เมื่อจางกีฮุนรับออเดอร์และเดินหลบไปแล้ว ปารีส ฮิลตันก็เริ่มคุยถึงอดีต
“ไม่ได้มาที่นี่ตั้งนานแน่ะ”
โอลิเวียนั้นพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ต่างจากปารีสที่พูดภาษาอิตาเลียนคล่องปร๋อ
“นี่ โอลิเวียกินอาหารเกาหลีไม่เป็นเหรอ”
“ไม่เคยกินเลยต่างหาก กินครั้งแรกคงรู้สึกไม่โอเคแน่ๆ”
“น่าเสียดาย ฮันอุลสาขารองก็ไม่เลวนะ”
“เคยไปลองแล้วเหรอ”
ปารีสเอียงคอเบาๆ ฉีกยิ้มอ่อน
“ยัง ก็เพราะไม่เคยไปไง เลยอยากลอง”
สิ่งที่เธอต้องเจอทุกเมื่อเชื่อวันคือเมนูอาหารตะวันตก ไม่ใช่เมนูอย่างอาหารเกาหลี แม้ที่อเมริกาจะมีร้านอาหารเกาหลีให้เห็นบ้าง แต่ก็น้อย นอกจากนี้แหล่งข่าวเกาหลีและสื่อต่างๆ มักอวยว่า เมนูรับประทานง่ายอย่างบิบิมบับ (ข้าวยำเกาหลี) นั้น ร้านฮันอุลสาขารองทำได้ยอดเยี่ยมไม่เป็นสองรองใคร โดยเฉพาะด้านรสชาติ เธอจึงยิ่งสงสัยอยากรู้มากกว่าเดิมไปโดยปริยาย
โอลิเวียกลับมีเหตุผลอื่นมาแย้ง
“เพราะเธอยังไม่เคยได้กินพุดดิ้งช็อกโกแลตน่ะสิ รออีกเดี๋ยว ได้กินเมื่อไหร่ เธอต้องมาขอบใจฉัน”
บรรยากาศเรสเตอรองตอนนี้วุ่นวายไม่เบา โอลิเวียมองไปทางโถงฝั่งห้องอาหาร
“มาแล้ว”
ตามที่ลั่นปากไว้เป๊ะ ยังไม่ถึงสิบเอ็ดโมงดีเลย แสดงว่าเป็นคนรักษาสัญญาสินะ
โอลิเวียเริ่มตื่นเต้นนั่งไม่ติดที่
“รออีกนิดเดียวก็จะได้กินแล้ว อ๊า! ฉันน่าจะสั่งพุดดิ้งช็อกโกแลตรวดเดียวสักห้าถ้วย อุตส่าห์อยากกินจนต้องมาถึงเกาหลี”
“คิกๆๆ อร่อยเบอร์นั้นเลย?” ปารีสหัวเราะเหมือนไม่รู้จะทำอย่างไรกับเพื่อนดี
“ยังต้องถามอีกเหรอ ขนาดในฝันฉันยังตามหาพุดดิ้งช็อกโกแลตไปทั่ว เหนื่อยแค่ไหนรู้มั้ย แล้วตอนที่ได้ชิมครั้งแรก คนอย่างฉันถึงกับวิจารณ์ว่ามันอร่อยจนอยากจับเชฟมาขังไว้ที่ห้องใต้ดิน คอยทำพุดดิ้งให้ฉันอย่างเดียวทุกวันก็พอ”
ฟังที่โอลีเวียเล่าแล้ว ปารีสชักคาดหวังตามไปด้วย
“ต้องขนาดนั้นเลยเหรอ”
“พูดจริงไม่ล้อเล่น”
ระหว่างสองสาวกำลังคุยกัน กยองฮาผ่านมาแวบมองตู้โชว์หนึ่งครั้ง ก่อนผลุบหายเข้าไปในครัว
ปารีส ฮิลตันก็หันมองตู้โชว์บ้าง
“จะว่าไป ชามพวกนั้นดึงดูดสายตาฉันมากเลย ดูไม่น่าใช่ของธรรมดา ไปได้มาจากไหนกันน้า”
“อืม นั่นสิ”
ปารีสไม่ใช่คนที่เก็บความสงสัยไว้ในใจได้นานเท่าไหร่ เธอเรียกผู้จัดการแล้วเอ่ยปากถามทันที
“ไม่ทราบว่า จานชามในตู้นั่นมีที่มาไหมคะ”
“เถ้าแก่เราเคยปรุงพระกระยาหารถวายทางราชวงศ์อังกฤษครับ เลยได้รับพระราชทานมาเป็นของตอบแทน”
คำอธิบายของจางกีฮุนทำให้ม่านตาของปารีสขยายใหญ่
“ราชวงศ์อังกฤษเหรอคะ”
“ครับผม”
จะมีเชฟสักกี่คนกันที่ได้รับพระราชทานจานชามเครื่องต้นจากราชวงศ์อังกฤษเช่นนี้
ความตระหนกของปารีสยังไม่ทันจาง เมนูเรียกน้ำย่อยอันได้แก่ สลัดไก่เคจุนและทาร์ตไข่ก็ออกมาเสิร์ฟ โอลิเวียดูตื่นเต้นหนัก แถมยังโวยวายใส่ปารีสที่กำลังเตรียมจิ้มอาหารขึ้นมาชิมอีก
“หยุดก่อน! เธออาจจะต้องเตรียมใจให้ดีแล้วค่อยกินนะ”
ปารีสยิ้มหวานท้าทายเพื่อนโดยการใช้ส้อมจิ้มสลัดไก่เคจุนส่งเข้าปาก
กร้วม
ห้วงเวลาหนึ่งวินาทีคล้ายยืดยาวเกินกว่านั้น
เหตุเพราะรสสัมผัสกรุบกรอบของไก่ที่เพิ่งได้ลิ้มลอง ต้องใช้คำว่าเกินธรรมดา แล้วยังมีผักกาดแก้ว ผักชิโครี และพริกหวานที่เข้ามาช่วยมอบความกลมกล่อมยามเคี้ยวอีก ฟันทุกซี่รับรู้ได้ถึงความเพลิดเพลิน ปุ่มรับรสบนลิ้นถูกกระตุ้น เกลือ พริกไทย ฮ็อตซอส และมายองเนสกระจายรสชาติอันหลากหลายออกมาพร้อมกัน ทำให้สติของเธอสั่นไหว
ปารีสราวกับถูกสลัดไก่เคจุนซื้อตัวเข้าเป็นพวกไปแล้วเรียบร้อย
โอลิเวียคาดไว้แล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้ เธอเริ่มชิมทาร์ตไข่บ้าง
‘อื้ม นุ่มจัง’
นุ่มนวลเหลือเกิน ทั้งหวานทั้งหอมด้วย เธอคิดในใจว่า การมาครั้งนี้นับว่าไม่เสียเที่ยว
‘นี่แหละ ถึงจะเรียกว่าความสุข!’
ตลอดชีวิต ทุกผู้คนต่างก็วิ่งหาความสุข หากแต่ความสุขที่ตามหากันนั้นมักแต้มไปด้วยจุดด่างมากมาย ต่อให้ลงทุนด้วยเวลาและเงินทอง ก็ใช่ว่าจะหลุดพ้นจากความผิดพลาด ความเสียใจหรือเสียดาย ทว่า สิ่งที่กล่าวมากลับไม่รวมถึงอาหารอร่อย เพราะของอร่อยให้แต่ความสุขล้นล้วนๆ ไม่มีอื่นใดปน
อาหารจานหลัก คือ พาสต้าทะเลกับล็อบสเตอร์อบเนย
“จะกินล็อบสเตอร์หมดนี่เลยเหรอ เดี๋ยวอิ่มเกินนะ?” โอลิเวียเปรย
ปารีสหัวเราะแทนคำตอบ
“สบายมาก เจ้านี่น่ะหนาแค่เปลือก พาสต้าของเธอยังดูเยอะกว่าอีก”
“งั้นเราแบ่งกันคนละนิดไหม อาจจะดูไม่เรียบร้อยหน่อยก็เถอะ”
ชนชั้นสูงมักต้องรักษาภาพลักษณ์และกริยาให้ดูสง่างาม ปารีสเองก็เช่นเดียวกัน แต่สำหรับวันนี้เธออยากยกเว้นทุกกฎเกณฑ์ ทำตัวตามสบาย
“ได้”
หลังอาหารจานหลักผ่านพ้น ฝรั่งสองสาวเอาแต่อุทานชื่นชมสลับกันไปมาด้วยความประทับใจ
ล็อบสเตอร์นั้นหอมเนยอบอวล ทุกอณูรสสัมผัสยังอยู่ครบ นุ่มเด้งสู้ฟัน ส่วนพาสต้าทะเลก็ให้กลิ่นอายแห่งท้องทะเลได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่เพียงรสชาติล้ำเลิศ เนื้อสัมผัสก็ไร้ที่ติ
“อร่อยตายไปเลย ว่าไหม”
“อื้อ มื้อนี้สุดยอด”
“ลองสมมติว่าเธอเป็นกรรมการมิชลินนะ คิดว่าจะให้คะแนนดาวสูงสุดสักกี่ดวง”
“สามดวงอยู่แล้ว ชัวร์” ปารีสตอบ
แล้วก็นึกสงสัย
“ว่าแต่ ที่นี่ไม่ได้มิชลินใช่ไหม”
“อื้อ เรสเตอรองเพิ่งเปิดใหม่น่ะ ส่วนร้านตามสั่งเปิดมานานแล้ว”
“ร้านตามสั่งได้มิชลินแล้วเหรอ”
“ยังเลย ฉันไปสืบมาแล้ว น่าจะเพราะเพิ่งดังล่ะมั้ง ฉันว่าอาจจะกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนประเมินก็ได้”
ร้านอาหารไหนที่ชื่อดังระเบิดระเบ้อ แน่นอนว่าต้องเป็นที่กล่าวขานถึง ซึ่งกรรมการมิชลินไม่มีทางนิ่งดูดาย ขอเพียงได้ยินชื่อหรือมีใครแนะนำขึ้นมา ต้องเกิดการเข้าเยี่ยมเยือนเสียหน่อย
“เป็นไปได้ ผลประเมินมิชลินกว่าจะออกก็น้านนาน ถ้าเป็นงั้นอยู่ล่ะก็ อยากให้เรสเตอรองนี่อยู่ในรายชื่อด้วยจัง”
“แต่ถ้าได้ดาวขึ้นมาจริงๆ พวกลูกค้าคงไม่แฮปปี้เท่าไหร่หรอก เพราะคนต้องยิ่งเยอะแน่ๆ”
โดยทั่วไปก็เป็นเช่นนั้น ร้านอาหารหรือเรสเตอรองไหนที่ได้ดาวมิชลินสามดวง มักจะมียอดจองล้นหลามชนิดต้องวางแผนกันล่วงหน้าเป็นเดือนๆ ทีเดียว
และแล้วพุดดิ้งช็อกโกแลต เมนูของหวานก็เผยโฉม
“ในที่สุดก็มา!” โอลิเวียตื้นตันจนตาเป็นประกายระยิบระยับ
***
เวลาเดียวกัน กยองฮากำลังไล่สายตามองสมาชิกในครัวทีละคน
แม้เพิ่งเข้ามาทำงานกันได้ไม่เท่าไหร่ แต่บางคนกลับแสดงความสามารถโดดเด่นเตะตาชัดเจน ซึ่งบางคนที่ว่านั้น ได้แก่ ปีเตอร์และแดน
‘ถ้าเป็นสาขาอเม’กา ส่งสองคนนี้ไปน่าจะเอาอยู่ เรื่องฝีมือก็ไม่ได้ทิ้งห่างแดเนียลกับเดอชอว์นเลยด้วย’
ปีเตอร์นั้นอายุไม่น้อย พอๆ กับประสบการณ์ที่เขาสั่งสมมา ปีนี้นับว่าขึ้นวัยกลางคนแล้ว ส่วนแดนเป็นคนมานะอุตสาหะ เรียกว่าพรแสวงล้นเหลือ ขยันพากเพียรจนฝีมือรุดหน้าเร็วมาก
ฝ่ายแรกเป็นชาวออสเตรเลียน ฝ่ายหลังเป็นชาวอเมริกัน
ทว่า กยองฮายังมีเรื่องให้ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจ เนื่องจากอันอิลเทยังไม่ตกลงเรื่องสถานที่และยังคงอยู่ระหว่างขั้นตอนหาทำเลเหมาะเจาะ แต่ไม่เป็นไร อีกไม่นานก็คงได้ข้อสรุปแล้วล่ะนะ
ขณะที่กยองฮาเลือกตัวเก็งอยู่นั้น จางกีฮุนก็โผล่เข้ามาโuเวลกูดoทคอม
“เถ้าแก่ครับ ลูกค้าต้องการพบครับ”
“รับทราบ ไปเดี๋ยวนี้ครับ”
เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นประจำที่เรสเตอรอง กยองฮาปลดผ้ากันเปื้อน เดินตามจางกีฮุนไปที่โต๊ะของโอลิเวียและปารีส ไม่รู้สาวๆ ยังหลงวนอยู่ในโลกพุดดิ้งช็อกโกแลตหรืออย่างไร สีหน้าแต่ละคนยังเคลิบเคลิ้มไม่คลาย
ท่าทางตอบสนองต่อรสชาติของทั้งคู่มีจุดต่างกันเล็กน้อย ปารีสจ้องถ้วยเปล่านิ่งไม่วางตา ส่วนโอลิเวียหลับตาพริ้ม
“ต้องการพบผมเหรอครับ”
กระทั่งกยองฮาแสดงตนว่ามาแล้วนั่นแหละ โอลิเวียถึงได้ลืมตา
“อ่า ค่ะ เพื่อนฉันอยากคุยด้วยสักหน่อยน่ะค่ะ”
ภาษาอิตาเลียนของโอลิเวียได้รับการถ่ายทอดผ่านล่ามจางกีฮุนอย่างลื่นไหล
“มิสฮิลตันอยากสนทนากับเถ้าแก่ครับ”
จางกีฮุนเคยผ่านหลักสูตรบัตเลอร์ (พ่อบ้านตระกูลชั้นสูงหรือเลขาส่วนตัว) นานาชาติมาแล้ว ทว่า ไม่หยุดยั้งเพียงเท่านั้น เขายังเพียรสั่งสมประสบการณ์ด้านนี้อยู่ตลอดจนถึงปัจจุบัน นับว่าเป็นผู้มีความสามารถหาตัวจับยากคนหนึ่ง ไม่เพียงภาษาอังกฤษ ยังสามารถใช้ภาษาสเปน และอิตาเลียนได้ กระทั่งภาษาจีนและญี่ปุ่นก็ไม่คณาปาก
เพื่อดูแลอำนวยความสะดวกลูกค้าต่างชาติ จางกีฮุนก้าวเข้ามารับตำแหน่งนี้ด้วยเงินเดือนสูงลิ่ว ผ่านมติของกยองฮากับอันอิลเทอย่างเป็นเอกฉันท์
“งั้นรบกวนแปลให้ผมหน่อยนะครับ” กยองฮาฝากฝังจางกีฮุน
“ไม่มีปัญหาครับ” จางกีฮุนตอบรับโดยดี
ปารีสมองกยองฮา พลางเอ่ยด้วยสีหน้าพออกพอใจเป็นอย่างมาก
“ฉันปลื้มปริ่มกับอาหารของคุณเหลือเกินค่ะ ยิ่งพุดดิ้งช็อกโกแลตถ้วยนี้ อร่อยจนฉันอึ้ง คงนึกถึงมันไปอีกนานเลยล่ะค่ะ”
คำชื่นชมถึงอาหารที่เขาทำ ฟังกี่ครั้งกี่หนก็ไม่มีเบื่อ
“ขอบคุณครับ ดีใจที่ชอบและทานอย่างอร่อยนะครับ”
แน่นอนว่าเธอยังพูดไม่จบ
“เพราะฉะนั้น เลยอยากทราบว่า คิดจะเปิดเรสเตอรองที่โรงแรมฮิลตันของเราบ้างไหมคะ”
ปารีส ฮิลตันยิ้มหวานหยาดเยิ้มไปทั้งปากและตา กยองฮาฟังคำแปลแล้วยังไม่อาจตอบตกลงได้ในทันที
“เรื่องนั้น…ผมยังไม่สามารถตัดสินใจคนเดียวได้ครับ”
***
อันอิลเทย่อมไม่ฟังสิ่งที่กยองฮาเล่าอย่างผ่านๆ
“โรงแรมฮิลตันเลยรึ ไม่เลวนะ ไม่ต้องอย่างนั้นอย่างนี้หรอก ค่าเช่าพื้นที่ที่นิวยอร์กตึงมือใช่เล่น ฉันเลยยังหาทำเลไปเรื่อยๆ เนี่ย”
ค่าใช้จ่ายหรือรายจ่ายในการประกอบธุรกิจเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้ามได้
การเริ่มกิจการแบบไม่คำนึงถึงค่าเช่าที่ราคาแพงนั้นพาให้ธุรกิจล้มพับมานักต่อนักแล้ว ไม่ต้องพูดถึงค่าครองชีพของการโกอินเตอร์ ข้ามทวีปไปประกอบธุรกิจ ณ ต่างแดนนะ ขนาดธุรกิจขนาดกลางด้านอาหารบางแห่งยังอดทนไม่ไหว ถอนทัพกลับประเทศเลย ครั้งนี้พวกเขาได้แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบเท่านั้น
“ทำเลที่ดูๆ ไว้ เป็นย่านไหนบ้างครับ”
“อืม…ก็หลายที่เลยล่ะ แถวบอสตัน ลอสแองเจลิส ชิคาโก้ นิวออร์ลีนส์นี่ค่อนข้างน่าสนใจ เอาตรงๆ มีข้อดีก็มีข้อเสียล่ะนะ จำนวนประชากรอาจทำให้สถิติคนเข้าออกร้านไม่เยอะเท่านิวยอร์ค จริงๆ ถ้าเธอเป็นคนไปแล้วตัดสินใจเองฉันคงโอเคหมด ที่ไหนก็ได้ แต่เธอจะส่งลูกศิษย์ไปแทนนี่ ใช่ไหม”
“ต้องเป็นอย่างนั้นแหละครับ ไม่มีทางอื่น”
ปัญหานี้จึงได้แต่ติดๆ ขัดๆ อยู่ดังที่เห็น
“ได้บอกรึเปล่าว่าเธอไปด้วยตัวเองไม่ได้น่ะ”
“บอกครับ”
“แต่ก็ยังจะให้เข้าไปใช้ที่ในโรงแรมฮิลตัน นิวยอร์คงั้นรึ”
“ครับผม”
หน้าผากอันอิลเทกดลึกเป็นร่อง
“แล้วเธอตอบไปว่าไง”
“ผมเรียนไปว่า ขออนุญาตปรึกษากับเถ้าแก่ก่อนครับ”
“ขอแค่เธอว่าดี ฉันก็สนับสนุนทุกอย่างนั่นล่ะ”
กยองฮาปรายตามองอันอิลเท
“อย่างน้อยเถ้าแก่ควรออกความเห็นอะไรบ้างนะครับ”
อันอิลเทมองเหมือนค้อนใส่ ท่าทางเช่นนี้บอกเป็นนัยว่าทั้งคู่สนิทกันมากขึ้นกว่าเก่าแล้ว
“ถ้าฝั่งโน้นบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง แปลว่าจะลดค่าเช่าที่ให้ในระดับหนึ่ง แต่สำหรับฉัน อะไรที่ได้มาง่ายๆ มักจะน่าสงสัยนิดๆ เลยอยากคิดอีกหน่อย ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจทันทีก็ได้ใช่ไหม”
กยองฮาหัวเราะพลางพยักหน้า
“แน่นอนครับ”
***
ปารีส ฮิลตันตื่นเต้นระริกระรี้อยู่ที่โรงแรม
‘เดี๋ยวนะ ของอร่อยแบบนั้นไม่มีทางได้กินทุกวันเลยรึไงกัน?’
เธอกำลังเกิดความหมายมาดปรารถนา เพราะอาหารเป็นเหตุ
“ถ้ามิสเตอร์โกเข้ามาเปิดเรสเตอรองในโรงแรมเราได้จะดีขนาดไหนน้า คงดีมากๆ เลยล่ะ”
“เขาจะตกลงไหมเนี่ยสิ”
“ข้อเสนอฉันใช้ได้เลยนี่ เอ๊ะ หรือว่าไม่?”
เธอเองก็ใช่ว่าจะไม่ได้รับความเสี่ยงในเรื่องค่าใช้จ่าย ค่าเช่าที่ควรได้รับเต็มไม้เต็มมืออาจต้องลดลงไม่มากก็น้อย แต่ถึงอย่างนั้น ปารีก็ยังหวังที่จะได้ลิ้มรสอาหารของกยองฮาบ่อยสักหน่อย! ก็ตกหลุมรักรสชาติเข้าแล้วนี่นา
“ต่อให้มันดี ก็รู้ไว้ด้วยว่า คนที่ต้องการตัวมิสเตอร์โกน่ะไม่ได้มีแค่คนสองคนนะ”
“เพราะอย่างนั้นถึงยิ่งต้องรั้งไว้ที่โรงแรมเราให้ได้ แค่บินมาปีละหนสองหนก็โฆษณาประชาสัมพันธ์ได้ไม่รู้เท่าไหร่ โอเค อาจจะได้ชื่อเขาขึ้นป้ายเรสเตอรอง แต่เจ้าตัวจะไม่แวะมาเองเลยได้ยังไง”
ทักษะด้านการวิเคราะห์เชิงธุรกิจของเธอจัดว่าร้ายกาจ แม้จะขาดทุนจากการรับค่าเช่า แต่ก็คุ้มกับการขึ้นชื่อว่า มีเรสเตอรองของมิสเตอร์โกอยู่ในโรงแรมฮิลตัน
ปารีสถึงขนาดยอมไม่ออกไปทำกิจกรรมสุดโปรดอย่างการว่ายน้ำ หันมาจดจ่อกับรายการท็อปเชฟแบบไม่ลืมหูลืมตา
‘อ๊าย ขอแค่ตกปากรับคำยอมเปิดเรสเตอรอง เราก็จะได้กินอาหารพวกนี้ทั้งหมดเลยงั้นสิ?’
***
การแข่งขันทำอาหารเกาหลีซึ่งทางกรุงโซลเป็นเจ้าภาพถูกจัดขึ้นที่กวังฮวามุน
ผู้เข้าแข่งขันทั้งหลายเตรียมตัว เตรียมพร้อม พกความมั่นใจกันมาเต็มที่ ทว่า ความมั่นใจกลับอยู่ได้ครู่เดียว เนื่องจากในจำนวนทั้งหมด มีสองคนที่แผ่รัศมียากแก่การเข้าถึงและตีตื้น เพียงลีลาการใช้มีดก็กินขาด
ปึกๆๆๆๆๆ
ตึกๆๆๆๆๆ
บางคนถึงกับถูกความโดดเด่นของทั้งคู่ทำให้ลืมจัดการวัตถุดิบตรงหน้า ได้แต่ยืนบื้อเหม่อมองเฉยๆ
‘เทพอะไรขนาดนั้น มาจากไหนกันน่ะ?’