📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 125

บทที่ 125
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

อีเวนท์ ‘เปิดโลกอาหารเกาหลี’ ที่จัดในกรุงโซลเริ่มตามกำหนดการพอดี

“ฮ่าๆ กว่าจะเชิญมาพบกันสักได้ครั้งยากเหลือเกินนะครับ”

เกือบต้องเลื่อนวันเลยทีเดียว ขนาดการประชาสัมพันธ์อีเวนท์ยังต้องทำเอานาทีสุดท้าย

“ขออภัยครับ ช่วงที่ผ่านมาผมงานยุ่งมาก…”

“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร นี่ก็มาแล้วไม่ใช่เหรอ ผมควรจะขอบคุณมากกว่านะครับ ฮ่าๆๆ”

นายกเทศมนตรีประจำกรุงโซล ปาร์คอินจุน ยิ้มแย้มอย่างอารีย์ เขาพยายามเผยแพร่วัฒนธรรมเกาหลีด้านอาหารประจำชาติมานานแล้ว จัดงานไปก็หลายหน แต่ที่ลงทุนลงแรงทั้งหมด ผลตอบรับกลับไม่คุ้มเหนื่อย อีเวนท์รอบนี้เขายังคงจัดด้วยรูปแบบเดียวกับที่ผ่านมา นั่นคือ ให้ชาวต่างชาติเข้ามาร่วมสัมผัสและชิมลิ้มรสอาหารเกาหลีที่ปรุงสดๆ ใหม่ๆ สถานที่ก็เลือกจุดซึ่งนักท่องเที่ยวมักจะต้องมาเยี่ยมชมกันอยู่แล้ว คือ ควังฮวามุน (ประตูจัตุรัสควังฮวา) นั่นเอง

ดูเหมือนว่าพลังการประชาสัมพันธ์จะช่วยทำให้ชาวต่างชาติที่เดิมทีไม่ได้สนใจกลับหมุนทิศทางเท้า เดินตรงเข้ามา

“มิสเตอร์โก?”

ชาวต่างชาติที่รู้จักและจดจำกยองฮาได้มีไม่น้อย ฮเยจีผู้รับหน้าที่เป็นมือขวากยองฮาในวันนี้รู้สึกได้ถึงความรับผิดชอบใหญ่หลวงบนบ่า เธอต้องจัดการแบ่งอาหารที่กยองฮาปรุงออกเป็นถ้วยเล็กๆ ก่อนแจกจ่ายให้นักท่องเที่ยวได้ลองชิม ทุกคนที่ได้รับอาหารคนละนิดละหน่อยต่างอุทานแข่งกันไม่หยุด

“เหลือเชื่อเลย อาหารเกาหลีปกติรสชาติแบบนี้เหรอ”

“น่าตกใจมากค่ะ ปกติจะทานอาหารเกาหลีไม่ค่อยได้ แต่อันนี้ฉันทานได้สบายๆ ไม่แหวะเลยสักนิด”

พวกที่ชิมแล้วยังงอแงอยากชิมเพิ่มอีกก็มีนับไม่ถ้วน

“ขออีกหน่อยสิครับ ให้ผมกินหมดนั่นยังได้เลยนะ”

กลุ่มเจ้าหน้าที่ประสานงานมองนักท่องเที่ยวที่แห่แหนมาต่อแถวกันยาวเหยียดในเวลาชั่วพริบตา เป็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยจริงๆ บางคนถึงกับโทรศัพท์เรียกเพื่อนพ้องน้องพี่ให้มาที่นี่ด้วย

‘เชฟหนึ่งคน อิทธิพลมหาศาล…’ เจ้าหน้าที่อดประหลาดใจไม่ได้

กยองฮาไหนจะต้องทำอาหาร ไหนจะต้องร่วมถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว สลับไปมาวุ่นวาย

“มีอะไรจะพูดกับผมหรือครับ” นายกเทศมนตรีปาร์คอินจุนถามกยองฮาซึ่งมองหน้าเขานิ่ง

“ที่จริงมีเรื่องอยากทราบอยู่เรื่องหนึ่งครับ”

“โฮ่ๆ ถามได้เลยครับ” ปาร์คอินจุนหัวใจเต็มตื้นไปด้วยคำขอบคุณ

กยองฮาปรายตามองฮเยจีที่กำลังทำหน้าที่ผู้ช่วยมือหนึ่งอย่างขยันขันแข็ง ก่อนหันไปเปรยกับปาร์คอินจุน

“ไม่ทราบว่าปีนี้ทางส่วนราชการหรือทางจังหวัดจะมีจัดงานแข่งทำอาหารบ้างไหมครับ”

***

ดึกแล้ว ประธานฯ กูบนมันเพิ่งจะได้กลับบ้าน

“กลับมาแล้วเหรอคะพ่อ” เสียงใสๆ ของลูกสาวกล่าวทักทาย

“จ้ะ ว่าไงลูกสาวพ่อ มีอะไรใช่ไหม มากอดพ่อซะแน่นเชียว”

สองพ่อลูกไม่ได้ทักทายกันเช่นนี้นานมากแล้ว แถมยัยหนูยังอาสาวิ่งเข้าหาเองอีก

“ก็พ่อเพิ่งเหนื่อยกลับมานี่คะ”

“โตเป็นสาวแล้วนะเนี่ย ตัวยุ่ง”

ความชื่นใจคงอยู่ได้ครู่เดียว กูบนมันก็ฉุกคิดได้ว่าตนมีกลิ่นเหล้า จึงคลายอ้อมกอด ปล่อยฮเยจี

ครั้นลูกสาวเดินไปแล้วเขาก็รู้สึกแปลกๆ อาจด้วยวันนี้ สีหน้าของยัยหนูสดใสมาก ความสุขราวกับทะลักล้นออกมาจนรอบข้างสัมผัสได้ ต้องอารมณ์ดีขนาดไหนถึงได้ฮัมเพลงไปด้วยเช่นนั้น กูบนมันอดถามภรรยาไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับฮเยจีล่ะสิ”

“แกบอกว่าจะลงแข่งขันทำอาหารค่ะ”

นี่ไม่ใช่เรื่องทั่วไปที่ฟังแล้วรับรู้แล้วก็ปล่อยผ่านได้

“แข่งขันทำอาหาร?”

“ค่ะ เถ้าแก่เจาะจงมาว่าให้ลงแข่งให้ได้ แกเลยดีใจเสียใหญ่โตน่ะค่ะ”

ฝีมือทำอาหารของลูกสาวเขาเยี่ยมแค่ไหนไม่ต้องให้คุย ขนาดเพื่อนที่ว่ารับประทานยากยังยอมรับ แถมก่อนหน้านี้ที่เคยหิ้วเครื่องเคียงฝีมือฮเยจีไปสนามกอล์ฟ เพื่อนทั้งหลายผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวยังจี้เอาคำตอบจากเขาว่า ซื้อมาจากไหนอีก

กูบนมันลองคิดตามตรรกะอย่าง อาศัยเหตุผลเป็นตัวตั้ง

‘งานแข่งขันทำอาหารเหรอ… งั้นนี่อาจจะเอามาเก็บเป็นโปรไฟล์ส่วนตัวของฮเยจีได้เลยนะ ถ้าตั้งใจดีๆ แข่งให้ได้รางวัล คงมีประโยชน์ในอนาคตแน่’

กูบนมันคิดไม่คิดเปล่า ถามความเห็นภรรยาด้วย

“คุณล่ะ คิดว่าไง”

“ฮเยจีบอกว่าดี ยังจะมาคิดอะไรอีกล่ะคะ ฉันว่าลูกต้องได้ประสบการณ์ดีๆ แน่ค่ะ”

“นั่นสินะ”

ในที่สุด เขาก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของฮเยจีบ้างแล้ว ยัยหนูเล่าเรื่องเถ้าแก่ของตัวเองจนแทบจะติดปากเป็นนิสัย เถ้าแก่อุตส่าห์ใส่ใจคิดแทนแบบนี้ คงดีใจเสียจนไม่รู้จะดีใจอย่างไรแล้ว

“หรือว่าโกกยองฮากำลังช่วยคิดหาทางปูอนาคตให้ลูกสาวเรา?”

“เหมือนจะอย่างนั้นนะคะ ฝีมือทำอาหารของฮเยจีตอนนี้ก็พัฒนาขึ้นมากผิดหูผิดตา อ้อ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ถ้าคุณยังไม่ได้ทานข้าวมา จะชิมซุปเนื้อเผ็ดหน่อยไหมล่ะคะ ฮเยจีเพิ่งต้มไว้วันนี้”

“มะ…มีซุปเนื้อเผ็ดหรือ”

เขาเพิ่งพบปะสหายทางธุรกิจมา ชนแก้วดื่มเหล้าหนักได้ที่พอควร

“ค่ะ สนใจไหมคะ ถ้าจะทานเดี๋ยวฉันอุ่นให้”

“ขอเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บเดียว เดี๋ยวมากิน”

“ไปเปลี่ยนให้เรียบร้อยเถอะค่ะ” มาดามจินซูยอนบอกสามี จากนั้นเดินเข้าครัว

ไม่จำเป็นต้องเรียกใช้แม่บ้าน แค่อุ่นซุปกับเอาเครื่องเคียงออกมาวางเพิ่มนิดหน่อยก็เรียบร้อย ไม่นานกูบนมันก็มาที่ครัว นั่งลงตรงโต๊ะอาหาร น้ำซุปของซุปเนื้อเผ็ดหนึ่งช้อนถูกตักเข้าปาก ความเข้มข้นค่อยๆ กระจายความกลมกล่อมไปทั่ว ไล่ความรู้สึกเมามายเพราะแอลกอฮอล์ได้ดียิ่ง กูบนมันตาโต

“อร่อยใช่ไหมล่ะคะ” มาดามจินซูยอนถาม

กูบนมันพยักหน้าโดยอัตโนมัติ

“นี่ ฮเยจีเป็นคนทำจริงๆ เหรอ”

“ฉันดูแกต้มเองกับตาเลยค่ะ”

กูบนมันไม่ถามอะไรต่อ เอาแต่มุ่งมั่นตักอาหารเข้าปาก

เนื้อวัวส่วนอกนุ่มแต่สู้ฟัน หอมหัวใหญ่และต้นหอมสุกนิ่มพอดี ผักกูดกับก้านเผือกอัดแน่นเต็มปาก ผสมผสานเข้ากับรสชาติเผ็ดร้อนของน้ำซุป สร้างความเพลิดเพลินและช่วยไล่ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่จุกแน่นอยู่ตรงหน้าอกไปจนสิ้น ทะลวงความอึดอัดทั่วทั้งร่างจนปลอดโปร่ง เหงื่อไคลไหลออกมาตามหน้าผาก กูบนมันรู้สึกสดชื่นถึงขนาดไม่อาจเรียกสติคืนมาได้ สุดท้ายก็ดันถ้วยข้าวกับถ้วยซุปเปล่าๆ ไปตรงหน้าภรรยา

“เอาอีกเหรอคะ”

สามีพยักหน้าเหมือนสุนัขตัวน้อยแสนเชื่อง จินซูยอนกลั้นหัวเราะไม่อยู่ รีบเม้มปากอมยิ้ม

‘อุ๊บ มีด้านที่น่ารักคิกขุแบบนี้กับเขาด้วยเหรอเนี่ยคุณ’

เธอตักข้าวและซุปเนื้อเผ็ดเพิ่ม นำมาวางตรงหน้าสามี กูบนมันมุ่งมั่นตักอาหารต่ออีกครั้ง จินซูยอนจ้องสามีตัวเองพลางเก็บซ่อนเรื่องหนึ่งไว้เป็นความลับ นั่นก็คือ เธอและแม่บ้านกำลังเรียนทำอาหารด้วยกัน โดยมีฮเยจีเป็นครู

***

เวลาเดียวกันนั้น

กยองฮากำลังคุยกับพ่อค้าขายวัตถุดิบ

“เปลี่ยนรถแล้วเหรอครับ” กยองฮาหมายถึง BMW สีดำของพ่อค้าฯ

คงเพราะยังใหม่เอี่ยม ตลอดคันจึงสะท้อนแสงระยิบระยับมันปลาบ

“ก็นะ” พ่อค้าขายวัตถุดิบเกาท้ายทอยเขินๆ นึกถึงอดีตทีไรเสียวไส้ทุกทีสิน่า

เกือบได้ตัดขาดหมดโอกาสไปมาหาสู่กับฮันอุลเสียแล้ว เขาเคยแอบปนของไม่ดีมาด้วยตอนนำส่งวัตถุดิบครั้งหนึ่ง

‘ตอนนั้นใครจะไปนึกล่ะว่าจะดังระเบิดระเบ้อแบบนี้’

เดี๋ยวนี้แค่บอกว่าทำการค้าอยู่กับร้านฮันอุลก็เหมือนได้นั่งตำแหน่งขุนนางสูงส่ง อานิสงส์ของฮันอุลแรงจนมีร้านอาหารหลายแห่งอยากติดต่อขอซื้อวัตถุดิบจากเขาเยอะเสียจนเรียกได้ว่ายั้วเยี้ย

“จริงสิ เถ้าแก่โก รับนี่ไป” พ่อค้าฯ ล้วงกระเป๋าเสื้อนอก หยิบซองออกมา

“อะไรครับ” กยองฮาสงสัย

“บัตรกำนัลห้างฯ น่ะ ใจฉันนึกขอบคุณเถ้าแก่โกตลอดเลยนะ คิดๆ อยู่ว่าเจอหน้าเมื่อไหร่จะเอาให้ แต่เถ้าแก่ยุ่งซะจนฉันได้แต่เอาใส่ไว้ตรงนี้ พกไปพกมา”

“อย่าบอกนะครับว่าจะใช้บัตรนี่เป็นข้ออ้าง ปนๆ วัตถุดิบมั่วซั่วมาให้ผมอีก” กยองฮาพูดกลั้วหัวเราะ

พ่อค้าชักฉุน

“เห็นฉันเป็นคนแบบไหนกัน เถ้าแก่โกเองก็ใช่จะโดนหลอกง่ายๆ ด้วยเรื่องพวกนี้ เกิดถูกจับได้ฉันก็เจ๊งกะบ๊งพอดี รับไปเร็ว ตั้งใจให้จริงๆ ไม่ได้มีแอบแฝง ว่าแต่วันนี้ไม่เปิดร้านหรือ”

“วันนี้วันพุธครับผม รู้ๆ อยู่ยังจะถามนะครับ”

“ฮ่าๆ เออน่ะ ถามเพราะอยากกินข้าวฝีมือเถ้าแก่โกไงล่ะ โถ่”

“พวกผมก็ต้องพักผ่อนนะครับ แล้วตอนนี้วัตถุดิบก็ไม่มีด้วย” กยองฮาอธิบายเหตุผลโน!วลกูดoทคอม

“เออ… ฉันก็ลืมคิด ที่นี่ใช้แต่ของสดใหม่นี่นะ”

ฮันอุลยังคงเข้มงวดเหมือนเคย หากวันไหนวันหยุด หนึ่งวันก่อนหน้าจะต้องดำเนินการคัดวัตถุดิบที่ทำท่าจะเสียออก ไม่เก็บไว้เด็ดขาด

“ไว้ครั้งหน้าผมจะทำให้ทานครับ ไม่มีที่ก็ทานกันในครัวนี่แหละ”

กยองฮาเห็นพ่อค้าฯ ทำท่าเสียดายสุดซึ้งเช่นนั้นจึงพูดตบท้าย สีหน้าพ่อค้าฯ ถึงได้กลับมามีสีเลือด

“ได้ๆๆ แล้วนี่เรียกฉันมามีเรื่องอะไรรึ”

“อยากทราบว่าพอจะหาโรงงานผลิตสุราต้มกลั่นให้ผมหน่อยได้ไหมน่ะครับ”

“โรงงาน?”

“ครับ ตอนนี้ผมหมักเหล้าผลไม้ด้วยไงครับ”

ครั้งโน้น กยองฮาเคยให้ไวน์ราสเบอร์รี่กับพ่อค้าฯ ซึ่งก็ถือเป็นการเปิดเผยไปในตัวว่าเขากำลังหมักเหล้าผลไม้

“ฮึ่ม มีรุ่นน้องทำด้านจัดจำหน่ายสุราอะไรเทือกๆ นั้นอยู่เหมือนกัน… ไว้จะถามให้ ยังไงก็คนกันเอง เถ้าแก่โกอุตส่าห์ขอร้องทั้งที”

นี่อาจไม่ใช่การไปติดต่อสอบถามเฉยๆ แล้วจบ ข้ามสะพานครั้งหนึ่ง ย่อมมีโอกาสพบปะผู้คนอีกมากหน้าหลายตา ดังนั้นคนเราจึงจำเป็นต้องดูแลสายสัมพันธ์หรือคอนเน็คชั่นให้ดีอย่างไรล่ะ

“ไหนๆ ก็พูดเรื่องนี้แล้ว ถ้าฉันหาได้สำเร็จ ขอไวน์ราสเบอร์รี่อีกขวดนะ ได้ไหม”

พ่อค้าขายวัตถุดิบแอบมีความหวัง

***

[ทุกเมนูสามารถสั่งกลับบ้านได้]

*ยกเว้นอาหารของเถ้าแก่*

เปิดร้านมาในวันพฤหัสบดีซึ่งถัดจากวันหยุด ข้างประตูทางเข้าก็มีป้ายแปะเอาไว้หรา

[แกงกิมจิ 1 / แกงเต้าเจี้ยว 1 (กลับบ้าน)]

กยองฮาเหลือบมองฮเยจี

“แกงกิมจิหนึ่ง”

“ได้ค่ะ!” ขานรับแล้วฮเยจีก็รีบเตรียมวัตถุดิบทันที

“แกงเต้าเจี้ยวหนึ่ง” กยองฮาหันไปสั่งมยองฮุนอีกคน

จะเอ็นดูใครแค่คนใดคนหนึ่งคงไม่ได้ มยองฮุนเองก็ถูกกยองฮาจัดให้ลงแข่งขันทำอาหารกับเขาด้วยเหมือนกัน

“ครับผม”

บางครั้งลูกค้าเรียกหาแต่กยองฮา ทำให้สองคนขาดโอกาสในการฝึกฝีมือ ฉะนั้นกยองฮาจึงให้ฮเยจีรับมอบหมายทำเมนูที่ลูกค้าสั่งกลับบ้าน ส่วนมยองฮุนเขาก็ตั้งใจให้ได้เก็บชั่วโมงบินมากกว่าเดิม ยอดขายก็เพิ่มขึ้น เท่ากับ ‘ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว’ ทั้งนี้ กยองฮาไม่คิดจะหมดเม็ดเคล็ดลับใดๆ ยังคอยยืนกำกับสองคนที่เริ่มลงมือทำอาหารอยู่ตลอด

“สิ่งสำคัญไม่ได้มีแค่เรื่องความชำนาญ เราต้องคิดเสมอว่าจะทำยังไงให้อาหารจะอร่อยกว่านี้”

“ค่ะ!”

“ครับ”

แม่ของด็อกโฮมองคนทั้งคู่อย่างเหม่อลอย

“หัวหน้าคิดอยากจะลงแข่งบ้างไหมครับ” กยองฮาแอบถามเบาๆ

“ฉะ…ฉันเหรอคะ เขาไม่จำกัดอายุเหรอคะ”

“น่าจะไม่นะครับ เท่าที่ผมรู้มา งานแข่งด้านอาหารเขาไม่น่าจะสนใจอายุครับ”

เธอจมลงสู่ความคิดวุ่นวายของตัวเอง

“ร้านเราร้านเดียว ส่งลงแข่งตั้งสามคน มันจะตลกเกินไปรึเปล่าคะ”

“มีตั้งหลายงานครับ ถ้ารู้สึกไม่โอเค จะลงแข่งสนามอื่นก็ได้ ไม่ว่ากันครับ”

จากการค้นข้อมูลดูจึงพบว่า มีหลายหน่วยงานที่จัดการแข่งขัน แค่ภายในประเทศก็มีไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ไหนจะงานอาหารที่แต่ละจังหวัดเป็นเจ้าภาพ ไหนจะงานแข่งที่รัฐฯ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ไม่นับที่จัดโดยเอกชนหรือภาคส่วนอื่นๆ อีก

“ฉันขอคิดดูสักหน่อยแล้วกันค่ะ ยังไม่ได้เตรียมใจเลย…”

ฮเยจีกับมยองฮุนยังเป็นวัยรุ่นกระฉับกระเฉง แต่เธอนั้นเลยวัยกลางคนมาแล้วด้วยซ้ำ จะไปลงดวลประลองฝีมือกับใคร ใช่จะง่ายดายดังใจคิด

ณ ตึกข้างๆ กัน แดเนียลและเดอชอว์นกำลังหลั่งเหงื่อต่างเลือด

“เดอชอว์น นายช้าเกินไปแล้ว ต้องทำให้ได้ยี่สิบที่นะเว้ย”

“เร่งอยู่เนี่ย ไม่เห็นเหรอ…”

สองคนนี้ก็ได้รับมอบหมายภารกิจมาเช่นกัน นั่นคือการทำขนมหวานเพื่อแจกจ่ายแก่เด็กกำพร้าที่สถานสงเคราะห์ย่านจงโน กยองฮาเห็นว่าเจ้าศิษย์ฝรั่งคู่นี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องลงแส้อย่างหนักหน่วง กระตุ้นให้ทักษะฝีมือกระเตื้องขึ้นเสียที ด้วยเหตุนี้ คนรอบข้างกยองฮาแต่ละคนจึงพากันก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตนจนเหงื่อร่วงกราวประหนึ่งเม็ดลูกปัด

***

กลุ่ม G20

คือ องค์กรนานาชาติ อันประกอบด้วยสมาชิกอย่างเจ็ดประเทศมหาอำนาจที่พัฒนาแล้ว (ผู้นำด้านอุตสาหกรรม กลุ่ม G7) สหภาพยุโรป ตลอดจนสิบสองประเทศที่กำลังพัฒนาเร่งเปิดตลาดใหม่ ถือเป็นการรวมตัวของผู้นำระดับโลกถึงยี่สิบประเทศทีเดียว

ประเทศเกาหลีใต้คือหนึ่งในสมาชิก G20

และสมาชิกดังกล่าวก็กำลังตกเป็นเป้าสายตาของผู้นำสองประเทศมหาอำนาจ

ทรัมป์เป็นฝ่ายเข้าหามุนอินโฮก่อน เขาโฉบเบาๆ มาทักทายอย่างสนิทสนมจากฝั่งขวา

“สบายดีไหมครับ”

มุนอินโฮหัวเราะเสียงดังแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

“ฮ่าๆ สบายดีสิครับ ท่านประธานาธิบดีก็สุขสบายดีใช่ไหมครับ”

“แน่นอน อ้อ ไม่สิ จริงๆ ก็ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ครับ ต้องมีเรื่องโน้นเรื่องนี้โผล่มาให้เครียดอยู่เรื่อย พูดก็พูดนะ…”

ท่านผู้นำจีนแผ่นดินใหญ่กำลังเงี่ยหูตั้งใจฟังจากฝั่งซ้าย

‘ต้องเข้าแทรกให้ได้’

สีจิ้นผิงไม่หยุดยั้งแค่ที่ความคิด เอ่ยปากเปรยกับมุนอินโฮทันที

“เพื่อนคนนั้น โกกยองฮาน่ะ สบายดีใช่ไหมครับ”

แน่นอนว่าฝ่ายทรัมป์ที่จู่ๆ ก็ถูกท่านผู้นำจีนแทรกทะลุกลางปล้องย่อมไม่พอใจ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นที่รู้กันว่าละเอียดอ่อนแค่ไหน ระหว่างที่สงครามจิตวิทยาดำเนินไป ผู้นำประเทศอื่นๆ ก็กำลังจับตามองมาทางนี้พอดี

“ทำอะไรกันน่ะครับ”

“เป็นอย่างนั้นบ่อยจะตายครับ”

เรื่องที่สหรัฐฯ ไม่ลงรอยกับจีน มีประเทศใดไม่รู้?

“คงเป็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนรวมล่ะมั้งครับ” ต่างก็คาดเดาไปในทิศทางเดียวกัน

“แต่ปกติไม่มีเกาหลีใต้หนีบอยู่ตรงกลางนะครับ”

“งั้นน่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือแล้วล่ะครับ”

ความจริงเป็นอย่างไร แน่นอนว่าไม่มีใครทราบ

ใครเล่าจะคิดว่า สองผู้นำแข็งแกร่งอย่าง G2 กำลังแข่งกันแสดงความห่วงใยถามไถ่ทุกข์สุขเชฟเพียงคนเดียวอยู่

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset