📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 138

บทที่ 138
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

­กิ๊งก่อง!

ซองช่อล พนักงานประจำห้องอาหารได้ยินเสียงกริ่งก็ปรี่เข้ามายกก๋วยเตี๋ยวน้ำใสเลเวล 5 ออกไปเสิร์ฟยังโต๊ะของมินช่อลกับกยูนซัง

การชิมอาหารเริ่มต้นในไม่ช้า เส้นก๋วยเตี๋ยวนุ่มหนึบ ยิ่งเคี้ยว รสชาติแห่งความอร่อยหลากหลายยิ่งเผยตัว

‘อะไรกันเนี่ย โคตรอร่อยเลยนี่หว่า’

‘ทำยังไงให้ได้หลายรสชาติแบบนี้เนี่ย’

อารมณ์ค่อยๆ ไต่ระดับ ดีขึ้นเรื่อยๆ ภาพฟักทองลอยขึ้นมา ภาพไข่สดที่เป็นวัตถุดิบของไข่เจียวลอยขึ้นมา ภาพแครอท ตลอดจนต้นหอมก็ลอยขึ้นมาด้วย วัตถุดิบที่อยู่ในอาหารคล้ายวาบผ่านมาให้เห็นโดยไม่ตั้งตัว ส่งผลให้สองคนที่แต่แรกเป็นลูกค้า กลายร่างเป็นทาสของก๋วยเตี๋ยวน้ำใสเลเวล 5 ไปเสียแล้ว

กยองฮารับออเดอร์เข้าใหม่ ชะงักครู่เล็กๆ ก่อนหันมองไปทางสองคน สายตาบอกความยินดี การได้เห็นคนรับประทานอาหารที่ตนปรุงอย่างเอร็ดอร่อยย่อมหมายถึงความสุขของเชฟทุกคน แถมตอนนี้เรื่องทุกข์ยากยุ่งเหยิงก็คลี่คลายแล้วเรียบร้อย สีหน้าของทั้งคู่จึงไร้ซึ่งความกังวลโดยสิ้นเชิง เทียบกับคนอื่นๆ ซึ่งเคยลิ้มรสอาหารเลเวล 5 ทั้งคู่ดูแฮปปี้มีความสุขกว่าหลายระดับ

‘คุ้มแล้วล่ะ’

การตัดสินใจครั้งล่าสุดทำให้เขาต้องทะเลาะกับความคิดตัวเอง

ในด้านเงินทองนั้นไม่มีปัญหา เพราะมินช่อลไม่ได้มาขอร้องให้กยองฮาช่วยฟรีๆ ส่วนทางด้านงานประมูล แม้ไม่ส่งไวน์ราสเบอร์รี่พรีเมียมไปให้ ก็ไม่ได้เกิดการประท้วงรุนแรงแต่อย่างใดเพราะของมักขาดตลาดเป็นประจำอยู่แล้ว อีกทั้งกยองฮาได้กันพวกไวน์พรีเมียมที่กำลังบ่มระยะสองออกมาไว้ต่างหากแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มินช่อลที่มาหาด้วยท่าทางเหมือนตายทั้งเป็นทำให้เขาต้องใส่ใจและเป็นกังวลไม่น้อย ดีที่กยูนซังกลับกลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้เขาได้เดินหน้าขายเหล้าหมักอย่างเป็นทางการ นับเป็นบุคคลที่ควรกล่าวคำขอบคุณ ตอนนี้กยองฮาชักแอบรู้สึกผิดที่เมินแต่ละคนในทีแรก หันไปส่งไวน์ราสเบอร์รี่เข้างานประมูลแทน

‘ชื่นชมแค่นี้ก็พอเนอะ?’

กยองฮากลับเข้าประจำที่ ลงมือสะสางออเดอร์ของตนอย่างรวดเร็ว

***

นาคามุระกำลังสัมผัสประสบการณ์แห่งโลกใบใหม่

‘นี่มัน สุดยอดยิ่งกว่าสาเกชนิดพรีเมียมอีกนะ เกาหลีมีเหล้าแบบนี้ได้ยังไง…’

หากให้เหล้าเกาหลีมางัดข้อกับเหล้าญี่ปุ่นล่ะก็ แน่นอนว่าเหล้าญี่ปุ่นต้องเหนือกว่าอยู่แล้ว กระทั่งเหล้าเลื่องชื่ออย่างโซจูกับเบียร์เกาหลี ยังไม่อาจเทียบสาเกหรือเบียร์ญี่ปุ่นได้เลย ที่กล่าวมานี้ เขาไม่ได้อคติคิดไปเองคนเดียว ด้วยเหล้าที่รู้จักกันแพร่หลายทั่วโลกนั้นไม่เคยมีเหล้าสัญชาติเกาหลีติดอยู่ในโผ ทว่า นั่นคือโลกก่อนหน้าที่จะมีไวน์ขวดนี้

“เป็นยังไงครับ” ท่านประธานใหญ่อีเทกังถาม มั่นใจเต็มเปี่ยม

“ไม่อยากเชื่อเลยครับว่าจะมีของแบบนี้อยู่ด้วย ขวดนี้หมักในประเทศเกาหลีจริงหรือครับ”

ชัดเจนว่า นาคามุระต้องการคำตอบ อีเทกังพยักหน้าหนักๆ

“แน่นอนสิครับ”

“ชื่อว่าอะไรครับ”

“เคยได้ยินชื่อบกบุนจา ไวน์ราสเบอร์รี่บ้างไหมครับ”

จะไปเคยได้ยินจากที่ไหนเล่า นาคามุระได้แต่ส่ายหน้า เขาไม่เคยคิดจะสนใจเหล้าของชาวเกาหลีอยู่แล้ว

“ไม่คุ้นเลยครับ” คำตอบจริงใจกว่าเดิม

เจอไวน์เช่นนี้เข้าไป เขาจะไม่ยอมรับก็ไม่ได้ เรื่องรสชาติไม่จำเป็นต้องบรรยายให้ซ้ำซ้อน อารมณ์กับสติสตังของเขาแจ่มใสมากกว่าเดิมหลายขั้น หากให้ดื่มจนท้องแตกดื่มต่อไม่ไหว อาการปวดหัวทั้งหลายคงหายเป็นปลิดทิ้งแน่ ครั้นเห็นนาคามุระฟังอย่างตั้งใจ อีเทกังก็อธิบายต่อ

“ไวน์ราสเบอร์รี่จัดเป็นเหล้าผลไม้หมักชนิดหนึ่งของเกาหลีครับ แต่คนที่จะหมักไวน์ระดับนี้ออกมาได้ ในประเทศเรามีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นครับ”

“คงเป็นผู้มีฝีมือ พรสวรรค์สูงส่งสินะครับ”

“ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ เท่าที่ได้ยินมา เขามีความพยายามสูงเยี่ยม หมั่นฝึกฝนตลอดเวลาด้วยครับ”

“โอ้ว~ ผมล่ะชอบนักคนที่มีความเพียรพยายามเนี่ย แต่จะว่าไป ให้เอาแต่มองไวน์ที่เหลือในขวดแบบนั้นทรมานกันเล่นใช่ไหมครับ ขออีกสักจอกเถอะ”

อีเทกังรินไวน์ราสเบอร์รี่ให้นาคามุระอย่างใจป้ำ นาคามุระเองก็ยกรินตอบอีเทกัง แก้วที่สองยังคงนำพาความสุขมาให้เต็มเปี่ยมตามคาด

“คึกกก แก้วที่สองเหมือนจะยิ่งอร่อย รสมันลึกล้ำกว่าเดิมยังไงบอกไม่ถูก… อืม ขวดนี้ขายราคาเท่าไหร่ครับ”

“เกินสิบล้านเยนครับ ในกรณีผมนะ แต่ที่จ่ายเกินยี่สิบล้านเยนก็มีครับ”

นาคามุระแทบไม่เชื่อหูตนเอง ขวดกระจิ๋วหลิวแต่ราคากระฉูดเช่นนี้ ที่ญี่ปุ่นเองก็ไม่เคยปรากฏมาก่อน

“แถมของยังหายากมากๆ ด้วยครับ คู่แข่งกระเป๋าหนักก็มีไม่น้อย…” อีเทกังต่อประโยค

นาคามุระส่งเสียงอุทาน

“เล่าแบบนี้ยิ่งรู้สึกน่าสนใจ ดึงดูดความรู้สึกผมมากเลย ได้สักขวดมาครองคงเหมือนประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง ผมพูดถูกไหมครับ”

ปากเอ่ยไปในใจก็อิจฉา คนมีพรสวรรค์ขนาดนี้ในญี่ปุ่นแทบจะหาไม่พบ แต่ดันมาโผล่บนแผ่นดินเกาหลีเสียนี่

‘ฝีมือกลั่นเหล้า ถ้าไม่ดีจริง ไม่มีทางได้เหล้าหรือไวน์รสชาติขนาดนี้…’

แถมสมัยอดีตที่ญี่ปุ่นยึดครองเกาหลี ชาวโชซอน (เกาหลี) ล้วนไม่ได้รับอนุญาติให้ต้มเหล้าเอง ครั้นสงครามอุบัติ ภูมิปัญญาด้านการทำสุราต้มกลั่นย่อมหล่นหาย เหลือสืบทอดมาถึงปัจจุบันน้อยมาก เจอเหตุการณ์เลวร้ายขนาดนั้นเข้าไปยังอุตส่าห์มีของดีเช่นนี้ออกมาอีก ความตระหนกจึงใหญ่หลวงเกินบรรยาย

เธอรินฉันดื่ม เธอดื่มฉันรินสลับกัน ไม่นานไวน์ราสเบอร์รี่ก็หมดขวด เมื่อนาทีก่อนไวน์นี้ทำให้นาคามุระอิจฉา ทว่า นาทีนี้มันกลับทำให้เขาโมโห

“ไม่มีแล้วเหรอครับ” ทำไมหมดเร็วนักนะ

“ฮ่าๆ ผมเรียนให้ทราบไปแล้วนี่ครับ ขวดนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ …”

นาคามุระเอ่ยตรงไปตรงมา

“แจ๊บ กลับไปแล้วคงได้แต่นึกอยากจิบอยู่เรื่อยแน่ๆ ไม่ทราบว่าจะหาให้ผมสักขวดได้ไหมครับ ผมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ปะปนกันครับ”

“จะลองพยายามดูนะครับ”

รอบนี้เขาไม่ได้หวังพึ่งลูกชายคนเล็ก คิดแต่เพียงว่าต้องตะลุยงานประมูลให้ได้ แบบที่เคยทำมาตลอด

‘อืม ถ้าไม่ได้สนิทสนมอะไรกันขนาดนั้นก็อย่าเลย วันหน้ายังไม่รู้จะเป็นไง…’

***

ชานเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ

นานๆ ครั้ง กยองฮาและจีฮยอนเพิ่งจะมีโอกาสได้พบหน้ากัน

“ตลกดีนะคะ ที่อื่นไม่ได้เจอ ต้องมาเจอกันถึงนี่”

“นั่นสิ สบายดีใช่ไหม”

กยองฮามีธุระที่อังกฤษ จีฮยอนเองก็มีกำหนดการถ่ายแบบที่นี่

“ค่ะ พี่ล่ะคะ”

“พี่สบายดีอยู่แล้ว”

อาจด้วยสถานะของทั้งคู่เปลี่ยนไปจากเดิม ใบหน้าของกยองฮาจึงมีรอยเขินอาย

‘บังคับกล้ามเนื้อใบหน้าไม่ได้เลยโว้ย เพราะรู้แก่ใจสินะว่า ‘นี่แฟนฉัน’ ?’

กยองฮามองทางเดิน จีฮยอนก็มองทางเดินตรงหน้าอย่างเดียว

“บรรยากาศดีจังเลยนะคะ สนามเขียวสุดๆ ต้นไม้ก็ร่มรื่นมาก”

“คงเพราะตรงนี้เป็นชานเมืองล่ะมั้ง”

“นั่นสิคะ วิวในเมืองก็ว้าวอยู่หรอก แต่วิวแบบนี้ก็ไม่เลวน้า ถ้าตั้งใจทำมาหากินสักวันคงมีโอกาสได้มาอยู่ในที่สวยๆ แบบนี้เนอะ”

กยองฮาแอบหัวเราะเงียบๆ สิ่งที่เธอเปรยมา หากว่ากันตามตรง เพียงตัดสินใจตอนนี้ก็ทำได้ทันทีไม่ใช่หรือไร จะไปประเทศไหนในโลกที่ไม่ใช่เกาหลี เขาก็มีทุนมากพอให้ย้ายถิ่นลงหลักปักฐานได้สบาย แต่จะให้คิดถึงชีวิตผาสุขขนาดนั้น ณ ปัจจุบัน ออกจะเร็วเกินไปสักหน่อย

“รู้สึกเฉยๆ กับที่แบบนี้เหรอคะ”

“ไม่นะ พี่ชอบ แค่คิดว่าตอนนี้อาจจะยังไม่เหมาะน่ะ”

จีฮยอนรับฟังโดยดีไม่มีทีท่าขัดข้อง ผู้หญิงส่วนมากอาจปลื้มผู้ชายที่พยายามเอาใจและให้คำตอบที่อีกฝ่ายอยากฟัง ทว่า สำหรับเธอนั้นไม่ใช่ จากประสบการณ์ตรง จีฮยอนเห็นว่า ทั้งสองฝ่ายควรแสดงออกถึงสิ่งที่ตนคิดให้ชัดเจน ต่อไปภายหน้าจึงจะสามารถเลี่ยงเรื่องทะเลาะเบาะแว้งได้ ไม่ต้องผิดใจกัน

‘พี่นี่คนจริง เน้นโลกความจริงไม่เพ้อฝัน’

เพียงสนทนาและเดินเคียงกันเฉยๆ เช่นนี้ ใจก็ส่งถึงใจได้ ค่อยๆ เรียนรู้กันไปทีละนิด

“จะอยู่ที่อังกฤษนี่ถึงวันไหนคะ”

“วันเสาร์นี้ เราล่ะ” ɴᴏᴠeʟɢu.ᴄᴏm

“หนูกลับไฟลท์พรุ่งนี้ค่ะ”

กยองฮาหันไปมองจีฮยอน เธอกำลังหันข้าง จับผมทัดที่หลังใบหู

“เดี๋ยว มือเป็นอะไรน่ะ” กยองฮาถามทันที

“มือเหรอคะ ทำไมคะ”

“นี่ไง พลาสเตอร์ปิดแผล”

“อ้อ ก็… แปะไว้เพราะเนื้อถลอกนิดหน่อยน่ะค่ะ ตอนนี้โอเคมากแล้วล่ะ”

กยองฮาจัดการคว้ามือจีฮยอนขึ้นมาลูบไม่หยุด ใจมัวแต่ห่วงพะวง

“ไม่ใช่ว่าทิ้งรอยแผลเป็นไว้หรอกนะ”

“คุณหมอบอกว่าไม่น่ามีแผลเป็นนะคะ”

จะมีแผลเป็นได้อย่างไรเล่า ใต้พลาสเตอร์นี่มีแผลอะไรที่ไหนกัน จีฮยอนแก้มแดงปลั่ง นึกถึงเรื่องสมัยก่อน

‘เคยอ่านในเน็ต ได้ผลจริงๆ ด้วยแฮะ’

ตั้งแต่ตกลงคบหาดูใจ นี่เป็นครั้งแรกที่สองคนได้จับมือกัน

***

กยองฮากับชายงเทมาถึงพระราชวังบักกิงแฮมในตอนเย็น เป็นช่วงเปลี่ยนเวรยามทหารรักษาพระองค์พอดี เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงมีสีพระพักตร์สดใส

“ขอบใจมากที่ยังรักษาสัญญา” ทรงพระราชสมภพเมื่อปี ค.ศ. 1948 นับว่าพระชนมายุไม่น้อยแล้ว

กยองฮาแย้มยิ้มแบบสุภาพบุรุษ พลางทูลตอบ

“สัญญามีไว้ให้รักษาพะยะค่ะ”

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทอดพระเนตรไปทางกยองฮาพลางดำริ

‘สีหน้าแบบนั้นคงไม่ได้เสแสร้งเพื่อให้ดูดีในสายตาเราแน่ แปลว่า ชืดชาต่อลาภยศสรรเสริญสินะ ไม่งั้นคงรีบบินมาตั้งแต่เนิ่นๆ อืม ที่ตอบรับคำเชิญแล้วอุตส่าห์ยอมมาไกลถึงนี่เพราะเหตุผลส่วนตัวของเรารึ?’

บุคคลประเภทที่หลงใหลในความมั่งคั่งรวมทั้งชื่อเสียงนั้น พระองค์ทรงคุ้นชินจนเรียกได้ว่าสะอิดสะเอียน แค่ความสัมพันธ์ระหว่างบรรดาเชื้อพระวงศ์ด้วยกันเองยังทรงหน่าย กระทั่งไม่ประสงค์จะปั้นสีพระพักตร์อีกต่อไป ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เนื่องจากภาพลักษณ์แห่งราชวงศ์อังกฤษผูกแน่นกับสิ่งเหล่านี้ ครั้นทรงพบใครที่ปราศจากการปั้นแต่งสวมหน้ากากจึงกลายเป็นเรื่องดีที่ทำให้ฉงนพระทัย ก็ปกติทรงสัมผัสแต่เส้นสายซึ่งปะปนมากับอำนาจไม่ใช่หรืออย่างไร ฉะนั้นเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์จึงทรงเบิกบานหทัยไปโดยปริยายที่ยังมีคนปฏิบัติตนต่อพระองค์อย่างจริงใจ

ปกติกยองฮาไม่ใช่คนลำเอียงช่างเลือกข้างอยู่แล้ว จะยากดีมีจน เล็กจ้อยหรือใหญ่โตมาจากไหนเขาก็มีปฏิสัมพันธ์ด้วยอย่างเท่าเทียม หากอีกฝ่ายไม่ขีดเส้นแบ่งสร้างกำแพงขึ้นมาก่อน ก็ไม่จำเป็นต้องคิดมาก ทำตัวยุ่งยากแต่อย่างใด

เมื่อทรงพระเกษมสำราญขึ้นกว่าเดิม เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ก็ตรัสหยอกทีเล่นทีจริง

“ไหนๆ ก็มาแล้ว ขอเล่าให้ฟังตรงๆ เลยว่า เราชะเง้อคอรอแล้วรอเล่าจนจะเป็นยีราฟอยู่รอมร่อ คนที่ส่งไปก็ดันถูกเชฟต้อนรับเสียจนกลับมาสร้างความหวังให้เรายิ่งรอหนักกว่าเดิม”

ชายงเททำหน้าที่ล่ามแปลกระแสรับสั่ง กยองฮาฟังแล้วหลุดหัวเราะ

“ไปกันเถิด” เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงชี้ไปที่ทางเดินด้านหน้า

กยองฮาเดินพลางร่ำร้องในใจถึงความยิ่งใหญ่โอ่โถงของพระราชวัง

‘นี่มันใหญ่แบบโคตรๆ เลยนี่นา คนไม่รู้ทางมีหวัง หลงแน่นอน’

ห้องเครื่อง (ครัว) ที่ทรงนำทางมาด้วยองค์เองก็หรูหราเป็นที่สุด

“ต้องการเชฟผู้ช่วยเท่าไหร่ก็แจ้งมา ไม่ต้องเกรงใจนะ ลูกมือก็เรียกใช้ได้หมด… ลองดูก่อนว่ามีเครื่องครัวขาดตกบกพร่องหรือเปล่า”

กว่าจะเตรียมการเตรียมสถานที่ได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย พระองค์ไม่ทรงประสงค์จะได้ยินว่า ปรุงอาหารให้ออกมาสมบูรณ์แบบไม่ได้เพราะอุปกรณ์และสภาพพื้นที่ไม่อำนวย ชายงเทแปล กยองฮาทูลตอบ

“ไม่ขาดตกบกพร่องเลยพะย่ะค่ะ กระหม่อมว่ามีเยอะเกินด้วยซ้ำพะย่ะค่ะ”

จนถึงเดี๋ยวนี้ กยองฮายังไม่เคยโยนความผิดให้เครื่องครัวแม้แต่ครั้งเดียว ต่อให้ภาชนะหรือเครื่องครัวที่จำเป็นมีไม่ครบ เขาก็พลิกแพลงได้ไม่เคยเกี่ยงอยู่แล้ว

“ที่จริง จะมองว่าห้องเครื่องนี้ผ่านการทำอาหารทุกประเภทมาแล้วก็ไม่ผิด ตั้งแต่อาหารพื้นฐานอย่างสเต็ก อาหารอิตาเลียน ฝรั่งเศส เยอรมัน พวกเมนูยุโรปทั้งหลายแหล่ อ้อ อาหารเวียดนาม จีน เกาหลี ญี่ปุ่นก็ด้วย”

เป็นเรื่องธรรมดามาก เพราะขนาดบุฟเฟ่ต์เกาหลีปัจจุบันยังมีอาหารหลากชนิด ทั้งฟิวชั่น ทั้งดัดแปลงรสชาติ

“กระหม่อมควรปรุงถวายทั้งหมดกี่ที่พะยะค่ะ” กยองฮาทูลถาม

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์รับสั่งตอบเป็นจำนวนตัวเลขน้อยกว่าที่คาด

“สี่ที่ก็พอ”

***

ฝูงชนหลั่งไหลมาชมพิธีผลัดเวรยามทหารรักษาพระองค์ ณ พระราชวังบักกิงแฮม

พิธีดังกล่าวโด่งดังไปทั่วโลกในด้านความพร้อมเพรียงมีระเบียบ เครื่องแบบทหารโบราณอันน่าตื่นใจ และท่วงท่าสง่างามไร้ที่ติ นานมาแล้ว ราชวงศ์อังกฤษเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงพื้นที่บางส่วนของพระราชวังได้ จึงเป็นเหตุผลที่เหล่านักท่องเที่ยวตลอดจนคนธรรมดาแห่แหนกันมามุง

“เป็นไง ยิ่งใหญ่มากใช่ไหม”

ยังชินเอ ช่างภาพชื่อดังผีมือดีผู้รับหน้าที่เป็นตากล้องถ่ายแบบให้จีฮยอนถาม

“มากค่ะ”

ทั้งคู่ยังเหลือเวลาอีกเล็กน้อยก่อนเดินทางกลับเกาหลี จึงตั้งใจมาใช้เวลาที่นี่ แน่นอนว่าบรรดาทหารหนุ่มสุดเท่เหล่านั้นไม่ได้ผ่านเข้ามาในสายตาจีฮยอนแม้แต่น้อย ในหัวเธอมีแต่ภาพกยองฮาคนเดียวไม่เหลือที่ว่างใดๆ

เธอหยิบคุกกี้ข้าวโอ๊ตขึ้นมากัดระหว่างดูแนวขบวนอย่างไม่ค่อยจะตั้งใจนัก

กรุบ กรอบ

คุกกี้ข้าวโอ๊ตนี้ เมื่อวานตอนเจอกัน กยองฮาบอกให้เธอเก็บไว้กินเล่นยามเบื่อ

‘อร่อยจัง’

อาจเพราะประสาทสัมผัสที่ทำงานเยี่ยมยอดเกินมนุษย์ สุนัขเวลช์คอร์กี้ได้กลิ่นคุกกี้ก็วิ่งตื๋อเต็มแรงขาตรงเข้ามาทันที หลุดจากอ้อมพระพาหาของผู้เป็นนาย ซึ่งก็คือสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองแห่งสหราชอาณาจักร…

“เป็นอะไรไปน่ะ”

พระนางโปรดสุนัขพันธุ์เวลช์คอร์กี้เป็นพิเศษ โปรดเสียจนทรงอดไม่ไหวรับอุปการะมาหนึ่งตัว ให้เป็นสุนัขทรงเลี้ยงแสนรัก ซึ่งก็คือเจ้าขาสั้นสุดจะร่าเริงตัวนี้

รอบคอน้องหมามีผ้าสีแดงสดพันอยู่ ชาวอังกฤษที่หันมาเห็นต่างก็จำได้ แสดงท่าทางยินดี

“อุ๊ยตาย วิสเปอร์”

“วิสเปอร์?”

“สุนัขทรงเลี้ยงของสมเด็จพระราชินีฯ ไง”

เวลช์คอร์กี้ทรงเลี้ยงมีนามว่าวิสเปอร์นั่นเอง ชื่อของวิสเปอร์ปรากฏอยู่บ่อยครั้งตามสื่อต่างๆ ของประเทศอังกฤษ ทว่า นั่นเป็นเรื่องที่จีฮยอนผู้ตกเป็นเป้านิ่งของวิสเปอร์ไม่รู้

‘เอ๋ น้องหมามายังไงเนี่ย’

วิสเปอร์แลบลิ้นยาว ยกขาหน้าอันสั้นป้อมขึ้นตะกุยรัวๆ จีฮยอนเริ่มจับได้แล้วว่า สิ่งที่เจ้าตัวฟูตรงหน้าให้ความสนใจคืออะไร

‘หรือว่าเป็นเพราะคุกกี้นี่ ไม่ค่อยมีส่วนผสมของน้ำตาล แถมไม่ได้ใส่ช็อกโกแลต คงไม่เป็นไรมั้ง’

ความรู้รอบตัวเธอมีประมาณนี้

ขณะจะยื่นมือซึ่งมีชิ้นส่วนคุกกี้ออกไป ข้าหลวงที่มาช้ากว่าก้าวหนึ่งก็รีบเข้าห้าม

เหตุการณ์กะทันหันไม่คาดคิดทำเอาจีฮยอนตระหนกหน้าซีด ปฏิกิริยาของข้าหลวงรุนแรงเช่นนั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะวิสเปอร์เป็นถึง ‘เฟิร์สด็อก’ (เล่นคำแบบ เฟิร์สเลดี้ – สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง) ในสมเด็จพระราชินีฯ และด้วยสถานะของวิสเปอร์ มันจึงมีสิทธิ์พิเศษเหนือสุนัขอื่นใด สามารถติดตามสมเด็จพระราชีนีฯ ออกมาเที่ยวเล่นได้ อย่างวันนี้

วิสเปอร์เริ่มแสดงอาการโมโห สุดท้ายหันไปจ้องสมเด็จพระราชินีฯ ด้วยสายตาเว้าวอน

มันรู้ว่าพระนางต้องทรงสามารถช่วยแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าให้ได้อย่างแน่นอน

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset