข้อมูล แต่สีจิ้นผิงกลับไม่แสดงทีท่ารังเกียจ
“ชิมดูแล้วรึ”
“ครับ นิดหน่อย…”
สีจิ้นผิงจัดการเปิดขวดทันที
“มีของดีสมควรต้องแบ่งปัน มา มาดื่มพร้อมกันเถอะ”
เขาเชิญอย่างใจป้ำ ซึ่งครั้งนี้แจ็ค หม่ายอมตอบรับโดยดี
จอกที่สีจิ้นผิงเตรียมไว้ ดูหรูหรามีราคาเป็นที่สุด
“จอกนั่น?”
“ของตกทอดมาจากสมัยราชวงศ์หมิงน่ะ”
ลวดลายนกและดอกไม้บนจอกเหล้า คล้ายกับภาชนะหายากที่ปรากฏในงานจัดประมูลของโซเทบีส์[3] ฮ่องกงเป็นอย่างมาก สนนราคาของมันคือ สองร้อยแปดสิบเอ็ดล้านดอลล่าร์ฮ่องกง (ประมาณสามพันแปดร้อยล้านวอน) แจ็ค หม่าเก็บความตระหนกไว้ไม่ได้ แถมจอกดังกล่าวยังอยู่ในสภาพครบถ้วนสมบูรณ์อีกด้วย! สีจิ้นผิงรินเหล้าเทียนหม่าลงจอก
“เหล้าชั้นยอดควรจิบผ่านจอกชั้นเยี่ยม ถึงจะสมน้ำสมเนื้อ ว่าไหม”
หากเป็นคนธรรมดาคงเกิดอาการมือสั่นดิกๆ ไปแล้ว ด้วยกลัวว่าตนอาจเผลอทำจอกเหล้าเลอค่านี้หลุดมือแตก
“แด่คำขอบคุณเสมอมา เอ้า ดื่มกันเถอะ”
ครั้นกระดกจอกเหล้าแตะริมฝีปาก ความหวานและกลิ่นหอมสุดประหลาดก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว ไม่มีความรู้สึกสะอิดสะเอียนเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม รสชาติที่แปลกใหม่กลับนำพาความสุขใจอันยากบรรยายมาให้ ยิ่งลิ้มรส ก็ยิ่งสัมผัสความรู้สึกนั้นได้ชัดเจน กระทั่งมุมปากยังยุกยิกอดไม่อยู่ โค้งตัวขึ้นเป็นรอยยิ้ม เหนืออื่นใด พลังรุนแรงนั้นคล้ายทะลุทะลวงเวียนรอบร่างกายจนสดชื่นไปหมดทุกสัดส่วน
“อา เหล้าดีขนาดนี้ คนรักสุราอย่างฉันจะเอาอะไรมาต้านทาน รสชาติว่าไร้ที่ติแล้ว สรรพคุณน่าจะเทียบกับยาได้ด้วยนะนี่”
แจ็ค หม่าเห็นด้วย ใบหน้าระรื่นอารมณ์ดี
“ผมก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกันครับ”
บทสนทนาเปลี่ยนหัวข้อมาเป็นเรื่องกยองฮาโดยอัตโนมัติ
“เขาปรุงอาหารเป็นเลิศไม่พอ ยังอุตส่าห์จะหมักเหล้าออกมาได้ยอดเยี่ยมอีก ทำได้ยังไง…”
“ผมถึงได้วางแผนจะดึงตัวมิสเตอร์โกเข้าสู่ตลาดจีนไงครับ คงเร็วๆ นี้แหละครับ”
แจ็ค หม่าเปิดเผยความตั้งใจแรงกล้าของตน เห็นมานักต่อนักแล้วนี่
บริษัทชั้นนำระดับโลกหาใช่เพียงแห่งสองแห่งเสียเมื่อไหร่ที่ยอมอ่อนข้อให้แก่อำนาจของเงิน นับประสาอะไรกับเป้าหมายใหม่ซึ่งเป็นคนเพียงคนเดียวเล่า แจ็ค หม่ามั่นอกมั่นใจเหลือเกิน ทว่า สีจิ้นผิงกลับเห็นต่าง
‘เข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า มิสเตอร์โกไม่ใช่คนที่วิ่งโร่เข้าหาเงินหรอกนะ’
เขาเก็บงำความคิดโต้แย้งไว้ในใจ
***
ณ ฮันอุลสาขารอง
พนักงานทุกคนกำลังจ้องซองช่อลซัดโฮกแกงเต้าเจี้ยวแบบไม่ลืมหูลืมตา
“ปกติถ้าเป็นอาหารของเถ้าแก่ ก็จะออกฤทธิ์อย่างนั้นล่ะ…”
หนึ่งในอาการเด่นที่สุด คือ การก้มหน้าก้มตากินชนิดไม่สนใจฟ้าดิน
เพราะจดจ่อแต่กับอาหารตรงหน้าเท่านั้น เลยพาลทำให้ไม่มีแก่ใจจะคุยกับใคร อีกอย่าง แกงเต้าเจี้ยวนั่นเป็นเลเวล 4! ใบหน้าฮเยจีฉายชัดถึงความภูมิใจใหญ่หลวง
“ฮเยจี หนูทำได้ยังไงเนี่ย” แม่ของด็อกโฮทึ่ง
ฮเยจีตอบตามตรง
“หนูพยายามคอยสังเกตเถ้าแก่ค่ะ พยายามลองทำตามให้เป๊ะๆ ทุกขั้นตอนแต่ไม่เคยสำเร็จเลย เพิ่งมีครั้งนี้แหละค่ะ ที่ตอนต้มแอบรู้สึกได้ว่า ต้องออกมาดีแน่ๆ แปลกมากค่ะ”
อย่างไรก็ดี มยองฮุนนั้นเข่าแทบทรุด ประหนึ่งสุนัขไล่ตามไก่แล้วไก่หนีขึ้นยอดไม้ หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ การแข่งขันทำอาหารรอบที่จะถึงในอีกไม่นาน เขาคงมีโอกาสคว้าชัยน้อยกว่าเดิมไปอีก
“โฮะๆ มยองฮุนชักใจไม่ดีแล้วล่ะสิ” แม่ของด็อกโฮแกล้งแหย่
มยองฮุนพยายามดับความโกรธเงียบๆ
‘ฝากไว้ก่อนเถอะ รอดูได้เลยครับ ผมทำได้แน่นอน’ อารมณ์อยากเอาชนะส่งขึ้นไปถึงดวงตาด้วย
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ร้านก็ดัง
ซุนกุกรีบวิ่งตื๋อไปที่เคาน์เตอร์ ยกหูรับสาย
“สวัสดีครับ ฮันอุลสาขารองครับ”
[ไง ซุนกุก ที่ร้านเรียบร้อยดีใช่ไหม]
“ครับผม ถึงอเมริกาแล้วเหรอครับ”
คำถามเดียว ทำเอาพนักงานทั้งร้านหันไปทางเคาน์เตอร์อย่างพร้อมเพรียง แม้จะไม่ได้เจอกยองฮาแค่สองวัน แต่การไม่มีเถ้าแก่อยู่นั้นส่งผลทางด้านจิตใจไม่น้อย
“โทรศัพท์จากเถ้าแก่แน่เลยครับ” มินซูเปรย
ยุนซึลได้ยินก็เริ่มส่งเสียงงอแงรบเร้า
“เค้าด้วย เค้าด้วย”
“อยากคุยโทรศัพท์เหรอจ๊ะ” แม่ของด็อกโฮถามเสียงอ่อนโยน
ยุนซึลพยักหน้าหนักๆ แทนคำว่าใช่
แม่ของด็อกโฮคำนวณแล้วว่า การย้ายบั้นท้ายอันโอฬารของตนออกจากครัว มิสู้สั่งให้มินซูที่นั่งอยู่อีกฝั่งของเคาน์เตอร์ครัวเป็นคนจัดการให้ น่าจะได้เรื่องมากกว่า
“นี่ มินซู รีบพาไปเร็ว ก่อนจะวางสาย”
นั่นแหละ มินซูถึงได้รีบพายุนซึลตรงไปยังเคาน์เตอร์ ɴᴏᴠᴇʟɢᴜ.ᴄᴏᴍ
“พี่ ยุนซึลบอกว่าอยากคุยบ้างน่ะครับ”
ซุนกุกทำหน้างง แต่ก็ยอมเอ่ยถามอีกฝั่งทวีป
“วางสายหรือยังครับพี่”
[ยังๆ ทำไม มีอะไรเพิ่มเติมเหรอ]
“เปล่าครับ พอดียุนซึลอยากคุยด้วยแป๊บหนึ่งครับ”
[ยุนซึล? งั้นขอสายยุนซึลหน่อย]
มินซูอุ้มยุนซึล ยืดตัวขึ้น ซุนกุกส่งหูโทรศัพท์ให้
“พี่ชายคนโต”
[ว่าไง ยุนซึล]
“ตอนนี้อยู่ไหนอะ”
[อยู่อเมริกา ที่นั่นถึงเวลากินข้าวแล้วนี่ ยุนซึลกินรึยัง]
“กินหมดแล้ว”
ซุนกุกแอบเหลือบตามองโต๊ะอาหารตรงที่ยุนซึลนั่ง ข้าวยังเหลืออยู่เกินครึ่ง
‘ว่ากันตรงๆ เลยก็คือ ข้าวไม่สำคัญเท่าคุยโทรศัพท์สินะ’
ยุนซึลคุยไป แสดงความอยากรู้อยากเห็นไป
“แล้วอเมริกาคืออะไร”
[อ่า คือประเทศน่ะ ไม่ใช่ประเทศเกาหลี แต่เป็นอีกประเทศหนึ่ง]
“นอกจากเกาหลี มีประเทศอื่นด้วยเหรอ”
[มีสิ เยอะแยะด้วย น่าจะเกินร้อยเลยล่ะ]
ตากลมโตของยุนซึลเบิกโตยิ่งกว่าเดิม
“เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ”
ยุนซึลกินเก่ง แถมพักนี้คุณยายเริ่มจับแต่งตัวสวยๆ หวีผมมัดจุกให้เสียเรียบร้อย ใบหน้าเล็กๆ กระจุ๋มกระจิ๋มน่ารักน่าชังนั้น รวมกับคำพูดคำจาที่แสนจะน่าเอ็นดู สามารถเรียก ‘รอยยิ้มสไตล์คุณพ่อ’ จากคนรอบข้างได้ไม่น้อย
‘ยุนซึลนี่ยิ่งโตยิ่งน่ารัก มีลูกสาวแบบนี้สักคนคงดีน้า’
แม้จะเป็นความคิดชั่ววูบ แต่พวกพนักงานรู้สึกเช่นนี้จริงๆ
และไม่ใช่แค่ซุนกุกกับมินซูซึ่งยืนมองยุนซึลอยู่ใกล้ๆ เท่านั้นที่คิดตรงกัน
***
วันนี้ เหล่าผู้ช่วยครัวรู้สึกตึงเครียดมากกว่าเดิม
‘เขาคงไม่ได้มาที่นี่บ่อยๆ เทคแคร์ให้ดีสักหน่อยแล้วกัน’
ผู้ช่วยครัวนามจอห์นสัน ที่เอาแต่สังเกตการณ์เงียบๆ มาตลอดตั้งท่าจะเข้าไปขออาสา
“ผมช่วย… อุ๊บ”
ยังไม่ทันไร ซามูเอลก็เข้ามาปิดปากจอห์นสัน ก่อนจะลากเขากลับมาที่เดิม
“พวกขั้นตอนต่างๆ กับการจัดการวัตถุดิบ อาจารย์มักจะลงมือทำเองน่ะ”
ขณะที่พูดกันอยู่นั้น แป้งทั้งก้อนก็ถูกตีและนวดอย่างแรง
ปึก ปึก ปั้ก
ไม่นานเนื้อแป้งก็ได้ที่ ย้ายไปห่อตัวอยู่ในพลาสติกแรปรอให้ขึ้นฟู ระหว่างนั้นเมอแร็งก์[4] ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง
ผู้ช่วยครัวทั้งหลายที่ได้แต่ยืนมองตาแทบถลนอย่างช่วยไม่ได้ เนื่องจากงานหลายอย่างที่ควรต้องใช้เวลาและเปลืองแรงค่อนข้างมาก ถูกจัดการอย่างหมดจดภายในเวลาครู่เดียว เทียบกับเชฟทั่วไปแล้วน่าจะใช้เวลาน้อยกว่าถึงสองเท่า แถมยังประณีตทุกขั้นตอนอีกด้วย! คลิปที่เคยอาศัยดูผ่านจอ เมื่อได้มาเห็นด้วยตาตัวเองจึงได้รู้ว่าต่างกันถึงเพียงนี้ พลังที่กักเก็บไว้ปะทุออกมา เรียกว่าเหนือธรรมดาก็คงได้
ถึงเวลาเปิดร้านของฮันอุลเรสเตอรอง สาขาฮิลตันแล้ว
ลูกค้าเริ่มทยอยเข้ามานั่งทีละโต๊ะสองโต๊ะ พนักงานฝั่งห้องอาหารแยกย้ายกันรับออเดอร์ จากนั้นส่งต่อให้ฝั่งครัวด้วยความตื่นเต้น เมนูแรก คือ ปลาสเกตนึ่ง
กรรมวิธีแล่ปลารวดเร็วจนมองตามเกือบไม่ทัน
ตึกๆๆๆๆ
เหล่าผู้ช่วยครัวไม่มีใครกล้าแม้แต่จะทำตาม ต่อให้มีประสบการณ์ด้านการปรุงอาหารพอตัวก็ยังไม่กล้า เพราะขืนพยายามใช้มีดด้วยวิธีเดียวกัน นิ้วคงไม่เหลือติดมือแน่นอน
พริบตาเดียว ปลาก็เหลือแต่ชิ้นเนื้อล้วน ก่อนจะถูกส่งเข้าไปนึ่ง และทุกชิ้นเป็นสี่เหลี่ยมเป๊ะขนาดเอามุมฉากมาทาบได้
“ก่อนหน้านี้ ผมอาจจะเคยบอกไปแล้วว่าสิ่งที่สำคัญมากๆ เวลาทำปลาสเกตนึ่งคือความสดใหม่”
แมทกับซามูเอลฟังอย่างตั้งใจ ก่อนจะอธิบายถ่ายทอดให้พวกผู้ช่วยครัวได้ฟังด้วย
“อาจารย์บอกว่า การรักษาความสดคือเรื่องสำคัญมาก เวลาทำปลาสเกตนึ่ง”
ชิ้นปลาที่นึ่งสุกเรียบร้อย กำลังอวดความขาวอวบอยู่บนจาน
ทั้งหมดถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ ส่งออกไปยังห้องอาหาร
“สีสวยนวลกว่าปกติเยอะเลยเนอะ”
ลูกค้าทั้งหลายยังไม่คิดจะลงมือรับประทาน ผู้จัดการถึงกับต้องกล่าวกระตุ้นเบาๆ
“ปลาสเกตนึ่งวันนี้ แนะนำให้รีบทานตอนยังร้อนๆ จะยิ่งอร่อยนะครับ”
ที่จริง จะรับประทานตอนไหนย่อมเป็นเรื่องของลูกค้า แต่ด้วยอานุภาพคำว่า จะยิ่งอร่อย ส่งผลให้ชายผูกเนคไทสีสดยกมีดขึ้น ตัดหั่นชิ้นปลาพอดีคำก่อนจะส่งเข้าปาก
ความตระหนกเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที เขาตัวแข็งค้างไปครู่หนึ่ง จากนั้นมีดกับส้อมก็สลับกันทำหน้าที่ไม่มีหยุดพัก กระทั่งปลาสเกตนึ่งทั้งชิ้นหายวับไปในชั่วพริบตา ชายที่นั่งตรงข้ามมองนิ่ง เดาะลิ้นจิ๊จ๊ะ
“เฮ้ยเจค มีคนจะมาไล่ที่แกรึไง ต้องรีบกินอะไรขนาดนั้น”
โดยทั่วไป ลูกค้าทั้งรับประทานอาหาร ทั้งพูดคุยสนทนากัน รวมๆ แล้วก็ใช้เวลาอยู่ที่ประมาณสองชั่วโมง ชายที่เพิ่งกลืนปลาสเกตนึ่งลงท้องแก้ตัวที่ถูกแซ็ว
“ปลามันเล่นมายากลในปากว่ะ กินดูดิ เร็วๆ”
“มายากลอะไร… ไหวปะเนี่ย”
เขาได้สายตามาดร้ายแทนคำตอบ ก่อนจะเริ่มชิมปลาสเกตนึ่งบ้าง
‘นะ…นี่? นี่มัน…ปกติปลาสเกตนึ่งอร่อยขนาดนี้เลยเหรอ’
จะเผลอเรอไม่ได้ ดูทรงแล้ว เจคน่าจะยังประทับใจไม่หาย จึงจับจ้องมาทางปลาสเกตนึ่งของเขา
“บัลเลน แกหั่นปลาแบ่งฉันครึ่งหนึ่งดีไหม”
ด้วยนิสัยปกติของบัลเลน เขาไม่ใช่คนประเภทชักสีหน้ากับเรื่องของกิน แต่ไม่ใช่กับปลาสเกตนึ่ง ทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น ปลาส่วนที่เหลือถูกส่งเข้าปากด้วยความพยายาม เล่นเอาแก้มแทบแตก
ครั้นหันมองรอบร้าน ลูกค้าที่แสดงอาการเช่นนี้ไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคน ใครที่เริ่มชิมอาหารบนโต๊ะตัวเองล้วนเป็นแบบเดียวกัน หลายคนชักตกใจ
“เปลี่ยนเชฟเหรอ รสชาติคนละเรื่องกับครั้งก่อนเลย”
อาหารฝีมือกยองฮาสร้างปรากฏการณ์คำชมไหลหลากชนิดระเบิดระเบ้อ จากนั้น เมนูเรียกน้ำย่อยก็ถูกกระหน่ำสั่งเพิ่มรัวๆ
“ขอสลัดไก่ทอดเคจุนเพิ่มหนึ่งที่ครับ”
“โต๊ะนี้เอาปลาสเกตนึ่งด้วยหนึ่งที่ค่ะ”
จำนวนออเดอร์วันนี้เยอะกว่าปกติมาก ตอนนั้นเองที่ปารีส ฮิลตันเดินแจกยิ้มอ่อนหวานให้ลูกค้า พลางเดินตรงมาที่ครัว
“มิสเตอร์โก เมื่อคืนหลับสบายไหมคะ”
“หลับสบายมากครับ ต้องขอบคุณมากเลย”
ปากกล่าวทักทายเบาๆ แต่สายตาของปารีสกลับสอดส่องทั่วพื้นที่
‘ไม่มีอาหารเหลือบ้างเลยเหรอ’
ปกติหากอบขนมปังก็ต้องมีพวกเศษๆ เหลือบ้างนี่ เธอกำลังอยากได้ของขบเคี้ยวบางอย่าง
ของขบเคี้ยวที่แปลกใหม่และพิเศษ…
นั่นทำให้ปารีสคล้ายจะปักหลักเป็นเจ้าที่ประจำครัวไปแล้ว
………………………….
[1] กฎการแบน ฮันฮัลยอง หรือ 한류금지령 (한한령) หมายถึง กฎการแบนวัฒนธรรมเกาหลีในจีน
[2] THAAD (Terminal High Altitude Area Defense) หมายถึง ระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะไกลแบบมีฐานยิง /ระบบยิงสกัดขีปนาวุธในบริเวณพิกัดตำแหน่งสูง
[3] โซเทบีส์ หรือ Sotheby’s Auction House เป็นศูนย์การประมูลของสะสมราคาแพง อาทิ เครื่องเพชร นาฬิกา งานศิลปะ และรถยนต์ ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่อยู่ 3 แห่ง คือ นิวยอร์ค ลอนดอน และฮ่องกง
[4] เมอแร็งก์ (Meringue) คือ ขนมสวิสฯ และฝรั่งเศส ทำจากไข่ขาวที่ตีกับน้ำตาลป่นจนขึ้นฟู เบาฟูและหวานมาก