📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 148

บทที่ 148
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

­ผู้โดยสารสองคนลงจากเครื่องบิน ณ ท่าอากาศยาน ถกเถียงเรื่องที่เพิ่งคุยกันอย่างเอาจริงเอาจัง

“พอล นายคิดดูนะ ตรงนี้คือสถานีอันกุกพอดี ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว แวะไปดูกันเถอะ”

สถานีอันกุก คือ แหล่งพระราชวังเก่าแก่และหมู่บ้านโบราณฮันอกซึ่งแสดงถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเกาหลี ย่านอินซาดง ละแวกใกล้เคียงมีของที่ระลึก อาหาร และศิลปะแบบเกาหลีอีกด้วย ถือเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่ต่างชาติต้องมาแวะ

“เอาสิ ร้านอาหารเกาหลีมิชลินสตาร์สามดวงเชียวนะ ความคาดหวังมันก็จะสูงนิดหนึ่ง”

การใช้รถโดยสารสาธารณะอย่างลีมูซีนสนามบินกับรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นไปอย่างราบรื่น เสียอย่างเดียวที่ตัวอักษรเล็กไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็ยังใจดีมีภาษาอังกฤษกำกับให้ทุกป้าย อีกทั้งชาวเกาหลียังมีระบบระเบียบ ไม่มีเรื่องให้พวกเขาต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะขุ่นเคือง

“ฉันชักชอบที่นี่แล้วแฮะ รถไฟใต้ดินสะอาดสะอ้าน วางผังไว้ดีมาก”

“คิดเหมือนกัน กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็ไม่มีด้วย เอาล่ะ เรามาถึงแล้วก็จริง แต่ควรไปทางไหนต่อ?”

“ทางออกสาม ฝั่งนั้น”

พูดพลางชี้ไปที่ป้ายบอกทางซึ่งมีตัวเลขอารบิก 3 เขียนไว้อย่างชัดเจนเข้าใจง่าย ทว่า พอเดินพ้นออกมาจากช่องหยอดตั๋ว ทั้งสองก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง

“คนพวกนี้ต่อแถวกันทำไม”

“เดเมียน เมื่อกี้นายยังชมเขาอยู่เลยว่ามีระเบียบเรียบร้อย” พอลอมยิ้ม

“ไม่สิ ตรงนี้มันแปลก ไม่คิดอย่างนั้นเหรอ จะต่อแถวทำไมหน้าทางออกสถานี”

พอลฟังแล้วก็ชักเริ่มรู้สึกแปลกเหมือนกัน ประจวบเหมาะเหลือเกินด้วย แถวยาวต่อเนื่องไปในทิศทางที่ทั้งคู่กำลังจะไปพอดี ซึ่งปลายแถวอยู่ที่ร้านตามสั่ง ฮันอุลสาขารอง

พอลพลิกหนังสือมิชลินไกด์ทันที ภาพที่ปรากฏหราอยู่ในนั้นคือภาพเดียวกับร้านที่เห็นเลย

“ที่นี่แน่ๆ”

“งั้นเอาไงกับแถวพวกนี้?”

สองคนหันมองรอบกาย คนคล้ายถูกล้อมด้วยเข็มขัดเส้นใหญ่ยักษ์ที่สร้างจากมนุษย์ ไม่อาจคาดคะเนได้เลยว่าเข็มขัดเส้นนี้จะยาวยืดออกไปได้ขนาดไหน จังหวะนั้นเองก็มีสองคนเดินล้ำหน้าไปกดบัตรคิวให้ดูเป็นตัวอย่าง จากนั้นอ้อมไปด้านหลัง เดเมียนกำลังจะยื่นมือออกไปกดบ้าง ทว่า พอลรั้งเขาเอาไว้

“อย่าบอกนะว่านายคิดจะต่อแถวด้วย”

“ลองสักหน่อยก็ดี ถึงคิวเมื่อไหร่ยังมีโอกาสได้กินไม่ใช่เหรอ”

“แล้วคิดว่าจะถึงคิวตอนไหน”

สถานการณ์ตรงหน้าเรียกว่ามืดแปดด้าน หาแสงสว่างปลายทางไม่เจอ พอลทำหน้าประหวั่นพรั่นพรึง

“นายอย่าลืมนะเว้ยว่าจุดมุ่งมายเราคืออะไร เรามาเที่ยว ไม่ได้มาต่อคิวเดินวนรอบเมืองหนึ่งรอบ”

อย่างไร เดเมียนก็ยังไม่ทิ้งความหวังอันริบหรี่ สีหน้าบอกความเสียดาย

‘มิชลินสามดาว ปกติต้องจองกันข้ามเดือนเลยนะ…’

พอลเห็นหน้าเพื่อนแล้วก็เอ่ยตอกย้ำซ้ำอีก

“ฉันเลิกกับซูซานเพราะอะไรรู้ไหม เพราะมันเหนื่อยที่ต้องรอไง เดเมียน นายลองคิดดูนะ การจองที่นั่งไว้ก่อนต่างจากการยืนรอเฉยๆ ลิบลับ แบบนี้มีสิทธิ์ได้ยืนกันเช้ายันเย็น”

ซูซานที่ถูกพาดพิงถึงนั้น คือแฟนเก่าของพอล นัดพบกันครั้งใดเจ้าหล่อนมักจะมาสายทุกครั้งไป กระทั่งหลายครั้งที่มีเดเมียนพ่วงมาด้วย เธอก็ยังสายจนเป็นนิสัย เดเมียนน่าจะระลึกความหลังได้เหมือนกัน เขายอมพยักหน้า

“แปลว่าร้านนี้เราคงต้องยอมแพ้”

***

ท่ามกลางวันยุ่งๆ งานหนักๆ ก็ยังมีเวลาให้หายใจหายคอ

จีฮยอนซึ่งแต่งหน้าแต่งตัวสวยวิ้งแวะมาที่ร้านตรงช่วงพักเบรกพอดี นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้มาที่นี่ เธอแสดงความห่วงใยออกมาก่อนเป็นอันดับแรก

“งานยุ่งกว่าเดิมอีกแหงเลย ใช่ไหมคะ”

“ให้ยุ่งยิ่งกว่านี้ โต๊ะก็มีจำกัดเท่าเดิมแหละน่า”

โต๊ะสำหรับรองรับลูกค้ามีทั้งหมดยี่สิบเจ็ดโต๊ะ พื้นที่ภายในร้านถือว่ากว้างขวางหากเทียบกับร้านตามสั่งทั่วไป ด้วยความที่อันอิลเทประเมินความสามารถกยองฮาไว้สูงส่งตั้งแต่ต้น คาดว่าลูกค้าต้องล้นแน่นอน จึงได้ทำสัญญาเลือกทำเลกว้างๆ เผื่อไว้ จริงอยู่ ต่อให้จำนวนโต๊ะมากขึ้นกว่าปัจจุบันก็ไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไรเท่าไหร่ ลูกค้าที่ต่อแถวรอก็ยังคงต่อกันยาวๆ ชนิดหาไม่เจอว่าหางแถวอยู่ที่ใดเช่นเดิม

“พี่น่าจะต้องไปเรียนวิชาแยกร่างเพิ่มแล้วล่ะค่ะ” จีฮยอนหยอก

กยองฮาหัวเราะแห้งๆ

“พี่งานยุ่งอยู่คนเดียวรึไง เราเองก็ต้องไปเรียนด้วยเหมือนกันนั่นล่ะ”

“โฮะๆ หนูงานเยอะแค่ไหนก็คงไม่เท่าพี่หรอก”

แม้จะไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย แต่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ห้อมล้อมไปด้วยความหวานชื่นสีชมพูอบอุ่น ซุนกุกมองภาพนั้นอย่างอารมณ์ดี แต่แล้วจู่ๆ ซองช่อลก็ทำให้เขานึกสนใจขึ้นมา

‘เจ้านั่น จะว่าไประยะนี้ไม่เห็นกระดี๊กระด๊าเหมือนเดิม เมื่อก่อนรึ จีฮยอนอย่างนั้น จีฮยอนอย่างนี้ ทั้งวี่ทั้งวัน…’

อย่างไรก็ตาม ให้ตัดใจอย่างสงบน่าจะดีที่สุด

ว่าแล้ว ซุนกุกก็เดินเข้าไป พาดแขนป้าบลงที่ไหล่ของซองช่อลซึ่งเอาแต่จ้องหน้าจอมือถือง่วนอยู่

“นี่ ซองช่อล”

“ครับ?”

“พี่จะไปซื้อไอศกรีม ไปด้วยกันไหม”

“ก็ดีครับ”

เมื่อออกมาจากร้าน ซุนกุกก็ยิงตรงเข้าประเด็นทันที

“ตัดใจจากจีฮยอนแล้วรึ”

“โอ๊ยพี่ มีอะไรให้ตัดไม่ตัดกันครับ ผมเป็นแฟนคลับนะครับ จะไปรักไปชอบแบบหนุ่มสาวไม่ได้เด็ดขาด อีกอย่าง ผมจะไม่รู้ฐานะตัวเองได้ยังไงครับ”

“อ้าว ไม่ได้ชอบมากหรอกเหรอ”

“ชอบครับ คุณจีฮยอนคือไอดอลที่ผมชอบที่สุดแล้ว”

“ก็ไหนว่าตรงสเป๊กหญิงในฝัน?”

“คนที่มีคุณจีฮยอนเป็นหญิงในฝันไม่น่ามีแค่ผมคนเดียวมั้งครับ คนพวกนั้น แค่ได้เห็นในทีวีหรือไปคอนเสิร์ตก็ฟินแล้ว มองมุมนั้น ผมนี่แหละที่โคตรโชคดี เพราะไอดอลมาถึงร้านเองเลย”

ซุนกุกจ้องซองช่อลอย่างพินิจ อืม ท่าจะจริงใจไม่มีแอบแฝง

“ไม่โมโห ไม่เสียใจแน่นะ?”

ตอนนี้จีฮยอนและกยองฮาคบกันอย่างเปิดเผยต่อหน้าสมาชิกในร้าน เขาไม่ได้ซื่อบื้อ ดังนั้นไม่มีทางที่จะไม่สังเกตว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปลี่ยนไปจากเดิม

“แน่ครับ อีกอย่าง นั่นก็เถ้าแก่เราเองนี่ครับ คบใครผมก็รับได้หมดครับ”

ซุนกุกจมลงสู่ความคิดตัวเอง

‘พี่กยองฮากำลังกังวลว่าซองช่อลจะรู้สึกไม่ดีอยู่ด้วย ถ้าลองเล่าให้ฟัง คงจะสบายใจขึ้นเนอะ?’

***

เวลาเช้าตรู่ ผู้โดยสารลงจากรถทัวร์ท่องเที่ยวคนแล้วคนเล่าคล้ายไม่หมดไม่สิ้น

เพียงรถทัวร์ที่เช่าเหมาคันก็มีเกินโหลเข้าไปแล้ว ฝูงชนที่รวมตัวเกาะกลุ่มกันเริ่มแสดงอาการตื่นเต้น ส่งเสียงจ้อกแจ้กจอแจ

“มาเกาหลีตั้งหลายรอบ เพิ่งจะมีโอกาสมาที่นี่เอาวันนี้เอง” пᴏᴠᴇʟɢu.ᴄoᴍ

“นั่นสิ ทั้งคาดหวังทั้งเฝ้ารอ การได้มาร้านอาหารของเชฟโกกยองฮาคือความฝันของฉันเลยนะ!”

บทสนทนานั้นไม่ใช่ภาษาเกาหลี หากแต่เป็นภาษาจีน นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้คือชาวจีน หรือที่เรียกว่า โหยวเค่อนั่นเอง

อิทธิพลของโหยวเค่อทัวร์จีนไม่จำเป็นต้องกล่าวซ้ำมากความ ชาวจีนต่างก็มีจิตวิญญาณแฝงอยู่ น่าแปลกที่จิตวิญญาณนั้นเกี่ยวโยงกับอุปนิสัยและมักแสดงออกให้เห็นตอนซื้อของ ฐานะขัดสนอย่างไรไม่สำคัญ หากเป็นของดีล่ะก็ ต้องซื้อไว้ก่อนแล้วค่อยมาคิดทีหลัง

รู้กันดีไม่ใช่หรือว่า ประชากรจีนมีมากมายมหาศาล เรื่องที่สนุกน่าสนใจไม่น้อย คือ โหยวเค่อนักช็อปปิ้งทั้งหลายมักทุ่มให้กับการจับจ่ายซื้อของจนบางร้านในย่านมยองดง หรือย่านดังอื่นๆ ถึงกับเปิดรับเฉพาะทัวร์จีนเท่านั้น ในร้านสินค้าปลอดภาษีก็เช่นกัน ยื้อยุดแย่งกันเรียกความสนใจโหยวเค่อ แทบจะเกิดเป็นสงครามย่อมๆ และที่ทัวร์จีนมาลงที่ย่านอันกุกในช่วงนี้ เป้าหมายก็คือร้านฮันอุลสาขารองอย่างไรล่ะ

เมื่อไม่นานมานี้ สื่อจีนที่ติดตามสื่อในประเทศเกาหลีเพิ่งรายงานว่า ร้านอาหารตามสั่งฮันอุลได้มิชลินสตาร์สามดาว ซึ่งนี่คือยุคที่การบริโภคถือเป็นพลังอำนาจอย่างหนึ่ง โหยวเค่อทั้งหลายพยายามเรียกร้องให้เพิ่มร้านตามสั่งฮันอุลลงไปในตารางทัวร์มาสักพักใหญ่แล้ว สาเหตุของจุดผกผันนี้ก็คือ ฮันอุลสาขารองเข้าทำเนียบมิชลินแล้วนั่นเอง คำเรียกร้องเริ่มถี่ขึ้นทุกที! รุนแรงขึ้นทุกที บริษัททัวร์ทั้งหลายจึงได้แต่กัดพริกหลั่งน้ำตา ยอมปรับตารางทัวร์ให้ และนี่ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีสำหรับบริษัททัวร์โดยเด็ดขาด เพราะทางบริษัทไม่ได้กำไรหรือค่าคอมมิชชั่นใดๆ แม้แต่น้อย…

ทั้งหมดที่กล่าวมา คือ ต้นตอที่ทำให้คิวร้านฮันอุลสาขารองยาวเหยียดตั้งแต่หัววัน

ซองช่อลมองภาพนั้นอย่างสะพรึงกลัวจากด้านในร้าน

“อะ…อะไรกันน่ะครับ คนพวกนั้น”

สมควรต้องตกใจ เนื่องด้วยสิ่งที่เห็นต่อหน้าคือฝูงชนที่เคลื่อนใกล้เข้ามาทั้งกลุ่มก้อนราวกับกองทัพ มินซูเองก็รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง กรูกันมาแบบนั้น ใครเล่าจะรับประกันได้ว่า กองทัพนั้นจะไม่บุกพังประตูร้านเข้ามาโต้งๆ แบบไม่รอ

“นักท่องเที่ยวไม่ใช่เหรอ ต้องแจ้งให้ทราบนะว่า ร้านยังไม่เปิด…”

ซุนกุก พี่ใหญ่ประจำห้องอาหารดำเนินการทันที เขาเพียงผู้เดียวยืนตระหง่านเผชิญหน้าทัพหมื่นม้าพันทหาร เปิดประตูร้านอย่างทรงพลัง รวบรวมลมปราณไว้ที่ช่องท้อง ก่อนเปล่งเสียงดังกังวาน

“ตอนนี้ร้านเรายังไม่เปิดครับ! กรุณามาใหม่อีกหนึ่งชั่วโมงให้หลังนะครับ!”

เคราะห์ดีที่เสียงจ้อกแจ้กเงียบลงชั่วขณะ

“เมื่อกี้เขาว่าอะไรนะ”

“แปลว่าอะไรน่ะ”

ไกด์นำเที่ยวซึ่งมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก แปลสิ่งที่ซุนกุกพูดให้เป็นภาษาจีน

“เขาว่ายังไม่ถึงเวลาเปิดร้าน ต้องรออีกหนึ่งชั่วโมงครับ”

ต้องโทษที่จำนวนคนมีเยอะเกินไป เสียงคุยจอแจจึงดังกระหึ่มเข้าไปถึงในร้าน อาจเพราะรู้ว่าเสน่ห์ของการออกมาท่องเที่ยว คือ การได้รับอิสระไปไหนมาไหนได้อย่างเสรี นักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มซึ่งแตกต่างจากกลุ่มลูกค้าตามปกติของฮันอุลสาขารองจึงทำตัวตามสบายไร้กฎเกณฑ์ เกาะกันเป็นกลุ่มก้อนเหมือนเดิม บางคนมองทะลุผนังกระจกร้านสอดส่ายสายตาเข้ามา กยองฮาอยู่ตรงโต๊ะมุมหนึ่ง กำลังรับส่งข้อความคุยกับจีฮยอน จึงกลายเป็นศูนย์รวมความสนใจขนานใหญ่ในทันที

“ดูนั่น เชฟโกกยองฮา”

“ไหน ไหน”

ไม่มีการแยกแยะว่าอะไรเป็นอะไรทั้งสิ้น คนที่เห็นเป้าหมายแล้วต่างพากันยกมือถือขึ้นมากดถ่ายรูปรัวๆ

ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ก็ความนิยมของกยองฮาในจีนแผ่นดินใหญ่หากพินิจดีๆ แล้ว ออกจะสูงกว่าดาราจีนบางคนเสียด้วยซ้ำ ความโด่งดังเทียบชั้นกับท็อปสตาร์ดาราดังศูนย์กลางกระแสเกาหลียังได้ เรื่องนี้ทางสังกัดของกยองฮาใช่ว่าจะไม่รู้ จึงพยายามบอกผ่านชายงเทมาว่า ให้กยองฮาจัดอีเวนท์แจกลายเซ็นที่เมืองจีนบ้าง ซึ่งกยองฮาก็ปฏิเสธเสียทุกครั้งไป

ยิ่งเวลาเปิดร้านใกล้เข้ามาเท่าไหร่ พนักงานในร้านก็สงบสติอารมณ์ได้น้อยลงทุกที

“ขอโทษนะครับ ช่วยแจ้งลูกทัวร์ให้ตั้งแถวกันสักหน่อยดีไหมครับ” ซุนกุกกล่าว

ไกด์หลายคนพยายามตั้งอกตั้งใจอธิบายสิ่งที่ซุนกุกร้องขอแก่ลูกทัวร์ ทว่า เหล่าโหยวเค่อคล้ายตัดสินใจแน่วแน่ไปเรียบร้อยแล้ว แม้แต่เงี่ยหูฟังยังไม่ทำเลย ทุกคนส่งเสียงคุยกันเอง ไม่สนใจฟ้าดิน

“ขออภัยจริงๆ ครับ ทุกท่านเหมือนจะไม่ยอมให้ความร่วมมือ ”

“งั้นอย่างน้อยตอนเข้าร้าน กรุณาช่วยคุมสถานการณ์ให้ด้วยครับ”

“รับทราบครับ!”

คำตอบรับหนักแน่นดั่งหินผา แต่ซุนกุกไม่ควรเผลอใจไปเชื่อเลยจริงๆ

เพราะทันทีที่ประตูร้านเปิด กระทั่งไกด์เองยังทั้งผลักทั้งดัน เบิกทางให้ลูกทัวร์เคลื่อนทัพเข้าไปภายในร้านได้ ความวายป่วงเพิ่มขึ้นอีกระดับ พนักงานห้องอาหารที่ไหวพริบและประสบการณ์ไม่น้อยยังถึงกับหืดขึ้นคอ

“เดี๋ยวครับ กรุณานั่งตามลำดับก่อนหลังด้วยครับ”

ขนาดภาษาจีนยังไม่ฟังกันเลย นับประสาอะไรกับภาษาเกาหลีเล่า บางคนเพื่อที่จะครองที่นั่งให้จงได้ ถึงกับแสดงกริยาน่ารังเกียจอย่างการผลักและดึงกำจัดคู่แข่ง มีโบนัสแถมพ่วงมาให้เป็นเสียงดังโหวกเหวกลั่นร้าน กยองฮามองความจลาจลแล้วได้แต่ยกมือก่ายหน้าผาก

‘จะรอดไหมเนี่ย วันนี้’

จะกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของพนักงานฝั่งห้องอาหารทั้งหมดก็ไม่ได้ ตั้งแต่แรก ซุนกุกได้พยายามหลายครั้งหลายหน เน้นย้ำให้ทุกคนที่เหลือช่วยกันรักษาความเป็นระเบียบ ทว่า ขอความร่วมมือน่ะได้ บังคับขู่เข็ญกลับไม่ได้

ภาพกยองฮากำลังกลัดกลุ้มนั้น ทำเอาสาวจีนคนหนึ่งอุทานออกมา

“อุ๊ยตาย ดูมือข้างนั้นสิ ทั้งสวยทั้งเนียน”

สาวจีนคนอื่นๆ มองตาม

“ถึงจะดูกลัดกลุ้ม แต่ออร่านั่น…”

คนมือไวที่ชื่นชมกยองฮาอยู่ก็ไม่วาย คว้าหยิบมือถือขึ้นมากดถ่ายรูปเก็บไว้ ความชุลมุนไม่มีทีท่าว่าจะสงบ ยิ่งมายิ่งยืดยาว ออเดอร์จึงช้าไปด้วยเป็นทอดๆ ซองช่อลมองเหตุการณ์ตรงหน้า จากนั้นตะโกนเสียงดัง

“รบกวนรักษาระเบียบขั้นตอนด้วยครับ สักนิดก็ยังดี ถ้ายังเป็นแบบนี้อีก อาจจะไม่ได้รับประทานอาหารกันนะครับ ทางผมต้องได้รับออเดอร์ก่อน อาหารถึงจะออกมาเสิร์ฟครับ”

นั่นแหละ ไกด์ถึงเพิ่งตั้งสติได้

เขาเดินเข้ามาด้านในอธิบายกับลูกทัวร์ที่ยังหาที่นั่งไม่ได้ โดยยืมประโยคซองช่อลมาใส่สีตีไข่เพิ่ม

“ทุกท่านครับ หากยังวุ่นวายแบบนี้ จะไม่มีการเสิร์ฟอาหารนะครับ เราต้องบอกเมนูก่อนแล้วอาหารถึงจะมาไม่ใช่เหรอครับ เอาล่ะ ตอนนี้ท่านที่ยังไม่ได้ที่นั่งเชิญออกไปรอด้านนอกเลยครับ”

คนที่ยังไม่ได้ที่นั่ง คล้ายจะรับรู้สถานการณ์บ้างแล้ว แต่ก็ลังเล ล่าถอยอย่างสองจิตสองใจ แล้วก็หยุดแค่นั้น ไม่มีแม้สักคนที่อยากออกไปรอด้านนอก ด้วยทุกคนกำลังคิดเหมือนกันว่า ขืนออกไปเมื่อใด ตนจะต้องไปปะปนกับคนอื่นๆ ขี้คร้านจะมายืนสู้รบว่าใครมาก่อนมาหลังอีก ภาพในร้านตอนนี้จึงดูไม่ต่างจากรถไฟบรรทุกผู้โดยสารล้นที่นั่ง ล้นไปทั้งคัน ล้นจนแทบไม่มีช่องว่างให้วางเท้าอย่างไรอย่างนั้น ฝ่ายไกด์ก็ต้องวิ่งวนคอยอธิบายเมนูให้ฟังทีละโต๊ะ

ครั้นพ้นช่วงสับสนอลหม่านมาได้ ออเดอร์ก็เริ่มวิ่งเข้าครัว

อา วันแห่งการวัดดวงเริ่มต้นขึ้นเช่นนี้เอง

***

ด้วยฝูงชนที่ออกันแน่นจนไม่รู้จะแน่นอย่างไร ส่งผลให้ลูกค้าชาวเกาหลีทั้งหมดมีแต่ต้องหันหลังกลับ

จำนวนคนนับว่าเกินกว่าที่เคยพบเห็นยามปกติมาก ระบบระเบียบก็ไม่มี บางส่วนไหลออกไปเกาะกลุ่มกันบนถนนสัญจร ทำเอาอะไรๆ ก็ติดขัดไปหมด ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องก็เข้ามาตรวจสอบ ทว่า กลับไม่ช่วยให้สถานการณ์บรรเทาเบาบางเลยแม้แต่น้อย

แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงข้อเสียเท่านั้น ร้านรวงใกล้เคียงเหมือนปุบปับรับโชค ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าไปกับเข้าด้วย

‘ยอดพุ่งแบบนี้ มีหวังได้สถิติใหม่แหง’ มยองดงขึ้นชื่อว่าเป็นย่านที่ไม่น้อยหน้าย่านใดอยู่แล้ว

กลับกัน สำหรับเหล่าพนักงานพาร์ทไทม์นั้น เรียกว่าแทบกระอักเลือดออกมาเป็นรสชาติแห่งความตาย

‘ลูกค้าเข้าร้านไม่หยุดเลย ไม่หยุดจริงๆ’

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset