“อาจารย์ของกอร์ดอน แรมซี่?”
“ครับ ชื่อมาร์โก ดังมากเลยนะ ไม่รู้จักเหรอครับ เขาถูกเลือกให้เป็นเชฟประจำสโมสรแมนซิตี้เมื่อไม่กี่ปีก่อน”
ผู้หลงใหลฟุตบอลในโลกนี้มีแค่คนสองคนเสียเมื่อไหร่ แล้วทีมที่ชายงเทชื่นชอบก็ดันเป็นแมนซิตี้เสียด้วย เพราะอย่างนี้เขาถึงได้รู้ความเป็นไปของทีมแมนซิตี้อย่างละเอียด
“เฮียไม่โอเคกับตั๋วซีซั่นพาสนี่เหรอครับ”
“ก็ไม่เชิง แค่รู้สึกลำบากใจนิดหน่อยน่ะ”
“สำหรับพวกเราก็แพงมากอยู่ แต่สำหรับตัวมานซูร์ คงเป็นแค่เศษเงินแหละครับ”
ประโยคปิดท้ายของชายงเทช่างพาให้คนพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเหลือเกิน
***
มาร์โก ปิแอร์ ไวท์ นับเป็นบุคคลที่น่าสนใจไม่น้อย
กอร์ดอน แรมซี่นั้นจัดว่าโดดเด่นแล้ว เชฟมาร์โก อาจารย์ของเขาโดดเด่นยิ่งกว่าด้วยความสามารถที่เปล่งประกายจากตนเองโดยแท้ เขาออกเดินบนเส้นทางเชฟ มุ่งหน้าสู่ลอนดอนแบบเสื่อผืนหมอนใบเสื้อผ้าไม่กี่ชุดหนังสือไม่กี่เล่มตั้งแต่อายุเพียงสิบหกปี
มาร์โกประสบความสำเร็จด้านการทำอาหารอย่างงดงาม ที่ควรแตกฉานก็แตกฉานลึกซึ้ง เป็นหนึ่งในเชฟอังกฤษที่อายุน้อยที่สุด ที่ได้ดาวมิชลินสามดวง ตอนนั้นเขาน่าจะอายุเพียงสามสิบสามปีเท่านั้น
เขาเลือกประกาศเกษียณตัวเองจากวงการ มิหนำซ้ำยังคืนดาวทั้งหมด ดาวมิชลินที่ใครหลายคนใฝ่ฝันจะไขว่คว้ามาครองเลือดตาแทบกระเด็น
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนสมัยหนุ่มๆ ยังหล่อมากอีกด้วย
กยองฮาเองก็เป็นเชฟ ฉะนั้นความคิดแรกที่วิ่งผ่านสมอง คืออยากพบหน้ามาร์โกผู้นี้สักครั้ง น่าจะเป็นประสบการณ์ที่ต่างจากการได้พบเชฟมากหน้าหลายตาผ่านรายการท็อปเชฟ หรือการพบปะกับอันโตนิโอแน่นอน มันคงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายหากจะไปเปิดหูเปิดตาเสียหน่อย ดีไม่ดีอาจมีโอกาสทอง ได้ยลโฉมชมบารมีเชฟหรืออาจถึงขั้นได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องอาหารอีกด้วย กยองฮาเริ่มเอนเอียง
“วางความลำบากใจทิ้งไว้ก่อนดีไหมนะ”
คิดใหม่อีกที ที่ว่ามาทั้งหมดก็มีเหตุผล
เอาคร่าวๆ อย่างน้อยๆ ทรัพย์สินส่วนตัวของมานซูร์น่าจะมีประมาณสามสิบสี่ล้านล้านวอนได้ ต่อให้ตั๋วซีซั่นพาสนี้ราคาสักหลายสิบล้าน แต่เมื่อเทียบกับทรัพย์สินทั้งหมด ตั๋วนี่ก็มีค่าเพียง 0.0001 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เหมือนคนที่มีเงินร้อยล้านวอนในกระเป๋าแต่ควักออกมาจ่ายแค่ร้อยวอนอย่างไรอย่างนั้น
“ไหนๆ เราก็ยังไม่ได้ลาพักร้อนกับเขาบ้างเลย… อาศัยจังหวะนี้ไปอังกฤษสักครั้งดีไหมนะ ว่าแต่ ภาษาอังกฤษเรามันก็ไม่ได้เรื่องซะด้วย เอาไงดีหว่า”
คนที่กยองฮานึกถึงและนึกออกตอนนี้มีแค่ชายงเทคนเดียว
***
วันถัดมา
หลังปิดร้าน กยองฮาแวะไปที่สาขาหลัก
“ดีสิ เธออยากไปพักร้อนเมื่อไหร่ก็ไปเถอะ ที่ผ่านมาเอาแต่ทำงานไม่หยุดเลยไม่ใช่หรือไง”
ชินยองฮียกกาแฟมาให้สองคนกลางวงสนทนา
“ดื่มไปคุยไปก็ได้นะคะ”
“ขอบคุณครับ”
“ไปแล้ว จะอยู่ที่โน่นประมาณกี่วันคะ” ที่คุยๆ กันนั้นเธอเองก็ได้ยิน
“สี่วันครับ”
“ไหนๆ ก็ได้โอกาสพักแล้ว พักให้หายเหนื่อยแล้วค่อยมาไม่ดีเหรอคะ…”
เห็นชินยองฮีทำหน้าเหมือนเสียดายแทน กยองฮาจึงยิ้มบางๆ ตอบ
“ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ ครั้งหน้าก็ยังมีโอกาสอีกนี่ครับ”
ในสายตาคนอื่น กยองฮาอาจดูประหนึ่งคนไม่เคยหยุดพักแม้สักเสี้ยววินาที ทว่าจริงๆ แล้วไม่ได้หนักหนาขนาดนั้น เนื่องจากเขามักต้องไปต่างประเทศอยู่บ่อยๆ ตามตารางถ่ายทำท็อปเชฟ และจากนี้หากเขาเริ่มโครงการเปิดร้านอาหารในต่างแดน คงได้บินไปบินมาจนเบื่อล่ะไม่ว่า
การได้ออกเดินทางไปต่างประเทศทุกรูปแบบ สำหรับกยองฮาถือเป็นการพักผ่อนไปในตัวเรียบร้อยแล้ว เขารู้สึกเช่นนั้นมาตลอด เพราะอย่างน้อยก็ได้เปลี่ยนบรรยากาศ หลุดพ้นจากกิจวัตรเดิมๆ บ้าง
แน่นอนว่าการไปครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทำรายการแต่อย่างใด ฉะนั้นเขาจะมีเวลาอิสระส่วนตัวมากขึ้น
“ไปพักร้อนเถอะ อ้อ จริงสิ ช่วงนี้ยังติดต่อกับฮงกยองนักเพื่อนฉันอยู่เรื่อยๆ ใช่ไหม”
“คุยอยู่ครับ” กยองฮายิ้มกว้าง
***
เวทีประมูลไวน์ยิ่งมายิ่งดุเดือด
“วันนี้คงไม่มีวี่แววได้แตะไวน์พรีเมี่ยมอีกเหมือนเดิมแหงๆ”
“เลิกฝันเหอะ ปั่นราคาสูงยังไงก็ควรให้มันพอดีๆ หน่อยสิ โถ่”
สถานการณ์ยังเหมือนเคย ราคาไวน์พรีเมี่ยมหลายชนิดพุ่งสูงเกินตัวเลขในจินตนาการของแต่ละคนไปแล้ว ไม่ใช่แค่ไวน์ราสเบอร์รี่อย่างเดียว ไวน์รากดอกโซโลมอนที่ต่อแถวมาพร้อมไวน์ข้าวกล้องก็เป็นไปกับเขาด้วย ขอเพียงแปะป้ายว่า เกรดพรีเมี่ยม ก็จะมีการเสนอราคาชนิดที่เรียกว่าคนธรรมดาไม่กล้าและไม่อาจเอื้อมจะเข้าไปยุ่ง
“เรามาถึงจุดนี้กันแล้วเรอะ ยุคที่เหล้าผลไม้ราคาสูงกว่าไวน์ต่างชาติ”
“ก็ของเขาพิเศษจริงนี่หว่า เอาแค่แบบเกรดดีก็พอ เห็นว่าคนที่ดื่มประจำสุขภาพแข็งแรงขึ้นผิดหูผิดตาทีเดียว แบบนี้เกรดพรีเมี่ยมยังจะมีอะไรให้ต้องอธิบายอีกล่ะ”
ใครบางคนกำลังใช้สมองอย่างหนักอยู่ที่มุมหนึ่ง
“เฮีย จะเสนอราคาเกรดพรีเมี่ยมสู้เขาเหรอครับ”
“ชู่ว บนเวทีประมูลน่ะอะไรก็เกิดขึ้นได้เว้ย บางทีอาจมีคดีพลิก”
ตัวอย่างในอดีตมีให้เห็นไม่ใช่น้อย ต่อให้ตัวเลขราคาที่เสนอประมูลจะไม่ได้ต่ำขนาดนั้น เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ยังเกิดขึ้นอยู่บ้างประปราย
“ฮะ? ไวน์รากดอกโซโลมอนก็ด้วย?”
ปกติผู้ที่ได้ไวน์รากดอกโซโลมอนไปจะเป็นชาวจีน แต่วันนี้ผู้ที่สวมผ้าโพกหัวกลับกวาดไปทั้งไวน์ราสเบอร์รี่และไวน์รากดอกโซโลมอน ผู้เข้าร่วมประมูลขณะนี้เกิดอาการอึ้งงันลิ้นชากันขึ้นมาเลยทีเดียว
“ให้ตาย เงินวงการน้ำมันนี่โคตรน่ากลัว อยากรู้จริงๆ ว่าคนที่ประมูลไปเป็นใคร”
เจ้าตัวคงไม่ลงมาถึงที่นี่ด้วยตนเองแน่นอน เสียงพูดคุยคาดเดาจึงอื้ออึงไปทั่ว
“มานซูร์รึเปล่า”
“จึ๊ มหาเศรษฐีตะวันออกกลางมีแค่มานซูร์คนเดียวหรือไง”
“ก็ไม่รู้จักใครแล้วอะ นอกจากคนนี้…”
ท่ามกลางการถกเถียงของผู้เข้าร่วมประมูลอื่นๆ ผู้แพ้ประมูลชาวจีนก็หลบมุมมาต่อสายรายงานนายด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
“ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ ครั้งนี้เราไม่ได้ของครับ”
***
เวลาเดียวกันนั้น ท่านผู้นำสาธารณรัฐประชาชนจีน สีจิ้นผิง กำลังยื่นลิ้นออกมาสุดกำลังเพื่อรองเก็บไวน์รากดอกโซโลมอนหยดสุดท้ายให้ได้ ดูไปดูมาก็น่ารักยิ่ง nᴏᴠᴇʟɢu.cᴏm
“แจ๊บ รู้งี้ดื่มประหยัดๆ หน่อยก็ดีหรอก ไม่น่าเลย”
หลายคนในโลกดื่มเหล้าดื่มไวน์เพื่อให้ตนเมามาย
ไวน์นี้ไม่เพียงรสดี ต่อให้เมา คนก็เมาอย่างอารมณ์ดีเป็นที่สุด น่าจะเพราะการเดินทางไปเยือนรัสเซีย ดินแดนอันหนาวจัดสุดขั้ว สีจิ้นผิงจึงไอหนักจนจับไข้ตัวร้อนผ่าว จำต้องเอาไวน์ที่สู้อุตส่าห์เก็บรักษาอย่างดีออกมาดื่มจนหมด จากนั้นร่างกายก็ฟื้นฟูหายเป็นปลิดทิ้งราวเรื่องโกหก
เขาได้รู้สรรพคุณของรากดอกโซโลมอนก็ตอนนี้เอง
เมื่อเกิดความสนใจใคร่รู้ จึงเกิดการออกตามหาแพทย์เกาหลีแผนโบราณชื่อดังจนได้พบว่า รากดอกโซโลมอนมีคุณค่าทางโภชณาการ มีสรรพคุณเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกาย ไม่เพียงดีต่อการฟื้นฟูอาการหลังป่วยไข้ ยังช่วยให้อวัยวะภายในทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ชะลอความแก่ชรา แถมยังลดอาการไออีกด้วย
‘อยากไปเกาหลีอีกจัง’ ใจนั้นเต็มร้อย แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม
ไปเยือนเกาหลีอะไรกัน เพิ่งกลับมาที่จีนได้ไม่กี่วันเอง…
จู่ๆ ก็มีแขกมายังทำเนียบท่านผู้นำ แขกที่ว่า คือ หม่าอวิ๋น ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา หรือ แจ็ค หม่านั่นเอง
“เชิญๆ”
หม่าอวิ๋นโค้งคำนับอย่างเป็นทางการให้สีจิ้นผิงซึ่งแสดงท่าทีดีใจ
“แข็งแรงสบายอกสบายใจดีอยู่ไหมครับท่าน”
“แน่นอน จะไม่สบายได้ยังไง นั่งเถอะ”
อิทธิพลของหม่าอวิ๋นทั้งในและนอกประเทศนั้นแข็งแกร่งเพียงไรไม่จำเป็นต้องให้กล่าวซ้ำ
หม่าอวิ๋นเป็นต้นแบบแห่งความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างมหาศาลในจีนแผ่นดินใหญ่สมคำร่ำลือ ขาข้างหนึ่งของเขานอกจากจะรั้งตำแหน่งคณะกรรมการด้านการศึกษาของสหประชาชาติแล้ว อีกข้างหนึ่งยังยืนเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการค้าด้วย นี่ยังไม่นับที่เขาเป็นประธานใหญ่แห่งกลุ่มผู้ประกอบการในจีนอีก ทรัพย์สินหรือ ก็มีราวๆ สามแสนห้าหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์เห็นจะได้ สลับค่าเงินเป็นหน่วยวอนของเกาหลีก็คงเกือบๆ สี่ลิบล้านล้านวอน
จีนคือประเทศที่อยู่ภายใต้นโยบายการค้าแบบคุ้มกัน[1] ฉะนั้นสีจิ้นผิงไม่มีทางให้การต้อนรับเจ้าสัวแดนมังกรอย่างส่งเดช หม่าอวิ๋นเองก็ทราบตรงจุดนี้ดี จึงรู้สึกขอบคุณอยู่ในใจเสมอมา
“พบกันครั้งก่อนเทียบกับวันนี้ ท่านดูมีสง่าราศีขึ้นมากเลยนะครับ”
“งั้นรึ? สงสัยเพราะหมู่นี้มีแต่เรื่องดีๆ น่ะ ประธานหม่าก็ดูหนุ่มลงไปหลายปีเหมือนกันนะนั่น”
ชมกันไปชมกันมา หม่าอวิ๋นก็หยิบเหล้าขวดหนึ่งขึ้นมาวางบนโต๊ะ
“ที่ผมหนุ่มแน่นแข็งแรงขึ้น เหตุผลอยู่ในขวดนี้ครับ”
ประจวบเหมาะจนน่าตกใจ ขวดตรงหน้าเขา คือ ไวน์รากดอกโซโลมอน
“เดี๋ยวนะ ประธานหม่า ขวดนี้…”
“พอดีผมเห็นข่าวจากเว่ยปั๋วตอนท่านผู้นำไปเยือนเกาหลีว่า ได้รับไวน์ชนิดนี้เป็นของขวัญน่ะครับ… ผมสงสัยว่ามันคือไวน์แบบไหนเลยลองหาข้อมูลดู ตามไปจนเจอเส้นทางสินค้าถึงได้รู้ว่าไม่มีขายทั่วไป จะปล่อยเฉพาะบนเวทีประมูลอย่างเดียวเท่านั้นครับ คิดว่าเป็นเกรดเดียวกับขวดที่ท่านได้ชิมแล้วแน่ๆ เพราะมีให้ประมูลแค่หนึ่งขวดถ้วน”
เรื่องต่อจากนี้เป็นอย่างไรคงเดาได้ไม่ยาก ระดับหม่าอวิ๋น อยากได้สิ่งใดจากเวทีประมูลมีหรือจะไม่ได้มาแบบสบายๆ
ไวน์ที่ตนปรารถนาอยู่ทุกขณะมาปรากฏตรงหน้าดื้อๆ แต่สีจิ้นผิงกลับไม่อาจยื่นมือออกไปรับโดยง่าย
“ประธานหม่า ไม่ใช่ว่ามีอะไรอยากได้จากฉันหรอกนะ?”
“ไม่มีหรอกครับ ขวดนี้ตั้งใจมอบให้ท่าน เพราะอยากเห็นท่านสุขภาพแข็งแรงไปนานๆ เท่านั้นครับ”
หม่าอวิ๋นหัวเราะ
ขวดนี้หม่าอวิ๋นประมูลมาในราคากว่าห้าแสนหยวน แปลงเป็นเงินเกาหลีคงได้ราวๆ แปดร้อยสามสิบล้านวอน
เหตุที่ไวน์รากดอกโซโลมอนเกรดพรีเมียมยังเป็นรองทิ้งห่างไวน์ราสเบอร์รี่ด้านราคาอยู่ เพราะไวน์ราสเบอร์รี่เป็นที่นิยมมากเสียจนเรียกได้ว่าแข็งแกร่งเกินไป อย่างไรก็ดี การใช้เงินก้อนขนาดนั้นมาดึงความประทับใจจากท่านผู้นำคงดูเกินเรื่องเกินราวและอาจจะทำไม่สำเร็จด้วย
“อะฮึ่ม ถ้าไม่ใช่หว่านพืชหวังผล อย่างนั้นก็ขอบคุณมาก”
สีจิ้นผิงเอ่ยเสียงสูงเต็มพลัง จำยอมรับไวน์ที่กึ่งๆ จะเป็นสินบนมาอย่างระแวดระวังประหนึ่งไร้ทางเลือก
“จะว่าไป ผมมีเรื่องสงสัยครับท่าน”
“เรื่องสงสัย?”
“อาหารที่ท่านทานที่โน่น รสชาติเป็นอย่างไรครับ”
สีจิ้นผิงหัวเราะก๊าก
“แค่คิดก็มีความสุขแล้ว รสชาติมันขนาดนั้นเลยล่ะ”
อาจเพราะจู่ๆ ก็ได้รับไมตรีอย่างจริงใจไร้สิ่งใดเคลือบแฝง บรรยากาศภายในทำเนียบท่านผู้นำวันนี้จึงสดใสอบอุ่นเป็นอย่างมาก
***
อีกไม่นาน กยองฮาต้องเดินทางไปยังประเทศอังกฤษแล้ว
ขณะนี้เขามาเยือนย่านเจกีพร้อมซุนกุก
“โห กลิ่นยาสมุนไพรแรงมากเลยครับ เหมือนยาจีนเลย”
“ศูนย์รวมคลินิกแพทย์เกาหลีแผนโบราณน่ะ ดมแล้วไม่รู้สึกเหรอว่าแข็งแรงขึ้นมาทันที”
“เหมือนจะจริงอย่างที่พี่ว่า แถวนี้มีร้านไหนที่พี่ไปบ่อยๆ ไหมครับ”
“มีๆ มีอยู่สองสามร้าน”
ซุนกุกอารมณ์ดี ได้ออกมาแบบนี้สำหรับเขาไม่ต่างจากการเดินเล่นหรือปิ๊กนิกสักเท่าไหร่ แถมยังได้โบนัสเป็นการขับรถชมความคึกคักย่านดาวน์ทาวน์ในกรุงโซลอีก
‘ออกมากับพี่กยองฮาทีไร ไม่รู้ทำไม มีลุ้นจะสนุกทุกที’
เขานึกย้อนไปถึงคราวที่โดนลักพาตัว (?) ไปโผล่ที่วัดบนเขาครั้งก่อน นั่นก็ความทรงจำดีๆ ทั้งนั้น
ขณะที่ซุนกุกจมลงสู่ความคิดตัวเอง กยองฮาก็หยุดยืนใต้ป้ายชื่อร้านขายยาแผนโบราณ บงมยองดัง
“ยินดีต้อ…” ผู้สูงวัยที่กำลังจัดกระปุกยาสมุนไพรหันหลังมากล่าวทักทาย
แต่แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นซีดขาวอย่างฉับพลัน
“สวัสดีครับ”
“…พ่อหนุ่มนี่เอง”
“ผมอยากมาดูรากดอกโซโลมอนหน่อยน่ะครับ”
ซุนกุกรู้สึกแปลกๆ เอ๊ะ ลูกค้าเข้าร้านมา นอกจากจะไม่ยินดีแล้ว สีหน้ายังบ่งชี้ว่าไม่ต้อนรับอีกด้วย
‘เจอพี่แกแล้วมันลำบากใจอะไรตรงไหนรึ’
“ขอว่านรากดอกโซโลมอน เกรดสินค้าหน้าร้านครับ”
กยองฮากล่าวถึงสิ่งที่ต้องการสั้นๆ กระชับถ้อยคำ
“รู้แล้ว” คนขายลอบสังเกตท่าทีก่อนจะหยิบรากดอกโซโลมอนชนิดว่านขึ้นมาวาง
กยองฮาตรวจคุณภาพอย่างละเอียด
“ของดีไม่เท่าครั้งก่อนเลยนะครับ”
“ระยะหลังในจีนเองก็อากาศแย่มากน่ะ เจอมลภาวะหนักไม่เบา”
การหมักไวน์รากดอกโซโลมอนเกรดพรีเมียมจำเป็นต้องใช้ว่านรากดอกโซโลมอนซึ่งหาไม่ได้บนผืนดินเกาหลี ต่างจากรากดอกโซโลมอนธรรมดา วัตถุดิบสำหรับปรุงยาเกาหลีแผนโบราณก็ต้องเจอสภาวะแบบเดียวกัน ดังนั้นสมุนไพรหรือวัตถุดิบยาที่ปลูกในประเทศเกาหลีไม่ใช่ว่าจะเป็นของดีคุณภาพเยี่ยมเสมอไป
“ที่ใช้ได้จริงๆ มีไม่กี่อันเองนี่ครับ”
“งั้นเหรอ ไอ้ฉันก็รับๆ มาหมด เห็นบอกว่าของดีไว้ขายหน้าร้าน…”
“แปลว่า เอามาปนๆ กันแล้วค่อยขายสินะครับ”
ผู้เฒ่าหน้าคล้ำเป็นหย่อมๆ ด้วยความตระหนก
‘รู้ได้ยังไงว่าเอามาปนๆ รวมกัน? อาศัยแค่ตามองจะแยกแยะง่ายขนาดนั้นเสียที่ไหน…’
ขึ้นชื่อว่าพ่อค้าแม่ขาย ไม่ว่าใครก็ต้องมีใจกระหายอยากได้กำไรมากขึ้นอีกนิด เพราะอย่างนี้ จึงได้นำรากดอกโซโลมอนเกรดต่างๆ ดีบ้างไม่ดีบ้างมาผสมปนเปกันเช่นนี้
ชิ้นที่กยองฮาเลือกไว้ คือรากดอกโซโลมอนชนิดว่าน
“ผมซื้อแค่นี้แล้วกัน กี่กรัมครับ”
“อืม แปดสิบสองกรัม” อย่างอื่นพอไหว แต่ตราชั่งนี่โกงไม่ได้จริงๆ
หลังจากจ่ายเงินแล้วเดินออกมาจากร้านขายยา ซุนกุกก็เอ่ยถาม
“ว่านรากดอกโซโลมอนนี่ของหายากเหรอครับ”
“มันก็คือทุงกุลเล (โซโลมอน) นั่นแหละ”
“อ้าว งั้นบ้านเราก็มีเยอะแยะนี่ครับ”
“นั่นก็ใช่ แต่ชนิดของโซโลมอนมีมากกว่านั้นเยอะเลย พวกประเภทว่านหรือกลีบน่ะ บ้านเราไม่มีหรอก”
“ไม่โตในเกาหลีแต่ไปโตในจีนเหรอครับ หรือเพราะบ้านเขาพื้นที่ใหญ่”
“เป็นไปได้”
ซุนกุกเลื่อมใสกยองฮาขึ้นมาอีกขั้น
“ศึกษาสมุนไพรเกาหลีตั้งแต่ตอนไหนครับเนี่ย”
“จะบอกว่าศึกษาตรงๆ คงพูดได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่ หมักเหล้าผลไม้มาเรื่อยๆ จนเรียนรู้ไปเองมากกว่าน่ะ พอดีพี่อยากลองหาดูว่าจะมีโซโลมอนเกรดดีกว่าที่เคยใช้รึเปล่า”
ร้านอื่นๆ ก็มีเหตุจำเป็นไม่ต่างกัน ไม่ใช่ว่าตั้งใจจะโกงแบบผู้เฒ่านั่นหรอก เพียงแต่ว่านรากดอกโซโลมอนเกรดดีๆ ไม่ได้มีมากขนาดนั้นในท้องตลาด
‘สงสัย ต้องไปตะลุยเมืองจีนเองไหมเนี่ยเรา’
ขณะเดินกลับไปยังลานจอดรถ สายตากยองฮาถูกตรึงอยู่ที่แผงขายของข้างทาง
“อันนี้ใช่เห็ดมัตสึทาเกะรึเปล่าครับ”
“ใช่จ้า”
“เห็ดนี่เอาไปหมักเหล้าได้ด้วยใช่ไหมครับ”
“ของดีเลยล่ะจ้า ถ้าได้หมักให้สามีหรือให้พวกสว. สูงวัยนะ ไม่รู้ชอบอกชอบใจกันไปถึงไหนต่อไหนเชียว”
“ควรบ่มนานเท่าไหร่ครับ”
“จะให้ดีก็ต้องทิ้งไว้สักครึ่งปีแหละ”
สมองกยองฮาคิดคำนวณหนัก
‘ครึ่งปีนี่ก็นานไม่ใช่เล่น… อืม เอาไงดี จะลองดูดีไหมนะ’
แต่แล้วจู่ๆ ของอีกอย่างก็โดดเด้งเข้ามาสู่สายตา
“แล้วอันนี้อะไรครับ”
“เทียนหม่าจ้ะ ยาครอบจักรวาล” คุณป้าตอบน้ำเสียงสดใส
ใบหน้าไม่มีคำว่าเสแสร้งแกล้งหลอกแม้แต่น้อย
……………………………..
[1] นโยบายการค้าแบบคุ้มกัน คือ นโยบายจำกัดการนำสินค้าเข้ามาแข่งขันกับสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ