📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 121

บทที่ 121
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

สีหน้าของมาร์โกบ่งบอกชัดว่าพร้อมชมเรื่องสนุก

อันที่จริง มาร์โกมั่นใจเต็มเปี่ยมในความสามารถและพรสวรรค์ของตัวเอง จึงค่อนข้างทะนงตนพอสมควร

ครั้งหนึ่ง นักข่าวชาวอังกฤษไร้จรรยาบรรณสองคนเคยคิดจะกลั่นแกล้งให้เขาขายหน้า จึงบุกไปยังร้านอาหารของมาร์โก แล้วสั่งฟิชแอนด์ชิปส์มาแบบสั่วๆ อ้างว่าไม่รู้จักเมนูสักอย่างเดียว

ฟิชแอนด์ชิปส์ (ปลาชุบแป้งทอดเสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์) คือเมนูอาหารจานด่วนที่ตกเป็นเป้าให้ชาวต่างชาตินำมาเป็นเครื่องมือล้อเลียนวัฒนธรรมอาหารของประเทศอังกฤษอยู่บ่อยๆ ดังนี้ ทั้งคู่จึงจงใจสั่งฟิชแอนด์ชิปส์ในเรสเตอรองแสนพิเศษของมาร์โก คาดหวังว่าของที่ออกมาจะต้องจืดชืดไร้รสชาติ แห้งผากติดคอเป็นแน่

แต่แล้ว สิ่งที่หวังไว้กลับแตกกระจายไม่มีชิ้นดี เพราะฟิชแอนด์ชิปส์ที่มาร์โกปรุงเองกับมือนั้นอร่อยขนาดเรียกได้ว่าเป็นที่สุดของที่สุด หลังเหตุการณ์ดังกล่าว เรื่องเล่าขำขันทำนองว่า นักข่าวหรือนักเขียนชาวอังกฤษต่างไม่มีใครพูดถึงความโอหังของมาร์โกอีกเลยนั้น ยังเป็นที่กล่าวขวัญมาจนทุกวันนี้

‘การใช้อคติตัดสินหน้าตาอาหารแค่ภายนอกคือ เรื่องต้องห้าม รสชาติจะวิเศษและแตกต่างแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนปรุงต่างหาก ถ้าปรุงเมนูที่ใครจงเกลียดจงชังให้อร่อยเกินมาตรฐานได้ ความประทับใจย่อมเกินคาดอยู่แล้ว’

ยิ่งกว่านั้น ความสุขที่กระโดดออกมาจากอะไรที่ไม่ได้คาดหมายไว้ ย่อมคงอยู่ได้นานเกินธรรมดาแน่นอน

สองหนุ่มอายุเท่ากันอย่างอาเกวโรและโอตาเมนดี้น่าจะเหนื่อยกับการทำสงครามแล้ว ฝ่ายหลังเอาแต่ยืนจ้องพายปลาซาร์ดีนตรงหน้าตาปริบๆ

‘ลองเสี่ยงดูสักครั้งดีไหม’

มาร์โกหันมาถามชายงเท

“อันนั้นทานได้เลยหรือเปล่า”

“ทานเลยครับ ระหว่างรอเมนูอื่นๆ กลัวว่าจะหิว เลยเสิร์ฟมาให้ทานไปพลางๆ ก่อนครับ”

เมื่อได้ยินคำตอบรับ โอตาเมนดี้ก็จัดการเอาส้อมหั่นพายออกเป็นเสี้ยวเล็กๆ จิ้มแล้วดึงมาใกล้ๆ ปาก

ปลาซาร์ดีนเหมือนกำลังเล่นเกมจ้องตากับตน เขารู้สึกกระอักกระอ่วนเหลือเกิน จนต้องพยายามทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อ้าปากงับ และแล้วชิ้นพายที่เข้าไปจ๊ะเอ๋กับน้ำลายก็ค่อยๆ ยวบอ่อน ละลายหายไป ทิ้งรสชาติลึกลับเยี่ยมยอดเอาไว้…

‘เฮ้ย?’

เจ้าลิ้นถูกความสุขสั่นสะเทือนให้กระตุกไม่หยุด ครั้นหมดปากก็ชักเสียดาย เริ่มพาตัวเองกวาด ควานหาไปตามซอกฟันครั้งแล้วครั้งเล่า เผื่อเจอส่วนเล็กส่วนน้อยที่ยังไม่ได้เคี้ยวหลงเหลืออยู่บ้าง ดูท่าแล้วคงอยากจะหาให้เจอให้จงได้

โอตาเมนดี้ตัดพายชิ้นใหญ่กว่าเดิม ส่งเข้าปากอีกครั้ง อาเกวโรมองภาพนั้นอย่างฉงน

‘ไม่มีใครขู่เข็ญให้กินซะหน่อย ตักกินเองเลยเรอะ’

มีความเป็นไปได้สองประการ หากไม่อร่อยมากๆ เกินห้ามใจ ก็ต้องเป็นเพราะจะหลอกให้ตนหลงกลกินตาม ตั้งแต่เด็กจนตอนนี้โตเป็นผู้ใหญ่ นิสัยขี้แกล้งยังคงเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ

โอตาเมนดี้ดูดื่มด่ำกับรสชาติ หลับตาพริ้มลิ้มรสพาย กระทั่งปลาซาร์ดีนก็ไม่เว้น

นักฟุตบอลรอบข้างหันไปกระซิบกระซาบกันเอง

“หรือมันอร่อยจริงๆ?”

“คงอร่อยจริงล่ะ ถ้าไม่จริง จะกล้ากินไอ้ปลานั่นเข้าไปด้วยได้ยังไง”

ในที่สุด อาเกวโรก็ตกหลุมพราง ไม่สิ ตกลงใจยื่นมือออกมา

“ขอชิมบ้างนะ”

โอตาเมนดี้เปิดศึกต่อต้านไม่คิดชีวิต ยื่นแขนออกมาดึงจานพายไปกอดไว้แน่นพลางส่ายหน้าแรงๆ เป็นผลให้อาเกวโรยิ่งอยากเอาชนะ

“ก็บอกว่าขอชิมบ้างไงเล่า”

สถานการณ์วิกฤตคับขัน ภัยร้ายคุกคามจนโอตาเมนดี้ต้องใช้มือเปล่าๆ บิพายอย่างแรง ก่อนจะยัดเข้าปากเหมือนคนบ้า

มาร์โกมองความอลหม่านพลางยิ้มเย้ย

‘ถึงได้บอกไงล่ะว่าอย่าตัดสินอาหารแค่ภายนอก แต่เดี๋ยว นั่นมันต้องขนาดนั้นเลยรึ คิดไม่ถึง…’

สภาพของโอตาเมนดี้ตอนนี้ไม่ต่างจากคนป่าบาร์บาเรี่ยนแม้แต่น้อย อนุมานได้ว่าสติสตังเขาหลุดหายไปหมดแล้วเรียบร้อย ส่วนอาเกวโรที่ทุ่มเทอย่างเอาเป็นเอาตายไม่คิดชีวิตก็ได้รางวัลเป็นพายเสี้ยวเล็กในมือ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนตาแทบลาย

“กินด้วยกันสิ”

“ไหนว่าไม่กินไง!”

วินาทีนี้ นักกีฬาที่เหลือซึ่งเอาแต่นิ่งดูท่าทีมาตลอดก็เริ่มทยอยลุกจากที่ ผนึกกำลังกันช่วงชิงพาย

พริบตา สนามหญ้ากลับกลายเป็นสมรภูมิรบย่อมๆ

“ผมขอด้วยนิดหนึ่ง…”

“พี่ ขอชิมหน่อยน่า”

“ไม่ให้ ให้ไม่ได้ว้อย!” โอตาเมนดี้ป่าวร้อง

ทว่า อย่างไรแล้ว การป้องกันของกินก็มีขีดจำกัด เพียงสองมือหรือจะสู้มืออื่นๆ ที่ยื่นมาจากสี่ทิศแปดทาง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะปกป้องเจ้าพายให้พ้นมือมาร ตัวพายและปลาซาร์ดีนถูกบิออกไปด้านโน้นทีด้านนี้ที กระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ใครที่เห็นความชุลมุนนี้แล้วจะขมวดคิ้วจนหน้ายับย่นก็ไม่แปลก

เปป กวาร์ดิโอลาเข้าควบคุมสถานการณ์

“พอได้แล้ว…” เขาส่งเสียงเฉียบขาด

ยังสั่งไม่ทันจบประโยค พายชิ้นหนึ่งก็ลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งงดงาม ตกตุ้บลงบนมือเขา

‘เอาล่ะสิ ชิมไหม?’

อย่างไรก็สงสัยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนี่ พายปลาซาร์ดีนที่ว่าอร่อย มันจะอร่อยได้สักแค่ไหนกันถึงได้กลุ้มรุมกันขนาดนั้น

เปปค้นพบว่าพายที่ส่งเข้าปากนั้นละลายหายไปทันที ทิ้งไว้เพียงความหวานกลมกล่อมหอมหวนเข้มข้น นี่มัน ไม่ใช่พายปลาซาร์ดีนที่เขาเคยรู้จักสักนิด ปกติต้องมีกลิ่นคาวนิดๆ เลี่ยนหน่อยๆ ตามด้วยความอยากแหวะอีกเล็กน้อย แต่พายนี้กลับไม่สร้างความรู้สึกต่อต้านเหล่านั้นเลยแม้แต่อย่างเดียว

ภาพอาเกวโรที่ตอนนี้กลายเป็นนักรักบี้อุ้มพายไว้ข้างหนึ่งกำลังวิ่งโร่ เหมือนวิดีโอสโลวโมชั่นวาบผ่านทางหางตาของเปป มือที่แข่งกันยื่นไปยังพายราวกับมือซอมบี้ ส่งผลให้ปลาซาร์ดีนแหว่ง จะโทษความชุลมุนได้หรือไม่ก็ไม่แน่ใจนัก ชิ้นส่วนปลาซาร์ดีนเกิดร่อนตุ้บลงบนกล้ามแขนของเปปพอดิบพอดี

‘ไอ้นี่ก็คงอร่อยเหมือนกันมั้ง?’ เปปไม่คิดแม้แต่จะสลัดชิ้นปลาทิ้งให้พ้นตัว

ชิ้นปลาอวบแน่นในปากทั้งนุ่มทั้งละเอียด กลมกล่อมนวลเนียนยิ่งกว่าอะไร

‘ปลานี่เนื้อมันหวานขนาดนี้เลยเหรอ’

ไหนจะอบเนื้อได้สุกพอดีๆ ไหนจะไร้ความคาวแม้เพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ไหนจะรสชาติลึกๆ ที่ซ่อนอยู่อีก ไม่อาจสรรหาคำใดมาบรรยายได้เลยทีเดียว ความหอมอร่อยเกินกำลังที่มนุษย์จะรับไหวทำเอาเปปต้องหลับตาพริ้มโดยไม่รู้ตัว

ทางด้านมาร์โกนั้นจับตามองเหล่านักฟุตบอลอยู่ แต่ละคนเฮละโลกันเข้าไปยื้อแย่งพายแบบไม่ลืมหูลืมตา ส่วนด้านมานซูร์นั้นเริ่มอยากรู้ไปด้วยจนต้องเรียกผู้ติดตามมาถาม

“ไปเอามาสักชิ้นเล็กๆ ซิ ขอฉันชิมหน่อย” มานซูร์เองก็ยังไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองพายปลาซาร์ดีนฝีมือกยองฮา

ประโยคนี้ทำเอาผู้ติดตามมีสีหน้าลำบากใจ

“ชิ้นที่อยู่บนโต๊ะนั่น จะไม่เป็นไรหรือครับ”

จะให้เอาพายที่เปื้อนขี้มือพวกนักฟุตบอลมาให้เจ้านายรับประทานก็กระไรอยู่ ทว่า มานซูร์กลับพยักหน้า เขาจึงตรงเข้าไปเก็บเศษพายวางบนจานแบ่งอย่างระมัดระวัง ก่อนนำมาส่งมอบถึงมือมานซูร์

“นี่ครับ”

มานซูร์หยิบส้อมจิ้มพายขึ้นมาชิม

“พูดไม่ออกเลย จริงๆ นะ ทำยังไงถึงยกระดับเมนูธรรมดาขึ้นมาได้ขนาดนี้”

ด้วยปฏิกิริยาทั้งหมดของคนรอบข้าง ช่วยไม่ได้ที่มาร์โกจะสงสัยในรสชาติของพายนี้ขึ้นมาติดหมัด

“ขอผมชิมสักหน่อยได้ไหมครับ”

มานซูร์พยักหน้าหนักๆ เป็นเชิงอนุญาต มาร์โกจึงลงมือแบ่งพายและเนื้อปลาในสัดส่วนพอเหมาะ จิ้มเข้าปาก

ความหอมและความอร่อยสอดประสานกัน พรากสติคนชิมจนแทบวิงเวียน

‘นี่มัน อะไรกัน…’

***

เส้นแล้วเส้นเล่าถูกสูดฮวบเข้าปากผู้ร่วมโต๊ะอาหารแบบไม่หยุดยั้งโuเวลกูดoทคoม

จานนี้คือพาสต้า เป็นอาหารพื้นๆ ธรรมดาที่สุดอย่างหนึ่งก็จริง แต่รสชาติเกินกว่าคำว่าธรรมดาไปมาก

ซอสก็มีสองชนิด ได้แก่ ซอสครีมและซอสมะเขือเทศ เป็นซอสทั่วไปที่คุ้นปากกันดีอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรับประทานเหมือนตั้งสติไม่อยู่

“ถ้ารสชาติไม่ถูกปาก ผมทำเมนูอื่นให้ดีไหมครับ” กยองฮาเสนอ

สีหน้ามาร์โกราวกับจะบอกว่าขออภัย

“ไม่ต้องๆ แค่เผลอไปคิดเรื่องอื่นนิดหน่อยน่ะ…”

พาสต้าซอสครีมในปากกระจายความเบิกบานออกมาพร้อมความอร่อยที่โดดเด่นมาก มือเริ่มหลุดพ้นจากการควบคุมของสมอง เพียงคำเดียว ลองแค่คำเดียวเท่านั้นก็จะหยุดไม่ได้อีก

เมื่อชำเลืองสังเกตรอบโต๊ะ ตั้งแต่ผู้จัดการเปป นักฟุตบอลทั้งหลาย จนถึงเจ้าของสโมสรอย่างมานซูร์ ก็เห็นได้ว่าต่างมีปฏิกิริยาเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน แต่เขาสามารถให้คะแนนความอร่อยได้อย่างเลือดเย็น

‘พาสต้านี่ดีมาก แต่ยังไม่เท่าพายปลาซาร์ดีน เหมือนขาดความลึกบางอย่างไป’

คงเพราะเอาไปเปรียบเทียบกับพาย เขาจึงรู้สึกเช่นนั้น

“ซอสมะเขือเทศอร่อยสุดๆ ไปเลยครับ ทำยังไงถึงได้ซอสอร่อยขนาดนี้ ผมอยากรู้”

ผู้จัดการฯ เปปเอ่ยถามด้วยตัวเอง แต่ชายงเทกลับไม่อาจทำหน้าที่ล่ามได้เพราะพาสต้ายังเต็มปากเขาอยู่ ผู้ติดตามของมานซูร์ที่ยืนตรงอยู่ด้านหลังจำใจแปลแทนให้

“วัตถุดิบดีน่ะครับ” กยองฮาตอบ

มาร์โกได้ยินแล้วก็จมลงสู่ความคิดตัวเอง เจ้าหนุ่มตะวันออกนี่มีหลายจุดที่เหมือนเขา

หนึ่งในสิ่งที่ตัวมาร์โกคอยพร่ำย้ำแล้วย้ำอีก คือ วัตถุดิบต้องเยี่ยมยอด ขั้นตอนปรุงต้องเป๊ะ และใจที่มีก็ต้องใส่ลงไปทั้งดวง

เมนูของหวาน คือ ช็อกโกแลตมูส

เมนูนี้กยองฮาหัดทำพร้อมๆ กับตอนทำพุดดิ้งช็อกโกแลต

กลิ่นเข้มข้นของช็อกโกแลตบวกกับรสสัมผัสนุ่มนวลหวานหอม ส่งให้การปิดท้ายมื้ออาหารเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ จังหวะที่ทุกคนยังลอยเคลิ้มอยู่กลับความอร่อยของอาหารทั้งหมด มาร์โกก็ถามกยองฮา

“เธอเรียนทำอาหารจากใครหรือ”

“ส่วนใหญ่อาศัยดูจากหนังสือรวมๆ กับในอินเทอร์เน็ตครับ” กยองฮาตอบกำกวม

“หนังสือกับอินเทอร์เน็ต… แปลว่าแทบจะศึกษาด้วยตัวเองทั้งนั้นเลยนี่” มาร์โกตกใจยิ่งกว่าเดิม

“จะบอกว่าศึกษาด้วยตัวเองคงไม่ได้ครับ มันเกินกำลังผม ดีที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเกาหลีเรากว้างขวางและพัฒนาจนทันต่อโลกมากๆ น่ะครับ” กยองฮาอธิบายตรงไปตรงมา

มาร์โกไตร่ตรองดู แล้วก็ได้ข้อสรุปเอาเองว่า ‘สุดท้ายคือ ถ่อมตัวนั่นเอง’

หากจะอ้างว่าเป็นเพราะอินเทอร์เน็ตพัฒนามาก เช่นนั้น ก็ควรต้องมีเชฟหน้าใหม่ ความสามารถโดดเด่นออกมาเดินกันยั้วเยี้ยมากกว่านี้อีกสิถึงจะเรียกว่าสมเหตุสมผล แต่จะไปบีบบังคับให้ใครต้องรู้รักทะนงตนเสียหน่อยก็เป็นเรื่องน่าขัน

มาร์โกไม่ถามอะไรอีก

‘อืม มีจุดต่างจากฉันอยู่เหมือนกันนะนี่’

***

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศของสมเด็จพระราชินีฯ นั้น ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็มักจะเป็นที่สนใจใคร่รู้ของเหล่าพสกนิกรเสมอ

“เราจะนั่งเครื่องบินไหวไปจนถึงเมื่อไหร่กันนะ”

ด้วยปีพระราชสมภพคือ 1962 ฉะนั้นบัดนี้ ทรงมีพระชนมายุเกินเก้าสิบพรรษาแล้ว

ยิ่งพระชนมายุมากขึ้นก็ยิ่งทรงกังวลมากขึ้นเป็นธรรมดา ทุกวันนี้ พระนางทรงรู้และสัมผัสได้ด้วยพระวรกายองค์เอง

“ทรงแข็งแรงกระฉับกระเฉงดีอยู่ไม่ใช่หรือพะยะค่ะ”

แค่ปีที่แล้ว ปี 2017 ที่ผ่านมา สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองแห่งสหราชอาณาจักรพระองค์นี้ ยังทรงมีพระราชดำริอันน่าตกใจอย่างการทรงลองขับรถด้วยองค์เองอยู่เลย

พระนางทรงพระสรวลแห้งๆ ต่อสิ่งที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แห่งเวลส์ตรัสเมื่อครู่

“ไม่เลย แม่พยายามจะย้อนวัยอยู่เหมือนกัน แต่จริงๆ รู้สึกได้นะว่าที่ผ่านมาแต่ละวันมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”

ตลอดพระชนม์ชีพของสมเด็จพระราชินีนาถฯ กล่าวได้ว่า ทรงผ่านกาลเวลาและพระราชภาระมามากมายเหลือเกิน ที่ทรงปรารถนาให้พระวรกายแข็งแรงกว่าที่เป็น บางทีอาจเป็นเพียงความละโมบอย่างหนึ่งก็เป็นได้ ยามนี้ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปที่ใด หากไร้คนคอยประคองก็จะทรงอ่อนล้ายิ่ง กระทั่งการเสด็จขึ้นและลงรถยนต์พระที่นั่งก็ยังไม่ใช่เรื่องง่าย จึงไม่แปลกเลยที่พระนางจะทรงกลัวการประทับบนเครื่องบิน พระหทัยไม่อาจสั่งพระวรกายได้เหมือนเก่าแล้วนั่นเอง!

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงทำได้เพียงสงสารพระมารดา

‘นี่ไง ถึงได้ทูลให้เสด็จสนามบินส่วนพระองค์จะดีกว่า…’

ทรงดึงดัน อย่างไรก็จะเสด็จมายังท่าอากาศยานทั่วไปที่ประชาชนทั้งหลายใช้กัน

ไม่ใช่ว่าไม่ทรงเข้าพระทัยความพยายามลดองค์ลงใกล้ชิดพสกนิกรของพระมารดา แต่พระวรกายควรต้องสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดไม่ใช่หรือ? ทว่า การจะทรงเอาชนะความรั้นดั่งเหล็กกล้าของพระมารดาให้ได้ เป็นเรื่องเกินกำลังเจ้าฟ้าชายเช่นพระองค์เหมือนกัน

และแล้ว รถยนต์พระที่นั่งก็เคลื่อนมาถึงท่าอากาศยานฯ

ทันทีที่ล้อหยุดหมุน ข้าหลวงพลขับส่วนพระองค์ก็รีบลงมาเปิดประตูด้านหลังถวายเร็วรี่ดั่งลูกธนู นางกำนัลคอยประคองให้ทรงยืนตรงๆ ได้ ปลายฉลองพระองค์กระโปรงของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง แห่งสหราชอาณาจักรสะบัดพลิ้วราวดรุณีน้อยแรกรุ่น แต่ก่อนหากมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่าพระนางเสด็จที่ใด ประชาชนจะหลั่งไหลมารวมกันเหมือนเมฆก้อนยักษ์ ฉะนั้น ชัดเจนว่าครั้งนี้คือการเสด็จแบบปุบปับไม่ให้ใครได้ตั้งตัว โดยรอบจึงโล่งว่างทางสะดวก

กลับกลายเป็นว่า พระนางสนพระทัยผู้คนที่มะรุมมะตุ้มอยู่ตรงด้านหนึ่งมากกว่า

“ทางโน้นมีอะไรน่าสนใจรึ”

“กระหม่อมจะไปตรวจสอบแล้วรีบกลับมากราบบังคมทูลพะยะค่ะ”

จุดที่ข้าหลวงในชุดสูทวิ่งมาดู คือกลุ่มแฟนคลับที่รุมล้อมกยองฮาไว้ตรงกลาง สภาพการณ์ต่างจากขามาลิบลับ เนื่องด้วยตอนมานั้นไม่ได้มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าแต่อย่างใด แต่ขากลับนี้ แฟนคลับบางส่วนมาต่อแถวยาวเหยียดรอส่งเขา บวกกับข้างๆ กยองฮายังมีโอตาเมนดี้ อาเกวโร เจซุส ผู้จัดการเปป ตบท้ายด้วยเชฟมาร์โกด้วย เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมสตาร์ดาราดัง แน่นอนว่าคนย่อมมุงแล้วมุงอีก

มาร์โกชักจะรอให้กยองฮาแจกลายเซ็นจนครบไม่ไหว

“ได้ไปเมื่อไหร่ ไว้จะติดต่อไปนะ” เขายิ้มอบอุ่น

ไม่ต้องรอให้ชายงเททำหน้าที่ล่ามช่วยแปล เป็นภาษาอังกฤษก็จริง แต่เนื้อความกลับสามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดาย

“ครับ”

ข้าหลวงในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองฯ สำรวจสิ่งที่เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้วก็รีบย้อนกลับมากราบบังคมทูล

“นักฟุตบอลแมนซิตี้รวมผู้จัดการยกกันมาทั้งสโมสรเลยพะย่ะค่ะ เชฟมาร์โกก็อยู่ด้วยพะย่ะค่ะ”

พระนางเองก็ทรงเคยมีโอกาสลิ้มลองเครื่องเสวยปรุงด้วยฝีมือเชฟมาร์โกมาก่อนแม้จะไม่เป็นทางการ ทั้งยังเคยพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จักรวรรดิบริติช หรือ OBE แก่ลูกศิษย์ของเขา นามว่ากอร์ดอน แรมซีด้วย

สีพระพักตร์สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองฯ เผยความปลื้มปิติยินดียิ่ง

“นอกจากนี้ในกลุ่มยังมีเชฟชื่อดังชาวตะวันออกด้วยพะยะค่ะ” ข้าหลวงถวายรายงานเพิ่ม เอียงคอไปมา

“เชฟชื่อดังชาวตะวันออกรึ”

“พะยะค่ะ กระหม่อมนึกชื่อเขาไม่ออก แต่ทราบว่าโด่งดังพอตัว…”

เขาเหงื่อตกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ยามจำเป็นเช่นนี้ จู่ๆ ใครใช้ให้สมองเขาว่างเปล่ากันเล่า

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset