📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 136

บทที่ 136
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

­“วันนี้ขอบใจมากนะ เหนื่อยใช่ไหม กลับบ้านดีๆ ล่ะ”

“ครับ สองท่านก็เดินทางปลอดภัยนะครับ”

หลังสะสางบัญชีกันเสร็จเรียบร้อย สาขาหลักก็ปิดร้าน ผู้ที่เดินห่างออกไปไม่ได้มีแค่อันอิลเทคนเดียว ชินยองฮีก็เดินเคียงกันไปด้วย กยองฮานั้นยืนข้างซุนกุก แน่นอนว่าเพราะอยู่บ้านเดียวกันจึงเลิกงานพร้อมกัน ทางเดียวกันกลับด้วยกัน

“สองท่านกลับพร้อมกันบ่อยจนสังเกตได้เลยนะครับ” ซุนกุกทักขึ้น

กยองฮาไม่ตอบอะไร

“หรือจะมีอะไรในกอไผ่ ประมาณว่า เป็นมากกว่าเพื่อน?”

“อืม พี่ก็ไม่แน่ใจ”

กยองฮาไม่แน่ใจจริงๆ แม้ทั้งคู่จะดูเหมือนเป็นมากกว่าเพื่อน แต่ดูอีกทีก็คล้ายไม่ใช่ ไม่ได้มีความคืบหน้าของสถานะแต่อย่างใด เป็นเช่นนี้มาหลายเดือนแล้ว

‘ถ้ากำลังคบกันอยู่จริงๆ นี่อึ้งเลยนะ… ถึงขนาดไม่มีใครมองออกสักคน แปลว่าต้องมีเทคนิคลับเฉพาะ’

กระทั่งพนักงานสาขาหลักก็ไม่มีใครรู้ สองหนุ่มคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้เรื่อยเปื่อยจนถึงหน้าบ้านก็พบอีกสองหนุ่มรออยู่

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ายังจำผมได้ไหม” หนึ่งในนั้นถามพลางเดินเข้ามา

เขาอายุราวสามสิบ คุ้นหน้าคุ้นตาบอกไม่ถูก

“อ่า เคยมาซื้อไวน์ราสเบอร์รี่ใช่รึเปล่าครับ”

“ฮ่าๆ ความจำดีจังครับ ตอนนั้นต้องขออภัยด้วยนะครับที่สร้างความลำบากใจให้ อดไม่ไหวเพราะเรื่องไวน์ขโมยแท้ๆ… จริงๆ ช่วงนี้ผมก็ยังดื่มไวน์ราสเบอร์รี่ประจำนะ” ประโยคหลังเขากระซิบเสียงเบา

“ได้จากงานประมูลเหรอครับ”

“ครับผม”

กยองฮาเริ่มจะเดาฐานะและน้ำหนักของกระเป๋าสตางค์เขาได้บ้างแล้ว ระยะหลัง ไวน์ราสเบอร์รี่ที่ส่งขึ้นเวทีประมูล อย่างน้อยๆ ก็เป็นชนิดเกรดดี ราคาที่เสนอกันเข้ามาอย่างต่ำก็สี่ถึงห้าแสน สูงหน่อยก็เจ็ดแสนวอนโน่น

“แต่เกรดพรีเมียมนี่ แค่จะขอชมขวดสักนิดยังยากเลยครับ”

“ผมเองก็ทำออกมาได้ไม่เยอะ…”

“ทราบดีครับ เพราะอย่างนั้นก็เลยควานหากันแทบพลิกแผ่นดิน”

แต่เวลานี้ จะมัวยืนคุยมาราธอนกันอยู่หน้าบ้านก็ใช่ที่

“ว่าแต่ มีธุระอะไรกับผมรึเปล่าครับ”

กยองฮาถามตรงๆ ไม่อ้อมค้อม ด้วยเมื่อครู่เขาได้ยินผู้มาเยือนแง้มๆ เรื่องหาไวน์ราสเบอร์รี่ผ่านงานประมูล

คำตอบอึกๆ อักๆ หลุดออกมาพร้อมท่าทางบุ้ยใบ้ไปยังคนข้างๆ ซึ่งมาด้วยกัน

“ที่จริง น้องที่รู้จักกันคนนี้กำลังเจอปัญหาหนักน่ะครับ เลยจำเป็นต้องมารบกวน ไม่ทราบว่าพอจะมีเวลาให้เราสักหน่อยไหมครับ”

***

กยองฮาเชิญทั้งสองเข้าบ้าน ด้วยคำนึงถึงอีกฝ่ายว่า ด้านนอกมืดๆ ค่ำๆ แถมท่าทางสองคนยังเหมือนไม่สะดวกคุยในที่สาธารณะซึ่งมีผู้คนมากมายผ่านไปมา

“ผมรยูกยูนซัง ทำธุรกิจอยู่ย่านกังนัม ส่วนด้านนี้คือลูกชายคนเล็กของท่านประธานใหญ่ฮันโบกรุ๊ปครับ”

รยูกยูนซังแนะนำตัวจบก็เอาศอกถองสีข้างมินช่อล

“ยะ…ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมอีมินช่อลครับ” กว่าจะยอมเปิดปาก

มินช่อลถูกบ่นแกมสอนจนหูชามาตลอดทางกระทั่งถึงหน้าบ้านว่า ห้ามทำตัวไร้มารยาทเด็ดขาด ยิ่งเป็นฝ่ายมาร้องขอความช่วยเหลือ ยิ่งต้องรักษามารยาทให้ถึงที่สุด ทางฝ่ายเจ้าบ้านนั้น ต่อให้ไม่ใช่เจ้าของธุรกิจเครือยักษ์ใหญ่ เขาก็ไม่จำเป็นต้องกริ่งเกรงใคร ไหนจะประธานาธิบดีเกาหลีและภริยา ไหนจะประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังมีท่านผู้นำสูงสุดของจีนและนายกรัฐมนตรีเยอรมนีอีกที่ต่างก็แย่งกันแสดงเจตจำนงว่าต้องการคบเขาเป็นสหายใกล้ชิดสนิทสนม

บรรยากาศชักจะตึงเครียด รยูกยูนซังจึงเอ่ยคลายสถานการณ์

“เท่าที่ผมทราบ เจ้านี่อายุน้อยกว่าเชฟครับ ถ้าไม่ติดขัดอะไรคิดเสียว่าเป็นน้องชายแล้วกันนะครับ… อ่า ออกตัวแรงเกินไปหน่อยรึเปล่าเนี่ยผม ฮ่าๆ”

มินช่อลย่นหน้าผาก ส่วนกยองฮาทำเป็นหูทวนลม ทั้งคู่เพิ่งจะพบหน้ากันครั้งแรกเองนะ

“ไม่ทราบว่า ปัญหาหนักที่ว่าคือเรื่องอะไรครับ”

นั่นแหละ กยองฮาจึงได้ฤกษ์ฟังเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ

“…ผมไม่รู้จริงๆ ว่าไวน์นั่นจะเป็นของรักของหวงของคุณพ่อขนาดนั้น พยายามหาไปชดใช้แล้วแต่มันไม่ง่ายจริงๆ ครับ เลยจำเป็นต้องบากหน้ามาเสี่ยงเอาเผื่อว่าจะติดต่อขอซื้อโดยตรงได้ ราคาเท่าไหร่ผมไม่เกี่ยง เรียกได้เต็มที่ครับ แพงกว่าที่ประมูลกันผมก็ยอม!”

“เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาครับ พอดีตั้งแต่ผมตอบรับการส่งไวน์เข้าประมูล เราก็มีกฎตายตัวที่ต้องปฏิบัติตาม… อีกอย่าง ไวน์ราสเบอร์รี่มันขาดตลาดตลอดเวลาครับ ด้วยความที่เป็นเหล้าหมัก ไม่ใช่แค่ทำแล้วได้ออกมากรอกขวดทันที ต้องทิ้งเวลาบ่มอีกน่ะครับ” กยองฮาอธิบาย

ขณะที่หัวอกมินช่อลกำลังหมกไหม้เป็นเถ้าถ่าน เสียงมือถือก็ดังแทรกขึ้นมา

เป็นเบอร์ไม่รู้จัก

‘เก้าในสิบ คุณพ่อชัวร์ๆ….’ มินช่อลได้แต่ฝืนกลั้นลมหายใจค้างอยู่ปลายลำคอ

สำหรับประธานใหญ่แห่งฮันโบกรุ๊ป การจะมีมือถือใหม่สักเครื่องหาใช่เรื่องยากอะไร มินช่อลเรียนผูกก็ต้องเรียนแก้

‘คุยยาวแหงๆ คอแห้งแล้วแฮะ หาน้ำกินแล้วค่อยมาต่อดีกว่า’ คิดปุ๊บ กยองฮาก็ลุกยืน

จังหวะนั้น มินช่อลที่กำลังจวนตัวนึกเหมาเอาเองว่ากยองฮาพยายามจะหลบหน้า รีบพุ่งเข้าคว้าขากางเกง พรวดคำวิงวอนออกมาจนหมด ความกลัวทำให้เขาลืมสิ้นแล้วซึ่งภาพลักษณ์

“ไม่ได้เลยเหรอครับ ผมถึงตายจริงๆ นะ คิดเสียว่าช่วยชีวิตคนใกล้ตายสักครั้งได้ไหมครับ ผมขอร้องล่ะ แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ครั้งนี้ครั้งเดียว แล้วจะให้ผมชดใช้ยังไงผมยอมทุกอย่างครับ”

มีบางสิ่งดึงดูดความรู้สึกเข้าอย่างจัง ไม่รู้เพราะความจริงใจฉายออกมาชัดหรืออย่างไร เห็นใบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอมเขียวของมินช่อล กยองฮาซึ่งปกติเข้มงวดเรื่องกฎระเบียบถึงกับใจอ่อนเมื่อเอาใจเขามาใส่ใจเรา

“ถ้าสถานการณ์ร้ายแรงขนาดนั้น งั้นรบกวนรอผมสักสองวันได้ไหมครับ”

***

ต้องขอบคุณคุกกี้ข้าวโอ๊ต

ยุนซึลกับปุ๊กกุสนิทสนมกันไวมาก ไวจนบางครั้งมินซูที่แวะเวียนมาส่องร้านสัตว์เลี้ยงยังต้องน้อยใจ

“ปุ๊กกุ แกนะแก ท่าทางจะชอบยุนซึลมากกว่าฉันซะแล้ว”

“ก็ยุนซึลมาเล่นด้วยบ่อยๆ นี่” ซองช่อลพูดมีเหตุผล

“คุณพ่อพวกเราจะรู้สึกแบบนี้เหมือนกันไหมนะ ประมาณว่าขยันทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูปูเสื่อแทบตาย ลูกดันรักแม่มากกว่า”

ส่วนคิมซอนเอผู้เป็นเจ้าของร้านสัตว์เลี้ยงนั้น กำลังมองยุนซึลเล่นกับปุ๊กกุอย่างสุขใจ

‘เด็กๆ เวลาเล่นกับน้องหมานี่น่ารักน่าชังเหลือเกินน้า’

ยุนซึลกับปุ๊กกุต่างก็ทำหน้าที่เติมเต็มช่องว่างแห่งความเหงาให้กันและกันเป็นอย่างดี

และแล้วก็ถึงช่วงเวลาพักเบรกของร้านฮันอุล ยุนซึลกลับไปที่ร้านเพื่อกินมื้อเที่ยง

เด็กน้อยทิ้งสมุดสเก็ตช์ภาพเอาไว้ คิมซอนเอหยิบมาเปิดดูภาพวาด ก่อนจะยิ้มอบอุ่นไปทั้งดวงตา

“วาดเก่งเหมือนกันนะเนี่ยอายุแค่นี้ มีตัวเอง มีปุ๊กกุ แล้วคนนี้ใครกัน… เถ้าแก่สาขารองรึเปล่านะ”

ไม่นานให้หลัง ฮเยจีที่เป็นคนพายุนซึลกลับไปก็วกกลับมาที่ร้านสัตว์เลี้ยงอีกหน หิ้วติ่มซำมาด้วย…

“เถ้าแก่ร้านหนูฝากมาค่ะ บอกว่าขอบคุณมากที่ช่วยดูแลยุนซึล”

“อุ๊ยตาย ไม่เห็นต้องฝากอะไรมาแบบนี้เลย แต่อุตส่าห์ให้มาแล้วก็ขอบคุณมากนะคะ จะทานให้อร่อยเลยค่ะ”

“ค่า!” ฮเยจีตอบฉะฉานเสียงสดใส

คิมซอนเอมองตาม จากนั้นพึมพำคนเดียว

“คุณหนูคนนั้นมีออร่าบางอย่าง ไม่เหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป อืม ตาฝาดล่ะมั้ง”

ด้วยตลอดเวลาที่เธอเปิดกิจการร้านสัตว์เลี้ยง มักได้พบได้เห็นคุณหนูลูกเศรษฐีอยู่บ่อยๆ คิมซอนเอนึกภาพคุณหนูเหล่านั้นซ้อนทับภาพฮเยจีเมื่อครู่ได้พอดี มีความคล้ายกันอย่างไม่รู้สาเหตุ

ติ่มซำที่ถูกกัดไปหนึ่งคำ กระตุ้นประสาทรับรสของเธอเข้าอย่างจัง

‘ไอ้นี่มันอร่อยขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย’ คิมซอนเอเพิ่งเคยชิมติ่มซำฝีมือกยองฮาเป็นครั้งแรก

แม้เธอจะเคยไปฮันอุลสาขารองมาแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งครั้ง และมักจะเป็นตอนที่แถวสั้นไม่ค่อยมีคน ทำให้ผู้รับผิดชอบปรุงอาหารที่เธอสั่งไม่ใช่กยองฮา แต่เป็นพนักงานครัวคนอื่นๆ แทน

พริบตาเดียว ติ่มซำสามลูกก็วิ่งลงท้องหายไป

“อ๊า อยากกินอีกจัง” เธอบ่นด้วยความเสียดาย nᴏveʟɢu.ᴄᴏᴍ

***

ในขณะเดียวกัน ชเวบกซุนเหม่อมองหลานสาวอย่างเป็นทุกข์

เห็นกับตาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าหนูน้อยไม่มีเพื่อนสักคน เธอรู้สึกปวดใจเหลือแสน

“ยุนซึล ยายพาไปบ้านเด็กเล็กตอนนี้ยังทันนะ…”

“ไม่เอา เกลียดบ้านเด็กเล็ก” ยุนซึลยื่นคำขาดเช่นเดิม

ชเวบกซุนอดไม่ไหวถอนหายใจเฮือก เธอดีใจหนักหนาที่มีเงินมากพอจะส่งเสียหลานให้เข้าเรียนที่บ้านเด็กเล็กได้ เจมินเองก็เช่นกัน ทันทีที่เขาถึงวัยไปโรงเรียน ยายอย่างเธอก็จัดการทุกอย่างได้โดยไม่ต้องกังวลให้มากความ ทว่า เจ้าตัวน้อยนี้กลับต่อต้านไม่หยุด ความคิดที่ว่า ‘ทิ้งระยะอีกสักพัก เดี๋ยวก็คงเปลี่ยนใจไปเอง’ นี้อาจผิดมหันต์ก็เป็นได้ ยิ่งกว่านั้น ชเวบกซุนเกรงใจกยองฮาเหลือเกินแล้ว

“ยุนซึล ยังไงหนูต้องมีเพื่อนบ้างนะ”

“หนูมีเพื่อน”

“หืม” ชเวบกซุนตาโต

“หมายถึงปุ๊กกุหรือจ๊ะ” แม่ของด็อกโฮที่มองสองคนอยู่ถามยุนซึล

ยุนซึลพยักหน้าแข็งขัน ชเวบกซุนหน้าเหวอ หันไปถามแม่ของด็อกโฮ

“ปุ๊ก… กุ?”

“น้องหมาที่มินซูพามาน่ะค่ะ มันชอบยุนซึลมาก สองคนสนิทกันซะยิ่งกว่าอะไร”

เมื่อวานชเวบกซุนไปตรวจสุขภาพจึงไม่มีโอกาสได้แวะมา จึงไม่แปลกที่เธอจะไม่รู้เรื่อง

“หมาตัวนั้นอยู่ที่ไหนเหรอ” เธอหันมองรอบข้าง

“ร้านสัตว์เลี้ยงข้างๆ นี่เองครับคุณยาย” มินซูตอบ

รู้กันดีอยู่แล้วว่าสัตว์เลี้ยงคือตัวช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านอารมณ์ ฉะนั้นก็ไม่น่ามีอะไรเสียหาย

“ยุนซึลได้ทำวุ่นวายอะไรไว้หรือเปล่าคะ” ชเวบกซุนหันไปมองท่าทีกยองฮา

“ไม่เลยครับ ว่าแต่ ตรวจสุขภาพมาเป็นยังไงบ้างครับ” กยองฮาถามเสียงนุ่ม

ชเวบกซุนอธิบายผลตรวจด้วยสีหน้าละอาย

“คุณหมอบอกว่า แข็งแรงมากกว่าแต่ก่อนเยอะค่ะ เหมือนฉันกำลังย้อนวัยตัวเอง…”

“ดีจังนะครับ”

“เพราะได้เถ้าแก่ช่วยทั้งนั้นเลยค่ะ” จนถึงเดี๋ยวนี้ ไม่เคยมีสักวันที่เธอไม่สำนึกขอบคุณ

บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ครั้นทุกคนรับประทานมื้อเที่ยงเรียบร้อย ยุนซึลก็รบเร้ากยองฮา

“พี่ชายคนโต อยากไปหาปุ๊กกุแล้ว”

ช่างเป็นประโยคทำร้ายจิตใจมินซูไม่น้อย ปุ๊กกุคือหมาของเขา แต่หนูน้อยดันไปขออนุญาตกยองฮา

“เอางั้นเหรอ ได้ งั้นคุณยายก็ไปด้วยกันเลยสิครับ” กยองฮายิ้มหล่อ

***

ผ่านพ้นไปแค่วันเดียว ทว่า ความกระวนกระวายใจของมินช่อลกลับพุ่งขึ้นทวีคูณ

“พี่กยูนซัง คนนั้นดูน่าสงสัยปะพี่ว่า หันมองนั่นมองนี่อยู่ได้”

“เหมือนเขากำลังรอคนมากกว่า”

อยู่เฉยๆ ก็ไม่สงสัยหรอก พอสงสัยเข้าครั้งหนึ่งเท่านั้นแหละ สงสัยหนักเลย ทุกคนดูมีพิรุธไปหมดไม่ว่าจะเป็นคุณป้าที่มาจ่ายตลาด เด็กๆ ที่สวมชุดนักเรียน หรือผู้เฒ่าผู้แก่ที่คุยกันไม่ไปไหนเสียที มันขัดๆ ในใจ คล้ายๆ รอบข้างต่างรู้ถึงการมีตัวตนของเขา ยิ่งเห็นใครก็ตามที่สวมสูทกับแว่นตาดำ ยิ่งต้องหลบลี้หนีให้ไกล เพราะออกมาอยู่ต่างจังหวัดขนาดนี้ แต่งตัวแบบนั้น อย่างไรก็ไม่ปกติ

“ผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้ว หลังจากเรากินข้าว”

“สี่สิบนาที”

คำตอบของกยูนซุงทำเอามินช่อลปล่อยลมหายใจยาว หัวใจเขาราวกับหดเล็กเหลือเท่าเม็ดถั่ว อายุขัยก็น่าจะถูกหั่นสั้นลงไปด้วย

‘โถ่เว้ย ทำไมเวลาเดินช้าขนาดนี้วะ’

กยองฮาขอให้เขารอสองวัน จากนี้ยังเหลืออีกหนึ่งวัน มินช่อลกลืนน้ำลายโล่งอกทุกครั้งที่พ้นหนึ่งชั่วโมงมาได้

“แถวนี้ผมไม่วางใจ ไม่ไหวอะพี่ ไปที่อื่นกันเหอะ”

กยูนซังที่ควรจะต้องตอบรับกลับเงียบกริบ มินช่อลตระหนกขวัญบิน เหลียวมองทั่วทิศทาง

จังหวะนั้นเองที่กยูนซังกลับมาพร้อมไอศกรีม

“โหยพี่ ตกใจหมดเลย จู่ๆ ทำไมเกิดจะกินไอศกรีม”

“กะให้แกกินแล้วใจเย็นลงหน่อยไงเล่า เลิ่กลั่กไปหมดแล้วตอนนี้ ยิ่งเป็นแบบนี้ยิ่งถูกสังเกตเห็นง่ายนะเว้ย ไหนๆ ก็ไหนๆ ฉันพูดกี่หนแล้วว่าไม่มีหรอกคนแปลกๆ อะ หนุ่มแว่นตาดำเมื่อกี้เขานัดเจอสาวตรงโน้นโน่น”

หรือจะเป็นอย่างที่กยูนซังพูด? เขาอาจมีปฏิกิริยาไวต่อทุกสิ่งเกินเหตุไปเอง ไม่รู้ล่ะ ขอกลัวทุกอย่างไว้ก่อน ว่าแต่ไอศกรีมเย็นชื่นใจนี่ก็นับเป็นของดีที่ช่วยให้คลายกังวลได้จริงๆ แฮะ

“ถ้าแกไม่สบายใจขนาดนั้นก็ไปกัน ย้ายที่อีกก็ได้ แต่ไหนว่าพอแล้วไง”

ข้ามจังหวัดกันมาไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ จากโซลไปอินช่อน จากอินช่อนไปซองนัม จากซองนัมไปเทจอน จนตอนนี้ข้ามห้วยลงมายังเทกู จึงเป็นสาเหตุให้กยูนซังรู้สึกหัวเสีย

“นั่นเพราะระหว่างทางเราเจอด่านตรวจบ่อยต่างหาก ไม่โอเคอะ”

“คิดว่าไอ้พวกด่านตรวจนั่นเขามาดักตรวจแกรึไง ถ้าใช่คงโดนจับได้ตั้งนานแล้วมั้ง ฉันพอเข้าใจความรู้สึกนะ แต่ทำไมรอบนี้ทำตัวไม่สมเป็นแกเลยวะ”

มินช่อลพยายามตรองดูอีกทีก็เห็นว่ามีเหตุผล

‘เออแฮะ แค่งานส่วนตัวก็ยุ่งจะแย่ คุณพ่อก็คุณพ่อเถอะ จะลงทุนขนาดส่งคนมาถึงนี่เลยรึ ที่เราต้องทำตอนนี้แค่อดทนกบดานให้ได้อีกวันเดียว พรุ่งนี้ไปซื้อไวน์ราสเบอร์รี่ จากนั้นก็ค่อยกลับบ้าน จบแฮปปี้’

ไม่มีคำว่าเสียดายเงินอยู่ในหัวสมองแม้แต่น้อย เพราะเขารู้ราคาไวน์กระจ่างแก่ใจจากวงประมูลแล้ว ขอเพียงทำให้บิดาคลายความโกรธได้ จะร้อยหรือล้านเขาไม่ใส่ใจสักนิด แม้อายุเท่านี้จะยังไม่ถึงคราวออกไปใช้ชีวิตในสังคมภายนอก ทว่า เพียงค่าขนมที่รับๆ มาจากญาติสนิทก็เพียงพอให้เขาแก้ปัญหาได้แถมยังเหลือเก็บด้วย มินช่อลเบาใจ ก่อนเริ่มกินไอศกรีม

“พี่ ไอ้นี่อร่อยอะ”

อีกครั้งที่เขาไม่ได้รับคำตอบจากกยูนซัง

‘ไปไหนของเขาอีกละเนี่ย’

ชายร่างใหญ่เข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่แน่ใจ ส่งแรงกดดันหนักหน่วงมาที่เขาพร้อมกับเสียงทุ้มเข้ม

“ท่านประธานใหญ่กำลังรอพบขอรับคุณชาย เชิญคุณชายกลับบ้านเดี๋ยวนี้ครับ”

***

วันต่อมา

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าสำหรับใครบางคน แต่กับกยองฮานั้น เวลาผ่านไปไวราวโกหก

“กะแล้วว่าต้องได้แค่ขวดเดียว”

กยองฮากดมือถือโทรฯ ออกทันที สัญญาณโทรศัพท์ดังยาวแต่มินช่อลกลับไม่รับสาย หนึ่งชั่วโมงก็แล้ว สองสามชั่วโมงก็แล้ว ผลลัพธ์ยังคงเป็นเช่นเดิม จนช่วงปิดร้านก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน กระทั่งฮงกยองนักมารับเหล้าหมักจากเขาเพื่อส่งเข้างานประมูลก็ยังติดต่อเด็กหนุ่มไม่ได้

“ไวน์ราสเบอร์รี่มีแค่ชนิดเกรดดีเหรอครับ” เขาถามหาชนิดพรีเมี่ยม

กยองฮานึกถึงมินช่อลพลางตอบอย่างหนักแน่น

“ครับ รอบนี้ไม่มีของเลยครับ”

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset