📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 145

บทที่ 145
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

­กยองฮาต้องการคำวิจารณ์ที่ตรงไปตรงมา ไม่เข้าข้างไม่อวยเขา เนื่องจากรู้ดีว่า อีกฝ่ายคือผู้เชี่ยวชาญในวงการอุตสาหกรรมสุรา ช่ายองซอกเบี่ยงหน้า กระดกจอกที่บรรจุเหล้าเทียนหม่าไว้จนเกลี้ยง กลิ่นเทียนหม่าฟุ้งกระจายภายในปาก ก่อนจะซึมลึกแทรกซอนไปทั่วทั้งร่างกาย

‘นี่มัน…’

รสชาติดีมาก ลึกล้ำมากเกินไปจนไม่สามารถวิเคราะห์ได้ ม่านตาเขาถึงกับสั่นสะท้าน

“เป็นยังไงครับ” กยองฮารอคำตอบ

ช่ายองซอกเอ่ยจากใจจริง

“รสดีมากครับ ผมแทบไม่เชื่อลิ้นตัวเอง ตอนนี้แค่สงสัยเหลือเกินว่าเหล้าเทียนหม่าอร่อยขนาดนี้เลยเหรอ”

กยองฮานั้นแน่นอนว่าได้ชิมฝีมือตัวเองมาก่อนแล้ว

“กลิ่นแรงมากเกินไปจนผมเครียด แบบนี้ค่อยหายกังวลหน่อยครับ”

“กลิ่นแรงถือเป็นข้อดีนะครับ ยิ่งถ้าไปอยู่ในมือนักดื่มทั้งหลาย ผมรับรองว่าตั้งสติกันไม่อยู่ทีเดียวครับ”

“มันมีกลิ่นยาฆ่าเชื้อหน่อยๆ ด้วย ต้องแก้ยังไงครับ”

“นั่นเป็นกลิ่นเฉพาะของเทียนหม่าตามธรรมชาติ ถ้ากลิ่นหายไปแปลว่าคุณค่าและสารอาหารไม่เหลือแล้วครับ”

กยองฮาพยักหน้าเมื่อได้ฟังคำอธิบายของช่ายองซอก

‘ว่าแล้ว ประเด็นนี้คงต้องหยวนๆ คงต้องแบ่งเป็นกลุ่มชอบกับไม่ชอบล่ะนะ…’

เหล้าเทียนหม่านี้ไปไกลเกินกว่าเหล้าหมักพื้นๆ เสียแล้ว หากเหล้าชั้นดีมีสรรพคุณทางยาทำออกมาได้รสชาติเยี่ยมขนาดนี้ มูลค่าจะขนาดไหนกัน ช่ายองซอกไม่อาจละสายตาไปจากเหล้าเทียนหม่าขวดนี้ได้

“ไม่สะใจเลย ขออีกสักจอกได้ไหมครับ”

***

วันต่อมา

แม่ของด็อกโฮก็คือแม่ของด็อกโฮ คุยเก่งคุยจ้อเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน

“ฮเยจีได้รางวัลนายกเทศมนตรีกรุงโซล ส่วนมยองฮุนได้รางวัลรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬางั้นเหรอ แบบนี้ก็แปลว่า ฮเยจีได้ที่หนึ่ง มยองฮุนได้ที่สองสินะ เพราะเจ้าภาพคือกรุงโซล”

“ทำนองนั้นครับ” มยองฮุนมีสีหน้าสับสน แต่เรื่องที่ต้องยอมรับก็จำต้องทำใจรับให้ได้

ได้ข่าวว่าคณะกรรมการเองก็ตัดสินหาผู้ชนะกันเหงื่อแทบตก ละล้าละลังตกลงกันไม่ได้เสียที ทว่า ผลลัพธ์ออกมาเช่นนี้แล้วเรียบร้อย จะมานั่งไล่อ้างความเป็นจริงก็คงตลกสิ้นดี

‘เผื่อใจไว้แล้วระดับหนึ่งแหละ’

พรสวรรค์อันหลักแหลมของฮเยจีมักทำให้ใครต่อใครตกใจอยู่หลายครั้ง อีกอย่าง แกงเต้าเจี้ยวเนงงีถ้วยนั้น มยองฮุนเองจะไม่ยอมรับก็ไม่ได้ แต่จะให้เขายอมถอยให้ง่ายๆ ตรงนี้ ออกจะทำร้ายความมั่นใจกันเกินไปนิด

“นี่ฮเยจี เหมือนจะยังมีงานแข่งทำอาหารที่รัฐฯ เป็นเจ้าภาพอีกนะ ลงแข่งด้วยกันอีกไหม”

“จริงเหรอคะ ไปค่ะ”

ริมฝีปากมยองฮุนยกโค้งขึ้น ปลาน้อยงับเหยื่อแล้ว

“ตกลงแล้วนะ”

“ดะ…เดี๋ยวค่ะ”

“มีอะไร”

ฮเยจีไม่มีเวลาตอบคำถาม เธอกำลังวิ่งตื๋อไปหากยองฮา

“เถ้าแก่คะ”

“หือ?”

“หนูขอลงแข่งทำอาหารอีกได้ไหมคะ”

“เอาสิ”

ประสบการณ์ยิ่งมากยิ่งดีไม่ใช่หรือ ครั้นกยองฮาตกปากอนุญาต ฮเยจีก็เริงร่าโบยบินกลับมาหามยองฮุน

“ตกลงค่ะ!”

มยองฮุนยินดีอยู่ได้แป๊บเดียว ครู่ใหญ่ให้หลังเริ่มสงสัยเสียเอง

‘เฮ้ยเดี๋ยว ลงแข่งอีกหนก็ไม่ใช่ว่าจะชนะได้แน่นอนนี่หว่า’

ถ้ารอบหน้าแพ้อีกล่ะ? เขาส่ายหน้าแรงๆ คล้ายไม่อยากนึกถึง ออกตัวแรงไปแล้วด้วย จะให้ดูดคำพูดกลับคืนมาก็คงน่าขัน ไม่เช่นนั้นจะมีภาษิตว่า กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำหรือ

‘ครั้งหน้าต้องชนะให้ได้เท่านั้น’

ขณะที่มยองฮุนหมายมั่นปั้นมือ กยองฮาก็ตะโกนแจ้งทุกคน

“ผมจะเตรียมอาหารนะครับ เชิญทุกคนพักกันที่ห้องอาหารได้เลย”

แต่แล้วมยองฮุนก็เข้าประชิดตัวกยองฮา

“เฮียครับ”

“ว่าไง”

“วันนี้ผมขอรับหน้าที่เตรียมอาหารได้ไหมครับ”

อยู่ๆ ก็เสนอตัวแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย กยองฮามองหน้ามยองฮุน

“มีเหตุผลอะไรแอบแฝงรึเปล่าน่ะ”

“แค่อยากทำอาหารฝึกมือเยอะๆ ครับ ทำได้ตอนนี้ก็ยิ่งดี”

กยองฮาคล้ายถูกดันหลังออกมาจากครัว พนักงานต่างมองอย่างมีคำถาม

“พี่มยองฮุนจะทำมื้อเที่ยงเหรอ”

คนที่พูดจาขวานผ่าซากนั้นไม่ใช่ไม่มี ก็ซองช่อลอย่างไรล่ะ

“เถ้าแก่ทำอร่อยกว่าอะ”

ไม่รู้ว่าเสียงดังเกินไปหรือไม่ มยองฮุนหันมาสาดสายตาเกรี้ยวกราดทันที ซองช่อลจึงเปลี่ยนสีหน้าใหม่เป็นสดใสฉับพลัน สลับมาพูดถึงอีกฝ่ายแทน

“แต่อาหารของพี่มยองฮุนก็อร่อยมาก ว่าไม่ได้นะ ใช่ปะมินซู”

“อะ…อื้อ”

ด้วยเหตุนี้ กยองฮาจึงได้เวลาพักผ่อนมาครอง

‘หรือว่า ถึงเวลาต้องวางมือแล้ว?’

ตั้งแต่เขารับหน้าที่เตรียมอาหารกลางวันให้พนักงาน ส่วนใหญ่จะเป็นของที่นอกเหนือจากเมนูในร้านตามสั่งทั้งสิ้น ปัจจุบัน เรสเตอรองก็เปิดกิจการแล้วเรียบร้อย หากจะฝึกฝีมือ เขาไปฝึกที่บ้านหรือไม่ก็ขึ้นไปชั้นบนก็ได้นี่

ระหว่างที่กยองฮากำลังคิดเพลินๆ ยุนซึลก็เข้ามาเกาะหนึบเหมือนหมากฝรั่งก้อน

“พี่ชายใหญ่ ไม่ไปหาปุ๊กกุด้วยกันเหรอ”

“ถ้าจะไปหาปุ๊กกุ กินข้าวกันแล้วค่อยไปดีไหม”

ต่อหน้ากยองฮา จะดื้อสักหน่อยยุนซึลยังไม่อยากเลย

“อื้อ”

ตอนนั้นเองที่ชเวบกซุนเข้ามาในร้าน

“มาแล้วเหรอครับ”

“ค่ะ ยุนซึลจ๊ะ ไม่มาหายายหน่อยเหรอ มานี่มา” เธอเรียกเพราะเกรงใจกยองฮา

วันนี้ไม่รู้เป็นอย่างไร ยุนซึลงอแง

“ยาย วันนี้นั่งกินข้างพี่ชายใหญ่ได้เปล่า”

กยองฮาหัวเราะ ถามกลับเป็นเชิงอนุญาต

“เอางั้นเลยเหรอ”

“อื้อ”

“งั้นวันนี้ผมพายุนซึลทานข้าวเองครับ”

ชเวบกซุนอึ้ง ดูตกอกตกใจ

“ตะ…แต่ว่า…จะไม่สะดวก…”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวนี้ยุนซึลกินเองเก่งแล้วนี่ครับ”

ส่วนใหญ่เด็กห้าขวบมักมีแนวโน้มให้ผู้ใหญ่ต้องขยันป้อน จึงจะยอมอ้าปากงับข้าวอย่างเสียไม่ได้ ไม่รู้เป็นอะไรกันนักหนา เด็กทั้งหลายมักต่อต้าน ไม่ชอบกินข้าว ทว่า ไม่ใช่ที่นี่ คงเพราะอาหารอร่อย เด็กน้อยจึงสนใจพยายามกินด้วยตัวเอง

เมื่อออเดอร์ถูกส่งเข้าครัว ไม่นาน แกง ข้าวผัด และอาหารต่างๆ ที่มยองฮุนเป็นผู้ปรุงก็ออกมาเสิร์ฟเต็มโต๊ะ

แม้จะเทียบฝีมือกยองฮาไม่ได้ แต่ที่มยองฮุนทำก็นับว่าอร่อยเหนือร้านทั่วไปอยู่หลายขุม ระหว่างที่ทุกคนกำลังง่วนกับอาหารตรงหน้า ประตูร้านก็เปิด

เจมินยืนอยู่ตรงนั้น ดูท่าจะกลับมาก่อนเวลา!

“อ้าว เจมินกลับมาแล้วเหรอ วันนี้ทำไมกลับเร็วล่ะ” แม่ของด็อกโฮถาม

“คุณครูขับรถมาส่งครับ” เจมินตอบตามตรง

ไม่ทันขาดคำ ครูสาวสองคนก็ปรากฏตัวข้างๆ เจมิน

“สวัสดีค่ะคุณยาย ดิฉันคังอีซม เป็นครูประจำชั้นเจมินค่ะ”

“ดิฉันปาร์คฮายุน ครูประจำชั้นห้องติดกันค่ะ”

ผู้ที่ออกอาการมากที่สุดย่อมเป็นชเวบกซุน เธอถึงขนาดหยุดมือ รีบลุกเดินไปยังหน้าร้าน

“เอ่อ สวัสดีค่ะคุณครู เจมินเป็นยังไงบ้างคะที่โรงเรียน”

ด้วยรู้แต่แรกว่าเจมินเป็นเด็กกำพร้าไร้บิดามารดา ต้องใช้ชีวิตอยู่กับคุณยาย เช่นนั้น หญิงชราผู้นี้ย่อมเป็นคุณยายของเจมินแน่แล้วโนเวลกูดอทคoม

ครูคังอีซมยกมือป้องปาก หัวเราะเสียงหวาน

“โฮะๆ เจมินขยันตั้งใจเรียนมากค่ะ เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เพื่อนในทุกๆ เรื่องทีเดียว แถมยังเป็นที่ชื่นชอบในหมู่เพื่อนฝูงด้วยนะคะ”

ชเวบกซุนอารมณ์ดีจนไม่รู้จะดีไปกว่านี้ได้อย่างไร หลานชายของเธอได้รับแต่คำชมทั้งนั้น

ครูคังอีซมย่อมเห็นแล้วว่าพนักงานทุกคนกำลังรับประทานอาหาร และคุณยายของเจมินเองก็ออกมาต้อนรับพวกเธอทั้งที่ยังรับประทานอาหารไม่เสร็จ

“คุณยายคะ ทานให้เสร็จก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวแกงจะชืดหมด”

มารยาทอันเหมาะสมคือ รบกวนทุกคนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้! ครูสาวทั้งสองและเจมินเดินไปนั่งตรงโต๊ะว่าง ไม่มีใครพูดอะไร เอาแต่กลืนน้ำลายที่สอเต็มปากลงคอ

‘น่าอร่อยจัง’

ใจหนึ่งก็ตื่นเต้นไม่น้อย

“นี่เราได้เห็นเชฟโกกยองฮากับตาตัวเองเชียวนะคะ”

“เนอะ ในทีวีว่าหล่อแล้ว ตัวจริงหล่อกว่ามากเลย ว่าไหมคะ”

ปาร์คฮายุนและคังอีซมกระซิบกระซาบข้างหูกันเอง เจมินจึงไม่ได้ยินแต่อย่างใด

“พอเขาทานกันเสร็จแล้ว เราจะสั่งอะไรกันดีคะ” เธอยังคงคุยกันต่อ

“แต่มันจะตรงพักเบรกพอดี ทุกท่านต้องไปพักน่ะสิคะ…”

“อา พักเบรกเหรอคะ”

“ค่ะ มีป้ายแปะไว้ตรงประตูนะ เห็นหรือเปล่าคะ”

“ฉันมัวแต่มองที่อื่นอยู่ ไม่ทันเห็น งั้นทำยังไงดีคะถ้าจะรอถึงหลังพักเบรก แล้วงานล่ะ”

“วันนี้คงได้แต่กลับกันก่อนล่ะค่ะ เอาไว้โอกาสหน้าค่อย…”

ทั้งคู่สนทนากันอย่างเข้มข้น ถึงขนาดไม่รู้เนื้อรู้ตัวว่ากยองฮาเดินมาถึงโต๊ะ

“คุณครูของเจมินใช่ไหมครับ”

คังอีซมและปาร์คฮายุนตกใจหนักมาก รีบกระเด้งตัวออกห่างจากกัน

“คะ? เอ้อ ค่ะ…”

“ไม่ทราบว่า หิวกันหรือเปล่าครับ”

ครูสาวทั้งสองทำหน้าซาบซึ้งตรึงใจ

“สะ สั่งได้เหรอคะ” ครูคังอีซมถามตะกุกตะกัก

“แน่นอนครับ”

คังอีซมและปาร์คฮายุนสบตากัน จากนั้นรับพลิกเปิดเมนู แต่จู่ๆ ก็เกิดอาการต่อมตัดสินใจบกพร่อง

‘อยากกินทุกเมนูเลยอะ’

‘ทำไงดี ราบกกีก็อยากกิน บะหมี่เย็นคลุกซอสก็อยากกิน ข้าวผัดกุ้งก็อยากกิน…’

ผ่านไปห้าวินาที จนถึงสิบวินาที เลยไปอีกยี่สิบวินาที ทั้งคู่ก็ยังเลือกไม่ได้ กยองฮาจึงตัดสินใจจะให้เวลาเพิ่มอีกหน่อย

“เลือกได้แล้วเรียกผมนะครับ”

“ค่ะ”

ครูปาร์คฮายุนถามเจมินเสียงเล็กเสียงน้อยทันทีที่กยองฮาเดินห่างออกไป

“นี่เจมิน เมนูไหนกินแล้วสำนึกเสียดายน้อยที่สุดจ๊ะ”

“สำนึกเสียดายเหรอครับ?”

คังอีซมแอบหยิกแขนปาร์คฮายุนเบาๆ

“เจมินยังเด็ก พูดอะไรให้แกฟังเข้าใจง่ายๆ หน่อยสิคะ เจมินจ๋า เอางี้นะ มีเมนูไหนที่กินแล้วรู้สึกดีที่สุด จำได้แม่นที่สุดบ้าง”

“พี่ชายใหญ่ทำอร่อยหมดทุกอย่างอะครับ…”

ครูปาร์คฮายุนถามอีก

“ราบกกีเป็นไง”

“อร่อยครับ”

“บะหมี่เย็นคลุกซอสล่ะ”

“อร่อยเหมือนกันครับ”

ครูคังอีซมตัดบท

“ไม่ได้การแล้วค่ะ เชฟน่าจะกำลังรอ สั่งแค่อะไรที่อยากกินจริงๆ เถอะค่ะ”

ซึ่งข้อสรุปก็คือ ราบกกีและบะหมี่เย็นคลุกซอส เจมินเองก็โดนแนะแกมบังคับให้เลือกด้วย

“ครูเลี้ยงเอง กินให้เต็มที่นะจ๊ะ” ครูคังอีซมกล่าว

ครูปาร์คฮายุนพยักหน้าแรงเหมือนต้องการบอกว่าเห็นด้วยร้อยครั้ง เจ้าหนูไม่ได้แสดงท่าทีปฏิเสธแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมา กว่าจะเลิกเรียนกลับถึงร้านก็สายเกิน อดกินข้าวฝีมือกยองฮาประจำอยู่แล้ว

“ผมเอาข้าวห่อสาหร่ายแล้วกันครับ”

“นั่นครูสั่งมาต่างหากแล้ว เอาอย่างอื่นๆ”

เจมินเหมือนถูกข่มขู่แล้วเอาชนะไม่ไหว สุดท้าย เขาเลือกบะหมี่เย็นน้ำใสโรยน้ำแข็ง เพราะจำตอนที่เคยกินได้ว่า มันอร่อยมาก แม้มื้อนี้เมนูหลักดูจะกลายเป็นอาหารจำพวกเส้นล้วน แต่ไม่มีใครรู้สึกว่าเลือกผิด

“สั่งอาหารค่า!” ปาร์คฮายุนโบกมืออย่างร่าเริง

กยองฮายิ้มพลางเดินเข้ามาหา

“ครับ รับอะไรดีครับ”

ปาร์คฮายุนพูดอะไรไม่ออกไปครู่หนึ่ง ใบหน้าที่เข้ามาใกล้นั้นมีออร่าความงดงามรุนแรงเหลือเกิน น้ำเสียงก็นุ่มนวลชวนฝัน คังอีซมทำหน้าละอาย

“ถ้าเลือกเมนูไม่เหมือนกันเลย จะทำให้ลำบากไหมคะ” เธอรีบถามแทรก

“สบายมากครับ สั่งได้ ไม่มีปัญหาครับ”

“งั้นขอเป็นบะหมี่เย็นคลุกซอส ราบกกี กับบะหมี่เย็นน้ำใสโรยน้ำแข็งแล้วกันค่ะ ขอข้าวห่อสาหร่ายแบบธรรมดากับแบบไส้ชีสด้วยนะคะ”

ปริมาณออกจะมากเกินไปนิดสำหรับผู้ใหญ่สองคนและเด็กหนึ่งคน แต่กยองฮาก็ไม่ได้ห้ามปราม

“บะหมี่เย็นคลุกซอส เดี๋ยวผมทำแบบพิเศษให้นะครับ”

“คะ? บะหมี่พิเศษเหรอคะ”

“ช่วงเริ่มเดือนพฤษภาฯ บะหมี่เย็นคลุกซอสพิเศษของเราจะเป็นเมนูยอดนิยมครับ จานใหญ่กว่าปกติ อร่อยกว่าปกติด้วยครับผม”

“งั้นรบกวนด้วยนะคะ”

กยองฮากดออเดอร์ที่เคาน์เตอร์จากนั้นตรงเข้าครัว มยองฮุนไม่กล้าเข้าไปขันอาสาช่วย เขารู้กาลเทศะดีว่าตอนไหนควรแทรก ตอนไหนไม่ควรแทรก ต่อให้บรรยากาศในร้านจะเป็นกันเองเหมือนครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าแค่ไหน สตรีสองท่านนั้นก็เป็นถึงคุณครูของเจมิน หน้าที่เขาตอนนี้มีอย่างเดียวคือ จัดจานเครื่องเคียง ทว่า กระทั่งหน้าที่นั้นก็ยังอุตส่าห์โดนฮเยจีแซงหน้า พุ่งตัวเข้าไปหยิบๆ จับๆ ก่อนแล้ว

“หนูทำเองค่ะ”

วันนี้ไม่รู้เป็นอย่างไร มยองฮุนคันไม้คันมือเป็นพิเศษ

‘ว่างอะ อยากทำอะไรสักอย่างแฮะ…’

***

เวลาสองเดือนเคลื่อนผ่านว่องไวราวน้ำหลาก

กิจการเรสเตอรอง ณ โรงแรมฮิลตันที่นิวยอร์คเป็นไปอย่างราบรื่น อันอิลเทตรวจงานตกแต่งภายในอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทางหนึ่งก็ต่อสายคุยกับกยองฮาทางโทรศัพท์

“ที่นี่หรูจริงๆ รูปที่ถ่ายส่งไปให้ยังไม่ใช่ทั้งหมดนะ”

[เล่าขนาดนั้น ทำเอาผมอยากไปบ้างเลยครับ]

“ว่าแต่ อยู่ตรงนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้ทำเลย เรื่องขอใช้ที่ที่โรงแรมเธอก็จัดการคนเดียวเรียบร้อยหมด ฉันไม่กล้ารับเงินเดือนแล้วนะ”

[พูดอะไรน่ะครับ เราไม่ได้จะเปิดแค่ตรงนั้นที่เดียวนี่ครับ เถ้าแก่ยังต้องไปสำรวจทำเลย่านอื่น เมืองอื่น ประเทศอื่นอีกนะครับ]

“รู้แล้วน่า แล้วทางลูกศิษย์ล่ะเป็นยังไงบ้าง”

[ใช้ได้หลายคนเลยครับ แดเนียลกับเดอชอว์นดูจะเหมาะสมที่สุด แต่ทั้งคู่ทำยังไงก็ไม่ยอมตกลงครับ]

อันอิลเทอมยิ้ม

“โดนเธอปั้นซะเป็นเหมือนกันไปแล้วสิท่า อ้อ แล้วเมื่อกี้พูดถึงเรื่องตึกทำไมนะ”

[อ้อ! อยากปรึกษาครับว่า เราซื้อตึกทั้งตึกเลยจะดีไหมครับ ผมกะจะย้ายสำนักงานสาขาของร้านตามสั่งกับเรสเตอรองไปไว้ด้วยกันน่ะครับ นักเรียนก็เริ่มมาสมัครเยอะขึ้นทุกที ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ย้ายสถานฝึกอบรมไปรวมกันที่เดียวเลยก็น่าจะได้ครับ]

อันอิลเทอ้าปากหวอเหมือนขากรรไกรค้าง

“เงินพอรึ”

[พอครับ]

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset