เป็นไปตามคาด สมเด็จพระราชินีฯ เอลิซาเบธที่สองโบกพระหัตถ์เป็นสัญญาณว่าทรงอนุญาต ข้าหลวงเห็นดังนั้นก็รับคุกกี้ที่จีฮยอนยื่นส่งมา หยิบไปลองกัดเองก่อนครึ่งหนึ่ง
‘ข้าวโอ๊ตนี่นา ไม่ค่อยมีส่วนผสมของไขมันกับน้ำตาล ไม่น่ามีปัญหาด้าน…’ คิดได้เท่านั้นก็ชะงัก
เขาถูกรสชาติเหนือคำบรรยายเข้ากลุ้มรุม แน่นอนอยู่แล้ว เพราะที่กยองฮาให้จีฮยอนมา คือ คุกกี้ข้าวโอ๊ตเลเวล 5… ด้วยความที่ข้าหลวงชิมคุกกี้แต่ไม่ตัดสินใจสักที ข้าหลวงข้างๆ จึงเร่ง
“มีอะไร? หรือคุกกี้มีสิ่งแปลกปลอม”
ใครที่ยังไม่เคยได้สัมผัสประสบการณ์เดียวกันย่อมไม่มีทางรู้ ยิ่งไม่ใช่ผู้มีประสาทสัมผัสเยี่ยมยอดเป็นที่สุดอย่างวิสเปอร์ ยิ่งแล้วใหญ่… วิสเปอร์ร้อนใจจนวิ่งวนรอบตัวเองเป็นวงกลม สมเด็จพระราชินีฯ ทรงฉงนพระทัย
“คุกกี้นี่ วิสเปอร์กินไม่ได้หรือ”
ข้าหลวงมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก จู่ๆ ก็ประสบวิกฤติต่อมการตัดสินใจบกพร่อง
“ปะ…เป็น… คุกกี้ข้าวโอ๊ตพะย่ะค่ะ แต่รสชาติดีมากจนกระหม่อมกังวลว่าจะติดใจจนหยุดไม่ได้พะย่ะค่ะ”
ท่ามกลางความกริ่งเกรงของประชาชนโดยรอบ สมเด็จพระราชินีฯ ทอดพระเนตรใบหน้าเจ้าของคุกกี้ซึ่งก็คือจีฮยอนอย่างละเอียด
“คุกกี้นั่น ให้เราชิมสักชิ้นได้ไหม”
จีฮยอนเดินทางไปประเทศโน้นประเทศนี้เป็นประจำ บริษัทต้นสังกัดยังจัดให้ไอดอลได้เรียนภาษาอังกฤษเป็นพิเศษด้วย จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอในการทำความเข้าใจประโยคที่พระนางตรัส
“เพคะ…”
ข้าหลวงรับคุกกี้จากจีฮยอน จากนั้นนำถวายสมเด็จพระราชินีฯ
“ขอบใจนะ” คุกกี้ชิ้นนั้น พระนางทรงบิครึ่งซีก ส่งเข้าพระโอษฐ์
และแล้วความสุขล้ำที่ไม่อาจต้านทานก็ท่วมท้น ทรงสัมผัสได้ว่า สิ่งที่ข้าหลวงกล่าวนั้นไม่ได้เกินจริงเลยแม่แต่น้อย ส่วนวิสเปอร์นั้นส่งเสียงเห่าหนักมาก คงเพราะถูกปล่อยให้รอนานจนทนไม่ไหว นั่นแหละ พระนางจึงพระราชทานยื่นส่วนที่เหลือให้มัน แม้ทรงกังวลพระทัยว่ามันอาจจะติดใจ แต่จะเอาความกังวลเช่นนั้นมาขัดขวางความสุขก็คงไม่สมควรนัก
“ไม่มีใครตั้งกฎไว้เสียหน่อยว่าหมาน้อยอย่างเธอห้ามมีความสุขนี่เนอะ”
ทรงมีพระราชดำริว่า อาการติดอกติดใจประเภทนี้ ขอเพียงต้นเหตุไม่ได้เกิดจากยาบ้าหรือยาเสพติดล้วนไม่เป็นไรทั้งสิ้น พระนางทรงมีพระชนมายุมาถึงทุกวันนี้ เรื่องดังกล่าวเป็นหนึ่งสิ่งที่สร้างความเสียดายพระทัยที่สุดตลอดมา
ไม่ผิดจากที่คาด เมื่อวิสเปอร์ได้ลิ้มรสคุกกี้ มันก็ออกอาการดีอกดีใจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ภาพนั้นทำให้สมเด็จพระราชินีฯ เอลิซาเบธทรงมีสีพระพักตร์ปลื้มปิติหาใดเปรียบ
“คุกกี้นี่ซื้อจากที่ไหนหรือ”
“ไม่ได้ซื้อเพคะ”
ทรงได้ฟังคำที่จีฮยอนถวายตอบ ความผิดหวังก็วาบขึ้นมาบนพระพักตร์
“อย่างนั้น?” พระนางตรัสถามต่อเนื่อง
จีฮยอนกล่าวด้วยความภาคภูมิเต็มล้นใจ
“เชฟฝีมือดีที่สุดในเกาหลีอบมาให้หม่อมฉันเพคะ”
***
ทั้งกยองฮาและจีฮยอน ต่างถามไถ่กำหนดการของอีกฝ่ายเพียงผิวเผิน
กยองฮารู้แค่ว่า จีฮยอนต้องไปถ่ายแบบแถวๆ ชานเมืองลอนดอน ส่วนจีฮยอนก็เช่นกัน รู้แค่ว่ากยองฮาต้องไปทำอาหารนอกสถานที่ ทว่า ที่นั้นคือที่ไหนเธอกลับไม่รู้
‘จีฮยอนเดินทางกลับเรียบร้อยดีไหมนะ’
แม้จะอยู่ในพื้นที่ครัวก็ยังสามารถเดาความเป็นไปของสถานการณ์ภายนอกได้บ้างจากสีหน้าและบทสนทนาโต้ตอบระหว่างเชฟหลวงประจำห้องเครื่อง ไม่มีใครดูสงบนิ่งแม้แต่คนเดียว ชายงเทถึงกับเปลี่ยนมาสวมชุดและหมวกเชฟเต็มยศ ยืนประจำที่ อารักขาเคียงข้างกยองฮา
“เสด็จกันแล้วครับ”
กยองฮาหยิบวัตถุดิบออกมา จากนั้นเริ่มต้นแสดงฝีมือตั้งแต่ขั้นตอนแรก
***
สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองและพระราชสวามี ตลอดจนเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และพระวรชาย ประทับร่วมกัน ณ ห้องเสวย วิสเปอร์ก็อยู่ด้วย
“วันนี้ดูวิสเปอร์อารมณ์ดีกว่าปกตินะพะย่ะค่ะ” เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงทัก
สมเด็จพระราชินีฯ ทรงแย้มพระสรวลกว้างพลางตรัส
“เพราะได้กินคุกกี้แสนอร่อยน่ะสิ”
อร่อยอะไรขนาดไหนกันล่ะนั่น เข้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงประสงค์จะรับทราบ
“ว่าแต่ เชฟฝีมือดีที่สุดในเกาหลี หมายถึงมิสเตอร์โกใช่ไหมนะ” พระนางตรัสถามพระโอรส
“พะย่ะค่ะ”
สมเด็จพระราชินีฯ ทรงจมอยู่ในห้วงความคิด
‘ถ้าอย่างนั้นแปลว่ามิสเตอร์โกเป็นคนทำคุกกี้ให้รึ หรือสาวน้อยคนนั้นหมายความอย่างอื่น… เฮ้อ ดันจะมานึกสงสัยเอาป่านนี้ คงต้องรอให้พ้นมื้ออาหารไปก่อนล่ะ ค่อยลองเปรยถามดูต่อหน้า’
ทรงได้ยินมาบ้างแล้วว่า โต๊ะเสวยในวันนี้ล้วนเกิดขึ้นด้วยการจัดเตรียมของพระโอรส เพียงแต่พระนางทรงยังไม่ทันได้ตอบรับเท่านั้น
“ขอบใจนะที่เตรียมอะไรแบบนี้ให้แม่”
“ตรัสอะไรเช่นนั้นพะย่ะค่ะ ตอนนี้ยังเร็วไปหน่อยที่จะทรงดีพระทัย พระกระยาหารยังไม่มาเลยนะพะย่ะค่ะ”
เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองทรงกระซิบเบาๆ
“เห็นว่าชื่อเสียงไม่ธรรมดา ต้องอร่อยแน่ๆ”
สมเด็จพระราชินีฯ ทรงโค้งฝีพระโอษฐ์บางๆ สายพระเนตรอ่อนโยน
อร่อยอยู่แล้วล่ะ การปรุงอาหารนั้นไม่เพียงต้องใช้ฝีมือ ยังต้องใช้ใจด้วยไม่ใช่หรือ ปัญหาอยู่ที่จะใช้มากขนาดไหนต่างหาก ที่จริง ช่วงระหว่างรอเครื่องเสวยเช่นนี้ พระนางก็ทรงพระเกษมสำราญมากแล้ว
“ตื่นเต้นนะเนี่ย”
เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แย้มพระสรวลสดใส แอพพิไทเซอร์หรือเมนูเรียกน้ำย่อยใช้เวลาไม่น้อย กว่าจะออกมาเผยโฉม
“นี่คือ…”
“ซุปหอยลายใช่ไหม”
ซุปหอยลายหรือแคลมชาวเดอร์ เป็นซุปร้อนกรุ่นขึ้นชื่อของอเมริกา ประกอบด้วยหอยลาย เบค่อนหรือเนื้อหมูหมัก หอมหัวใหญ่ เซเลอรี่ มันฝรั่ง และแครอท เป็นต้น ราวศตวรรษที่สิบแปด ศาสนิกชนแบปทิสต์ (นิกายฝ่ายโปรเตสแตนท์) ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกาได้รับอิทธิพลจากชาวอินเดียน ปรุงซุปด้วยเนื้อปลาและหอย ภายหลังเกิดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสูตรมาเป็นซุปเช่นปัจจุบัน บางที่นิยมใช้ขนมปังทั้งก้อนแทนภาชนะ ตัดคว้านตรงกลางออก ก่อนจะใส่ซุปลงไป ชิ้นที่โปะด้านบนแทนฝาปิดยังนำมาจิ้มซุปรับประทานได้ด้วย ทว่า ซุปหอยลายตรงหน้านี้คล้ายจะไม่ได้เสิร์ฟพร้อมขนมปัง
‘ฮึ่ม น่าเสียดายที่ไม่มีขนมปัง’
เป็นเรื่องยากมากที่จะเตรียมทุกอย่างให้ได้ตรงตามพระประสงค์เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ยิ่งผู้ร่วมโต๊ะทั้งหมดเป็นเชื้อพระวงศ์ด้วยแล้วนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ความเป๊ะและเข้มงวดจะเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปเพียงไหน
พระชนมายุของเจ้าชายฟิลิปไม่น้อยแล้ว ไม่ต่างจากสมเด็จพระราชินีฯ
จะมีเครื่องเสวยสักกี่มากน้อยที่เคี้ยวง่ายและเป็นมิตรต่อพระทนต์ (ฟัน) เป็นเหตุให้ทรงจำเป็นต้องเลี่ยงอาหารแข็งๆ เช่น เนื้อที่ค่อนข้างเหนียว ทั้งนี้ พระองค์ทรงคาดหวังไว้มากกับเมนูเรียกน้ำย่อยโน!วลกูดoทคอม
ทันใด พระสุรเสียงของสมเด็จพระราชินีฯ ก็แว่วมาสู่ช่องพระกรรณ (หู)
“อืมมม~”
หวานหอมขนาดไหนกันหรือ พระนางถึงขนาดหลับพระเนตรนิ่ง เจ้าชายฟิลิปทรงหวนดำริ
‘ระยะหลัง แทบไม่ค่อยเห็นทรงแสดงท่าทีแบบนี้เลยนี่?’
เจ้าชายฟิลิปและสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองอภิเษกสมรสกันเมื่อนานมาแล้ว อาจเพราะนานมากแล้วจริงๆ พระชนมายุก็เกินหกสิบพรรษาแล้ว จึงทรงไม่ค่อยแสดงปฏิกิริยาโจ่งแจ้งยามเสวยพระกระยาหาร เจ้าชายฟิลิปมัวแต่ทอดพระเนตรอยู่ ทรงเห็นว่าพระนางทรงตักซุปอีกครั้งแล้ว จึงเพิ่งได้ยกฉลองพระหัตถ์ช้อนขึ้นมาตักซุปบ้าง
‘ลองชิมดู เดี๋ยวก็รู้เองน่า’
ซุปหอยลายมอบสัมผัสชุ่มฉ่ำนุ่มนวลแก่พระโอษฐ์ มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ เซเลอรี่และแครอทผสานรวมร่างกันเป็นหนึ่งเดียวก่อนละลายหายวับ
‘รสชาติเยี่ยมมาก ได้รสของเนื้อหมูนิดๆ ด้วย… หรือว่าใช้เป็นน้ำสต็อกอย่างเดียว?’
เนื่องจากเนื้อหมูถูกสับจนละเอียดยิบราวโมเลกุล พระองค์ไม่ทรงพบเนื้อชิ้นใดให้ต้องเคี้ยวจึงไม่ค่อยแน่พระทัยนัก
คำที่สอง ตามติดด้วยคำที่สาม แม้จะเสวยต่ออีกกี่คำก็ไม่ทำให้ทรงรู้สึกเลี่ยน สมเด็จพระราชินีฯ ลอบเหลือบพระเนตรมองพระราชสวามี สิ่งที่ช่วยยืนยันว่าทรงมีบุคลิกสุขุมลุ่มลึกคือ ท่าทีสำราญพระทัยขนาดนั้นแต่ยังทรงตีพระพักตร์ขรึม ไม่ตรัสแม้ครึ่งคำ พระราชสวามีจะแย้มสรวลก็ต่อเมื่อต้องฉายพระรูป หรือไม่ก็ต้องเสด็จไปร่วมงานพระราชพิธี รวมถึงงานทางการที่ต้องทรงระวังสายตาชนหมู่มากเท่านั้น หากไม่ใช่เพราะความขรึม มีหรือที่ทั่วโลกจะร่ำลือกันว่า พระองค์มาจากเผ่าพันธุ์เรปทิเลี่ยน[1] แม้จะเป็นข้อสังเกตจากชาวต่างชาติบางกลุ่มก็ตาม
เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และพระวรชายา คามิลล่า ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ต่างทรงลุ่มหลงในรสชาติของซุปหอยลายเสียจนต้องรอให้ซุปเกลี้ยงชามเครื่องต้นแล้วนั้นแหละ ถึงยอมแย้มพระโอษฐ์สนทนาพาทีกัน
“เป็นอย่างไรบ้างพะย่ะค่ะ” เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ตรัสถามพระมารดา
“อร่อยเหลือเกิน แม่นึกไม่ออกเลยว่าเคยกินซุปอร่อยขนาดนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”
พระนางทอดพระเนตรพระโอรสอย่างอบอุ่นเป็นที่สุด ส่วนทางด้านเจ้าชายฟิลิปนั้นเพิ่งจะทรงวางชามเครื่องต้นลงอย่างช้าๆ หลังจากเสวยแบบยกดื่ม ด้วยทรงเสียดายกระทั่งสองสามหยดที่เหลือ อีกทั้งทรงไม่มีโอกาสลิ้มรสเมนูเรียกน้ำย่อยที่ตรงรสนิยมส่วนพระองค์เช่นนี้มานานแล้ว
***
เวลาเดียวกันนั้น กยองฮากำลังย่างสเต็กอยู่อย่างขะมักเขม้นภายใต้สายตาคมกริบที่พุ่งตรงมาจากเหล่าเชฟหลวงประจำห้องเครื่องพระราชวัง
“เห็นว่า เสวยสเต็กไม่ได้ครับ” ชายงเทแปลความให้ฟัง
ทว่า กยองฮายังคงหั่นเนื้อสเต็กเป็นชิ้นพอดีคำ ก่อนยื่นส่งไปตรงหน้าเชฟหลวงเป็นเชิงให้ลองชิม
“ถ้าความเหนียวไม่ได้เป็นปัญหาล่ะครับ”
อย่างน้อยก็ไม่มีอะไรจะเสีย เชฟหลวงชิมสเต็ก จากนั้นแสดงความประหลาดใจออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาเพิ่งจะหย่อนชิ้นหนึ่งเข้าปาก เคี้ยวไม่ทันไรก็ละลายเสียแล้ว
‘ทะ…ทำไมถึงนุ่มขนาดนี้ล่ะ’ มีบางอย่างคล้ายเนื้อชาบูชาบู
รู้กันดีว่า เนื้อนั้น หากต้มทิ้งไว้ในน้ำเดือดนานเท่าไหร่จะยิ่งเหนียวเท่านั้น ตรงข้าม หากจุ่มพอสุกก็จะให้ความรู้สึกละลายในปากได้
“แบบนี้น่าจะเสวยได้สบายแล้วใช่ไหมครับ”
กยองฮาทำสเต็กแจกจ่ายให้ผู้สูงอายุในบ้านพักคนชราละแวกบ้านทดลองชิมมาหมดแล้ว เขาคำนึงถึงความนุ่มเป็นหลัก และอยากให้นุ่มยิ่งกว่าสเต็กทั่วไป จึงพิถีพิถันเลือกใช้เนื้อลูกวัว เชฟหลวงประจำห้องเครื่องไม่มีจุดไหนท้วงติงอีก ปัญหาพื้นฐานได้รับการคลี่คลาย ดังนั้น ข้ออ้างที่จะนำมากล่าวห้ามจึงถูกปัดตกไปด้วย อีกอย่าง เมนูนี้ถือว่าสามารถเข้ามาเติมเต็มช่องโหว่ด้านคุณค่าโภชนาการได้พอดี ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวจริงๆ
“ครับ ไม่มีปัญหาครับ”
กยองฮาทำการบ้านมาดีถึงขนาดจัดเตรียมฟองดูว์ไว้พร้อมเสิร์ฟเคียงสเต็ก
แถมเป็นดาร์กช็อกโกแลตฟองดูว์เสียด้วย
***
เมนูหลักพร้อมเสิร์ฟหลังจากแอพพิไทเซอร์เรียกน้ำย่อยเรียบร้อยราวๆ ห้านาที
ครั้นฝาครอบถูกยกขึ้น สเต็กก็เผยโฉมต่อหน้าพระพักตร์
เจ้าชายฟิลิปทรงมีปฏิกิริยารุนแรงฉับพลันที่ทอดพระเนตรเห็นว่าเป็นเนื้อ
“โฮ่ๆ นี่ช่าง… ไม่นึกถึงอายุคนกินเลยรึ”
คงเพราะผู้ปรุงเป็นเชฟจากแดนไกล ไม่ใช่เชฟหลวงประจำห้องเครื่องอย่างเคย จึงเป็นไปได้ว่าอาจเกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงฉงนพระทัยในจุดเดียวกัน เนื่องจากพระองค์ทรงมอบหมายให้เชฟหลวงเข้าไปประกบดูแลแล้ว แปลว่าเมนูนี้ต้องผ่านการตรวจสอบแล้วไม่ผิดแน่
‘เรามอบอำนาจตัดสินใจเรื่องอาหารทั้งหมดแก่เขาก็จริง แต่ถ้าได้ยินข้อจำกัดแล้วยังดึงดันจะทำเมนูนี้ออกมา แสดงว่าต้องมีเหตุผลพิเศษ บางทีอาจผ่านการตรวจสอบขั้นต้นเรียบร้อยแล้วก็ได้’
สถานที่นี้คือที่ประทับประจำเชื้อพระวงศ์ และผู้ร่วมโต๊ะเสวยวันนี้ต่างเป็นชนชั้นกษัตริย์ซึ่งดำรงพระยศสูงสุดแห่งราชวงศ์อังกฤษเสียด้วย คุณประโยชน์ด้านโภชนาการนั้นจำเป็นต้องนำมาพิจารณาก็จริง ทว่า อาหารที่เสวยค่อนข้างลำบากก็ใช่ว่าจะปรุงถวายโดยไม่สนใจข้อจำกัดใดๆ ได้
สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองทรงมีพระราชดำริว่า สิบตาเห็นไม่เท่าชิมดู
ทรงยกฉลองพระหัตถ์ส้อมและมีดขึ้นมาเป็นพระองค์แรก และทรงแปลกพระทัยที่สเต็กขาดออกจากกันง่ายดายราวกับทรงหั่นพุดดิ้งอยู่ก็ไม่ปาน
“เนื้อลูกวัวสินะ”
ทรงแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญด้วยการตัดหั่นสเต็กออกเป็นชิ้นพอดีคำ ก่อนจะทรงจิ้มเนื้อลงไปที่ฟองดูว์สีดำในถ้วยเครื่องต้นซึ่งเสิร์ฟมาต่างหากคล้ายน้ำจิ้ม ครั้นเนื้อสเต็กล่วงเข้าพระโอษฐ์ไปแล้ว พระเนตรก็หลับพริ้ม สองพระหัตถ์ที่ทรงกำฉลองพระหัตถ์ส้อมและมีดสั่นเทิ้ม พระบาทกระทบพื้นตุกตัก
“เป็นอะไรหรือพะย่ะค่ะ” เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงได้รับความตระหนก
ทว่า สมเด็จพระราชินีฯ ทรงส่งสัญญาณตอบผ่านพระหัตถ์ให้พระองค์รีบๆ ลองชิมเสีย หากมีปัญหาแม้เพียงนิดพระนางคงไม่ทรงแตะต้องอะไรใดๆ ต่ออีก แต่นี่ กลับเสวยไม่หยุด
‘ฟองดูว์นั่นสีดำสนิทเลย หรือว่าจะเป็น…’
ทอดพระเนตรเห็นพอดีว่า มีเพียงซอสในถ้วยเครื่องต้นข้างสเต็กของพระมารดาเท่านั้นที่เป็นสีดำ
เป็นไปตามที่ทรงคาดการณ์ไว้ ดาร์กช็อกโกแลตฟองดูว์ถูกเตรียมไว้เป็นพิเศษเพื่อสมเด็จพระราชินีฯ จริงๆ เช่นนี้ คงเพราะเชฟได้รับทราบมาว่า พระนางโปรดดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้นชนิดที่เรียกว่าหลงใหล
เจ้าชายฟิลิปทรงเก็บความสงสัยไว้ครึ่งหนึ่ง จากนั้นทรงเริ่มหั่นสเต็กบ้าง
วาบ
ทรงออกแรงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ฉลองพระหัตถ์ส้อมก็ขูดกับจานเครื่องต้น ชิ้นสเต็กขาดออกจากกันทันที พระอารมณ์ชักจะไม่ค่อยสู้ดีขึ้นมานิดๆ
‘นี่ ใช่เนื้อจริงๆ รึ’
แต่แล้ว ชิ้นที่เพิ่งล่วงเข้าสู่พระโอษฐ์ถูกเคี้ยวเพียงสองสามครั้งก็ผสานตัวกับพระเขฬะ (น้ำลาย) ก่อนละลายวาบหายไป อีกทั้งเชฟยังใช้วูสเตอร์ซอสที่เป็นซอสของราชวงศ์ ทำให้ทรงรู้สึกคุ้นเคยคุ้นพระชิวหา (ลิ้น) เป็นอย่างดี สเต็กเนื้อวัวนุ่มนวลด้วยเนื้อสัมผัสแสนวิเศษ รสชาติล้ำเลิศเสียจนหันทอดพระเนตรไปทางเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และพระวรชายาก็ทรงพบทั้งสองพระองค์ก้มพระพักตร์เสวยสเต็กอย่างมุ่งมั่นไม่สนพระทัยสิ่งอื่น
สุดท้าย พระหัตถ์แห่งเจ้าชายฟิลิปก็เริ่มขยับเคลื่อนไหวไม่หยุดตามสมาชิกรอบโต๊ะเสวย
***
กยองฮาทำทิรามิสุชาเขียวท่ามกลางสายตาเชฟหลวงที่สาดตรงมาตลอดเวลา ถึงกับมีการกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ เกิดขึ้น หัวหน้าเชฟหลวงประจำห้องเครื่องสังเกตเห็นบางอย่างที่ต่างไปจากก่อนหน้า
‘จังหวะนี้เราไม่ควรเข้าไปแทรกแซงอย่างยิ่ง คนต้องจดจ่อกับการปรุงอาหารขนาดไหน ถึงแสดงท่าทางแบบนั้นออกมาได้’
เขาคลับคล้ายจะเห็นภาพหลอน หรือว่า มีสุดยอดเทพแห่งเชฟลงมาจุติ ณ ร่างคนตรงหน้า?
…………………………..
[1] เรปทิเลี่ยน (Reptilians) เผ่าพันธุ์สัตว์เลื้อยคลานจากต่างมิติที่แปลงโฉมเป็นมนุษย์ได้